บทที่ 4 กิน กิน กิน!! ระดับพุ่งทะยาน!!
หลี่มู่เชื่อมต่อไลต์เบรน
ไลต์เบรนเป็อุปกรณ์ที่สวมข้อมือเหมือนนาฬิกา มันสามารถฉายหน้าจอโปร่งแสงออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ไลต์เบรนรุ่นพื้นฐานสำหรับคนธรรมดาอย่างเขาล้วนไม่มีอะไรพิเศษ
แม้แต่ปัญญาประดิษฐ์ช่วยเหลือก็ยังไม่มี
หากจะเปรียบเทียบก็คล้ายกับโทรศัพท์มือถือในยุคเก่า เพียงแต่ดูหรูหรากว่าเท่านั้น
"เนื้อวัวสองกิโลกรัม เนื้อหมูสองกิโลกรัม เนื้อแกะสองกิโลกรัม..."
หลี่มู่เริ่มสั่งอาหาร
ก่อนหน้านี้เขาสังเกตเห็นขณะกินอาหาร
เนื้อสัตว์ให้พลังงานมากที่สุด
การที่เขาซื้อหลายชนิด ส่วนใหญ่ก็เพื่อทดสอบว่าเนื้อชนิดไหนมีความคุ้มค่ามากกว่ากัน
ความจริงแล้วนอกจากเนื้อธรรมดาเหล่านี้
เนื้อสัตว์อสูรมีปริมาณพลังงานที่อุดมสมบูรณ์กว่าอย่างแน่นอน
เนื้อสัตว์อสูรเป็อาหารที่นักรบกินบ่อยที่สุด
แม้แต่คนธรรมดา หากกินบ่อย ๆ ก็สามารถเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ช่วยบำรุงเส้นเอ็นและเืลม
ทว่าราคาของเนื้อสัตว์อสูรนั้นไม่ถูกเลย แม้แต่สัตว์อสูรระดับหนึ่งที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อเป็อาหาร เนื้อของมันก็มีราคาหลายร้อยต่อครึ่งกิโลกรัมแล้ว
ราคานี้ทำให้หลี่มู่รู้สึกลังเลอย่างแท้จริง
ด้วยราคาเดียวกัน มันสามารถซื้อเนื้อหมูได้หลายสิบกิโลกรัม
หลี่มู่ไม่คิดว่าพลังงานที่มีอยู่ในเนื้อสัตว์อสูรครึ่งกิโลกรัม จะเกินกว่าผลรวมของเนื้อหมูหลายสิบกิโลกรัม
นอกจากเนื้อสัตว์อสูรแล้วก็ยังมีสารอาหารที่ทำขึ้นเป็พิเศษสำหรับนักรบ ซึ่งมีปริมาณพลังงานสูงมากเช่นกัน
แต่ราคานั้นยิ่งทำให้หลี่มู่รู้สึกลังเลมากขึ้น
และนอกจากเนื้อแล้ว หลี่มู่ยังซื้อผักที่ราคาถูกกว่าและข้าวหลายชนิด
หลังจากสั่งซื้อ เพียงสิบกว่านาที สิ่งของที่หลี่มู่ซื้อก็ถูกส่งมาถึง
…
"เริ่มกินข้าว... ไม่ใช่สิ เริ่มฝึกฝน!"
บนโต๊ะอาหารมีอาหารวางเต็มไปหมด
มีข้าวหลายกะละมัง เป็กะละมังจริง ๆ
อีกทั้งยังมีเนื้อหลายชาม ทั้งวัว แกะ และหมู
ครึ่งหนึ่งเป็เนื้อดิบ ส่วนอีกครึ่งหนึ่งเป็เนื้อสุก
"กลืนกินแล้วเปลี่ยนเป็พลัง!"
เมื่อเริ่มกิน
กระแสอุ่น ๆ ของอาหารที่เปลี่ยนเป็พลังงานไหลเวียน และหล่อเลี้ยงร่างกายของหลี่มู่อย่างต่อเนื่อง มันชำระล้างและฝึกฝนร่างกาย
เพียงแค่สิบถึงยี่สิบนาที
อาหารบนโต๊ะก็ถูกกินจนสะอาด
หลี่มู่ออกหมัดออกไปในอากาศ ทันใดนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอย่างชัดเจน
"พลังเพิ่มขึ้นอีกแล้ว สมกับเป็วิชาที่ซวีเหรินกุ้ยฝึกฝนมา ช่างเหนือธรรมชาติจริง ๆ"
ิัเองก็แข็งแกร่งขึ้น
การฝึกิัของนักรบระดับหนึ่ง ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงตอนที่ทะลวงขีดจำกัดเท่านั้น
มันเป็กระบวนการที่ต่อเนื่อง!
ชายหนุ่มย้อนนึกถึงสัดส่วนพลังงาน ที่ได้รับจากการย่อยอาหารชนิดต่าง ๆ เมื่อครู่
เนื้อดิบให้พลังงานมากกว่าเนื้อสุกเล็กน้อย
และในบรรดาเนื้อดิบทั้งหมด เนื้อวัวดิบให้พลังงานมากที่สุด
"แต่เนื้อวัวราคาสามสิบกว่าเหรียญั ส่วนเนื้อหมูแค่สิบกว่าเหรียญั และพลังงานจากเนื้อวัวก็ไม่ได้มากกว่าเนื้อหมูถึงสามเท่า หากมองแบบนี้ การซื้อเนื้อหมูดูคล้ายจะคุ้มค่ากว่า"
ส่วนข้าวหลายชนิดนั้น ข้าวใหม่มีพลังงานมากกว่าข้าวเก่า
และข้าวใหม่คุณภาพดีจะมีพลังงานมากกว่าเล็กน้อย
แต่ก็เหมือนกับปัญหาของเนื้อวัว
ราคาที่เพิ่มขึ้นนั้นมากกว่าสัดส่วนของพลังงาน
ส่วนผักอื่น ๆ เมื่อคำนวณพลังงานแล้วไม่คุ้มค่าเท่ากับเนื้อหมูและข้าวใหม่
"ดังนั้นต่อไปฉันจะซื้อเนื้อหมูและข้าวใหม่เป็หลัก"
"แต่ตามวิธีการกินของฉัน แม้แต่เนื้อหมูและข้าวก็เป็ค่าใช้จ่ายที่ไม่น้อยเลย"
"รอดูก่อนเถอะ เมื่อแข็งแกร่งขึ้น การหางานพิเศษก็จะง่ายขึ้น"
เมื่อตัดสินใจเช่นนั้นแล้ว
หลังจัดการโต๊ะอาหารและห้องครัวจนเรียบร้อย หลี่มู่จึงรีบไปยังห้องฝึกซ้อมเพื่อเริ่มการฝึกฝนทันที
ก่อนอื่นเริ่มด้วย ‘การเสริมสร้างร่างกายขั้นพื้นฐาน’ จากนั้นก็เป็การฝึกฝนพละกำลัง จากนั้นก็ทำทั้งสองอย่างผสมผสานกันไป
การฝึกดำเนินไปหลายชั่วโมง เหงื่อของหลี่มู่ไหลอาบไปทั้งร่าง
ชายหนุ่มที่ทรุดตัวลงนั่งบนเบาะฝึกซ้อมยิ้มออกมา
แม้จะเหนื่อยมาก แต่ก็มีความสุข
เขากำลังก้าวหน้าด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ในอดีตเขาไม่สามารถทนการฝึก ที่เข้มข้นเช่นนี้ได้นานขนาดนี้
"ไม่รู้ว่าจะสามารถเข้าไปในพื้นที่นั้นได้เป็ครั้งที่สองหรือเปล่า..."
"แค่สุสานเขตแรกก็ได้ผลลัพธ์ที่ดีขนาดนี้แล้ว เขตต่อไปจะมีอะไรรออยู่..."
สามวันต่อมา
"เฮ้อ~"
หลี่มู่ถอนหายใจออกมา
เขาหยุดการฝึกฝน
เวลาสามวัน ความก้าวหน้าเป็ไปอย่างรวดเร็ว
หลี่มู่รู้สึกว่าพละกำลังของตนเองคงจะมีถึงหนึ่งพันห้าร้อยหน่วยแล้ว
อุปกรณ์ฝึกฝนที่บ้านไม่สามารถสร้างผลการฝึกให้กับตนเองได้อีกต่อไป
ทั้งหมดเป็เพราะกลืนกิน์และโลก
ความมหัศจรรย์ของวิชานี้เกินกว่าที่หลี่มู่จินตนาการเอาไว้ตอนแรก
เพียงแค่สามารถกินได้ ก็สามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อย ๆ
อย่างไรก็ตาม ใน่ไม่กี่วันที่ผ่านมาของการฝึกฝนและการออกกำลังกาย ก็ทำให้ปัญหาหนึ่งชัดเจนขึ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ
เงินเหลือไม่มากแล้ว!
"ยังเหลืออีกสองหมื่นห้าพันกว่าเหรียญั"
มรดกจากพ่อและแม่กับเงินช่วยเหลือคนจน
รวมกับที่หลี่มู่ประหยัดมาหลายปี ทำให้สามารถเก็บออมเงินจำนวนนี้เอาไว้ได้
"ถ้าคิดว่ากินวันละสองพันเหรียญั ก็จะอยู่ได้แค่สิบกว่าวันเท่านั้น ต้องหาทางหาเงินแล้ว"
หลี่มู่ถอนหายใจเบา ๆ
ทันใดนั้นไลต์เบรนก็แจ้งเตือนว่ามีคนติดต่อเข้ามา
ผู้ติดต่อ ‘เฉินหนาน’
"หมอนี่อีกแล้ว"
เมื่อผลการสอบเข้ามหาวิทยาลัยออกมา คนที่รีบร้อนมาแจ้งข่าวดีให้เขาก็คือคนคนนี้
หลี่มู่รับสายโทรศัพท์อย่างไม่ใส่ใจ
[ฮัลโหล หลี่มู่ นายเลือกมหาวิทยาลัยได้แล้วหรือยัง?]
"เอ่อ..."
หลี่มู่พลันนึกขึ้นมาได้ทันที
่หลายวันนี้เขาทุ่มเทความสนใจไปที่การฝึกฝน จนลืมเื่การเรียนต่อมหาวิทยาลัยไปซะสนิท
[หลี่มู่ นายคงไม่ใช่ยังไม่เลือกใช่ไหม?]
หลังจากเงียบไปสองถึงสามวินาที หลี่มู่ก็ใช้เวลานี้ค้นหาในไลต์เบรนว่าคะแนนของเขา สามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยนักรบใดได้บ้าง
"เลือกแล้ว มหาวิทยาลัยไป๋เหอ"
เขาอ่านชื่อหนึ่งในนั้นออกมาอย่างไม่ใส่ใจ
[มหาวิทยาลัยไป๋เหอเหรอ? มหาวิทยาลัยนักรบอะไรกัน ฉันไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย หลี่มู่ พูดตามตรงนะ ไม่ใช่ว่าฉันอยากทำลายกำลังใจของนาย แต่ด้วยคะแนนของนาย นายสามารถเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทางวิชาการดี ๆ ได้ แล้วทำไมนายถึงต้องไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแบบนั้นด้วย? มหาวิทยาลัยไม่มีชื่อเสียงแบบนั้น เรียนจบมาก็ไม่มีประโยชน์อะไรหรอก นายคิดว่าเรียนแล้วจะกลายเป็นักรบได้เลยหรือไง!]
หลี่มู่พลันเงียบไป
เขาไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใจ เพียงแต่ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี
เฉินหนานเป็หนึ่งในเพื่อนไม่กี่คนของเขา
บางครั้งมีเพียงคนที่ห่วงใยเขาเท่านั้นที่จะพูดอะไรที่ไม่น่าฟัง ไม่เช่นนั้นใครจะสนใจเขาล่ะ
[หลี่มู่... นายไม่ได้โกรธฉันใช่ไหม]
"ไม่หรอก เพียงแค่การเป็นักรบคือความฝันของฉัน นายเองก็รู้สถานการณ์ของฉันดี ฉันไม่มีทางเรียนซ้ำชั้นได้หรอก"
[...น้องชาย ถ้านายตัดสินใจแล้ว ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีก ขอให้นายโชคดีในเส้นทางนักรบนะ!]
"ขอบคุณ นายเองก็เหมือนกัน ขอให้โชคดีในเส้นทางนักรบ"
หลี่มู่ยกยิ้มเล็กน้อยแล้ววางสาย จากนั้นเขาก็ใช้ไลต์เบรนส่ง ‘ใบสมัคร’ ของตนเองไปยังมหาวิทยาลัยไป๋เหอทันที
ตอนนี้เพิ่งจะเป็่ปลายเดือนมิถุนายน มหาวิทยาลัยทั้งหลายเปิดเทอมในเดือนกันยายน ดังนั้นยังเหลือเวลาอีกมาก
หลังจากจัดการเื่ราวเสร็จสิ้น หลี่มู่ก็เลือกจะออกจากบ้าน
...
สำนักหงหยาง
ที่นี่เป็อาหารสามชั้นที่ตกแต่งอย่างอลังการ
"ว่ากันว่าเ้าสำนักหยางเฟยหงของสำนักหงหยางเป็แม่ทัพระดับห้า"
ดวงตาของหลี่มู่ฉายความปรารถนาอย่างห้ามไม่อยู่
ที่นี่คือหนึ่งในสำนักที่ดีที่สุดในเขตสิบสาม
ไม่เพียงสอนเทคนิคการต่อสู้จริง แต่ยังเชี่ยวชาญอาวุธทุกชนิด และยังมีวิธีการฝึกฝนพิเศษกับวิธีช่วยเหลือในการฝึกยุทธ์ด้วย
มีการกล่าวว่าศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดโดยตรง อาจได้รับการสอนวิชาพิเศษ
แน่นอนว่าไม่ว่าจะเป็อะไรก็ตาม พวกมันล้วนไม่ง่ายดายทั้งสิ้น
อย่างไรก็ตาม มีวิธีช่วยเหลือการฝึกฝนอยู่วิธีหนึ่ง แม้จะไม่ใช่ราคาถูก แต่สำหรับหลี่มู่ในตอนนี้ถือว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน
ชายหนุ่มก้าวเดินเข้าไปข้างใน
"ยินดีต้อนรับค่ะ"
หญิงสาวที่อยู่ในเคาน์เตอร์ต้อนรับแสดงรอยยิ้มเป็มิตรทันที
"สวัสดีครับ ผมอยากสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับราคา ของสารอาหารที่ช่วยในการฝึกยุทธ์ของสำนักคุณน่ะครับ"
"ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ!"
พนักงานต้อนรับสาวแสดงรอยยิ้มที่เป็มิตรยิ่งขึ้นทันที "สิ่งที่เรียกว่าสารอาหารเสริมโภชนาการในการฝึกยุทธ์ ส่วนใหญ่คือการดูดซึมสารอาหารเสริมโภชนาการอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูง ภายในห้องโภชนาการพิเศษของสำนักเรา..."
หลี่มู่เอ่ยตัดบทอย่างสงบ "เื่พวกนี้ผมทราบอยู่แล้วครับ สิ่งที่ผม้าถามคือราคาที่แน่นอน และปริมาณสารอาหารเสริมโภชนาการที่จัดเตรียมเอาไว้ต่างหาก"