ตอนที่ 5มีถึงสองคริสตัลวิวัฒนาการ (รีไรท์)
“สเตล่า...ทำไม! ทำไม!” ไนเรลผวาตื่นขึ้นมาด้วยความใเขาฝันถึงสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีต มันคือฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนเขาในทุกคืน
แต่เมื่อมองไปรอบ ๆ ไนเรลบอกตัวเองว่านั้นเป็แค่ความฝันเท่านั้น
เขาไม่รู้ว่าตัวเองเผลอหลับไปเมื่อไหร่ แสงของอาทิตย์ส่องเข้ามาหมายความว่ามันเป็เวลาเช้าตอนนี้ฝนหยุดตกแล้ว เสียงของทีวีที่อยู่ในห้องยังดังต่อเนื่องทั้ง 4คนนั่งดูอย่างเคร่งเครียดที่โต๊ะมีโทรศัพท์วางอยู่ดูเหมือนพวกเขาพยายามที่จะโทรหาครอบครัวโดยเฉพาะดาลิธที่ดูจะกังวลเป็อย่างมาก
ไนเรลมองลงไปที่ตักนิเรียยังคงหลับอยู่แต่ที่หน้าผากของเธอมีบางอย่างที่แตกต่างออกไปมีคริสตัลสีขาว ทรงข้าวหลามตัด ขนาดเท่าเมล็ดถั่วเขียวติดอยู่นี่คือสิ่งที่ถือกำเนิดขึ้นมาพร้อมกับตอนวิวัฒนาการ เป็มนุษย์ชั้นสูงรูปทรงของคริสตัลจะต่างกันออกไปตามประเภทของพลัง
พลังประเภทที่สามารถควบคุมธาตุ จะมีรูปทรงวงกลม
พลังประเภทกลายร่างเป็สิ่งมีชีวิตอื่น ๆก็จะมีลักษณ์คริสตัลสามเหลี่ยม
พลังประเภทพลังจิตใจซึ่งเป็พลังที่ถูกจัดว่าเป็พวกมีความเสี่ยงสูงต้องถูกเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจะมีคริสตัลเป็รูปหยดน้ำ
พลังประเภทสนับสนุน ซึ่งเป็พลังประเภทเสริมความสามารถต่าง ๆให้กับร่างกาย จะมีคริสตัลลักษณะสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ซึ่งพลังของนิเรียก็จัดอยู่ในประเภทนี้เช่นกัน
และสุดท้ายนั้นพลังประเภทลึกลับจะมีคริสตัลลักษณะเป็วงรีและตัวเขาก็มีพลังที่จัดอยู่ในประเภทนี้
ไนเรลเลื่อนมือไปจับที่หน้าผากเหนือระหว่างคิ้วขึ้นมาเล็กน้อยมันมีคริสตัลอยู่ เขารู้สึกโล่งใจตอนแรกเขานึกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับการวิวัฒนาการของเขาหรือไม่แต่ดูแล้วมันไม่มีปัญหาอะไร
นิเรียที่ตอนนี้ตื่นขึ้นมาเธอขยี้ตาเล็กน้อยราวกับว่าตาของเธอมีปัญหาแต่แล้วเมื่อเธอมองไปที่ไนเรลก็ถามด้วยความแปลกใจ
“พี่ตื่นแล้วเหรอ มีอะไรติดอยู่ที่หน้าผากนะ?” เธอเอามือปิดปากขณะที่หาวออกมา
“ของน้องก็มี” ไนเรลชี้ไปที่หน้าผากของนิเรีย
เธอจึงใช้มือจับที่หน้าผากของเธอแล้วก็ต้องใเธอจำได้ว่าก่อนนอนไม่ได้เอาอะไรมาติดไว้
‘หรือว่าพี่จะเป็คนทำ?’ นิเรียคิดในใจจากนั้นก็หันไปมองไนเรลแล้วถาม“พี่เป็คนทำใช่ไหม? ทำไมมันแกะไม่ออก?”
“ใช่ซะที่ไหนละ! ปล่อยมันไว้อย่างนั้นแหละเดี๋ยวพี่อธิบายให้ฟัง”
หลังจากนั้นเขาก็อธิบายเื่ของการวิวัฒนาการการกลายเป็มนุษย์ชั้นสูงให้กับเธอฟัง
นิเรียฟังไปก็อ้าปากค้างไป ไม่ใช่เพียงแค่เธอแต่ทั้ง4คนที่ไม่รู้ว่ามานั่งฟังั้แ่ตอนไหนก็อ้าปากค้างเช่นกันแต่ที่มากไปกว่านั้นก็คือความอิจฉา การที่มีพลังพิเศษนั้นมันเหมือนกับฝันของทุกคนเลยไม่ใช่เหรอโดยเฉพาะในเวลาแบบนี้พลังคือทุกสิ่ง
คารอนรีบถามทันที “ลูกพี่ไนเรล ทำอย่างไรถึงจะได้พลังแบบนั้นมา”
ไม่รู้ว่าคารอนเปลี่ยนสรรพนามในการเรียกเขาั้แ่ตอนไหน จากพี่เป็ลูกพี่แทน
ไนเรลหันไปมองทั้ง4 คนที่ตั้งใจฟังอย่างเต็มที่“ขึ้นอยู่กับโชคและวาสนา”
ทั้ง4 คนได้ฟังก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาอย่าคิดว่าบางทีตนอาจจะเป็คนที่โชคดีงั้นก็ได้
แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่ไนเรลพูดต่อมาก็ต้องรู้สึกหมดหวังเพราะมันขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนและคนที่จะกลายเป็มนุษย์ชั้นสูงมีแค่ 1 ใน 1,000 เท่านั้นโดยเฉพาะ่แรกที่เกิดเองตามธรรมชาติมีแค่ 1 ใน 10,000 หรืออาจจะ 100,000เลยก็ได้
และหลังจากผ่านไปสักพักก็จะมีมนุษย์ชั้นสูงเกิดขึ้นตามมา เนื่องจากสภาพแวดล้อมและการกลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงมนุษย์ค้นพบบางสิ่งที่ช่วยในการวิวัฒนาการเป็มนุษย์ชั้นสูงจะถึงแบบนั้นอัตราส่วนระหว่างมนุษย์ชั้นสูงก็ยังมีน้อยกว่าคนธรรมดาอยู่มาก
ตอนนี้ตัวเขาและนิเรียเป็มนุษย์ชั้นสูง ระดับ ขาว ถ้าดูจากสีของคริสตัลที่อยู่บนหน้าผาก
ซึ่งจะมีระดับพลังที่ภายหลังได้ถูกแบ่งและใช้กันอย่างกว้างขวางตามระดับการปลดปล่อยพลังงานต่อเซลล์ที่เซลล์สร้างขึ้นได้คือ ขาว เทา น้ำตาล เขียว น้ำเงิน และม่วง ที่เป็ระดับพลังที่มนุษย์เคยไปถึงซึ่งพวกเขาเ่าั้เเทบจะเรียกได้ว่าเป็ตัวตนที่สามารถบินและกลายเป็สิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ไปแล้ว
ไนเรลมองไปที่นาฬิกาตอนนี้มันก็ 6:00 กว่าแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็ถามเื่ที่ให้ทั้ง4 คนไปทำเมื่อวาน“พวกนายจัดการซอมบี้ที่หน้าประตูหรือยัง?”
“เรียบร้อยแล้วครับ พี่ไนเรลแต่พวกมันดูเหมือนจะมาเพิ่มอีก” ดามินกล่าวแต่แล้วก็มีเสียงบางอย่างะเิขึ้น
ตูม! ตูม! ตูม!
“เกิดอะไรขึ้น?” ทุกคนถามออกมาเป็เสียงเดียวกัน
ไนเรลไม่รอช้ารีบออกมาข้างนอกและมองไปทิศทางที่มีกลุ่มควันเมฆดอกเห็ดขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า
ะเิยังคงเกิดขึ้นอีกหลาย ๆ จุด มันส่งคลื่นแรงสั่นะเืมาตามผิวดินจนสามารถรู้สึกได้อย่างชัดเจน
“นั้นมันทางเมืองหลวงไม่ใช่เหรอ?”
“ดูทางนั้นเครื่องบินทิ้งะเิ”
เสียงสัญญาณเตือนภัย และไซเรนดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่องไปทุกพื้นที่พร้อมกับเสียงประกาศที่ดังใกล้เข้ามา
“โปรดอยู่แต่ในบ้าน! หลีกให้ห่างจากผู้ติดเชื้อ! อย่าได้ตื่นตระหนก!ตอนนี้ทางรัฐบาลกำลังควบคุมสถานการณ์!”
“โปรดอยู่แต่ในบ้าน! หลีกให้ห่างจากผู้ติดเชื้อ! อย่าได้ตื่นตระหนก!ตอนนี้ทางรัฐบาลกำลังควบคุมสถานการณ์!”
ปัง! ปัง! ปัง! อ๊าก ๆ!
มันเป็เสียงปืนและเสียงกรีดร้องของคนในหมู่บ้านนี้ดังมาอย่างต่อเนื่องบ้านของพวกเขาอยู่บนเนินเขาที่ใกล้กับถนนหลักดังนั้นจึงสามารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนถนนได้อยู่ราง ๆ
บนถนนเต็มไปด้วยกำลังทหารทั้งรถถังและรถหุ้มเกาะที่ตอนนี้รถได้ออกมาจากในตัวเมืองกันอย่างหนาแน่นเพื่อที่จะเปิดทางเข้าไปในตัวเมืองหลวงให้ได้ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังมีซอมบี้จำนวนมากอาละวาดคลุ้มคลั่งไล่กินผู้คนอย่างต่อเนื่อง
เสียงของเฮลิคอปเตอร์บินเข้าออกอย่างต่อเนื่อง
‘สถานการณ์ตอนนี้ดูจะแล้วร้ายยิ่งกว่าที่คิด’ไนเรลมองไปตอนนี้มีซอมบี้จำนวนมากออกมาจากทางเมืองอย่างต่อเนื่องเพราะพวกมันได้ยินเสียงปืนที่ดังมาจากกองกำลังทหาร
นั้นทำให้มีซอมบี้บางตัวหลุดหลงฝูงแล้วเข้ามาในหมูบ้านและหน้าบ้านของไนเรลอย่างต่อเนื่อง
“นิเรีย น้องไปหยิบปืนที่พี่ให้ไว้มา” ไนเรลกล่าวก็หันไปบอกกับคนอื่นๆ “ส่วนพวกนายถ้าอยากอยู่ที่นี่ก็ไปหาของที่พอจะเป็อาวุธมาแล้วมารวมตัวกันตรงนี้หาอะไรป้องกันแบนมาด้วย”
ทุกคนแยกย้ายกันไปทันทีเขาก็ไปหยิบดาบออกมาเช่นกันและคาดไว้ที่ข้างเอวด้านซ้าย ส่วนข้างขวามีปืนลูกโม่อยู่
ไนเรลกลัวว่ามันยังไม่พ่อเขาจึงไปเอาหนังสือเล่มหนามา 4เล่มและใช้เทปพันติดกับที่แขนและขาจนพวกมันดูคล้ายกับเกาะหนังสือดี ๆ นี่เอง“แค่นี้น่าจะพอแล้ว”
คนอื่นที่เห็นเขาทำแบบนี้ก็ทำตามทันที
มนุษย์ชั้นสูงแล้วพวกเขามีภูมิต้านทานและการฟื้นตัวที่สูงกว่าคนปกติเชื้อที่ได้รับจากซอมบี้ ระดับ 1 ไม่สามารถที่จะตามทำอะไรได้
แต่คนธรรมดาไม่สามารถต้านเชื้อซอมบี้ ระดับ 1 พวกนี้ได้เลยแม้แต่น้อยเพียงแค่รอยข่วน รอยกัดเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้ตายและกลายร่างเป็ซอมบี้ได้แล้ว
แต่ที่ไนเรลเอาหนังสือมาติดกับแขนแบบนี้ก็เพราะว่าถึงแม้จะโดนกัดแล้วไม่ถึงกับตายแต่มันยังเจ็บและการเป็แผลในตอนที่โลกเป็แบบนี้ถือว่าอันตรายมากเช่นแผลอักเสพ ป่วย หรือแม้แต่ติดเชื้อในกระแสเื
และการเสียเื มีแผลจำนวนมาก ระหว่างต่อสู้ก็ทำให้ความสามารถในการต่อสู้ลดลงเช่นกัน
เขาพยายามใส่ใจในสิ่งเหล่านี้เพราะมันสามารถช่วยให้เขามีชีวิตรอดมาได้นักต่อนักแล้ว
ในอดีตเคยมีมนุษย์ชั้นสูง ระดับเทาตายโดยความโง่เขลาเพราะออกไปต่อสู้โดยไม่ใส่อุปกรณ์ป้องกันอะไรเลยผลสุดท้ายเขาเสียเืมากจนตายด้วยแผลเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามร่างกาย
ไนเรลไม่ยอมมาตายเพราะเื่พวกนี้อย่างแน่นอน
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว ทั้ง6 คนก็มายืนอยู่ที่หน้าประตูมองไปที่ซอมบี้จำนวนเกือบ40 ตัวที่ตอนนี้กระแทกกรงเหล็กอย่างต่อเนื่อง
“น้องจำที่พี่บอกได้ใช่ไหม เกี่ยวกับพลังของน้อง”
“อืม” นิเรียพยักหน้าตอบและคิดถึงสิ่งที่ไนเรลพูด
พลังของเธอนั้นคือ [ดวงตาเทพ ระดับ s] มันทำให้เธอมองเห็นได้ไกลเเม่นยำแม้ในกลางคืน และการรับรู้ที่รวดเร็ว
“น้องแค่เริ่มกระตุ้นพลังมันก็เหมือนกับควบคุมการหายใจและการขยับแขนขา ซึ่งคือความรู้สึกเดียวกัน”
นิเรียทำตามที่ไนเรลอธิบาย อย่างช้า ๆ
ทันใดนั้นม่านตาเริ่มเปิดกว้าง ดวงตาของเธอก็เริ่มขยับอย่างรวดเร็วจนแทบจะกลายเป็ว่าในลูกกระตาของเธอมีดวงตาหลายดวง
“เป็อย่างไร?” ไนเรลถามน้องสาวของเขา
ดาลิธ ไมน่า คารอน และดามินที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รู้สึกสนใจเป็อย่างมากนี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นคนที่มีพลังเหนือธรรมชาติแบบยอดมนุษย์ในการ์ตูน
แต่ตอนนี้พลังเหนือธรรมชาติในการ์ตูนหรือนิยายมันจะไม่ใช่แค่ความเพ้อฝันอีกต่อไปแล้วในโลกใบนี้
นิเรียอธิบายด้วยความตื่นเต้น“หนูรู้สึกว่าไปยืนต่อหน้ามันและพวกมันก็เคลื่อนไหวช้ามาก”
“ดี! แต่อย่าหลงใหลในความรู้สึกนั้นถึงแม้จะมองพวกซอมบี้มันจะเคลื่อนที่ช้าแต่ความจริงแล้วการรับรู้ของน้องสูงเกินไปแต่ร่างกายยังตอบสนองไม่ทันให้ใช้ปืนเป็หลักในการฆ่าพวกมัน เข้าใจนะ” ไนเรลอธิบายอย่างละเอียดและมองไปที่นิเรีย
“หนูเข้าใจแล้ว”
“ดีมาก เรามาเริ่มฝึกกันเถอะ”
“เริ่มฝึกอะไร?” คารอนที่ถือมีดสั่นของไนเรลอยู่ถามด้วยความสงสัย
แต่ยังไม่ทันที่จะได้คำตอบ ไนเรลก็เปิดประตูบ้านที่ให้ซอมบี้เข้ามาเพื่อฝึกให้พวกเขารับมือและเชิญหน้ากับซอมบี้ได้โดยที่ไม่กลัวพวกมันจนทำอะไรไม่ถูก
“เดี่ยว ลูกพี่ไนเรลจะทำอะไรนะ?” คารอนถามด้วยความใ
ซอมบี้วิ่งเข้ามาหาทั้งกลุ่มทันทีด้วยความกระหายปากที่กว้างจนถึงหูพร้อมกับเสียงคำรามเสมอว่าพวกมันดีใจที่เข้าไม่ได้รีบวิ่งตรงไปหาอาหารสดที่อยู่ด้านหน้าทันที
ปัง!
นิเรียยิงไปที่ซอมบี้ตัวแรกทันที แต่ดูเหมือนเธอจะยิงพลาดไปเล็กน้อยไปโดนไหลของมันแทน ด้วยปืนลูกโม่ทังสแตนที่ยิงออกไปแรงของลูกปืนทำให้ร่างมันหนุนล้มลง ไหลของซอมบี้ถึงกับแหลกทันที
มันลุกขึ้นมาทั้งที่แขนห้อยเกือบหลุดขาดออกจากไหลเลือกสีดำเหม็นคาวไหลออกมา
ปัง! ปัง!
ยิงไปอีก 2นัดก็เข้าที่หัวของซอมบี้จนสมองกระจายะุทะลุไปโดนหัวซอมบี้ที่ด้านหลังทำให้มันล้มลงไปทันที
‘ตอนนี้มีซอมบี้เข้ามาประมาณ 10 ตัวแล้วซึ่งน่าจะพอให้พวกนี้ฝึกกันแล้ว’
ไนเรลจึงปิดประตู แต่มันก็ไม่ได้ง่ายแบบนั้น เมื่อพวกมันพยายามดันกันเข้ามาเขาจึงใช้ดาบแทงเข้าไปที่เบ้าตาของซอมบี้ด้วยความที่ดาบมันยาวจึงทะลุออกจากหัวไปโดนซอมบี้อีกตัว
จากนั้นเขาก็ใช้เท้าถีบไปที่ซอมบี้จนกระเด็นออกไปจึงสามารถปิดประตูได้ แต่ดูเหมือนว่าซอมบี้ตัวที่ 10ที่พึ่งเข้ามาจะหันกลับมาและพุ่งเข้ามากัดเขา
ไนเรลรีบยกเเขนขึ้นกันทันทีซอมบี้เข้าไปกัดที่หลังสือที่ถูกพันอยู่บนแขนไม่ปล่อยพวกมันไม่มีสติปัญญาที่สูงนักจึงคิดว่าที่กัดคือแขนของเขา
ไนเรลค่อย ๆ ใช้มืออีกข้างหยิบปืนลูกโม่ออกมาจากนั้นก็จอไปที่หัวซอมบี้และเหนี่ยวไกปืน
ปัง!
ซอมบี้หงายล้มลงไปตายคาที่ ตอนนี้ซอมบี้ตัวอื่น ๆกำลังเข้าไปหาคนอื่น ๆ โดยเฉพาะพวกผู้หญิงที่ตอนนี้หลบอยู่หลัง นิเรีย
ขณะที่ คารอนและดามินกำลังใช้วิธีเดียวกับไนเรลคือให้พวกมันกัดไปที่หนังสือจากนั้นก็ใช้มีดสั้นทังสแตนแทงไปที่ดวงตา
ซอมบี้ ระดับ 1 พวกนี้มันมีพลังกำลังที่มากกว่ามนุษย์ไม่มากนัก
“ย้า...”
ทั้งสองคนจึงพอที่จะสู้มันได้
แต่ดูเหมือนทางนิเรียจะแย่พอสมควร มือเธอเริ่มสั่นเล็กน้อยเธอพึงจะอายุ 14 เท่านั้นแต่ต้องมายิงปืนลูกโม่ทังสแตนที่มีแรงถีบสูงก็ไม่แปลกที่จะมีอาการแบบนั้น
“ย้าาา!!!” ตอนนี้เหลือซอมบี้อีก 3 ตัวเขาจึงเดินไปที่ข้างหลังมันจากนั้นก็เหวี่ยงดาบยาวทังสแตนตัดหัวมันอย่างชำนาญ
เขาเชื่อว่าแม้แต่หลับตาก็ยังสามารถตัดหัวซอมบี้ ระดับ 1 ทั้งสามได้เพราะเข้าสู้กับพวกมันมาเป็เกือบ 20 กว่าปีแล้วถึงแม้ระดับพลังจะไม่เท่าเดิมก็ตามแต่เทคนิคและวิธีการสู้เขายังจะมันได้อยู่โดยไม่มีทางลืมมันลงไปได้อย่างแน่นอน
หลังจากฆ่าซอมบี้ทั้ง10 ตัวแล้วเขาก็ให้ทั้งกลุ่มพักสักเล็กน้อยและเตรียมที่จะให้สู้กับซอมบี้อีก 10 ตัว
เขาเดินไปเผื่อที่จะยกร่างซอมบี้ที่ขว้างทางประตูออก
แต่ก็รู้สึกบางอย่างขึ้นมา มันเป็ความรู้สึกหิว เขาเริ่มที่จะหิวมากๆ ไนเรลมองไปตามสัญชาตญาณไปที่ซากของซอมบี้ที่โดนปืนยังจนหัวมีรูขนาดใหญ่
“อึก...น่าอร่อย” เขาถึงกับกลืนน้ำลายทันทีและเอื้อมมือไปจับที่แขนของซากซอมบี้และกำลังจะกัดลงไป
“พี่ไนเรล! ทำอะไรนะ?” ดาลิธที่เป็คนช่วยไนเรลกำลังจะยกซากซอมบี้ไปแอบก็ใกลัวมองไปที่ไนเรลที่กำลังจะกินเนื้อซอมบี้ถึงอย่างไรพวกมันก็เคยเป็มนุษย์มาก่อน
‘ไนเรลกำลังกินเนืุ้์’ดาลิธถึงกลับหน้าซีดถอยหลังและอาเจียนออกมาทันที คนอื่น ๆก็มองไปที่เขาเช่นกันด้วยความใ
ไนเรลรู้สึกตัวแล้วถึงกับแปลกใจ ‘เราเป็อะไรถึงได้คิดจะกินเนื้อซอมบี้’
ไนเรลรีบตั้งสติมองไปที่พวกซอมบี้และคนรอบข้าง แบบงง ๆเขาพยายามหาที่มาของความรู้สึกแล้วก็เจอมัน มันมาจากที่หน้าอกของเขา
ไนเรลรีบวิ่งไปที่ประตูบ้านที่เป็กระตกทันทีเขาถอดเสื้อของตัวเองออกด้วยความรีบร้อนแล้วก็ต้องใ
ที่หน้าอกของเขามีคริสตัลขนาดใหญ่เท่ากำปั้นอยู่มันเป็สีขาวรูปทรงที่แปลกมากเป็เหมือนกับ...เหมือนกับเมล็ดพันธุ์แห่งวิวัฒนาการรอบข้างมีรอยสีทองคล้ายรอยสักของกิ่งไม้ที่ไร้ซึ่งใบแผ่ขยายออกมารอบหน้าอกของเขา
“ไม่ผิดแน่มันคือคริสตัลแบบเดี่ยวกับที่อยู่บนหน้าผากเราและความรู้สึกอยากกินก็มาจากมัน” ไนเรลมองไปที่เงาในกระจกด้วยความงง