ตอนที่ 27 ท้าประลองอีกครั้ง
วิชาพายุเก้าขั้น กับวิชาโล่์ทั้งสองวิชานี้ไม่ว่าวิชาใดวิชาหนึ่ง หากถูกเผยแพร่ออกสู่โลกเทวะแห่งนี้ต้องสร้างคลื่นแห่งความโกลาหล จนเกิดาแย่งชิงชนิดฟ้าดินล่มสลายเลยที่เดียวต้องเข้าใจว่าโลกเทวะใบนี้เป็ชื่อเรียกขานของเหล่าผู้มาจากโลกใบเล็กตั้งขึ้นทั้งคนเ่าั้บ้างได้รับสืบทอดเจตจำนงค์บางส่วนของเทพาบ้างก็ได้จากการสำรวจซากมรดกเก่าแก่ จนได้จัดลำดับสรรพวิชาในโลกเทวะตามระดับชั้นของบันทึกในโถงแห่งโชคชะตาแบ่งเป็ห้าขั้นธรรมดา ดี เลิศล้ำ สุดยอด ตำนาน
วิชาระดับสุดยอด และตำนาน ต่างเป็พบเจอยากยิ่งกว่ายาก ทั้งสามจักรวรรดิปัจจุบันปรากฏเพียงสองเล่มสมบูรณ์หนึ่งเล่มชำรุดส่วนระดับสุดยอดมีเพียงสิบสามเล่มซึ่งทั้งหมดอยู่ในการของผู้นำจักรวรรดิทั้งสาม ที่เผยแพร่ในโลกเทวะจึงมีเพียงสามอันดับแรกระดับธรรมดาผู้ฝึกตนคล้านที่จะเหลือบแลระดับชั้นดีจึงเป็วิชาที่ผู้ฝึกตนหมายปองและฝึกปรือมากที่สุดเพราะระดับเลิศล้ำที่ถูกค้นพบทั้งหมดอยู่ในการของพรรคใหญ่ของทั้งสามจักรวรรดิทั้งสิ้น
วิชาโล่์ แม้จะมีระดับต่ำกว่าวิชาพายุเก้าขั้นอยู่สองระดับแต่ยังมีระดับสูงกว่าระดับตำนานของโลกเทวะเพียงแต่ผู้ได้รับกลับเห็นเป็เพียงวิชาดาษดื่นทั่วไปเพราะเด็กชายหินกลับฝึกปรือได้ง่ายดายยิ่งซึ่งกล่าวกันตามตรงวิชาโล่์เป็วิชาที่ตีความเข้าใจยาก ในอดีตกาลยุคทวยเทพผู้ฝึกวิชานี้ต้องใช้เวลาตีความอย่างน้อยสามวันเป็อย่างน้อยที่เทพอสูรกำหนดเพียงหนึ่งวันนับว่าคิดเอาเปรียบเด็กชายเพื่อให้เด็กชายหินกราบตนเองเป็อาจารย์ โดยที่เด็กชายไม่สงสัยแม้แต่น้อยยิ่งเริ่มฝึกก็เข้าใจยิ่งเชื่อว่าเป็วิชาส่งเดชที่เทพอสูรตั้งใจกลั่นแกล้งตนเองในความคิดของเด็กชายการมีวิชาให้เรียนรู้ดีว่าไม่มี และด้วยเป็ผู้ไม่มีพื้นฐานมาก่อนการฝึกปรือวิชาจึงเป็สิ่งเร้าใจแปลกใหม่ ความมุ่งมั่นต่อการฝึกจึงมากกว่าปกติอีกเท่าตัว
เวลาผ่านไปสิบห้าวันร่างกายของเด็กชายหินค่อยๆถูกหลอมกลั่นจากเคล็ดวิชาโล่์นับสิบครั้งรูขุมขนตอนแรกขับเอาของเหลวคล้ายโคลน หลายครั้งค่อยๆเปลี่ยนเป็ของเหลว จนท้ายๆขับเป็ไอควันสีเข้มแล้วค่อยๆจางลงในที่สุดสิบห้าวันเด็กชายหินถึงกับบรรลุวิชาโล่์ขั้นต้นจึงถึงระดับสูงสุดิัดูละเอียดขาวเนียนจนสตรีอายเลยทีเดียวอีกทั้งเมื่อบรรลุถึงระดับนี้ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาป้องกันตัวเองสามารถต้านรับพลังได้ถึงยี่สิบแรงม้าหรือผู้มีพลังระดับแรกกำเนิดขั้นห้าจนถึงระดับกำเนิดพลังขั้นหนึ่งหากคิดทำร้ายเด็กชายยังทำไม่ได้
ฟู่...เด็กชายพ่นผ่อนลมปราณออกทางปากยาวๆใบหน้าพลันยับย่นจมูกทำท่าฟุดฟิดราวกับจมูกสุนัข
“กลิ่นอะไรกัน ผู้ใดทำส้วมแตกแถวนี้กัน” เด็กชายบ่นขึ้นอย่างเหลืออดแต่เมื่อลืมตาขึ้นมองหาต้นต่อ ก่อนจะทำตาโตเมื่อเห็นรอบกายมีกองของเหลวสีดำจำนวนมากมายหนาถึงระดับหัวเข่ากลิ่นสุดทนทานมาจากกองเ่าั้เอง
เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เป็ใจเด็กชายแทบไม่อาจทนอยู่ตรงนั้นได้แม่แต่เสี้ยววินาทีรีบหุนหันะโไปเปิดประตูผ่างออก สิ่งสกปรกและกลิ่นที่อัดแน่นภายในห้องถูกพลังชะล้างแห่งตรากฏรักษาความสะอาดของห้องพักพ่นออกมาภายนอกปกติความสกปรกจากเหงื่อไคลกลิ่นอับจะถูกตรากฏชะล้างหายไปในอากาศทันทีที่ประตูห้องเปิดออกแต่กลิ่นปฏิกูลเหม็นเน่าสุดทนทานจำนวนมหาศาลนี้มากจนไม่สลายทันที กลับกระจายเป็หมอกสีดำขนาดใหญ่กระจายไปทั่วรัศมีห้าสิบก้าว
“ใครมาขี้แตกแถวนี้ว่ะ”
“ตัวบัดซบคนไหน เอาซากเน่าของสัตว์อสูรเข้ามาในสำนัก”
เสียงโหวกเหวกโวยวายดังจากทั่วทิศทันที เด็กชายหินราวกับนกรู้หายตัวออกนอกประตูสำนักไปก่อนผู้ใดจะพบเห็น
..........
พี่ใหญ่... เสียงเด็กชายผู้หนึ่งดังขึ้น เมื่อเด็กชายหินวิ่งออกมาจนถึงแปลงสมุนไพรที่อยู่ใน่เติบโตเต็มที่ใกล้เก็บเกี่ยวได้แล้วความสูงของต้นสูงกว่าหนึ่งเมตรเด็กชายผู้หนึ่งลุกขึ้นยืนจึงค่อยพบเห็นได้
“เ้า...เออ..พี่ลู่ชางเอง” เด็กชายหินหันมาเห็น ตอนแรกจะเรียกเ้าสี่แต่นึกขึ้นได้ว่าถูกเปิดโปงอายุแล้วต้องยกมือเกาท้ายทอยอย่างไม่สบายใจเท่าไหร่นัก
“พี่ใหญ่ ท่านออกมาแล้ว พวกข้าไปรอท่านตั้งนานเกรงว่าท่านจะ...จะเ้าบื้อนี่ไม่ยอมให้ข้าเรียกท่าน”เด็กหญิงหงส์เยี่ยลุกพรวดพราดขึ้นมาจากอีกร่องแปลงหนึ่งส่งเสียงอย่างยินดี ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มที่จริงใจจนััได้เมื่อหนึ่งตบไปที่หัวลู่ชางทีหนึ่ง
“พวกเรา?...” เด็กชายหินทวนคำ
“ใช่แล้วพวกเรา ข้ากับเ้าบื้อไงพี่ใหญ่”เด็กหญิงรีบเดินอ้อมแปลงผักมาหา
“พี่หญิง พวกท่านก็ได้ยินแล้วข้าความจริงมีอายุน้อยที่สุด เป็คนหลอกลวง เป็ขยะไร้ฝีมือพวกพี่ทั้งสองไม่ต้องเรียกข้าว่าพี่ใหญ่อีกแล้วการสาบานครั้งนั้นล้วนไม่ถูกต้องมาแต่ต้น” เด็กชายยิ้มอย่างขมขื่นความจริงคิดว่าพี่น้องร่วมสาบานทั้งสามจะต้องโกรธแค้นอย่างที่สุดไม่คิดว่าพี่น้องยังเป็พี่น้องสร้างความอัดอั้นในใจรู้สึกผิดอย่างมาก
“แล้วอย่างไร พวกเราสาบานเป็พี่น้องไม่กลับคืนคำพี่ใหญ่พี่รองสำคัญตรงไหนก็แค่คำแรกขาน สิ่งสำคัญอยู่ตรงนี้”เด็กชายลู่ชางที่ปกติพูดน้อย เคร่งขรึมเชิดหน้ายืดอกตบมือไปที่อกซ้ายอย่างแรก“หัวใจ มันอยู่ตรงนี้ ว่าเราเชื่อใจกันหรือไม่ แต่ข้าลู่ชางเชื่อใจพี่ใหญ่เฮงท่านยังเป็พี่ใหญ่เสมอ”
“ถูกต้องพี่ใหญ่ ท่านเป็พี่ใหญ่ของพวกเราแม้เราจะรู้จักกันไม่นานแต่พิสูจน์แล้วว่าท่านไม่เคยเอาเปรียบคิดร้ายกับพวกเราเลยสักครั้ง”เด็กหญิงหงเยี่ยกล่าวสนับสนุน
“พวกเ้านี่...จริงเลย” เด็กชายหินดวงตาแดงรื่นขึ้นอย่างเต็มตื้นในใจรู้สึกแน่นขึ้นจนไม่อาจเอ่ยคำใด ก่อนจะสูดหายใจลึกๆกล่าวว่า“ได้..พี่น้องกันชั่วชีวิตข้าเฮงฉีเทียนรับรองว่าจะทำให้พวกเราเชิดหน้ายืดอกให้ผู้อื่นนับถือพวกเราให้ได้”
“แล้วเ้าสามละ...” เด็กชายหินมองหาเด็กชายอ้วนลู่เฉียวแต่เมื่อมองเห็นพี่น้องทั้งสองเบื้องหน้าเพียงมองหน้ากันไม่ตอบก็พอคาดเดาได้“ไม่เป็ไรยังไงเ้าสามก็ยังเป็พี่น้องของเรา สักวันพวกเราทั้งสี่จะอยู่ร่วมกันอีกครั้ง”
“ผู้ใดอยากเป็พี่น้องกับเ้าสวะกัน” เสียงหนึ่งพลันดังแทรกขึ้นมา
“เ้าอ้วน...” เด็กหญิงหงส์เยี่ยส่งเสียงดังขึ้นตอนแรกตั้งใจจะชี้หน้าด่าสักรอบ แต่เมื่อเห็นผู้ที่ตามมาด้านหลังได้แต่กลืนคำพูดลงคอ
“ห่า ห่า ห่า เป็การรวมตัวของพวกขยะจริงๆ พวกเ้า” หัวหน้าหัวโจกของสำนักที่ยี่สิบเอ็ดลู่ฟ่านชี้นิ้วไปทางเด็กทั้งสามก้าวเดินเข้ามาพร้อมกับคนสนิทสามคนหนึ่งในนั้นคือมู่เจิ้งอันเด็กที่ทำร้ายเด็กชายหินจนาเ็มาก่อนหน้านี้
“ผลึก์จำนวนร้อยก้อน วันนี้พวกเ้าต้องมอบออกมาไม่เช่นนั้นคงต้องเจ็บตัวกันหน่อย” ลู่ฟ่านส่งเสียงทวงถาม
“ไม่มี...” เด็กชายลู่ชางกล่าวสวนกลับทันทีอย่างไม่เกรงกลัว
“เ้าหนู เ้าก็เป็คนในตระกูลลู่เช่นเดียวกับพวกเราเหตุใดสมองน้อยกว่าเ้าอ้วน ไม่รู้จักเลือกเอาเสียเลย” ลู่ฟ่านมองด้วยสายตาดูแคลน
“หากจะให้ประคองมอบให้เป็ไปไม่ได้ หากอยากได้ก็ต้อง่ชิงเอาเองผู้ใดจะเข้ามาถามหมัดคู่นี้ดุก่อน” เด็กชายลู่ชางผนึกผลังปราณสู่สองมือพลังกดดันขุมหนึ่งแผ่กระจายออกมา ลู่ชางแม้จะมีพร์ทางกายไม่โดดเด่น แต่พร์ด้านกระบวนท่าแล้วกลับเหนือล้ำกว่าธรรมดามากมายตอนเข้าไปในโถงชะตาได้รับบันทึกระดับดีขั้นสูงซึ่งบันทึกเคล็ดวิชาหมัดล่องหนชุดหนึ่งตลอดเวลาที่อยู่ที่โลกเทวะแม้การสะสมลมปราณจะเชื่องช้าแต่กับวิชาหมัดล่องหนกลับตีความได้ถึงหกส่วนต้องรู้ว่าเคล็ดวิชาระดับดีแบ่งออกเป็สามขั้น ต่ำ กลาง สูง สำหรับขั้นสูงอีกเพียงนิดเดียวก็เป็ระดับเลิศล้ำที่หายากยิ่งการตีความก็ยิ่งยากตามลำดับการที่ลู่ชางตีความได้หกส่วนนับว่าเป็อัจฉริยะผู้หนึ่งได้เลยทีเดียว
“มีความกล้าดี แต่ไม่ประเมินตนเองเวลาเพียงสิบกว่าวันที่เ้าอ้วนมาอยู่กับข้าลู่ฟ่าน ตอนนี้ยังเหนือกว่าเ้าอีก”ลู่ฟ่านหันไปตบบ่าลู่เฉียว “เ้าอ้วนไปสั่งสอนพี่น้องของเ้าให้ตาสว่างทีสิ”
เด็กชายอ้วนลู่เฉียวปรากฏสีหน้าลำบากใจวูบหนึ่งก่อนจะก้าวเดินออกมาเบื้องหน้า
“พวกเ้ามอบออกมาเถอะ จะบอกให้ว่าพลังฝึกปรือของข้าตอนนี้อยู่ระดับครึ่งก้าวกำเนิดพลังแล้วพวกเ้าไม่อาจสู้ได้แม้แต่จะคิด”
“ออ.. ตอนนี้เก่งมากเลยละสิ ไหนให้แม่ตบสั่งสอนสักที” เด็กหญิงหงส์เยี่ยรีบเดินล้ำหน้าออกมาทำท่าจะลงไม้ลงมือ
“หยุดก่อน...” เสียงเด็กชายหินดังขึ้นขัดจังหวะ
“ออ..เกือบลืมทักทาย ท่านขยะ ในที่นี้ไม่มีที่ให้เ้ากล่าววาจาน้องมู่เจิ้งอันจัดการตบปากสวะให้พี่หน่อยสิ” ลู่ฟ่านแสยะยิ้มเอ่ยเสียงเย็น
“สิบวัน...” เด็กชายหินไม่รอให้มู่เจิ้งอันก้าวออกมา รีบกล่าวต่อทันที“ขอเวลาสิบวัน พวกเราสามพี่น้องจะขอท้าประลองกับพวกเ้าสามคน หากพวกเราแพ้ผลึก์ขั้นต่ำหนึ่งหมื่นเม็ดจะเป็ของพวกเ้า”
“ ห้า ห้า ห้า ขำว่ะ... สิบวันพวกเ้าจะสู้กับพวกข้าเนี้ยนะ”ลู่ฟ่านหัวร่อจนท้องแข็งตัวงอ
“กลัวแพ้?” เด็กชายหินกระทุ้งกระตุ้นไปคำ
“กลัวแพ้? โอ๊ย...พวกเ้าทำข้าขำจนเจ็บท้องไปหมดแล้วจะบอกพวกโง่เอาบุญพวกข้าเพิ่งเข้าสู่ระดับกำเนิดพลังวันนี้เองตั้งใจว่าจะมาจัดการพวกสวะแล้วพรุ่งนี้จะออกจากสำนักที่ยี่สิบเอ็ดแต่ไม่เป็ไรนับว่าวันนี้พวกเราโชคดีที่ข้าลู่ฟ่านอารมณ์ดีเป็พิเศษพวกข้าจะรอสิบวัน เพียงสิบวันเท่านั้นพวกข้าจะหักแขนพวกเ้าทุกคน”ลู่ฟ่านกล่าวอย่างเหี้ยมเกรียมมองมาทางเด็กชายหิน “โดยเฉพาะเ้าที่ทำข้าเป็ตัวตลกน่าอับอายขายหน้า”
“เยี่ยม... สัญญาแล้วไม่คืนคำ” เด็กชายหินยิ้มอย่างไม่อาธรร้อนใจ
“ไม่คืนคำ...” ลู่ฟ่านรับคำก่อนจะพาพวกของตนจากไป
“ออ...หากพวกเ้าแพ้ข้อตกลงสํญญาเมื่อการประลองครั้งก่อนยังมีผลต่อไปนะพี่ลู่ฟ่าน”เด็กชายหินส่งเสียงตามหลัง
“แพ้รึ? ห้าห้าห้า”ลู่ฟ่านหัวร่อยกมือขึ้นมาชูนิ้วกลางให้แล้วจากไป
“เ้าอ้วน...”เด็กหญิงหงส์เยี่ยรีบกล่าวเมื่อเห็นเด็กชายอ้วนที่ยืนเก้ๆกังๆกำลังจะหันหลังตามลู่ฟ่านไป
“มีอะไร พวกเราไม่ใช่พี่น้องกันอีกแล้วอีกสิบวันข้าจะทุบพวกเ้าทั้งสามคนให้สำนึก” เด็กชายอ้วนไม่หันกลับมาเพียงเอ่ยแล้วเดินจากไป
“ข้าขอโทษ..” เด็กชายหินรู้สึกผิดส่งเสียงไล่หลังไป ขอโทษ....
“สิบวัน หากเ้านั่นอยู่ระดับกำเนิดพลังจริง พวกเราไม่มีทางชนะแน่”ลู่ชางเอ่ยอย่างกังวล
“ข้าเฮงัเีบอกแล้วว่าจะทำให้พวกเราเชิดหน้าอีกครั้ง ข้ามีวิธี..”เด็กชายหินหลังจากปรับอารมณ์เดินมาโอบไหล่พี่น้องทั้งสองมุมปากยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์ ในความคิดของเด็กชายมีความรู้มหาศาลพลั่งพรูออกมาเป็หนทางยกระดับความสามารถพี่น้องของตน รวมถึงตนเองไปอย่างมีระเบียบแบบแผน
-สิบวันหมูจะกลายเป็เสือแล้ว-
...............