ณ บ้านร่มไม้สีขาวสองชั้นที่เห็นแล้วสบายตาหลังหนึ่ง มีสตรีวัยกลางคนที่แม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายปีแล้วแต่ก็มิอาจทำลายความสง่าและน่าเคารพของสตรีผู้นี้ไปได้
“กำลังตรวจสอบการบ้านเด็กอยู่หรอครับ อาจารย์พรรณนิกา”
คีรินซึ่งกำลังจะออกไปเรียนเอ่ยแซวผู้เป็แม่ที่ยังไม่ถึงเวลาต้องเกษียณและเป็อาจารย์ที่รักใคร่ของบรรดาลูกศิษย์อยู่เสมอ
ใช่แล้วล่ะ แม่ของเขาเป็อาจารย์ประจำอยู่ที่โรงเรียนหญิงล้วนแห่งหนึ่ง อาจารย์พรรณิกา แสงทอง และตอนนี้ท่านก็กำลังยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ
มีหลายคนที่สงสัยว่าทำไมคัรินถึงใช้คนละนามสกุลกับแม่ของเขา นั่นเพราะแม่ได้หย่ากับพ่อของเขาั้แ่คีรินอายุได้เพียง 6 ขวบ แม่กลับมาใช้นามสกุลเดิมของตัวเอง ส่วนคีรินก็ใช้สกุลอรรถกรของพ่อต่อท้ายนามสกุลเขา
ส่วนสาเหตุที่แม่ต้องหย่ากับพ่อนั่นก็เพราะท่านจับได้ว่าพ่อมีผู้หญิงคนอื่น แม่จึงขอหย่าและทันทีที่ทั้งคู่หย่ากันพ่อก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาอยู่ในบ้านเป็คุณผู้หญิงคนใหม่ ในขณะที่แม่พาเขาออกมาอยู่บ้านเก่าของคุณตาคุณยายแทนด้วยความช้ำใจเพราะในเวลานั้นผู้หญิงคนที่ทำให้พ่อกับแม่ของตนต้องหย่ากันกำลังตั้งท้องลูกอีกคนให้พ่อของเขาอยู่ อีกทั้งผู้หญิงคนนั้นก็ยังมีลูกติดรุ่นราวคราวเดียวกับเขามาด้วยแถมยังได้ใช้นามสกุลเดียวกับพ่อของตนอีก
“นักเรียนของแม่คงไม่ส่งการบ้านมาทางไปรษณีย์หรอกน่ะ” อาจารย์พรรณิกาบอกพลางยื่นเอกสารให้ลูกชาย
“ก็พวกเอกสารค่างวดรถของเรานั่นแหละ”
นางบอกลูกชาย รถที่คีรินขับอยู่ เขาดาวน์และผ่อนมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองและหาเงินผ่อนด้วยตัวเองจากการทำงานพิเศษเป็ชิ้นๆ นั่นคือรับงานถ่ายรูปต่างๆ แล้วแต่คนจ้างที่เขาทำเป็งานอดิเรกอยู่ในขณะนี้ แต่แล้วสายตาของผู้เป็แม่ก็เหลือบไปเห็นซองเอกสารสีน้ำตาลอีกซองที่ที่ถูกใส่ไว้ในกล่องไปรษณีย์ด้วย นางจึงหยิบมาเปิดดูเพราะมันไม่ได้จ่าหน้าซองถึงใครและมาจากที่ไหน
“นั่นอะไรอีกครับ ของผมรึเปล่า?” คีรินถามเมื่อเห็นแม่เงียบไปอีกครั้ง
“ใช่ มันเป็ของลูก”
อาจารย์พรรณิกาส่งเอกสารในมือให้ลูกชาย คีรินเปิดดูแล้วก็พบว่ามันเป็สมุดบัญชีเงินเข้าพี่ผู้เป็พ่อฝากไว้ให้เขามาตลอดทุกเดือนนับั้แ่หย่าร้างกับจนตอนนี้ยอดเงินในบัญชีก็ปาเข้าไปเกือบพันล้านแล้ว แต่คีรินกลับไม่ยอมรับเงินจำนวนนี้ของพ่อ คีรินและแม่ปฏิเสธค่าเลี้ยงดูจากพ่อมาโดยตลอด ที่เขามีอยู่ทุกวันนี้ก็มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเองกับแม่และรายได้จากห้องเช่าเล็กๆ ตึกหนึ่งที่ตากับยายสร้างไว้ให้ ทั้งคู่อยู่กันอย่างสมถะสองแม่ลูกจึงไม่ได้มีปัญหากับเื่เงินเท่าไหร่นัก แต่นอกจากยอดเงินฝากจำนวนมหาศาลในบัญชีธนาคารแล้วมันยังมีเอกสารเรียนต่อเมืองนอกที่พ่อจัดการไว้ให้เขาแล้วอีกด้วย
“พ่อเขาคงรู้แล้วว่าลูกอยากไปต่อโทเมืองนอก ก็เลยจัดการทุกอย่างให้”
อาจารย์พรรณิกาบอกลูกชาย ความจริงนางก็ติดต่อกับอดีตสามีอยู่บ้าง แต่นั่นก็เฉพาะเื่ลูกเพราะบางอย่างนางก็เห็นว่ามันเป็สิ่งที่คีรินควรจะได้รับ ส่วนเื่อื่นๆ ของอดีตสามีนั้นนางไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรอีกแล้ว
“ผมไม่้าครับ ฝากแม่คืนเขาด้วย” คีรินยื่นเอกสารทั้งหมดคืนให้แม่ เขาไม่ยอมรับความช่วยเหลืออะไรจากพ่อทั้งนั้น
“คีริน แต่มันอนาคตของลูกนะ”
“แม่อยากให้ลูกรับไว้ อย่างน้อยมันก็เป็ส่วนที่ลูกควรได้”
อาจารย์พรรณิกาบอกลูกชายอย่างไม่เห็นด้วย คีรินเป็ถึงทายาทคนโตของมหาเศรษฐีที่วันหนึ่งอาจได้สืบทอดกิจการของพ่อตามสิทธิ์ แต่คีรินก็คงได้ความหยิ่งทะนงจากนางมากเกินไปจึงปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง แม้แต่คำว่าพ่อ เ้าสัวคิดก็ไม่ได้ยินคำนี้ออกจากปากของลูกชายอีกเลยนับั้แ่วันที่ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามา .
“ถ้าลูกไม่สนใจ แล้วลูกจะเรียนบริหารไปทำไมกัน?” นางย้อนลูกชายที่ยืนเงียบอยู่ ในเมื่อคีรินรักการถ่ายภาพขนาดนั้นมากขนาด แต่คงเป็ทิฐิอันมากล้นที่มีต่อพ่อจึงทำให้คีรินเป็เช่นนี้และนางเองก็มีส่วนผิดเช่นกัน
“ผมจะสอบชิงทุนเองครับ”
คีรินบอกแม่แล้วขับรถคู่ใจออกไป ผู้เป็แม่ก็ได้แต่ถอนใจแล้วหันไปมองรถสปอร์ตคันหรูราคาหลายสิบล้านที่จอดนิ่งอยู่ในโรงรถ มันเป็รถที่เ้าสัวคิดซื้อเป็ของขวัญให้ลูกชายในวันที่สอบติดมหาลัยดัง แต่คีรินก็ไม่เคยคิดแตะมันเลยสักครั้ง….
.
.
คีรินขับรถตรงมามหาลัย แต่ทว่าในระหว่างที่เขากำลังเลี้ยวเข้ามหาวิทยาลัยนั้นชายหนุ่มกลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นกานพลูเดินอยู่ทั้งที่ปกติเธอจะต้องขับรถคันหรูมาไม่ใช่หรอกหรือ? แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนักเมื่อเห็นเพื่อนนักศึกษาชายของเธอเดินมาสมทบ คีรินขับตรงไปยังลานจอดรถแล้วเดินไปยังโต๊ะประจำที่ตนกับเพื่อนๆ นัดเจอกันก่อนเข้าเรียนเสมอโดยมีกริชกับลินินและจันทร์เ้านั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"เฮ้ยไอ้คีริน" กริชโบกมือเรียกเมื่อเห็นเขา ในขณะที่คีรินกำลังเดินเข้าไปร่วมวงด้วย.
"มีไรวะ?" คีรินถามพลางนั่งลงใกล้กับลินินเพราะมีที่ว่างเหลืออยู่ที่เดียวแล้ว พื้นที่อื่นก็มีแต่ประเป๋าของพวกสาวๆวางขวางอยู่
"พวกกูกำลังคุยกันว่ามะรืนนี้จะไปเที่ยวหัวหินกันสักคืนสองคืน กูก็จะได้แว๊บไปชุมพรง้อพักตร์เื่ข่าวนั้นด้วย" กริชบอกเขาแล้วถอนหายใจเพราะดันซวยตกกระไดพลอยโจนไปเป็ข่าวกับดาราดังกิ๊กของคู่หมั้นลินินโดยไม่รู้ตัวเข้าจนทำให้ต้องทะเลาะกับแฟนสาวที่ยังเรียนอยู่ต่างจังหวัด.
"แกสนใจไปด้วยกันปะไอ้คีริน" จันทร์เ้าถามเขาในขณะที่ลินินนั่งเท้าคางอย่างเซ็งๆ ก็คงเป็เื่คู่หมั้นที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกนั่นแหละ
"ก็ไปสิ" และเขาก็ไม่เคยปฎิเสธ แล้วในระหว่างนั้นลินินที่นั่งเซ็งอยู่ก็เหลือบไปเห็นกานพลูที่กำลังเดินอยู่ไกลๆ พอดี
"กานพลู!"
"ทางนี้ๆ" ลินินจึงรีบโบกมือเรียกหลานรหัสคนสวยของตน