71 2-2
ตอนที่128 กระบี่ทัณฑ์ฟ้า (2)
เซียถงกวาดสายตามองไปที่กระบี่เล่มยาวคมแสงเจิดจรัสสว่างแพรวพราวสาดสะท้อนใส่ดวงตาของนางความเหนื่อยล้าเจ็บปวดทั่วร่างกายพลันอันตรธานหายวับไปทันที กระบี่ยาวเล่มนั้นช่างเสน่ห์เสน่ห์เกินห้ามใจนางมิอาจต่อต้านแรงปรารถนา ก้าวย่างตรงเข้าไปหากระบี่เล่มนั้นทันควัน
“นายท่านลองละสายตาจากกระบี่ทัณฑ์ฟ้าสักครู่ แล้วมองซ้ายแลขวาดูดีหรือไม่?”
เสี่ยวฮั่วเปล่งเสียงกล่าวขึ้นภายในห้วงความคิดของเซียถงฟังจากน้ำเสียงแล้ว ดูท่าทางมันค่อนข้างอึดอัดใจ
ได้ยินคำเตือนสติเซียถงหันขวับพลันสังเกตได้ว่า ในสถานที่แห่งนี้มิได้มีเพียงนางโดยลำพังแต่ยังมีอีกสองร่างยืนอยู่บนโขดหินด้านซ้ายและขวาตรงข้ามซึ่งกันและกันทั้งคู่ต่างกระชับถือกระบี่เล่มยาวเปรอะเปื้อนคราบเลือดสดรินหยดเป็นทางในกำมือจับจ้องกันตาเขม็งไม่คลายอ่อน บรรยากาศเสมือนได้กลิ่นดินปืนกำลังปะทุระเบิด
เย่หลีเทียนและชายผู้นั้นทั้งสองร่างกายล้วนเปียกโชกชโลมไปด้วยเลือดทว่าต่างฝ่ายยังคงรักษาความสง่าเกินพรรณนาเอาไว้ได้สีหน้าเปี่ยมไปด้วยหลากหลายอารมณ์ บาดแผลทั่วร่างยิ่งเสริมแสดงให้เห็นว่าศึกสัประยุทธ์ในคราวนี้เดือดดุจัดจ้านเพียงใดถึงเสื้อผ้าจะขาดลุ่ยเป็นเศษเล็กเศษน้อยเสมือนขอทานแต่นี่ก็มิอาจลดทอนความทรงบารมีที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของทั้งคู่ดุจดั่งเซียนสวรรค์ลงได้
สองสายตาสบปะทะบรรยากาศมันช่าง....
มิใช่ว่าพวกนั้นจะสู้กันอีกยกกระมัง? เพราะหากปะทะท้าชนกันอีกคราเกรงว่านางไม่เหลือเรี่ยวแรงหนีหรือกระทั่งหาที่หลบซ่อนตัวแล้วโดนลูกหลงคลื่นลมปราณกระแทกใส่สักระลอก มิใช่ว่านางถึงตายเลยรึไง? และยิ่งไปกว่านั้น ที่นี่น่าจะเป็นบริเวณถ้ำชั้นลึกสุดกล่าวได้ว่าเป็นโครงสร้างหลักที่พยุงถ้ำแห่งนี้เอาไว้หากถูกทำลายจนเกิดความเสียหายหนักขึ้นมา มีโอกาสสูงมากที่ตัวถ้ำทั้งหมดจะถล่มลงมากล่าวได้ว่าพวกเขาทั้งสามถูกฝังทั้งเป็น! เซียถงที่นึกขึ้นได้เช่นนั้นพลันวิตกกังวลขึ้นทันทีเฝ้ามองสถานการณ์ทั้งสองที่มีโอกาสปะทุได้ทุกเมื่อด้วยความระมัดระวังสุดขีด
ตระหนักได้ถึงสายตาคู่นั้นของเซียถงที่กำลังจับจ้องมองมาทั้งเย่หลีเทียนและชายผู้นั้นต่างเบนความสนใจเข้าหานางในทันใด
ภายใต้สายตาฉายแววตื่นตัวอยู่ตลอดของนายทั้งสองทำเอาแผ่นหลังของเซียถงเปียกชุ่ม มีเหงื่อเย็นไหลหลั่งออกมาโดยมิตั้งใจเหลือบแลไปทางกระบี่ทัณฑ์ฟ้าที่ปุกอยู่บนแผ่นศิลาอยู่ปราดหนึ่ง พยายามทำใจให้สงบกล่าวประนีประนอมเสียงอ่อนประดุจแม่พระขึ้นอย่างไวว่า
“พวกเจ้าคงไม่อยากสู้กันต่อที่ตรงนี้กระมังภายในถ้ำชั้นลึกปานนี้ หากปะทะประมือกันมีหวังตัวถ้ำได้ถล่มลงมาจริงๆกลบฝังพวกเราทั้งเป็นแน่นอน ก็ขอชี้แนะสักข้อ อย่าพึ่งสู้กันที่นี่เป็นดีที่สุด”
ทั้งเย่หลีเทียนและชายผู้นั้นยังคงยืนนิ่งไม่ขยับเขยือนใดๆดวงตาของทั้งสองก็ยังจับจ้องไปที่เซียถงไม่ไปไหนเช่นกัน
ไฉนชายสองคนนี้เอาแต่มองนาง? หูหนวกไม่ได้ยินที่พูดไปรึอย่างไร?
“หากไม่อยากให้ถ้ำถล่มฝังพวกเราทั้งเป็นก็ขอแนะนำอย่าสู้กันที่นี่ ได้ยินหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่าทั้งสองยังไม่มีทีท่าตอบสนองใดๆเซียถงจึงเปล่งเสียงตะโกนเอ่ยทวนคำพูดของนางอีกครา
ในครั้งนี้ชายทั้งสองล้วนมีปฏิกิริยาตอบกลับในที่สุดสายตาทั้งสองคู่ต่างถอดถอนออกมาจากใบหน้าของเซียถง แต่ก็ยังกลิ้งกลอกไปมาบ้างยังมีลอบมองนางอยู่เป็นระยะ
เอ่อ...มีอะไรติดหน้าข้ารึไง? ไยพวกเจ้าถึงต้องทำท่าทีแปลกๆมองกันแบบนั้น? เซียถงที่คิดได้ดังนั้นพลางยกมือยกไม้ขึ้นเกาศีรษะของตนดังแกร๊กๆ ทั้งสีหน้างุนงง
“นายท่านเอ่อ...ท่านโป๊หมดแล้ว...”
เสี่ยวฮั่วได้แต่ส่ายหน้าส่งเสียงเตือนขึ้นดังอย่างละอายใจภายในห้วงความคิด
ห่ะ?! โป๊?! เซียถงรีบก้มหน้ามองดูร่างกายของตน เห็นเพียงชุดเสื้อผ้าผืนบางใสเปียกชุ่มติดแนบกับเรือนร่างอรชรจนเห็นด้านในเผยทรวดทรงโค้งเว้าเรียวบางแห่งอิสตรีทรงเสน่ห์และจุดที่น่าดึงดูดสายตาที่สุดคงหนีไม่พ้นเนินอกอวบอิ่มสีขาวผ่องประดุจหิมะใต้เสื้อผ้าที่เปียกแฉะ
แต่หากให้กล่าวตามจริงแค่นี้ยังไม่เรียกว่าโป๊ด้วยซ้ำสำหรับเซียถงนางแทบจะไม่ได้สนใจอะไรเลยด้วยซ้ำได้แต่ยืนเท้าสะเอวทั้งชุดเสื้อผ้าที่เปียกแฉะอยู่แบบนั้น
“สวมนี่ก่อน”
ชายผู้นั้นโยนเสื้อคลุมชั้นนอกออกไปให้พร้อมกล่าวกับเซียถง
ทางด้านเย่หลีเทียนยังคงจ้องเซียถงตาไม่กะพริบมิอาจทรงทราบได้สักนิดว่า ชายคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่สังเกตเห็นเพียงดวงตาคู่นั้นที่ค่อยๆ หม่นประกายมืดลง เซียถงเดาไปว่าอีกฝ่ายคงจะจินตนาการเรื่องสกปรกต่ำทรามอยู่ก็เป็นได้
ภายใต้สายตาที่มิอาจคาดเดาได้ของเย่หลีเทียนทำเอาเซียถงเสียวซ่านลามไปยังหนังศีรษะชั่วขณะหนึ่ง เก็นเป็นดังนั้นนางก็รีบเร่งมือสวมเสื้อคลุมตัวโคร่งทับ ปิดบังเรือนร่างอิสตรีของตนโดยไวปรายหางตาเหลือบไปทางเย่หลีเทียน เอ่ยปากประชดประชันขึ้น เสียดสีอีกฝ่ายทันใดว่า
“สงสัยว่าไม่เคยเห็นหญิงสาวเนื้อตัวเปียกโชก?จ้องขนาดนั้น มิกลัวจะปวดตากระมัง?”
เมื่อได้ฟังคำเสียดสีจากปากเซียถงเย่หลีเทียนพลันหันขวับมองไปยังทิศทางอื่นโดยไวส่วนชายผู้นั้นเคลื่อนสายตามองเซียถงเล็กน้อย ภายในใจรู้สึกชื่นชมฝีปากของหญิงสาวนางนี้นับว่าเผ็ดดุ ชั่วขณะต่อมา แลเห็นนางมองสวนกลับมาชายผู้นั้นรีบหันหน้าหนีไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวจะโดนหารเลขไปด้วยอีกคน
ในเวลานี้ทั้งชายผู้นั้นและเย่หลีเทียนไม่มีใครกล้ามองนางอีกต่อไปทว่าทั้งสองกำลังจับจ้องไปที่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าจนเป็นตาเดียว
ชั่วพริบตาเดียวสองคู่เท้าไสววูบ ปราดพุ่งเข้าใส่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าด้วยความเร็วเต็มพิกัดปรากฏเป็นเงาร่างโฉบเฉียวอยู่สองสายเซียถงที่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าพลันรู้สึกกังวลใจอยู่บ้างแต่โชคยังดีที่ทั้งสองคนเป็นศัตรูกัน เลือกที่จะเข้าปะทะชนกันก่อนมิได้พุ่งเข้าไปแย่งกระบี่เล่มนั้นกันโดยตรง
แต่ภายใต้ศึกสัประยุทธ์เดือดระหว่างปรมาจารย์ขอบเขตราชันย์ม่วงเฉกเช่นนี้นางจะเสาะหาจังหวะใดไปฉกฉวยกระบี่ทัณฑ์ฟ้าขึ้นมาได้ก่อนล่ะ? นางเหลือบหางตามองไปทางบ่อน้ำที่ดำมากันในทีแรกเริ่มคำนวณแผนการภายในใจอย่างลับๆ ผ่านไปสักครู่หนึ่งพอเห็นว่าชายสองคนนั้นมิได้สนใจตัวนางเลยแม้แต่น้อยเซียถงก็ก้าวย่างเดินไปหยิบก้อนหินขนาดเล็กมาก้อนหนึ่งอัดพลังลมปราณขุมใหญ่ควบแน่นลงไปในหินก้อนนั้น และหันเล็งไปทางบ่อน้ำง้างนิ้วดีดออกไปสุดแรงเกิด
‘บูม!’
เสียงหินก้อนนั้นระเบิดใต้น้ำดังสนั่นลั่นกึกก้องไปทั่วถ้ำกังวาน ทำเอาชายทั้งสองคนนั้นที่กำลังต่อสู้กันอยู่หยุดชะงักท่าร่างสาดกระบวนหันขวับไปทางต้นเสียงที่มาจากใต้บ่อน้ำด้วยความตื่นตระหนก กังวลว่ากิเลนสมุทรจะเข้าร่วมศึกสัประยุทธ์เดือดเป็นฝ่ายที่สามด้วยหรือไม่?
เสี้ยวพริบตานั้นเองเซียถงกระโจนขึ้นจากที่ซ่อน เพียงปลายเท้าแตะสัมผัสพื้นดิน นางระดมพลังลมปราณสุดขีดใช้พื้นค้ำยันอัดเป็นแรงส่ง ดีดตัวเองพุ่งเข้าใส่กระบี่ทัณฑ์ฟ้าพร้อมยกมือคว้าด้ามกระบี่ กระชากดึงออกมาจากแผ่นศิลาอย่างรวดเร็ว
เย่หลีเทียนรีบเร่งหันกลับมาแต่กลับสายเกินไปเสียแล้วเซียถงได้กระบี่โบราณเล่มนั้นอยู่ในกำมือเป็นที่เรียบร้อย เห็นเป็เช่นนั้นเขาทำได้เพียงฟันฟาคลื่นกระบี่คมเขี้ยวเสี้ยวจันทร์ยิงใส่นางหวังพิฆาตให้ตายในอึดใจเดียวแต่ชั่วขณะต่อมา กลับถูกคลื่นกระบี่สีเงินประกายจากเบื้องหลังเข้าสกัดหยุดเอาไว้ก่อนถึงตัวเซียถงอย่างทันท่วงที
เซียถงกระโดดเหยียบแผ่นหินเบี่ยงทิศทางเพื่อย้อนโจมตีสวนอีกฝ่ายกลับไปนางโถมพลังลมปราณทั้งหมดลงไปในคมกระบี่ทัณฑ์ฟ้าภายในมือทั้งสองข้าง ทันใดนั้นคมกระบี่ทัณฑ์ฟ้าพลันเปล่งแสงสีมรกตเขียวสว่างไสวต่อหน้าต่อตาเย่หลีเทียนที่เห็นดังนั้น ดวงตายิ่งทวีความเข้มข้น ทอประกายสีทมิฬดำจัดฉาดฉายแววเดือดดุ เขาเปลี่ยนท่าจับกระบี่เป็นสองมือกรอกเทขุมพลังความแกร่งกล้านับไม่ถ้วนลงในสองมือนั้นที่จับด้ามกระบี่ให้มั่นเตรียมเข้าปะทะเต็มพิกัด