ยามเช้าวันนี้อากาศค่อนข้างเย็นกว่าทุกวัน จ้าวลู่ชิงมุดอยู่ใต้ผ้าห่มไม่ยอมให้ร่างกายออกมาสัมผัสกับอากาศด้านนอก
พลันผ้าห่มก็ถูกเปิดออกเมื่อนางนึกขึ้นได้ว่าต้องจัดการเรื่องสำคัญแต่ก่อนจะลุกจากเตียง สายตานางเหลือบเห็นจดหมายกับป้ายหยกวางอยู่บนโต๊ะติดกับหัวเตียง
รีบหยิบจดหมายเปิดออกอ่าน เนื้อหาข้างในบอกว่านางสามารถไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าเมืองและนายอำเภอในมณฑลเหอเป่ยได้ขอเพียงแค่มีป้ายหยกชิ้นนี้
หมู่บ้านซานเป่ยตั้งอยู่ทางใต้ของมณฑลเหอเป่ย ส่วนโยวโจวจะตั้งอยู่ทางเหนือของมณฑลเหอเป่ย แสดงว่านอกจากเขตพื้นที่เมืองโยวโจวแล้วเขายังมีอำนาจครอบคลุมไปทั้งมณฑล อย่างนี้ก็ง่ายต่องานที่นางต้องทำน่ะสิ
“ซูเจินข้าตื่นแล้ว” ร้องเรียกสาวใช้
ประตูห้องเปิดออก ซูเจินถืออ่างล้างหน้าเข้ามาให้คุณหนู อวี้หมัวมัวรีบไปเตรียมชุดสำหรับสวมใส่วันนี้
ระหว่างทางเดินไปยังเรือนท่านพ่อนางต้องหยุดเท้าเมื่อเจอพี่ชาย
“จะขึ้นไปบนสวนแล้วหรือเจ้าคะ” จ้าวลู่ชิงถามพี่ชายที่กำลังจูงม้าเตรียมพร้อมขึ้นไปสวนที่ตั้งอยู่บนเขาตั้งแต่เช้า
“ใช่ เจ้าจะไปไหนตั้งแต่เช้า”
“ข้าจะไปหาท่านพ่อเจ้าค่ะ”
พี่ชายกับน้องสาวหยุดสนทนากันอยู่สักพักก่อนจะแยกจากเพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ของตนเอง
จ้าวหยางนั่งอยู่ในห้องหนังสือ เงยหน้าจากสิ่งที่ทำเมื่อเห็นบุตรสาวเดินเข้ามาหา
จ้าวลู่ชิงยอบกายคารวะบิดายามเช้าก่อนจะกล่าวถึงจุดประสงค์ที่มาหาตั้งแต่เช้า
เรื่องที่บุตรสาวเล่าให้ฟังทำให้จ้าวหยางคิ้วขมวดเข้าหากัน เสื้อกันหนาวสำหรับบุรุษประมาณสามแสนตัวเป็นเงินมิใช่น้อย ๆ มองหน้าบุตรสาวที่นั่งยิ้มไม่ทุกข์ร้อนกับสิ่งที่ได้รับปากลงไป
“ท่านพ่ออย่ามองหน้าข้าด้วยแววตาเช่นนี้เลยนะเจ้าคะ”
“ทรัพย์สินของบ้านพวกเรามีถึงล้านก้วนหรือ” จ้าวหยางมิได้ยุ่งเรื่องเงินจึงไม่รู้ว่าบ้านมีทรัพย์สินเท่าใด เงินล้านก้วนมิใช่น้อย ๆ
“ข้ามิได้คิดจะนำเงินส่วนนี้ไปใช้เจ้าค่ะ”
“แล้วเจ้าจะเอาเงินจากที่ไหนไปซื้อ”
“ข้าจะหลอมยาขายเจ้าค่ะ”
“ยาอะไรของเจ้า กว่าจะได้เงินเกือบล้านก้วนมือเจ้าคงใช้การไม่ได้”
“ท่านพ่อมิต้องเป็นห่วงเรื่องนี้เจ้าค่ะ ข้ารับรองว่าพวกเราลงทุนในครั้งนี้มิสูญเปล่าแน่นอน”
จ้าวลู่ชิงรู้ว่าปีนี้ทหารต่างต้องใช้เสื้อกันหนาวเก่า ๆ ตัวเดิม หากออกศึกแล้วจะทนหนาวได้อย่างไร นางเพียงอยากช่วยเหลือทหารกล้าทุกนายไม่ให้ถูกฝังอยู่ใต้กองหิมะเพราะความหนาวเหน็บมากกว่าต่อสู้กับฝ่ายตรงข้าม
พวกเขาต้องใช้ชีวิตท่ามกลางหิมะปราบปรามชนเผ่านอกด่านเพื่อปกป้องราษฎรในแคว้น คนพวกนี้คือผู้กล้าแต่สิ่งที่พวกเขาได้รับมีแต่ความยากลำบาก
หลี่ซื่อหมินเห็นเพียงโอกาสอันดีสำหรับการปราบปรามศัตรูแต่มองข้ามความยากลำบากของทหาร
แต่ความช่วยเหลือของนางก็ต้องได้รับผลตอบแทนกลับคืนมา นางมิได้สติฟั่นเฟือนถึงขนาดนำเงินเป็นล้านก้วนไปถลุงเล่น
นางต้องการใช้อำนาจของเขาปกป้องตนเอง หอประมูลของหายากที่นางอยากทำขึ้นล้วนต้องเป็นที่จับตามอง สถานที่แบบนี้ล้วนกอบโกยเงินได้เป็นหีบ มิใช่ทีละก้วนสองก้วนเหมือนการค้าขายทั่วไป มีเขาคอยเป็นเกราะกำบังผู้ใดจะกล้าหาเรื่อง
“เสื้อกันหนาวสามแสนตัวมิใช่น้อย จ้างชาวบ้านเย็บอย่างเดียวคงมิทัน”
“ข้าคิดจะให้คนกว้านซื้อเสื้อกันหนาวสำเร็จรูปด้วยเจ้าค่ะ” จ้าวลู่ชิงคิดไว้แล้วว่าให้คนเย็บอย่างเดียวคงไม่ทัน นางอยากให้คนกว้านซื้อเสื้อกันหนาวจึงมาขอความช่วยเหลือจากบิดา
จ้าวหยางปรึกษากับบุตรสาวอยู่สักพักจากนั้นทั้งสองก็นั่งเขียนจดหมายเพื่อส่งออกไปขอความช่วยเหลือ
“คุณหนูเจ้าคะ มีคนมาขอพบคุณหนูเจ้าค่ะ” ซูเซียงเข้ามารายงาน
“ผู้ใดหรือ”
“เขาบอกว่าเป็นคนของฉีอ๋องเจ้าค่ะ”
“ท่านพ่อข้าขอตัวสักครู่นะเจ้าคะ”
จ้าวลู่ชิงกับสาวใช้เดินมายังเรือนด้านหน้าที่ใช้เป็นเรือนรับรองแขก ผู้ที่นั่งอยู่คือบุรุษท่าทางองอาจคล้ายนักรบ
“คารวะจ้าวกูเหนียง ข้าได้รับคำสั่งจากท่านอ๋องให้มาส่งสิ่งที่ให้ขอรับ”
“หอแห่งนี้จะมีสามชั้น ตั้งอยู่ในตรอกทางทิศตะวันตกของเมือง แต่ก่อนหอแห่งนี้เป็นที่พักตากอากาศของอ๋องจากราชวงศ์ที่แล้ว ยามนี้มันถูกโอนเป็นชื่อของกูเหนียงเรียบร้อยแล้วขอรับ”
“ยอดเยี่ยมไปเลย ขอบใจท่านมาก”
ถ้านางคาดเดาไม่ผิดสถานที่แห่งนี้คงเคยเป็นของฉางเล่ออ๋อง ก่อนที่ราชวงศ์สุยจะล่มสลายบรรดาอ๋องต่างก่อกบฏ พอราชวงศ์สุยล่มสลายฉางเล่ออ๋องก็ครองดินแดนเหอเป่ย สถาปนาแคว้นเซี่ยขึ้นแล้วตั้งตนเป็นเซี่ยอ๋อง ตั้งเมืองหลวงอยู่ที่หมิงโจว สามปีต่อมาเซี่ยอ๋องต้องพ่ายแพ้ให้กับหลี่ซื่อหมิน ถูกจับเป็นตัวประกันแล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา
นางถือโฉนดเข้าไปหาบิดา “ท่านพ่อเจ้าคะ ข้าได้สถานที่แล้ว”
จ้าวหยางอ่านโฉนดในมือพร้อมฟังบุตรสาวเล่าถึงสถานที่ไปพร้อมกัน “แบ่งคนของเราออกจากภัตตาคารแต่ละสาขามาอยู่ที่นี่ด้วยก็ดี”
“ดีเจ้าค่ะ ข้าก็คิดว่าพวกเราน่าจะแบ่งคนออกจากภัตตาคารบ้าง”
จดหมายต่างถูกส่งออกไปตามที่อยู่ต่าง ๆ ทั้งทางอากาศ ทางน้ำ และทางบก
วันต่อมาจ้าวลู่ชิงและจ้าวหยางออกไปข้างนอกเพื่อสำรวจหอที่จะเปิดเป็นสถานที่ประมูลของหายาก
ด้านหน้าทางเข้าเป็นประตูสีแดงบานใหญ่ มีกำแพงหินกั้นระหว่างด้านนอกกับข้างใน
พอผ่านประตูเข้ามาก็เจอเข้ากับป่าต้นอิงฮวาที่เหลือแต่ก้านเพราะถูกตั๊กแตนเข้าทำลาย ภายในหอสูงสามชั้นถูกตกแต่งอย่างสวยงาม มีโถงขนาดใหญ่อยู่ตรงกลาง สามารถมองลงมาจากทุกชั้นได้
เสียงที่ดังขึ้นคือการกั้นห้องให้เป็นห้องย่อยออกมาอีกหลายห้อง ช่างพวกนี้คือคนที่ฉีอ๋องจ้างมา
สองพ่อลูกเพียงเดินตรวจตราและบอกให้ปรับปรุงเพิ่มอีกเล็กน้อย ห่างจากหอไปประมาณสามลี้จะเป็นเรือนต่าง ๆ
“ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเรือนพวกนี้ให้คนของเราพักดีหรือไม่เจ้าคะ”
จ้าวหยางเห็นด้วย เรือนพวกนี้ให้เป็นสถานที่อาศัยของพวกคนงานก็แล้วกัน
“พวกเราจะตั้งชื่อหอว่าอย่างไรดีเจ้าคะ” นางยังคิดชื่อไม่ออกจึงถามความคิดเห็นบิดา
“ที่นี่เต็มไปด้วยป่าอิงฮวา เจ้าก็ตั้งชื่ออิงฮวาดีหรือไม่”
“ก็ดีนะเจ้าคะ หออิงฮวา” จุดเด่นของที่นี่คือต้นอิงฮวา สถานที่พักตากอากาศสำหรับชมความงดงามของดอกไม้
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสองพ่อลูกก็ไปยังร้านผ้าจากนั้นก็ไปหาร้านที่ขายนุ่น
จ้าวลู่ชิงรู้สึกว่าการเข้ามาในตัวเมืองครั้งนี้ทุกคนต่างทักทายพวกนางอย่างคุ้นเคย สาเหตุอาจมาจากการเปิดโรงครัวช่วยผู้ประสบภัยในช่วงที่ผ่านมา
นางกับบิดาทักทายพวกเขากลับไปเช่นเดียวกันแม้ว่าจะไม่รู้จักก็ตามที
ร้านขายผ้ากับร้านขายนุ่นและร้านขายด้ายต่างตกใจกับการค้าครั้งใหญ่ ตกลงราคากันเสร็จสรรพสองพ่อลูกก็มุ่งตรงไปยังอำเภอต่อ
จ้าวหยางกับบุตรสาวมาขอเข้าพบท่านนายอำเภอ ยืนรออยู่สักพักเจ้าหน้าที่ก็เชิญทั้งสองเข้าไปพบกับนายอำเภอที่นั่งรออยู่ในห้องทำงาน
“ต้องขออภัยที่พวกข้ามารบกวนเวลางานของท่าน” จ้าวหยางกล่าวกับนายอำเภอ
“ท่านอย่าได้กล่าวเช่นนี้เลย มา ๆ เชิญพวกท่านนั่งก่อน” นายอำเภอหยางรีบเชิญสองพ่อลูกให้นั่งลง คนตรงหน้าเขาเคยเป็นถึงขุนนางขั้นสองถึงโดนปลดความน่าเกรงขามก็ยังคงมี
“พวกข้ามาวันนี้เพื่อต้องการขอความช่วยเหลือจากท่าน”
จ้าวหยางยื่นป้ายหยกให้กับคนตรงหน้า
นายอำเภอหยางหยิบป้ายหยกขึ้นมาสำรวจจึงเห็นว่ามันเป็นของแท้ ป้ายหยกอันนี้คือตัวแทนของฉีอ๋อง เงยหน้ามองสองพ่อลูกที่มาขอความช่วยเหลือ
“พวกท่านอยากขอความช่วยเหลือในเรื่องใด” ป้ายหยกชิ้นนี้เจ้าเมืองและนายอำเภอในมณฑลเหอเป่ยต่างรู้จักดี
จ้าวหยางอธิบายถึงสาเหตุที่ตนและบุตรสาวมาขอความช่วยเหลือจากนายอำเภอในครั้งนี้
นายอำเภอหยางรีบตอบรับให้การช่วยเหลือทั้งที่ยังฟังไม่จบ เรื่องน่ายินดีเช่นนี้เหตุใดตนจะไม่ให้การช่วยเหลือ ชาวบ้านยามนี้ต่างทุกข์ใจกับผลผลิตที่เสียหาย หากมีงานให้ทำเพื่อแลกเงินมาซื้ออาหารประทังชีวิตจนกว่าจะถึงฤดูเก็บเกี่ยวในปีหน้าก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี
“ข้าจะรีบให้คนไปเจรจากับร้านค้า”
จ้าวลู่ชิงกับบิดาปรึกษาหารือกับนายอำเภออยู่พักใหญ่ก่อนขอลากลับบ้าน
เย็นวันนั้นอำเภอชิงเหอต่างติดป้ายประกาศเรื่องการรับซื้อนุ่นจากชาวบ้าน และการจ้างงานเย็บเสื้อกันหนาว
เช่นเดียวกับจังหวัดจี้โจวตอนนี้ก็ติดประกาศกระจายข่าวให้ชาวบ้านรับรู้ โหลวฉ่ายผิงได้รับจดหมายขอความช่วยเหลือก็รีบดำเนินงานทันที
ร้านขายผ้าของตระกูลถูกปิดการขาย ผ้าฝ้ายที่มีในคลังต่างถูกรื้อค้นว่ามีจำนวนเท่าไหร่
คนงานในร้านและบ่าวรับใช้ที่ซื้อมาใหม่รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ของทางการต่างถูกเกณฑ์ให้ช่วยงาน