ขณะที่รถที่เรียกมาหยุดลงหน้าสตูดิโออย่างช้าๆ หลินเฉอ จางเหว่ยแล้วก็ต้าไห่จึงเดินขึ้นไปบนรถไปด้วยกัน หลังจากที่ผมกับซูซีหรานขึ้นไปบนรถแล้วจึงมุ่งหน้าเข้าสู่ทางหลวงทันที รถคันนี้มุ่งหน้าไปยังเขตเมืองหลวงเพื่อเข้าสู่ถนนอู๋จง กระทั่งเมื่อรถขับเข้ามาในหมู่บ้านที่เงียบสงบแห่งหนึ่งแล้วจึงหยุดลงที่หน้าร้านอาหารไพรเวทร้านหนึ่งทันที และทันใดนั้นดวงตาของจางเหว่ยก็ส่องสว่างขึ้นทันที“วันนี้เรามาร้านอาหารส่วนตัวกันเหรอ?”
“ใช่แล้ว……”
ซูซีหรานส่งยิ้มบาง“ฉันเคยมากินอาหารที่นี่ครั้งหนึ่งตอนที่มาประชุมที่ซูโจว รสชาติดีเลยล่ะ วันนี้เลยอยากจะให้ทุกคนได้ลองทานอาหารดีๆบ้าง ราคาไม่แพงหรอก 1 มื้อ 5 คนราคาไม่เกิน 1000 หยวน”
“อื้ม” ผมพยักหน้าสนับสนุน
……
ในช่วงเวลาที่กำลังรออาหารอยู่ในห้องอาหารนั้น ซูซีหรานที่นั่งลงข้างผมจึงหยิบสมุดบันทึกขึ้นมากางบัญชีรายรับรายจ่ายของสตูดิโอให้ผมดู และจากนั้นจึงพูดกับทุกคนด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า “จำไว้เลยว่า……กฎในทีมหลังจากนี้ คือรายได้ที่ได้จากการเก็บเลเวลทั้งหมดจะเก็บเข้าบัญชีกลางของสตูดิโอ ถ้าอยากเก็บเลเวลคนเดียวล่ะก็ 50% ของรายได้จะถูกหักเข้าบัญชีกลาง ซึ่งนี่ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บเลเวลคนเดียวหลังจากที่มีอาวุธดีๆแล้วน่ะ การเปิดเตาคนเดียวแบบนั้นไม่ดีแน่”
“สบายใจได้เลย” หลินเฉอยิ้มและพูดต่อว่า “ตราบใดที่การสำรวจแผนที่กับการโจมตีบอสยังต้องช่วยเหลือกันอยู่ คนที่จะเก็บเลเวลคนเดียวได้จริงๆก็คงมีแต่บอสติงคนเดียวเท่านั้นแหละ”
ผมเอามือลูบจมูกตัวเอง “ฉันเองก็พยายามจะเล่นเป็นทีมเท่าที่จะทำได้ นอกจากว่าจะไล่เก็บเลเวลกับดึงความได้เปรียบเท่านั้นล่ะถึงจะไปลุยเดี่ยว”
“ดีมาก”
จากนั้นซูซีหรานจึงพูดต่อว่า “โอเค งั้นตอนนี้เรามาเปิดประชุมครั้งที่ 1 กัน ส่งรายได้ของเมื่อวานทั้งหมดมาด้วยนะ”
หลินเฉอจึงพยักหน้ารับทันที “เงินรายได้ทั้งหมดของสตูดิโออยู่ที่ผม พี่ซีหรานเพิ่มอาลิเพลย์ ผมหน่อย ผมจะได้กดส่งให้พี่ทั้งหมดเลย ต่อไปเรื่องรายได้ต่างๆ พี่จะเป็นคนรับผิดชอบแทนผมนะ”
“เดี๋ยวฉันจะเปิดบัญชีใหม่ เป็นบัญชีกลางนะ”
“โอเค”
หลังจากที่ซูซีหรานเปิดบัญชีเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมที่เปิดบัญชีอาลิเพลย์ ในโทรศัพท์แล้วจึงวางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะทันที “นี่! รายละเอียดของรายได้ทั้งหมดอยู่ในนี้แล้ว เมื่อวานฉันขายยาเม็ดหวนคืนโลหิตไป 100 เม็ดราคา 3,000 หยวน ตอนนี้เงินทั้งหมดเข้าไปอยู่ในบัญชีของสตูดิโอแล้วนะ”
“โอเค”
ซูซีหรานที่ส่งยิ้มหวาน “บอสเป็นตัวอย่างของผู้นำมาก ถือว่าทำได้ดี!”
ผมหัวเราะร่า “ก็เธออุตส่าห์เดินทางจากเซี่ยงไฮ้มาเป็นหัวหน้าทีมของพวกเราถึงที่นี่ ฉันจะไม่สนับสนุนเธออย่างเต็มที่ได้อย่างไร?”
“ผมมีคำถาม” หวังจินไห่ถามขึ้นด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ
“คำถามอะไร?” ซูซีหรานหันมามองผม
“หัวหน้าทีม……”
หวังจินไห่จึงพูดขึ้นทันทีว่า “พี่สวยมาก พี่มีแฟนหรือยังครับ?”
นาทีนั้น ซูซีหรานรู้สึกอายขึ้นมาเล็กน้อย
ผมที่กระแอมไอในลำคอจึงพูดขึ้นว่า “อย่าถามอะไรแบบนี้เลย ฉันตอบนายได้เลยว่า ‘มี’ ”
“ไม่.....ไม่มีสักหน่อย” ซูซีหรานยืนยัน
ผมประหลาดใจ “ก่อนฉันออกมา ไม่ใช่ว่าเธอเริ่มคบกับหลินหยางแล้วเหรอ?”
“ไม่ได้คบจริงๆ”
ซูซีหรานที่พยักหน้ากัดริมฝีปากจึงพูดขึ้นว่า “ฉันไม่เคยมีความสัมพันธ์กับเขา และนอกจากนี้ แค่เรื่องเล็กๆน้อยๆที่เขาทำฉันก็ดูออกอย่างทะลุปรุโปร่ง ฉันจะไปคบกับคนแบบนี้ได้อย่างไร เรื่องที่พวกนายได้ยินก็เป็นเรื่องที่เขาพูดเองเออเองทั้งนั้น หลินหยางเข้าหาฉันจริง แต่ฉันก็ไม่ได้ตอบรับเขาสักหน่อย......”
“เรื่องเล็กๆน้อยๆ อะไรที่ทำให้เธอมองเขาอย่างทะลุปรุโปร่งได้ขนาดนั้น” ผมถามขึ้น
ซูซีหรานเงยหน้าขึ้น ขณะที่ดวงตาคู่สวยนั้นอ่อนแสงลง มองมาที่ผมและพูดขึ้นว่า “ก็เรื่องการแข่งขันโกลเด้นลีกเกมสุดท้ายที่นายลงแข่ง นายรู้ไหม บัญชีรายชื่อผู้เล่นในตอนนั้นเป็นฉันเองที่ทำเกินหน้าที่ส่งมันไปเองโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่นั่นก็เพราะฉันต้องการจะดูว่ากลยุทธ์ของนายจะสามารถเข้าร่วมการแข่งขันโกลเด้นลีกได้หรือไม่ ผลสรุปคือนายเอาชนะสโมสรจ้านเทียนเหมิงไป 4:0 ”
“เรื่องนั้น... มันกระทบเธอหรือเปล่า?” ผมขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย จากนั้นจึงพูดต่ออีกว่า “ตอนนั้นฉันก็รู้สึกว่ามันแปลกมากเหมือนกัน หลังจากที่เขาดองงานฉันไว้สองเดือน ทำไมจู่ๆก็ส่งฉันกับโจวเทียนซีเข้าร่วมการแข่งขันซะงั้น แล้วหลังจากนั้นเขาไม่ได้จัดการอะไรเธอเลยเหรอ ?”
“พวกเขา……”
ใบหน้าเรียวเล็กรูปไข่ของซูซีหรานจึงค่อยๆถูกปกคลุมไปด้วยความหนาวเย็นทันที และจากนั้นเธอจึงพูดขึ้นอย่างโมโหทันทีว่า “ใครจะคิดว่าพวกเขาจะพูดว่าอดีตผู้จัดการทีมอย่างฉันไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาผู้เล่นที่หลินถูเลือกไว้ออก และเขาพูดว่าฉันใช้ดาบราชวงศ์หมิงมาทำลายขุนนางแห่งราชวงศ์ชิง ฉันโกรธจริงๆ!”
ได้ยินดังนั้นหลินเฉอก็อดขำออกมาไม่ได้ “พี่ซีหรานใจเย็นลงก่อน อย่าโมโหไปเลย ทีมที่มีหลินถูเป็นจุดศูนย์กลางแบบนั้นไม่ใช่หยินหูที่พวกเรารู้จักอีกต่อไปแล้ว นอกจากนี้หลินถูคนนั้นก็ไม่ได้มีค่าพอให้เรานึกถึงหรอกหรอก”
และจากนั้นผมจึงพูดต่อทันทีว่า “ซีหราน ตอนนี้พวกเราเริ่มต้นใหม่แล้ว เรื่องเลวร้ายในอดีต พวกเราก็อย่าไปคิดถึงมันเลย ตอนนี้พวกเราสร้างทีมเทียนเสวี่ยนขึ้นมาแล้ว ก้าวแรกคือการหาเงิน ร่ำรวย และมีชื่อเสียง ก้าวที่สองคือ... ก้าวที่สองคืออะไรก็เรื่องของมันเถอะ ฉันยังไม่ได้คิด เอาเป็นว่าต่อไปไม่ว่าพวกเราจะเดินไปก้าวไหน ก็อย่าไปอยู่ภายใต้ความเมตตาของใครอีกก็พอ!”
ซูซีหรานที่มองผมด้วยแววตาลึกซึ้งและพยักหน้า “อื้ม ต่อไปพวกเราจะไม่รับความเมตตาจากใครอีก”
……
ไม่นานหลังจากนั้น อาหารก็ถูกนำมาเสิร์ฟแล้ว ที่นี่เป็นร้านอาหารจีนอันฮุยร้านหนึ่งที่มีรสชาติอาหารยอดเยี่ยมมาก อาหารรสเผ็ดก็เผ็ดกำลังดี โดยเฉพาะปลาร้าน้ำแดงที่แทบจะเป็นความเหม็นที่นำพามาซึ่งความหอมที่ทำให้รู้สึกเหมือนเดินอยู่ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่งดงามขึ้นมาทันควัน และในขณะที่พวกเรากำลังกวาดเรียบอาหารอยู่นั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหารทันที ขณะที่พวกเขาก็นั่งอยู่ข้างห้องอาหารของพวกเรานี่เอง วัยรุ่นประมาณ 6-7 คนที่พวกเราแทบจะได้ยินเสียงก่นด่ามาจากบทสนทนาของพวกเขาตลอดตั้งแต่ที่ย่างกรายเข้ามาและจนกระทั่งหายเข้าไปในห้องอาหารของตัวเอง กระทั่งเมื่อพวกเขานั่งลงแล้วเสียงพูดคุยเหล่านั้นก็ยังไม่เงียบหายไป อีกทั้งแม้แต่ฉากกั้นห้องนั้นก็แทบจะไม่สามารถลดเสียงของพวกเขาได้เลย
“แม่*เอ้ย……หั่วเยี่ยนฉู่ทำสำเร็จจนได้!” หนึ่งในนั้นพูดขึ้น
“พี่เฉียง คนของหั่วเยี่ยนฉู่มีมาก โดยเฉพาะนักบวชกับนักจิตวิญญาณ หากมีการควบคุมเพียงพอ ต่อให้จินซีเหอซีจะติดตั้งอุปกรณ์ที่ดีเลิศแค่ไหน เขาก็ถูกฆ่าตายได้ ถ้าหากไม่มีการควบคุมที่ใช้ดึงจินซีเหอซีเอาไว้ เกรงว่าหั่วเยี่ยนฉู่ที่ต้องการฆ่าจินซีเหอซีก็ทำไม่ได้แน่ นอกจากนี้จินซีเหอซีที่มีกำลังสู้รบสูงที่สุดในเมือง ทั้งยังมีสัตว์ขี่ไว้ในครอบครองแบบนั้น ความแข็งแกร่งนี่มันจะท้าทายสวรรค์เกินไป”
“หั่วเยี่ยนฉู่ก็หน้าไม่อายจริงๆ อัปโหลดวีดีโอที่ถ่ายไว้แค่ช่วงสุดท้ายตอนที่จินซีเหอซีถูกฆ่าตาย แล้วก็ลบวีดีโอช่วงก่อนหน้านี้ออกไปจนหมด ฉันได้ยินมาว่าปู้ฝูจิ้วก้านเป็นคนซุ่มโจมตี จากนั้นจึงใช้ความได้เปรียบทางด้านจำนวนคนไปโจมตีพวกของจินซีเหอซีที่มีสมาชิกในทีมแค่ 4 คน แต่สุดท้ายกลับถูกพวกของจินซีเหอซีกับชิวฉุ่ยหานฆ่ากลับไปกว่า 10 คนแทน นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเลือดหมดเสียก่อน ฉันว่าหั่วเยี่ยนฉู่เองก็คงจะถูกฆ่าตายเหมือนกัน”
“เสียดาย ถ้าเป็นพวกเราหวังเฉาป้าเยว่ที่เป็นคนฆ่าจินซีเหอซีแทนล่ะก็ ชื่อเสียงในเมืองจิ่นโจวของพวกเราก็คงจะดังกระฉ่อนขึ้นมาทันทีแน่!”
“ไม่เป็นไร พวกเรายังมีโอกาส ในเมื่อรู้แล้วว่าทีมเทียนเสวี่ยนอยู่ในเมืองจิ่นโจว ต่อไปก็คงจะได้เจอกันสักตั้งแน่!”
คนที่กำลังพูดอยู่คงจะเป็นหลิวเฉียง ผู้เล่น “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” ผู้ซึ่งเก่งกาจที่สุดของทีมหวังเฉาป้าเยว่ และขณะที่ยิ้มเย้ยหยันจึงพูดต่อทันทีว่า “ตราบใดที่พวกเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและมีจำนวนคนมากกว่านี้ ในอนาคตเลเวลและอาวุธของพวกเราก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน จนถึงตอนนั้นถ้าจะฆ่าจินซีเหอซีก็ยังไม่สาย ”
“พี่เฉียง คำพูดผมอาจไม่ค่อยน่าฟังนัก แต่ผมจะบอกว่าอัศวินจินซีเหอซีสุดยอดมากจริงๆ อย่างน้อยๆแล้วผมก็ยังไม่เคยเห็นใครที่สุดยอดไปกว่าเขาเลย ผมสงสัยว่าเขาอาจจะเป็นผู้เล่นยอดฝีมือระดับแนวหน้าสักคนในประเทศก็ได้”
“จะเป็นไปได้ยังไง?”
หลิวเฉียงที่ไม่ได้มีท่าทีโกรธเคืองจึงพูดต่ออีกว่า “อัศวินระดับแนวหน้าของประเทศก็นั่นไง “เทพยุทธ์ดาวเหนือ”ที่ตอนนี้ไอดีของเขายังไม่ปรากฏขึ้นในสกายโร้ดเลย บางทีเขาอาจจะต้องการวางมือแล้วจริงๆก็ได้ ต่อไปก็คงจะถึงคราวของ ‘กุ๋ยกู่จือ’ ของกู่เจี้ยน ‘กั่วเจวี๋ย’ , ‘เหล่ยเหยียน’ และคนอื่นๆอีกสองสามคนของเฟยเยว่ฉีซือถวน แต่ว่ามันจะอย่างไร? ต่อให้เป็นติงมู่เฉินก็ดี กุ๋ยกู่จือก็ดี มันก็แค่ทางเดินที่ทำให้ฉันก้าวขึ้นสู่อัศวินอันดับหนึ่งของประเทศเท่านั้น”
“ใช่ ตราบใดที่เรายังมีความเชื่อมั่นก็จะไม่มีเรื่องอะไรที่เราทำไม่ได้ ‘ผู้ที่มีใจมุ่งมั่น สวรรค์ย่อมไม่ทอดทิ้ง ผู้ที่อดทนต่อความอัปยศอดสูได้ ทหารเพียงสามพันนายก็สามารถตีทัพพ่ายได้เหมือนกัน ผู้ที่มีใจแน่วแน่ย่อมบรรลุผลในทุกเรื่อง ทหารฉู่สองหมื่นนายก็สามารถทำให้รัฐฉินเป็นของรัฐฉู่ได้เหมือนกัน’!”
“ถูกต้อง ขอเพียงมีความทะเยอทะยาน ไม่ว่าจะเมืองจิ่นโจวหรือทั้งประเทศก็จะมีที่ยืนสำหรับพวกเราหวังเฉาป้าเยว่!”
……
ผม ซูซีหรานและหลินเฉอที่ได้ยินต่างก็พูดไม่ออกทันที สิ่งที่น่ากลัวไม่ใช่ความหยิ่งผยองของอันธพาล แต่สิ่งที่น่ากลัวคืออันธพาลที่รู้จักวัฒนธรรมต่างหาก หลิวเฉียงคนนี้นี่มันหยาบคายจริงๆ……ก็นะ เกรงว่าแม้แต่โกลเด้นลีกเขาก็ยังไม่มีปัญญาเข้าร่วม คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยังกล้ามาพูดอะไรแบบนี้! ขึ้นครองตำแหน่งอัศวินอันดับหนึ่งในประเทศงั้นเหรอ หลงตัวเอง!
“คนของหวังเฉาป้าเยว่นั่งกินข้าวอยู่ห้องข้างๆเหรอ?”
จางเหว่ยขมวดคิ้วถาม
ขณะที่หวังจินไห่ก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัด
“ใจเย็น ต้าไห่”
ขณะที่ผมมองไปที่เขาจึงพูดขึ้นว่า “จำไว้ การต่อสู้ไม่ใช่เรื่องที่น่ายกย่อง นี่นับประสาอะไรกับการยั่วยุ เมื่อก่อนฉันกับหลินเฉอเคยเป็นตำรวจ*อินเตอร์โพล นายเป็นคนของพวกเรา ฉะนั้นหักห้ามใจไว้” (*องค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ)
“พวกพี่เคยเป็นตำรวจอินเตอร์โพลเหรอ?” หวังจินไห่ประหลาดใจ
“เอาล่ะ อย่าไปพูดถึงมันเลย กินข้าวเถอะ แล้วก็อย่าให้เหลือนะ อาหารร้านนี้ใช้ได้เลย”
“อื้ม!”
หลังจากที่กินอิ่มและดื่มชาเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซูซีหรานที่นั่งอยู่ข้างผมจึงหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมาพร้อมกับกระซิบขึ้นมาที่ข้างหูของผมว่า “ฉันไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวเดียว รอฉันกลับมาแล้วค่อยออกไปพร้อมกันนะ”
“รู้แล้วๆ เดี๋ยวรอ”
……
หลังจากที่ดื่มชา ผมจึงนั่งคุยรายละเอียดเรื่องการต่อสู้แบบทีมกับหลินเฉอ
ไม่กี่นาทีต่อมา ตรงทางเดินด้านนอกกลับได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังลอดเข้ามา ดูเหมือนว่าผมจะได้ยินเสียงของซูซีหรานที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิดว่า
“หลีกไป ฉันไม่รู้จักนาย ฉันจะพูดอีกครั้ง อย่ามาเข้าใกล้ฉัน!”
‘มีเรื่องงั้นเหรอ?’
ผมที่รีบออกจากห้องอาหารไปหาซูซีหรานจึงเห็นว่ามีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์ยืนขวางทางเธอตรงทางเดินนั่นด้วยท่าทีของนักเลง และขณะที่สายตากะลิ้มกะเหลี่ยมองไปยังรูปร่างของซูซีหรานจึงพูดทันทีว่า “คนสวย ก็แค่สแกนเองน่า เพิ่มเพื่อนวีแชทเฉยๆเอง สบายใจได้เลยฉันจะไม่ก่อกวนคุณแน่นอน สแกนเถอะน่า……”
ขณะที่พูดมือของมันก็ยื่นออกไปที่ไหล่หอมของซูซีหรานทันที
ผมที่สับขาเข้าไปข้างหน้าจึงยกฝ่ามือขึ้น “พลั่ก” ฟาดไปยังข้อมือของเขาทันที และจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆว่า “แกเป็นใคร?”
ข้อมือข้างที่โดนฟาดของเขาจึงปรากฏเป็นรอยแดงขึ้นมาทันที และขณะที่กำลังขมวดคิ้วยุ่งจึงพูดว่า “ฉันเป็นใครแล้วแกเกี่ยวอะไรด้วย แกเป็นไอหัวหอมตัวไหนอีก(อุปมาว่าตัวเองคือหัวหอมที่กำลงหมายปองใครสักคนอยู่) เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับแก!”
ผมดึงซูซีหรานเข้ามาในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบาจึงพูดขึ้นว่า “แกพูดสิว่ามันไม่เกี่ยวกับฉัน?”
ซูซีหรานมองมาที่ผมด้วยความประหลาดใจ ทันทีที่ใบหน้าสวยขมวดคิ้วจึงคว้ามือของผมไปและพูดขึ้นทันทีว่า “ช่างเถอะ อย่ามีเรื่องกันเลย พวกเราไปกันเถอะ”
“แกหาเรื่องฉันแล้วคิดจะหนีไปง่ายๆงั้นเหรอ?”
เสียงของชายหนุ่มคนนี้คุ้นหูมาก ไม่ผิดแน่ มันคือ “หลิวเฉียง” แม้ว่าปากของเขาจะเย่อหยิ่งจองหองแบบไร้ขอบเขต ทว่าที่จริงแล้วเขาก็ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ทว่ารอยย่นระหว่างสองคิ้วกับอายุจริงของเขาไม่ค่อยจะไปทางเดียวกันสักเท่าไหร่ เขาที่มองจ้องไปยังซูซีหรานจึงพูดขึ้นทันทีว่า “คนสวย ฉันไม่ได้มีเจตนาอื่น ก็แค่อยากรู้จักเท่านั้นเอง แต่ไอ้นี่…...มันเป็นใครกันเนี่ย อยู่ๆก็มาหาเรื่องแถมยังลงไม้ลงมือกันแบบนี้อีก?”
ซูซีหรานขมวดคิ้วและจากนั้นจึงพูดขึ้นทันทีว่า “นาย ไปให้พ้นเลย!”
“ร้อนแรงน่าดูเชียว……”
ใบหน้าของหลิวเฉียงปรากฏรอยยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว และหลังจากนั้นไม่นานชายหนุ่ม 6-7 คนก็เดินออกมาจากห้องอาหารนั้นทันที ดูเหมือนว่าจะเป็นคนของหวังเฉาป้าเยว่ทั้งหมดนะ และแม้ว่าจะคุ้นหน้าคุ้นตาอยู่บ้าง ทว่าพวกเขาก็ไม่รู้จักผมหรอก หน้าตาผมในเกมกับตัวจริงไม่เหมือนกันเลย และทันทีที่พวกเขาล้อมพวกเราไว้จึงมองมาที่ผมกับซูซีหรานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยเจตนาไม่ดีอย่างเปิดเผย
“นี่หมายความว่ายังไง?” ผมถามขึ้นด้วยท่าทีสงบนิ่ง
“เปล่า ก็แค่พูดไปอย่างนั้น” หลิวเฉียงถูมือข้างที่ปรากฏรอยแดงขึ้นจากนั้นจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันว่า “ฉันมีทางให้นายเลือกสองทาง หนึ่ง ขอโทษฉันแล้วก็ตบหน้าตัวเอง 1 ที กับสอง เอาเงินมา 5,000”
“แกไม่กลัวฉันแจ้งตำรวจหรือไง” ผมหัวเราะ
“ไม่กลัว ก็ที่นี่ไม่มีกล้อง ไม่งั้นพวกฉันจะกล้ารุมแกงั้นเหรอ? ” นักเลงหัวสีแดงคนหนึ่งพูดขึ้น แววตาของเขาเจ้าเล่ห์นัก ขณะที่เขาลากสายตามองไปยังรูปร่างของซูซีหรานจึงพูดขึ้นทันทีว่า “คนสวยคนนี้ที่มาคบกับคนอย่างแกโคตรเหมือนกับดอกไม้สดที่เสียบอยู่บนขี้วัวเลยว่ะ”
“มีอะไรกัน?”
ทันทีที่ประตูห้องอาหารของพวกเราถูกเปิดออก หลินเฉอ จางเหว่ยแล้วก็หวังจินไห่จึงเดินออกมาจากห้องนั้นทันที กระทั่งเมื่อเห็นว่าผมถูกล้อมเอาไว้ หลินเฉอที่ไม่พอใจจึงจัดการเตะนักเลงที่อยู่นอกสุดออกไปอย่างแรงทันที เขาที่ตกใจจึงหมอบตัวลงไปกับพื้นปูกระเบื้องและจากนั้นจึงไถลตัวไปด้านข้างเกือบหนึ่งเมตรทันที เขาเจ็บจนอ้าปากค้าง และกระทั่งเมื่อเขาลุกขึ้นมาได้จึงพุ่งตรงเข้าหาหลินเฉอทันที และผมก็พบว่ารูปร่างของพวกเขาสูสีกันมากทีเดียว
“อยากมีเรื่องเหรอ?”
หลินเฉอที่ยกมือขึ้นผลักนักเลง 2 คนไปข้างหลังจึงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มเย้ยหยันทันทีว่า “หลิวเฉียง แกนี่มันเก่งจริงๆ”
ไม่นานหลังจากนั้นหลิวเฉียงก็นึกออกว่าหลินเฉอคือใครทันที “ชิวฉุ่ยหาน แกคือชิวฉุ่ยหานของทีมเทียนเสวี่ยนงั้นเหรอ?”
กระทั่งเมื่อสายตาของมันหยุดลงที่ผม “แกก็คือจินซีเหอซีงั้นเหรอ?”
“ใช่ แล้วอย่างไร?”
ผมยกยิ้มมุมปาก ยื่นมือออกไปส่งตัวซูซีหรานไปทางจางเหว่ยแล้วพูดขึ้น “ดูแลซูซีหรานให้ดีด้วย เสี่ยวเฉอ พวกเราลงมือ ที่นี่ไม่มีกล้องวงจรปิด อย่าลงมือหนักเกินไปล่ะ”
“อัดมัน!”
หลิวเฉียงโมโหขึ้นมา เขาที่กำหมัดแน่นจึงต่อยเข้ามาที่ผมทันที