ตอนที่ 4
พิษกร่อนชีพจร 1
บ่าวชราย่นคิ้วในใจคิดเพียงว่า หลงจิวเมิ่งถามคำแปลกพิกล คงเกิดจากนายน้อยผู้นี้เสียใจจนเกินพอดีจากเหตุการณ์ที่ จู่ ๆ มารดาอันเป็ที่รัก มาด่วนจากโลกนี้ไปอย่างกะทันหัน แถมบิดาที่ควรจะอยู่เคียงข้างช่วยกันปลอบประโลมยังมาล้มป่วยด้วยโรคประหลาด สถานการณ์ต่าง ๆ ในตระกูลก็กลายเป็ไม่สู้ดีอีก ด้วยหลายสิ่งผสมปนเปนายน้อยอายุยังเยาว์จึงอาจจะทำให้ตั้งตัวไม่ติด จึงเกิดอาการสติเลอะเลือนไปชั่วขณะถึงได้ถามคำออกที่แปลกพิกลเช่นนี้ออกมา
แม้ตอนแรกบ่าวชราจะนิ่งเงียบด้วยความสงสารแต่เมื่อเห็นสีหน้าและแววตาอันจริงจังของหลงจิวเมิ่งจึงจำต้องเอ่ยตอบไปตามตรง“นายน้อยยังอยู่ในเขตเมืองป้อมพายุหิมะขอรับ ส่วนอายุก็เพิ่งจะขึ้นสิบเอ็ดปีเมื่อเดือนที่แล้ว...”
“สิบเอ็ดปีเมื่อเดือนก่อน...”หลงจิวเมิ่งทวนคำพลางครุ่นคิดจินตนาการนึกย้อนไปถึงบางสิ่งที่จดจำได้เมื่อชีวิตก่อนหน้า
...่เวลานี้คือ่พลิกผันในชีวิตของข้าเพราะท่านแม่มาด่วนจาก ท่านพ่อตรอมใจล้มป่วยด้วยอาการประหลาด กลายเป็สูญเสียพลังที่ฝึกฝนมาหลายสิบปีทำให้ข้าสับสนไปพักใหญ่ สุดท้ายพลาดไม่อาจผ่านการคัดเลือก...จนกระทั่งถึงวันที่เหล่าสัตว์อสูรล้างลมปราณโจมตีเขตป้อมพายุหิมะจึงได้มีโอกาสอพยพย้ายเข้าไปสู่ตระกูลหลัก
...ชีวิตก่อนเป็เช่นนี้แล้วชีวิตนี้เล่า ยังจะเหมือนหรือแตกต่างไปจากเดิม
“ท่านแม่ท่านแม่ของข้าละ” หลงจิวเมิ่งไม่มั่นใจว่าทุกสิ่งยังเป็เช่นเดิม จึงได้ถามบ่าวชราอีกหนึ่งข้อเพื่อยืนยันว่าเื่ราวยังคงเดิม กับที่เขาเคยรับรู้เมื่อชีวิตก่อน
“นายผู้หญิงจากนายน้อยไปอย่างไม่มีวันกลับแล้วขอรับ”ใบหน้ายามเอ่ยคำของบ่าวชราเศร้าสร้อย
...ใช่แล้วทุกสิ่งคงเดิม ข้าย้อนเวลากลับมายังอดีตเส้นเดิม และนี่คือจุดเปลี่ยนแรกในชีวิต ชีวิตที่แล้วสรรพสิ่งรุมเร้าทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินไปด้วยดี เกิดผิดเพี้ยนและพังพินาศลง
...แม้ข้าไม่รู้ว่าพลังอันใดที่ดึงข้ากลับมาที่นี่อีกครั้งแต่เมื่อข้ากลับมาแล้ว ทุกสิ่งจะไม่มีวันเป็เช่นเดิมอีกข้าจะแก้ไขทุกอย่างที่ผิดพลาด ก้าวเดินสู่เส้นทางที่ดีกว่าชีวิตก่อน แถมครานี้นับว่าโชคดียิ่งเพราะไม่เสียแรงที่หลายสิบปีในชีวิตก่อน เฝ้าศึกษาเส้นทางที่ไกลเกินฝันเพื่อกลบฝังความผิดหวังถึงแม้ไม่อาจเป็จริงได้ในชีวิตก่อน และทำได้เพียง...ตื่นครุ่นคิด หลับฝันถึงมาตลอดหลายสิบปี แต่ตอนนี้ข้ามีโอกาสกลับมาแก้ไขแล้วมันจะไม่มีวันผิดพลาดเช่นเดิมอีก ข้าจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาพรากคนที่ข้ารักและปกป้องไปอีกแม้แต่คนเดียวส่วนหนทางสู่เซียนวิเศษเช่นนั้นหรือหากกระทำได้ดังที่วาดฝันเอาไว้...มันก็มิได้ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
หลงจิวเมิ่งหลับตาสำรวจดูสภาพร่างกายและลมปราณของตนเองในปัจจุบันด้วยจิตใจที่แน่วแน่มั่นคง เพือยืนยันว่าเส้นชีพจรที่แตกระแหงผิดแผกของตนซึ่งมาค้นพบภายหลังว่ามันมีชื่อเฉพาะเรียกขานว่า...เส้นชีพจรไร้ลักษณ์นั้นยังคงเป็ดุจเดิม
...โลกแห่งผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอยากที่จะเอาตัวรอดเช่นนั้นหรือเ้าก็เพียงแข็งแกร่งกว่าศัตรูเมื่อนั้นก็จะไม่มีใครมาทำอันตรายผู้คนของเ้าได้อีก หลง...จิว...เมิ่งนับแต่นี้เป็ต้นไป เ้าได้กำเนิดขึ้นเป็คนใหม่แล้ว เส้นชีพจรวิเศษที่เหล่าสำนักอาจารย์ต่างมองว่ามันบัดซบในชีวิตก่อนข้าจะทำให้พวกมันกระจ่างเองว่า...พวกมันล้วนคิดผิด
“ลุงหานพาข้าไปหาท่านพ่อเร็ว” หลังจากความคิดตกผลึก การตัดสินใจด้วยความเด็ดเดี่ยวพลันแสดงออกมาทางน้ำเสียงหลงจิวเมิ่งคนใหม่เปลี่ยนจากสับสนกลายเป็แน่วแน่ แววตาและท่าทางของหลงจิวเมิ่งก็เปลี่ยนพลิกราวกับเป็คนละคนแม้แต่บ่าวชราผู้คุ้นชินยังรู้สึกสะท้านกายยามจ้องมอง
“ขะ...ขะ ขอรับนายน้อยบิดาของท่านก็้าจะพบกับนายน้อยอยู่พอดี”
เส้นทางที่บ่าวชราเดินนำหาใช่ตำหนักผู้นำป้อมค่ายเช่นวันวาน แต่มันกลับเดินออกห่างจากตัวตึกหลักและลัดเลาะขึ้นเหนือไปตามธารน้ำเย็น จดกระทั่งมาถึงบึงน้ำกว้างใสกระจ่าง ด้วยความหนาวเย็นของเขตป้อมค่ายพายุหิมะทำให้ผิวหน้าของบึงน้ำจับตัวเป็ชั้นน้ำแข็งบาง กระท่อมไม้โดดเด่นตั้งอยู่ริมบึงปรากฏควันไฟขาวล่องลอยออกมาจากปล่องสูงแววตาสะทกสะท้อนของหลงจิวเมิ่งมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสั่นไหว
...ท่านพ่อข้าจะได้เจอท่านอีกครั้งแล้ว
“นายน้อย...” ลุงหาน ไม่รู้จะอธิบายให้หลงจิวเมิ่งเข้าใจได้เช่นไรว่าบิดาของนายน้อย ตอนนี้ได้ถูก หลงซุน...รองหัวหน้าป้อมค่ายตระกูลหลงคนปัจจุบันยึดอำนาจแถมยังขับออกจากตำหนักใหญ่ โดยให้เหตุผลว่าอาการป่วยของหลงหย่งฝูน่าจะดีขึ้นหากได้พักผ่อนในสถานที่ปลีกวิเวกสงบเงียบ
“ลุงหาน ไม่ต้องอธิบายหรอก...ข้าเข้าใจดีนี่คงเป็ฝีมือของหลงซุนสินะ” หลงจิวเมิ่งเอ่ยด้วยใบหน้าเรียบเ็าไร้อารมณ์
“เออ...นายน้อย...ท่านไม่...” บ่าวชราอ้ำอึ้งไม่เพียงแต่นายน้อยของมันรับรู้เื่ราวนี้อยู่แล้ว แต่ยังเรียกคำ...หลงซุน ห้วนๆ ทั้งที่แต่ก่อนยังใช้คำว่าท่านลุงหลงซุนเสมอมา
“ลุงหานกลับไปทำงานของท่านเถอะเดี๋ยวข้าเข้าไปพบกับท่านพ่อเอง”
“ขอรับนายน้อย ั้แ่นายท่านล้มป่วยบ่าวก็ไม่ได้มีภาระมากมายนัก ถ้านายน้อยมีเื่อันใดให้รับใช้ บ่าวจะรออยู่ที่กระท่อมหลังนั้นนะขอรับ”ลุงหานเอ่ยพลางชี้ไปที่กระท่อมหลังเล็กเก่าโทรม ซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกล
“อืม” หลงจิวเมิ่งรับคำก่อนจะเดินเข้าไปยังเรือนไม้ตรงหน้า
“ท่าน...ท่านพ่อ...” น้ำเสียงสั่นไหวแฝงอารมณ์ความรู้สึกคะนึงหา ชีวิตก่อน หลงจิวเมิ่งสูญเสียบิดาไปก่อนจะอายุครบสิบแปดแต่การย้อนเวลากลับมา ทำให้วันนี้หลงจิวเมิ่งมีโอกาสได้พบหน้าบิดาที่ยังมีชีวิตอยู่อีกครั้งความตื้นตัน คิดถึง และหลากหลายความรู้สึกยากบรรยาย ล้วนปะทุแน่นจุกอยู่ในอก
ทันทีที่หลงจิวเมิ่งเห็นบิดานอนป่วยอยู่บนเตียงไม้ทรุดโทรมหลงจิวเมิ่งไม่อาจเอ่ยคำใดได้มากไปกว่า สองเข่าของบุรุษซึ่งล้ำค่าดั่งทอง ทรุดย่อลงแตะพื้นแทบจะทันทีหน้าผากขาวก้มลงกระแทกพื้น โดยมิสนความเ็ป เสียงโขกคำนับดังสะท้านน้ำตาเอ่อไหลรินหลั่งโดยมิอาจบังคับฝืน
...ชีวิตที่แล้วผู้บุตร อกตัญญูไม่อาจเป็ลูกที่ดีได้ตามที่ท่านพ่อคาดหวัง จิวเมิ่งรู้สึกผิดต่อท่านพ่อยิ่งนัก
“จิวเมิ่ง...นั่นเ้าทำอะไรของเ้ากัน”ผู้เป็บิดาได้ยินเสียงโขกคำนับดังปลุกร่างอ่อนล้าตื่นขึ้นจากภวังค์หลับใหล ยันกายในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนขึ้นมาพร้อมเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าเพื่อคลายความสงสัยในการกระทำที่แปลกพิกลของบุตรชาย
หลงจิวเมิ่งยังคงนิ่งงันอยู่ในท่าคุกเข่ามองดูภาพบิดาที่แก่โทรมลงไปนับสิบปีเพราะอาการป่วย ด้วยจิตใจที่ปวดร้าว
หลงหย่งฝูบิดาของหลงจิวเมิ่งหลังจากเสียคู่ชีวิตก็ล้มป่วยด้วยอาการประหลาด นอนซมอยู่บนเตียง งานการไม่อาจสะสางจนอำนาจของตำแหน่งผู้นำตระกูลหลง ตกไปอยู่ในมือหลงซุน รองประมุขตระกูลหลงแห่งป้อมค่ายพายุหิมะเมื่อตนเองได้แต่นอนป่วยอยู่บนเตียงนอน เื่ราวภายนอกจึงรับรู้ผ่านถ้อยคำของบ่าวชราเพียงเท่านั้นเมื่อไร้คำตอบจากบุตรชาย จึงคาดเดาเหตุผลเอาเอง “หรือที่เ้าโขกคำนับขอขมาเช่นนี้เป็เพราะว่าวันนี้เ้าก็เกียจคร้านอีกแล้วใช่หรือไม่” แม้แววตาตำหนิ แต่ในใจผู้เป็บิดาหาได้เป็ดั่งถ้อยคำที่กล่าวหากเป็ไปได้ หลงหย่งฝูอยากที่จะลุกขึ้นไปสั่งสอนบุตรชายถ่ายทอดวิชาฝีมือให้ผู้บุตรใจจะขาด แต่นั่นก็เป็ได้เพียงแค่ความคิดเท่านั้น
หลงจิวเมิ่งยังคงนึกย้อนไปถึงภาพของบิดาตนเองในชีวิตก่อนซึ่งสุดท้ายอาการป่วยแปลกประหลาด ก็ทำให้หลงหย่งฝูสูญเสียเส้นทางการฝึกฝน แม้จะรักษาชีวิตรอดมาได้แต่ก็ได้เพียงแค่นั้นจริง ๆ เพราะอาการป่วยทำให้ลมปราณที่ฝึกฝนของหลงหย่งฝูสูญสิ้นกลับคืนสู่ความเป็สามัญชน จนโชคชะตานำพาให้ตกต่ำ สุดท้ายกลับกลายเป็ชนชั้นบ่าวไพร่ในหมู่ตึกตระกูลหลักด้วยภาวะจำยอม
...เพราะโลกแห่งผู้ฝึกตนพลังและความสามารถคือตัววัดในทุกสิ่ง หากสูญเสียมันไปก็เท่ากับสูญเสียตัวตนในสังคมของตนเองไปพร้อมกัน
...แม้ชีวิตที่แล้ว ข้าสูญเสียความมุ่งมั่นในวัยเด็กเส้นทางและสิ่งยึดเหนี่ยวในชีวิตล้วนพังพินาศแต่เมื่อข้ากลับมาแล้วทุกอย่างจะต้องไม่เหมือนเดิมอีก ท่านพ่อข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง ผู้บุตรจิวเมิ่งจะทำให้ท่านกลายเป็ผู้นำตระกูลหลงแห่งป้อมค่ายพายุหิมะอีกครั้งให้จงได้
ความคิดก่อเกิดร้อนแรง ลมปราณอุ่นพลันก่อกำเนิดใต้ท้องน้อยของหลงจิวเมิ่งความรู้สึกอันคุ้นชินของผู้ฝึกตนแรกเริ่มพลันโลดแล่นให้รับรู้หากแต่ยามนี้ยังไม่ถึงเวลาอันเหมาะควรในการฝึกฝน เพราะความรู้อันสุดพิสดารของหลงจิวเมิ่งในชีวิตที่แล้วทำให้เขารู้ว่า เส้นทางการฝึกตนของตนเองนั้น กระทำผิดพลาดไปนับครั้งไม่ถ้วน ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตนเองนั้นหาใช่ความไวในการฝึกฝนหากแต่เป็การแก้ไขพื้นฐานของเส้นลมปราณที่แปลกประหลาดกว่าผู้คนทั่วไป
หลงจิวเมิ่งเดินไปชะโงกหน้าสำรวจทั่วก่อนปิดหน้าต่างรอบเรือน ความระมัดระวังเช่นนี้ล้วนกระทำออกมาด้วยความเคยชิน