ข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย

    บทที่ 34 จับผีดิบ

    บทที่ 34 จับผีดิบ

     

    ที่ป่าเมืองศรีวิชัยพระยาสามคนลงจากรถม้าแล้วทำพิธีเปิดป่าก่อนพวกเขาจะเข้าไป ครืนนน เมื่อทั้งสามทำพิธีเปิดป่าก็เกิดคลื่นที่มองไม่เห็นกระจายออกเป็นวงกว้าง

    พระยาสมาน “ไปเถอะป่าเปิดแล้ว” ทั้งสามเข้าไปด้านใน

    พระยาเดช “ท่านไม่เสี่ยทายหรือ” พระยาสมานพยักหน้า

    พระยาสมาน “แน่นอนว่าต้องทำ” เขาหยิบกิ่งไม้เล็กๆ ออกมาแล้วสวดคาถาบางอย่างลงไปแล้วโยนกิ่งไม้ขึ้นไปให้มันตกลงมาปลายด้านที่เขากำหนดชี้ไปทางหนึ่ง

    พระยาสมาน “ไป” ร่างทางสามและคนของพวกเขาราวยี่สิบกว่าคนเคลื่อนที่รวดเร็วนี่คือวิชาย่นระยะของทั้งสาม วูบบบ เขามาถึงยังถ้ำที่ซาไบเคยอยู่ล่าสุดทันที

    พระสมาน “ถอยออกมา” พวกเขารีบถอยออกจากถ้ำเถาวัลย์สีเลือดพุ่งโจมตีพวกเขาทันทีอย่างไรก็ตามทั่วสามคนนี้ไม่ใช่พันหม่องพวกเขารับมือเถาวัลย์อย่างสบาย

    พระยาเดช “ดูจากพลังอาคมของมันแล้วน่าจะยังบาดเจ็บอยู่ถึงได้อ่อนแอขนาดนี้” พระยาพิเชษฐ์ขมวดคิ้ว

    “ข้าว่ามันแปลกๆ อยู่นะทำไมถึงเสี่ยงทายแล้วถึงมาที่นี่แทนที่นะไปถึงตัวมันเล่า” พระยาสมานคิดสักพัก

    “ใช่ว่ามันจะไร้วิชานี่มันก็ต้องมีวิธีแก้เราเหมือนกัน” พระยาพิเชษฐ์ขมวดคิ้วแล้วคิด

    “มีวิธีไหนบ้างที่จะเข้าถึงตัวมันทันที “พระยาสมานคิดแล้วตอบ

    พระยาสมาน” ก็มีอยู่นะทว่าตอนนี้เตรียมการไม่ทันหรอก “ทุกคนจึงต้องใช้วิธีเดิมและพบว่าไอ้ซาไบคนนี้มันสามารถหลอกการเสียงทายให้พวกเขาต้องเจออันตรายหลายครั้งพวกเขาตามล่ามันถึงสองวันเต็มๆ ตามมันอย่างชนิดที่ว่าหายใจรดต้นคอเลย ส่วนซาไบที่หลบอยู่ในร่องผาก็เริ่มเครียดขึ้นมาแล้วมันพบว่าพวกนั้นตามมาติดๆ ซาไบและมายมังต้องเปลี่ยนแผนเพราะว่าหลวงพิทักษ์พาคนมาปิดล้อมป่าในจุดที่เป็นทางออกเอาไว้ทั้งหมดแล้ว

    ซาไบ “เราต้องทิ้งเบี้ยเพื่อรักษาขุนแล้ว” มายมังชะงักไป

    “ท่านหมายความว่า “ซาไบยิ้มออกมา

    ซาไบ” ข้าจะต้องแยกกำลังของมันออกมาแล้วใช้ช่องว่างนี้หนีไป “มายมังขมวดคิ้ว

    ” ถ้างั้นแล้วข้าเล่า “ซาไบยิ้มออกมา

    ซาไบ” ไม่ยากหลังข้าหนีไปได้เจ้าเข้าไปในเมืองแล้วก็… “มันบอกแผนการออกไปมายมังตาเป็นประกาย

    ” ขอรับข้าจะทำให้ดีที่สุด “ซาไบกำชับ

    ซาไบ” เจ้าห้ามเข้าใกล้คนที่มีพลังอาคมสูงเด็ดขาดพวกมันจะสามารถรู้ทันทีว่าเจ้าสิงร่างหมาหริ่ง “มายมังพยักหน้า

    มายมัง” ขอรับ “จากนั้นทั้งคู่ก็รอให้ค่ำพระยาทั้งสามตามมาจนถึงที่อยู่ล่าสุดของมันนั่นคือร่องผาและต้องประหลาดใจเมื่อเจอโลงศพตั้งอยู่หนึ่งโลงในแนวตั้ง

    พระยาเดช” นี่หรือว่าจะเป็นผีดิบที่ว่า “พระยาสมานส่งสัญญาณให้ทุกคนระวังตัว

    ” ถอยออกไปก่อนมันต้องมีแผนแน่นอน “ทุกคนกระจายล้อมโลงศพแล้วชักดาบออกมา จากนั้นเสียงกระดิ่งก็ดังไปทั่วป่า ปังงงง ฝาโลงกระเด็นพุ่งมาทางพระยาพิเชษฐ์ ตูมมมม มันกระแทกเขาอย่างรุนแรงร่างพระยาพิเชษฐ์ถึงกับกระเด็นออกไป ตามมาด้วยร่างของศพที่สวมชุดแปลกๆ หน้าของมันขาวซีดดวงตาเป็นสีเขียวเรืองแสงมันแยกเขี้ยวออกมามีฟันแหลมคมและเล็บที่ยาวราวกับปีศาจ มันพุ่งออกมาแล้วเข้าใส่พระยาพิเชษฐ์ทันที

    ” ไอ้สารเลว “เขาชักดาบออกมาแล้วฟันออกไป เคร้งงงง ร่างของเขากระเด็นเมื่อดาบปะทะกรงเล็บของมัน โครม!!! ต้นไม้ถึงกับหักไปเลย พระยาเดชร้องออกมา

    ” ซวยแล้วไอ้เชษฐ์ “เขารีบพุ่งเข้าไปหามันแล้วใช้ดาบฟันออกไป ผีดิบหันมาแล้วถีบไปที่ยอดอกของพระยาเดช ปังงง ร่างของพระยาเดชปลิวออกไปทันที โครมมมม เขารีบลุกขึ้นมากพร้อมจับไปที่หน้าอกตัวเองสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

    “ได้เวรเอ๊ยพลังอะไรเนี่ย” พระยาสมานก็ตกใจเช่นกัน

    พระยาสมาน “แข็งแกร่งอะไรอย่างนี้” เขาสวดคาถาบางอย่างออกมาแล้วล้วงมือลงไปในย่ามก่อนจะหยิบมีดหมอออกมาคนของกระทรวงเวทมนตร์รีบเอาเชื่อออกมาจากนั้นก็ท่องอาคมออกมาเชือกของพวกเขาเรืองแสงขึ้นมาแล้วโยนออกไปมันร่างของผีดิบเพื่อตรึงร่างของมันพระยาสมานพุ่งออกไปแทงไปที่หัวใจของมันด้วยมีดหมอ เคร้งๆๆๆ มีดแทงไม่เขา

    ” เวรแล้ว “ผีดิบใช้กรงเล็กแทงเข้าที่หน้าอกของพระยาสมานทว่าเขาโดนดึงออกมาได้ทันโดยพระยาเดชเขารอดตายอย่างหวุดหวิด

    พระยาสมาน “ร่างกายมันทำด้วยอะไรมีดอาคมยังแทงมันไม่เข้าเลย” มันคำรามออกมาเหมือนเสียงของผีที่บ้างคลั่งแล้วเหวี่ยงร่างคนที่ใช้เชือกรั้งมันไว้จนกระเด็นไปคนละทาง ตูมมมม มันพุ่งเข้าไปยังร่างทหารคนหนึ่งแล้วบีบคอของเขาจากนั้นร่างกายของทหารคนนั้นก็ค่อยแห้งลงไปผิวหนังของทหารแห้งจนหนังติดกระดูกก่อนที่มันจะกลายเป็นผงหายไปกับสายลม สามพระยาร้องออกมาพร้อมกัน

    “เชี่ย” ผีดิบจำต้องกินพลังชีวิตของสิ่งมีชีวิตหรือไม่ก็เลือดสดๆ ของมนุษย์ บางคนอาจจะเคยได้ยินว่าผีกับคนอยู่ร่วมกันไม่ได้ใช่ไหมนั่นไม่ใช่แค่เรื่องเล่านะทว่าวิญญาณจำต้องกินพลังชีวิตของมนุษย์เพื่อทำให้วิญญาณมั่นคงนั่นเองแต่ไอ้พวกนี้มันไม่ได้กินแล้วมันสูบเอาเลยต่างหาก บูมมมม เมื่อมันสูบพลังชีวิตไปพลังของมันก็เพิ่มขึ้นไปอีก

     

    ทั้งสามพระยากลืนน้ำลายกับภาพที่เห็นมันน่ากลัวเกินไปผีดิบนี้การเคลื่อนไหวของมันเหมือนคนไร้สติพุ่งไปหาเป้าหมายดูดเหมือนจะไร้ทิศทางทว่าที่ครั้งที่มันพุ่งไปก็จะจับทหารหรือคนจากกระทรวงเวทมนตร์ได้แล้วสูบเอาพลังชีวิตเข้าไป

    “ไอ้เดชมึงรีบคิดสิว่าจะทำอย่างไรดี” พระยาเดชกลอกตา

    “ไอ้เวรข้าเป็นทหารนะโว้ยมีวิชาสายทหารเหมือนเอ็งนั่นแหละจะสู้มันได้อย่างไร “พระยาสมานหน้ากระตุกนี่หมายความว่าต้องเป็นเขางั้นหรือแต่ให้ตายเถอะเขามีวิชาสายขาวนะเป็นสายแก้วิชาพวกหมอผีก็จริงแต่ไอ้ตัวนี้มันเป็นผีดิบจีนเขาจะไปสู้มันได้อย่างไร

    พระยาสมาน “แม้เราจะฆ่ามันไม่ได้แต่จับมันได้ไม่ใช่หรือ” ทุกคนขมวดคิ้ว

    พระยาพิเชษฐ์” แล้วต้องทำอย่างไร “พระยาสมานทำหน้าลำบากใจ

    “จับมันใส่โลงแล้วมัดมันไว้กับโลงไง” ทั้งสองคนทำหน้าพิลึกนี่ไม่ใช่หมาหรือแมวนะจะได้จับมันง่ายๆ

    พระยาเดช “ล้อเล้่นหรือท่าน “พวกเขามองทหารที่ร่างลอยกระเด็นอยู่จะให้ไปจับมันเนี่ยเนะ

    ” แล้วพวกเจ้ามีทางอื่นหรือ “ทั้งสองเงียบไป

    พระยาพิเชษฐ์ “เอาวะเป็นไงเป็นกัน” พระยาสมานเอาหุ่นพยนต์ออกมาหุ่นของเขาเป็นยักษ์สี่แขนสองตัวสูงถึงห้าเมตร

    “ทุกคนเตรียมเพร้อมนะ” พวกเขาพยักหน้าพระยาสมานส่งหุ่นพุ่งออกไปโจมตีผีดิบ ปังงงง ผีดิบใช้สองแขนหยุดร่างของหุ่นพยนต์สองตัวเอาไว้หุ่นทั้งสองใช้แขนทั้งแปดยึดร่างผีเดิบเอาไว้แน่น

    พระบาสมาน “แกร่งอะไรอย่างนี้” เขาปลุกของตัวเองขึ้นมาแล้วสั่งลูกน้องตีวงล้อมมันเอาไว้ สองพระยาก็ทำตาม

    พระยาเดช” พวกเองไปเอาโลงของมันมาเอาฝาโลงมาด้วย “ทั้งสองปลุกของแล้วพุ่งเข้าไป ดาบของพวกเขาฟันลงที่ร่างของมัน ปังงงง แน่นอนว่าไม่เข้าพวกเขาจึงดันร่างของมันไถลถอยหลังไป

    พระยาเดช “ไอเอาโลงมารอเลย” ทหารรีบย้ายโลงไปรอด้านหลังโรงนี้ต้องใช้คนสิบคนจึงจะยกขึ้น

    พระยาพิเชษฐ์” ตอนนี้แหละ “ทหารอีกสิบคนพุ่งเข้ามาแล้วโจมตีไปพร้อมกันดันร่างของมันพุ่งเข้าไปในโลง ปังงง ขาข้างหนึ่งของผีดิบกระทืบลงไปในดินร่างของมันหยุดกึก

    พระยาเดช” ไอ้เวรมาถึงขั้นนี้แล้วใครจะยอมวะ “เขาเป่าหมัดตัวเองแล้วต่อยหัวของมัน ปังงงง ร่างของมันหงายหลังลงไปทหารที่รออยู่แล้วรีบเอาโลงมีรองไว้มันจึงหงายลงไปในโลงศพอย่างพอดีขาที่เลยมาถูกหุ่นพยนต์ถีบมันเข้าไปในโลงทหารอีกกลุ่มก็เอาฝาโลงมาปิดก่อนที่หุ่นพยนต์จะเหยียบฝาโลงเอาไว้แล้วทหารรีบเอาเชื่ออาคมมามัดโรงเอาไว้ราวกับรังไหมเลยโลงศพสั่นไปมาอย่างรุนแรงทหารรีบกระโดดทับเอาไว้ พระยาทั้งสามปาดเหงื่อ

    พระยาเดช” จะเอามันเข้าเมืองหลวงไม่ได้เด็ดขาดหากมันหลุดออกมาฉิบหายแน่นอน” ทุกคนเห็นด้วย

    พระยาพิเชษฐ์” งั้นเอาไว้ที่ค่ายฝึกเวทย์อย่างน้อยที่นั่นก็มีจอมเวทย์คอยดูอยู่ “เรื่องนี้ทุกคนเห็นด้วยเมื่อมั่นใจแล้วว่ามันไม่สามารถหลุดออกมาจากโลงได้จึงสั่งทหารแบกโลงศพออกไป หมาหริ่งดูอยู่ก็แสยะยิ้มก่อนที่มันจะวิ่งหนีไป ส่วนพวกของพันหม่องและกลุ่มอื่นไม่ได้โชคดีแบบนั้นพวกเขาตายไปเกือบหมดยังดีที่ทั้งสี่คนที่เป็นผู้นำลอดมาได้แต่ทหารได้ตายไปเป็นร้อยคนจากผีดิบสองตัวแถมยังจับมันไม่ได้อีกมันแบกโลงพุ่งหายไปในความมืดส่วนทางหลวงพิทักษ์และหมื่นคณาโดนซาไบทะลวงหนีออกไปได้ยังดีจับผีดิบได้ตัวหนึ่งทว่าก่อนที่พวกเขาจะจับเข้าโลงผีดิบอีกสองตัวก็พุ่งมาช่วยแล้วหนีไปได้ ส่วนคณะบาดเจ็บหนัก

    หลวงพิทักษ์” สารเลวข้าไม่ได้ผลงานเลย “ส่วนซาไบหนีออกไปทางเมืองราชบุรี (โดยเมืองราชบุรีในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ยังคงเรียกว่า "เมืองราชบุรี" มาโดยตลอด โดยมีฐานะเป็นหัวเมืองชั้นโทและหัวเมืองหน้าด่านที่สำคัญทางตะวันตก ในสมัยอยุธยาตอนปลายถูกจัดอยู่ในกลุ่มเมืองมณฑลราชธานี) ซึ่งในเรื่องนี้เมืองราชบุรีที่จะติดกับอังวะแต่จะข้ามไปยากกว่าเมืองกาญจน์ อย่างไรก็ตามการหลบหนีของมันไม่ใช่ว่าคืนเดียวจะไปถึงราชบุรีเลยเสียเมื่อไหร่หนทางอีกยาวไกลนักทว่าก็สามารถสลัดพวกทหารได้แล้ว

    ซาไบ” รอให้ข้ากลับมาก่อนเถอะข้าจะต้องจัดการพวกแกอย่างสาสมไอ้พวกสยาม” ในเช้าวันถัดมาทหารที่ไม่บาดเจ็บก็เข้าไปนพร่างคนที่ตายออกมาทำพิธีศพที่วัดให้เรียบร้อยนี่สร้างความเจ็บปวดให้กับพระยาทั้งสามมากที่เสียทหารไทยไป พระยาดำรงณ์ได้เขาก็รีบตามไปทันทีเขาหวังว่าที่ทุกอย่างจะเรียบร้อยกว่าจะจัดการทุกอย่างได้ก็กินเวลาหลายวัน ท่านเจ้าคุณเรืองได้ข่าวก็กำลังจะตามไปที่ค่ายฝึกอาคมของหน่วยทหารทว่าลูกน้องเขาก็มาเสียก่อนแล้วส่งจดหมายให้เขา

    “นี่ส่งมาจากเมืองฟ้าขอรับ” เนื้อหาของจดหมายทำให้ท่านเจ้าคุณต้องตกใจเพราะมันเป็นรายละเอียดของเหตุการณ์ที่หมู่บ้านนั้นเกิดเรื่อง หมู่บ้านนี้เดิมชื่อหมู่บ้าน หวด ทว่าว่าถูกโจรยึดครองชาวบ้านโดนสังหารตายหมดไปนานแล้วในคืนที่ทหารตั้งค่ายสอบสวนที่หมู่บ้านนั้นอยู่ๆ ก็มีศพหลายร้อยศพบุกเข้ามาสังหารคนในหมู่บ้านอย่างสยดสยองแล้วเอาศพพวกชาวบ้านในลังไม้ขนาดใหญ่ที่พวกมันเตรียมมากก่อนจะจากไปด้วยความเร็วทหารคนที่เห็นรอกมาได้เพราะเขาเดินออกไปฉี่แล้วได้ยินเสียงโวยวายจึงรีบกลับเข้ามาทว่าเขาดันเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนจึงชะงักเขาปิดปากตัวเองแล้วขดตัวหมอบดูอยู่อย่างนั้นเขาขอยอมรับเลยว่าเขากลัวจนก้าวข้าไม่ออกหลังจากนั้นเขาก็สติแตกวิ่งหนีหายไปเมื่อตั้งสติได้เขาก็กลับมารายงานเรื่องที่เกิดขึ้น ท่านเจ้าคุณสีหน้าบิดเบี้ยว

    “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ยมันเอาศพคนไปทำไมกัน “จากนั้นท่านเจ้าคุณก็เข้าใจ

    ” เชี่ยมันกำลังขยายกำลังงั้นสินะ “เขารีบเขียนจดหมายส่งเข้าวังหลวงส่วนตัวเขาก็ไปที่ค่ายฝึกทันที

     

    พวกแสนกลับมาที่หมู่บ้านก็เป็นตอนเช้ามืดของเมืองวานเพราะติดงานที่ต้องจัดการในตอนเช้าเจอนินจึงเล่าทุกอย่างให้นินฟังเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลวงตอนนี้นินฟังก็ประหลาดใจ

    นิน” ดูเหมือนว่าจะวุ่นวายไม่เบาเลยนะ “แสนพยักหน้า

    แสน” ใช่น่ะสิกลับไปงานยุ่งแน่ๆ “นินยิ้มออกมา

    นิน” พวกพี่ก็ต้องรักษาสุขภาพกันหน่อยนะ “ทั้งสองกลอกตา

    ทอง” จริงสิที่เมืองหลวงกำลังคึกคักเลยนะ “นินประหลาดใจ

    นิน” มีเรื่องอะไรหรืองั้นหรือนอกจากเรื่องผีดิบยังมีอะไรให้คึกคักได้อีก “ทองยิ้ม

    ทอง” ก็จะอะไรล่ะอีกหกวันถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดขบวนเรือสินค้าชุดแรกก็จะมาถึงแล้วพ่อค้าจาดทั่วทิศจึงเริ่มทยอยเข้าเมืองหลวงน่ะสิ “นินตาโต

    นิน” เชี่ยจังหวะอะไรจะดีขนาดนี้ “แบบนี้ถ้าเขาเอายาสีฟันออกไปโปรโมทก็สบายเลยถ้าชักโครกเสร็จแล้วก็จะยิ่งดี

    นิน” พี่สองคนพอจะรู้จักใครที่เก่งเรื่องการพูดโน้มน้าวใจไหมหรือไม่ก็พวกที่ชอบพูดจาหวานหูอะไรแบบนั้นน่ะพวกที่ชอบพูดโดยไม่กลัวคนแปลกหน้าน่ะ “ทั้งสองมองหน้าหัน

    ” ไอ้เป็ด “นินถามขึ้น

    นิน” ใครหรือ “แสนยิ้ม

    แสน” ก็น้องเมียของไอ้ทองไง “นินดีดนิ้ว

    นิน” งั้นเยี่ยมเลยผมอยากให้เขาช่วยเอาสินข้าผมไปขายที่ท่าเรือไม่จำเป็นต้องขายได้แต่ต้องให้ทุกคนรู้ว่ามีสินค้าใหม่เปิดตัวแล้วสรรพคุณมันเป็นอย่างไร “ทองพยักหน้า

    ทอง” ได้เลยไอ้น้องเมียคนนี้มันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจมาตั้งแต่เด็กแล้วไม่ค่อยสนใจงานช่างหรอก “นินขมวดคิ้ว

    นิน” แล้วใครจะสืบทอดงานไม้ของลุงยอดเล่านั่นมีค่ามากเลยนะ “ทองยิ้ม

    ทอง “ก็เมียข้าไงแม้จะไม่สามารถทำงานหนักได้แต่เมียข้าเป็นทุกอย่างในงานไม้สามารถสอนเด็กใหม่ได้สบายแต่ส่วนมากเมียข้าจะคุมงานและออกแบบบ้านน่ะเรื่องนี้เชื่อใจเมียข้าได้เลย “นินร้องออกมา

    นิน” เชี่ยเมียพี่โคตรเจ๋งเลยมาชอบพี่ได้ไงเนี่ย “ทองถึงกับหน้ากระตุก

    ทอง” เอ็งหมายความว่าไงวะ “นินยิ้มออกมา

    นิน “หยอกๆ น่าพี่” ทองกลอกตา

    ทอง” เฮ้อกลับไปข้าคงวุ่นวายแน่คงช่วยงานเอ็งไม่ได้แล้ว “นินพยักหน้า

    นิน “ไม่เป็นไรพี่ฉันเข้าใจแล้วทีนี้พวกเขาจะรับมืออย่างไรเล่า” ทั้งสองส่ายหน้า

    ทอง “วิชาประหลาดแบบนั้นไม่เคยมีมาก่อนคงจะรับมือยากนั่นแหละ “นินขมวดคิ้ว

    นิน” ผมมีข้อสงสัยเรื่องหนึ่งจากข้อมูลที่พี่เล่ามาแสดงว่าพวกนั้นได้ทำบางอย่างกับศพไปแล้วใช่ไหมมันถึงได้ไม่เน่าเปื่อยแบบนั้น “ทั้งสองพยักหน้า

    แสน “ใช่” นินคิดสักพัก

    นิน” พี่ได้ตรวจสอบหรือยังว่ามันแข็งเหมือนผีดิบที่เราเจอไหม “ทั้งสองพยักหน้า

    ทอง “วันแรกที่เก็บศพมาตามผิวหนังพวกมันแห้งแต่ไม่แข็งแกร่งเหมือนผีสี่ตัวนั่นนะมันปกติดี” นินขมวดคิ้ว

    นิน “ผมว่าพี่ลองไปดูใหม่ดีกว่าถ้าเกินว่าการที่จะทำให้ศพแข็งแกร่งต้องใช้เวลาเล่าจากการที่พวกมันค่อยเฝ้าศพพวกนี้โดยไม่ทำพิธีอะไรอาจแปลว่าพวกมันรอบางอย่างไม่ก็รอให้ศพพวกนี้เขาสู่สภาวะผีดิบหรือเปล่า” ทั้งสองขมวดคิ้ว

    ทอง “ที่เอ็งพูดมาก็มีเหตุผลข้าจะให้คนไปส่งข่าวถึงท่านเจ้าคุณแล้วกัน” ทองเดินออกไปสั่งคนสองสามคำแล้วกลับมาช่วยนินขนของขึ้นรถเพราะพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางกลับแล้ว

    แสน “ว่าแต่หลวงตาเอ็งไม่สอนวิชาปราบผีดิบบ้างหรือ” นินหน้ากระตุก

    นิน “หลวงตาไม่ใช่หมอผีสักหน่อยท่านเป็นพระนะ” ทั้งสองหัวเราะแห้งๆ นั่นก็จริงพระที่ไหนศึกษาตำราปราบผี

    นิน “เอาล่ะเท่านี้ก็เรียบร้อยแล้ว” ทั้งสามเดินเข้าไปในเรือน

    นิน “ว่าแต่พี่รู้ไหมว่าจะหาคนที่คอยรับส่งของไปกลับจากที่นี่ไปเมื่อหลวงได้ที่ไหน “ทองกับแสนคิดสักพัก

    ทอง” ง่ายนินเดียวซื้อทาสไง “นินทำหน้าแปลกๆ

    นิน” ไหนว่าเลิกทาสแล้วไง “ทั้งสองกล่าว

    ” ข้าเคยบอกแล้วนี่ว่าทาสที่เกิดจากการลงโทษขุนนางที่ทำความผิดจะต้องโทษเนรเทศไปชายแดนบ่าวของพวกมันจะพ้นสถานะบ่าวทันทีนี่ในกรณีที่บ่าวไม่มีความผิดนะส่วนมากบ่าวพวกนี้พอไม่มีนายมักจะขายตัวเป็นทาสน่ะเพราะพวกเขาติดนิสัยที่มีคนสั่งงานพอไม่มีก็ไม่รู้จะต้องทำอะไร “นินถึงกับพูดไม่ออกอย่างว่านี่มันยุคโบราณค่านิยมมันเป็นแบบนี้มานานจะให้เปลี่ยนคงยาก ทว่านินไม่เอาด้วยหรอก

    นิน” งั้นไม่เอาดีกว่าผมอยากได้คนงานที่มีหัวคิดหน่อยไม่ใช่เอาแต่ทำตามคำสั่งแบบนี้เกิดปัญหาจะแก้ไขยังไง “แสนคิดสักพัก

    แสน” งั้นเองต้องไปกรมจัดหางานแล้วล่ะแต่ว่าราคาไม่ถูกเลยนะไอ้พวกนี้มันหัวสูงคิดว่าตังเองมีความสามารถ “นินคิดว่าจะลองไปดูสักครั้ง

    แสน “จริงสิข้าขอกาแฟสักหน่อยได้ไหมเมื่อเช้าลองกินแล้วรู้สึกสดชื่นดีน่ะ” นินพยักหน้า

    นิน “แน่นอนพี่ทองเอาไหม” ทองส่ายหน้า

    ทอง “ขมจะตาย” นินหัวเราะ

    นิน “งั้นเอาไปให้ลุงยอดและพี่ตาลชิมดูก่อนถ้าชอบค่อยมาเอาไปอีกผมยังไม่มีแผนจะขายตอนนี้หรอก” ทองคิดว่าเข้าท่าบางทีเมียเขาอาจจะชอบก็ได้

    ทอง” เข้าท่าว่ะแถมข้ายังได้หน้าจากพ่อตาอีก “ต้องรู้นะว่าทองครอบครัวแตกจากไอ้ช้างดังนั้นเขาเหมือนคนตัวคนเดียวไร้ญาติขาดมิตรตอนแรกพ่อตาของเขาไม่ยอมรับคนไม่มีรากเหง้าแบบนี้แต่ด้วยบารมีท่านเจ้าคุณทำให้เขาได้แต่งงานกับแม่ตาลภรรยาคนสวยจนได้ทั้งสองพบกันได้ไงน่ะหรือก็เหมือนละครน้ำเน่าเลยแม่ตาลโดนอันธพาลเกาะติดเขาจึงเขาไปนวดพวกมันสักสองสามทีเมื่อรู้ว่าทองทำงานให้กรมผู้ตรวจการพวกนั้นหรือจะกล้าแก้แค้น ถามว่าทองและแสนมีตำแหน่งสูงขนาดไหนถ้าเป็นบริษัทก็คือหัวหน้าฝ่ายเลยทีเดียวแถมยังควบตำแหน่งทหารเอกของท่านเจ้าคุณด้วยเรียกว่าในกรมผู้ตรวจพวกเขาถือว่าสถานะไม่เบาเลย…

     

    คล้ายกับเรื่องข้าแค่อยากเป็นปลาเค็มทำไมมันยากจัง ทะลุมิติมาป่วนไทย ที่คุณอ่าน

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    ย่ำภพสยบแดน (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    144K 224
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    จุดสูงสุดแห่งชูร่า【至尊修罗】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.60M 3244
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.29M 2303