วันต่อมา
ลำปาง
09.00 น.
เหนือเมฆและนภัสมาถึงที่นี่ั้แ่เมื่อคืนแต่ภูผาเองก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านเพราะทำงานค่อนข้างไม่เป็เวลาเมื่อมีปัญหาเกี่ยวกับป่าไม้ก็ต้องเข้าไปดูทันที
“เป็ไงมั่งหลับสบายมั้ย”
ภูผากลับมาที่บ้านใน่เช้าเห็นเพื่อนของเขานั่งอยู่กับนภัสที่หน้าบ้านก็รีบขึ้นมาทักทาย
“ก็ดี”
“โทษทีที่เมื่อคืนไม่ได้อยู่ต้อนรับ”
“ฉันเข้าใจน่า”
เหนือเมฆเข้าใจว่างานของเพื่อนเขามันต้องทุมเททั้งแรงกายแรงใจไม่ใช่น้อยเขาไม่ได้ซีเรียสเื่จะอยู่ต้อนรับหรือไม่ต้อนรับเสียนิดเดียว
“เื่พี่ชายแกฉันเสียใจด้วยนะ..แล้วแกมาที่นี่มีเื่อะไรให้ฉันช่วยวะ”
ภูผารู้เื่พี่ชายของเพื่อนเขามาบ้างเลยถือโอกาสนี้แสดงความเสียใจเสียหน่อยเขารู้ว่าเพื่อนเขามาที่นี่อย่างเร่งด่วนคงไม่พ้นมีเื่ร้อนใจเป็แน่
“เื่เกี่ยวกับอุบัติเหตุพี่ชายฉันนี่แหละ”
“ฉันก็พอรู้มาบ้างนี่ก็ยังตามไม่เจอหลานแกใช่มั้ย”
“อืมม..ฉันถึงมาที่นี่นี่ไง”
ภูผารู้ข่าวคร่าวๆจากพวกชาวบ้านและเ้าหน้าที่ในสำนักงานบ้างว่ามีเหตุทำให้คนเสียชีวิตถึงสองคนแถมเด็กที่พึ่งคลอดก็ยังหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยอีก
2 ชั่วโมงต่อมา
“ประเด็นที่แกคิดก็คือคิดว่าเื่ทั้งหมดแม่เลี้ยงแกเป็คนทำ”
หลังจากที่ภูผานั่งคุยกับเหนือเมฆได้พักใหญ่ก็พอจะจับใจความได้ว่าเหนือเมฆนั้นคิดว่าเื่นี้ต้องเป็ฝีมือของแม่เลี้ยงของเขาเป็แน่
“ฉันคิดแบบนั้นแต่ขอหาหลักฐานก่อน”
เหนือเมฆปักใจเชื่อแบบนั้นและขอหาหลักฐานให้แน่ชัดก่อนแล้วจะเอาผิดกับคนที่ทำผิดอีกทีอย่างสาสม
“ถ้าแกคิดแบบนั้นแสดงว่าตัวแกเองก็จะไม่ปลอดภัยด้วยเพราะถ้าหากเป็ฝีมือแม่เลี้ยงของแกจริงก็คงจะหวังสมบัติและก็คงจะต้องกำจัดคนที่มีท่าว่าจะมีส่วนแบ่งให้พ้นทาง”
ภูผาเห็นว่าถ้ามันเป็อย่างที่เพื่อนของเขาคิดจริงตัวเพื่อนของเขาเองก็จะไม่ปลอดภัยด้วยเช่นกัน
“ถ้ายัยนั่นกล้าทำอะไรฉันแม้แต่นิดเดียวฉันเอาคืนเป็ร้อยเท่าแน่”
เหนือเมฆไม่ยอมให้ใครมาทำอะไรเขาได้ง่ายๆแน่
“แล้วพ่อแกล่ะเค้าคิดว่ายังไง”
ภูผาอยากจะรู้ว่าพ่อของเพื่อนเขามีความเห็นกับเื่นี้อย่างไร
“พ่อฉันหรอก็เชื่อตำรวจคิดว่ามันเป็อุบัติเหตุธรรมดาทุกวันนี้เมียพูดอะไรก็เชื่อหมดทุกอย่าง”
เหนือเมฆส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อพูดถึงคนเป็พ่อยิ่งคิดว่าแม่เลี้ยงของเขาชี้นกเป็นกชี้ไม้เป็ไม้กับพ่อเขายิ่งหัวเสีย
“เอาเป็ว่ารอให้ได้หลักฐานอะไรให้แน่ชัดก่อนแล้วค่อยมาคุยกันอีกทีแกก็ใจเย็นๆก่อนตอนนี้ยังไงก็ต้องเอาเื่หลานแกก่อนคนที่ฉันรู้จักในพื้นที่ที่นั่นก็ค่อนข้างเยอะเื่สืบถามคนในหมู่บ้านคงจะได้ความอะไรมาบ้าง”
ภูผาคิดว่าเื่ที่บ้านที่ระแวงกันอยู่ตอนนี้เอาไว้ก่อนที่เร่งด่วนก็เห็นจะเป็เื่หลานของเพื่อนเขามากกว่า
“อืม..ขอให้ได้เื่โดยเร็วก็แล้วกัน”
เหนือเมฆเห็นว่าเพื่อนของเขามีทางช่วยอยู่มากก็มั่นใจได้ว่าไม่นานคงได้เื่
บ้านพาขวัญ
่เช้าของวันพาขวัญต้องตื่นมาเตรียมน้ำอุ่นอาให้จันทร์เ้าทุกเช้าข้าวของเครื่องใช้เด็กอ่อนเธอก็ซื้อใหม่บ้างแม่ของต้นกล้าก็ให้ของใช้มาบ้างทำให้ตอนนี้ทุกอย่างมีครบหมดแล้วที่ต้องซื้ออยู่บ่อยๆก็เห็นจะเป็นมผงกับแพมเพิสนี่แหละ
“แอ้ๆๆ...แอ้..”
เด็กหญิงลงกะละมังอาบน้ำได้ก็อารมณ์ดีห่อปากน้อยๆส่งเสียงอ้อแอ้ทักทายคนที่กำลังอาบน้ำให้
“สดชื่นใช่มั้ยคะ..น้องจันทร์เ้าของแม่สดชื่นใช่มั้ย..”
พาขวัญเห็นจันทร์เ้าอารมณ์ดีเธอก็พลอยอารมณ์ดีตามไปด้วยทั้งยังส่งเสียงเล็กเสียงน้อยคุยกับลูกสาวตัวน้อยของเธอเล่น
“แอ้ๆๆ..”
“อารมณ์ดีใหญ่เลย...คนเก่งอาบน้ำเสร็จไปกินนมกันนะคะ”
วิชาเลี้ยงเด็กอ่อนพาขวัญได้รับการสอนมาจากมานีทั้งหมดและเธอก็ทำมันได้ดีอีกด้วยเธอไม่เคยบ่นเลยสักครั้งที่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเมื่อหนูน้อยร้องหิวนมเธอมีความสุขที่ได้ดูแลหนูน้อยเพราะเธอรู้สึกว่าชีวิตเธอมีค่ามากขึ้นและชีวิตของเธอก็มีเป้าหมายที่ต้องขยันเพื่อใครสักคนที่นอนมองตาแป๋วใส่เธออยู่ตรงหน้า
“วันนี้หนูจันทร์เ้าของแม่ขวัญใส่เสื้อสีชมพูนะคะ...ชอบมั้ยเอ่ย”
พาขวัญเช็ดตัวให้หนูน้อยเสร็จก็ใช้สำลีชุบน้ำอุ่นเช็ดตาให้หนูน้อยและทาแป้งบางๆพร้อมทั้งหยิบเสื้อผูกตัวจิ๋วที่เธอซื้อมาใส่ให้หนูน้อยอย่างชำนาญพร้อมทั้งใส่แพมเพิสเรียบร้อยแล้วจึงลุกขึ้นเดินไปชงนมปล่อยให้หนูน้อยนอนเล่นบนเบาะนอนไปก่อน
“นมจะหมดแล้วนี่นา”
พาขวัญถอนหายใจเล็กน้อยเมื่อมองไปที่กระป๋องนมของจันทร์เ้าตอนนี้ตังในบัญชีของเธอเหลือไม่ถึงพันคงจะซื้อนมให้หนูน้อยได้เพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้นยิ่งคิดเธอก็ยิ่งกังวลเื่งานที่เธอขอพระพายไปทำด้วยก็ไม่รู้ว่าที่ร้านเขาจะให้เธอทำหรือป่าวยังต้องรอคำตอบจากพระพายอีกที
“ขวัญ”
พระพายเข้ามาที่บ้านของพาขวัญแต่เช้าเพื่อที่จะมาบอกข่าวดี
“อ้าวพายวันนี้ไม่ไปทำงานหรอ”
พาขวัญเห็นว่าเวลานี้เพื่อนเธอควรจะไปทำงานประจำแต่ไหนมาโผล่ที่นี่
“วันนี้วันหยุดน่ะ..อ่อผับที่ฉันไปทำงานพิเศษเค้าบอกให้แกไปเริ่มงานได้คืนนี้เลยนะ”
“จริงหรอแก..โล่งอกไปทีนมจันทร์เ้าก็กำลังจะหมดแล้วด้วย”
พาขวัญถึงกับโล่งใจไปหนึ่งเปราะที่เธอนั้นมีงานทำเสียทีอย่างน้อยเงินที่ได้มาถึงมันจะไม่มากก็ยังทำให้เธอมีรายได้เพิ่มขึ้นมา
“เื่เงินซื้อนมแกเอาของฉันก่อนก็ได้มีเมื่อไรก็ค่อยเอามาคืนแล้วก็คืนนี้ก่อนไปทำงานก็เอาจันทร์เ้าไปฝากแม่ฉันได้เลยนะ”
พระพายรู้ว่าพาขวัญมีค่าใช้จ่ายเยอะเธอเองก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้างถึงมันจะไม่เยอะเธอก็พร้อมช่วยและแม่ของเธอเองก็เต็มใจที่จะดูแลจันทร์เ้าให้อย่างไม่คิดค่าเลี้ยงดูด้วย
“ขอบใจมากเลยนะ..ฉันไม่รู้เลยถ้าไม่มีแกกับน้านีชีวิตฉันจะเป็ยังไง”
พาขวัญคิดอยู่ในใจว่าตัวเองโชคดีที่มีกัลยานิมิตที่ดีอย่างพระพายอย่างน้อยวันที่เธอตกต่ำไม่มีจุดยืนพระพายก็ยังพร้อมช่วยเหลือเธอเสมอแม้จะห่างหายกันไปนานก็ตาม
“เอาน่า..มีอะไรก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว..จริงมั้ยจันทร์เ้า”
ฟอดดด
“หืมม...อาบน้ำตัวหอมแต่เช้าเลยน้า”
พระพายรู้ว่าคนที่เหนื่อยกว่าเธอคือพาขวัญเพื่อนเธอคนนี้เป็คนดีเธอรู้และเธอเองก็พร้อมที่จะสนับสนุนคนดีเสมอพร้อมหันไปคุยกับจันทร์เ้าที่นอนดุ๊กดิ๊กที่เบาะนอนพร้อมกดจมูกไปที่แก้มพองของหนูน้อยหนึ่งฟอด
...........................................................................