ตอนที่12 ก้าวต่อไป
ภายใต้บรรยากาศรับประทานอาหารค่ำด้วยกันหลายคนแล้วยังมีเื่พูดคุยมากมายชายชราสามารถรับประทานอาหารได้มากกว่าปกติหลายเท่า พอทุกคนเสร็จสิ้นการรับประทานและจัดเก็บสถานที่ให้สะอาดเรียบร้อยชายชราแนะนำห้องพักผ่อนสำหรับหลานชายคนใหม่เป็ห้องนอนเดิมของลูกชายซึ่งอยู่อีกฟากในอาคารเดียวกัน
ชายชรามีท่าทางอึดอัดเล็กน้อยเพราะรับประทานอาหารเข้าไปมากจนท้องอืดจากอาหารไม่ย่อยก่อนขอตัวไปต้มยาช่วยย่อยอาหาร แต่ยังไม่ลืมมาอุ้มพาตัวหลานสาวคนใหม่ไปนอนด้วยกันส่วนหลานชายทั้งสามคนให้นอนพักผ่อนรวมกันในห้องเดียวไปพลางพรุ่งนี้ถึงจะให้ช่างมาปรับปรุงห้องพักเพิ่มเติมแยกคนละห้องเพื่อความเป็ส่วนตัว
..........
รุ่งเช้าเป็วันที่หกเดือนหนึ่ง ตามปีปฏิทินจันทรคติหรือตรงกับวันที่สิบสาม เดือนกุมภาพันธ์ปีคริสต์ศักราชสองพันสิบหก
ซูเทียนเหยี่ยนหรือเทพซุนเสวี่ยมี่เกิดใหม่ในภพโลกเมื่อวันที่สี่เดือนหนึ่ง ซึ่งตรงกับวันที่สิบเอ็ด เดือนกุมภาพันธ์พอดีเช้านี้นางตื่นแต่เช้าเพราะร่างกายปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมใหม่ในภพโลกได้แล้วทั้งยังตื่นเต้นยินดีเพราะจะได้ไปลงทะเบียนเป็ประชากรของภพโลกอย่างเป็ทางการซึ่งนางอยากเห็นขั้นตอนการดำเนินงานเป็อย่างยิ่ง
“แอะ ๆ ๆ ๆ ๆ”
เทพน้อยผู้อาภัพส่งเสียงร้องและดิ้นอย่างแรงหวังปลุกชายชราข้างกายให้ตื่นเสียทีเนื่องจากปวดปัสสาวะจนแทบทนไม่ไหวนางไม่้าปัสสาวะรดผ้าห่อกายจนเปียกชื้นไม่สบายตัวได้จึงพยายามอย่างเต็มที่ให้ชายชรารู้สึกตัวตื่นเสียที
“อ้าว! ตื่นแล้วเหรอเหยี่ยนเอ๋อร์คงปวดฉี่ล่ะสิ เดี๋ยวปู่พาไปฉี่และอาบน้ำอุ่นด้วยนะ”
ชายชรารู้สึกถึงแรงสั่นะเืข้างกาย่จึงพลิกตัวหันกลับมามองฝั่งด้านในที่นอนพลันเหลือบเห็นทารกน้อยส่งเสียงร้องเรียกจึงคาดเดาได้ไม่ยากนักเพราะเคยมีประสบการณ์เลี้ยงดูลูกชายมาก่อนพลางรีบยันกายลุกขึ้นนั่งแล้วอุ้มตัวทารกน้อยแนบอกลงจากเตียงพร้อมกัน
ค่อยยังชั่วตาแก่นี่รู้ดีเสียจริงว่าข้า้าอะไร อยากลองอาบน้ำในภพโลกดูบ้างมันจะสดชื่นเหมือนอาบน้ำในสระมรกตแห่งแดนชิงชิวไหม ถ้าข้าแข็งแกร่งกว่านี้สักหน่อยค่อยร่ายเวททำความสะอาดร่างกายเอาก็ได้ไม่จำเป็ต้องสิ้นเปลืองน้ำเหมือนพวกมนุษย์หรอก
เทพซุนเสวี่ยมี่ยิ้มตาหยีพอใจต่อการคาดเดาพฤติกรรมตนเองจากชายชราทว่าวินาทีถัดมานางต้องเบิกตากว้างใเพราะชายชราโน้มใบหน้าลงมาหอมแก้มนุ่ม ๆทั้งสองข้างด้วยความเอ็นดูซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้นางตื่นใเพราะไม่คิดว่าชายชราจะแสดงความรักใคร่ด้วยวิธีนี้
กรี๊ด! ตาแก่นี่! เ้าบังอาจมาหอมแก้มข้าได้ยังไงหยุดเดี๋ยวนี้!หยุดเลย!!!
เทพตัวน้อยอยากจะร้องไห้โฮเสียงดังด้วยความตื่นใทว่าเสียงที่เปล่งออกมากลับกลายเป็เสียงร้องไห้จ้าซึ่งทำให้ชายชราเข้าใจผิดคิดไปว่าตนไม่อยากอาบน้ำท่ามกลางอากาศหนาวเย็นหรืออาจจะหิวนมแทนว่า
“อุแว้ ๆ ๆ ๆ ๆ”
“โอ๋ ๆ เหยี่ยนเอ๋อร์.....หลานกลัวหนาวเหรองั้นจะเช็ดตัวให้แล้วกันนะ หรือว่าหลานหิวนมแล้วล่ะไม่รู้ว่าป่านนี้พวกสามคนนั่นจะตื่นไปซื้อนมมาให้เหรอยัง รอเดี๋ยวนะ.....เดี๋ยวปู่จะพาไปถามพวกเขาดูก่อน”
ซุนเสวี่ยมี่หยุดร้องไห้กะทันหันพลางเม้มริมฝีปากน้อยๆ แน่นอย่างไม่พอใจแทนนางรู้สึกคิดถึงพี่ชายหนิงหลงเป็อย่างยิ่งเพราะเขาเข้าใจความ้าของตนได้ชัดเจนมากกว่าแต่ต้องสะกดอารมณ์ไว้เพราะรู้ดีว่าอนาคตของทุกคนอยู่ในกำมือของชายชราฉะนั้นได้แต่รอเวลาพบกับพี่ชายด้วยใจจดจ่อ
“เหยี่ยนเอ๋อร์ หลานนี่น่ารักจริงๆ เลย”
ชายชราเข้าใจผิดอีกครั้งเพราะคิดว่าการที่ทารกหยุดร้องไห้เกิดจากการพูดถึงเื่นมซึ่งเป็อาหารหลักแทนโดยไม่ได้คิดถึงเื่อาบน้ำหรือเื่อื่นใดอีกทั้งยังเห็นว่าเ้าก้อนแป้งเม้มริมฝีปากแน่นเหมือนยินดีต่อการจะได้รับประทานนมมากกว่าพลางกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงไปยังห้องพักของบรรดาเด็กหนุ่มทั้งสามคนซึ่งตนให้พักในห้องนอนเดิมของลูกชายโดยอยู่อีกฟากหนึ่งในอาคารเดียวกัน
“..........”
เทพตัวน้อยลอบกลอกตามองบนอย่างเบื่อหน่ายเพราะไม่อยากร้องไห้หรือพูดอะไรออกมาอีกเนื่องจากเสียงที่เปล่งออกมานั้นกลับกลายเป็เพียงเสียงร้องของทารกจึงเข้าใจได้ทันทีว่าลิ้นของร่างกายใหม่ยังไม่แข็งแรงมากพอในการเปล่งคำพูดด้วยภาษามนุษย์ออกมานางจึงจำใจต้องเงียบเสียงลงแล้วรอเวลาพบพี่ชายผู้เข้าใจตนมากที่สุดแทน
อนึ่งบ้านพักของชายชราซูเกอเป็บ้านทรงสี่ประสานขนาดเล็กตามฐานะอันมั่งคั่งระดับหนึ่งแห่งเมืองตงหยิงโดยมีประตูทางเข้าหน้าบ้านอยู่ฝั่งทิศใต้ซึ่งกำแพงถูกทุบแล้วปรับปรุงเปิดเป็ร้านจำหน่ายสมุนไพรในชื่อ“ร้านยาจงอี้”
มีอาคารขนานกันทั้งฝั่งซ้ายขวาต่อเนื่องไปจากกำแพงด้านในอีกชั้นซึ่งขวางกั้นจากหน้าร้านขายยาไว้เป็พื้นที่ส่วนตัวเนื้อที่ด้านหลังกำแพงชั้นในเป็ที่พักและอาคารเก็บสมุนไพรทั้งสองฟากด้านทิศเหนือเป็ที่พักอาศัยซึ่งมีห้องใหญ่อยู่สามห้องห้องฝั่งทิศตะวันตกเป็ห้องนอนของชายชราคั่นด้วยห้องโถงรับแขกขนาดใหญ่ซึ่งถูกใช้เป็สถานที่รับประทานอาหารค่ำเมื่อคืนนี้ถัดมาเป็ห้องสะสมวัตถุโบราณหลากหลายชนิดและมีห้องสุขาไว้บริการแขกซ่อนตัวอยู่ด้านในซึ่งห้องนี้ถูกใช้เป็สถานที่ให้นมเทพตัวน้อยเมื่อคืนเช่นกันถัดมาเป็ห้องนอนเก่าของซูหวางผู้เป็ลูกชายของชายชราซูเกอซึ่งตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออก
สำหรับอาคารทางฝั่งทิศตะวันออกเป็อาคารยาวซึ่งถูกใช้เป็สถานที่จัดเก็บสมุนไพรแห้งหลากหลายประเภทโดยมีชั้นเก็บตั้งวางอย่างเป็ระเบียบสถานที่แห่งนี้อยู่ใกล้ประตูเปิดออกสู่ถนนอีกด้านซึ่งสามพี่น้องและทารกน้อยลอบเข้ามาผ่านประตูนี้เมื่อวานนั่นเองพื้นที่ตรงกลางของเรือนสี่ประสานเป็ลานโล่งแต่ถูกจัดแบ่งให้มีสระน้ำขนาดเล็กพร้อมสะพานโค้งอยู่หน้าอาคารหลักใกล้กันเป็สวนดอกไม้หลากสายพันธุ์พร้อมเก๋งจีนโบราณไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ
ซูหนิงหลงตื่นเช้าขึ้นมาเขารีบล้างหน้าทำความสะอาดร่างกายลวก ๆ แล้วเดินไปหาน้องสาวตัวน้อยด้วยความคิดถึงพลันเหลือบเห็นชายชรากำลังอุ้มน้องสาวเดินตรงมาหาอย่างรวดเร็วจึงปราดเข้าไปทักทายด้วยความกังวลใจว่า
“อรุณสวัสดิ์ครับปู่เกอมีอะไรให้ผมช่วยไหม น้องร้องงอแงจนปู่ไม่ได้นอนเหรอเปล่าครับ”
“ไม่หรอกเหยี่ยนเอ๋อร์ไม่งอแงเลย หลับปุ๋ยทั้งคืน ว่าแต่มีคนไปซื้อนมมาให้เ้าก้อนแป้งเหรอยังท่าทางน่าจะหิวนมแล้วนะนี่”
ชายชราส่ายหน้าปฏิเสธการคาดเดาของหลานชายพลางบอกข้อมูลตามความเข้าใจของตนโดยไม่เห็นท่าทางอ้าปากค้างตกตะลึงของหลานชายเพราะมัวแต่ก้มดูใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักของหลานสาวอยู่
“..........”
หลังจากชายชราตอบคำถามของซูหนิงหลงเสร็จเรียบร้อยพี่รองเหลือบเห็นน้องสาวในอ้อมกอดชายชราส่ายหน้าพร้อมเบ้ปากเล็กน้อยคล้ายกับคำตอบของชายชราไม่เป็จริงดังนั้นจึงอ้าปากใเพราะพฤติกรรมของทารกน้อยแสดงออกชัดเจนยิ่งกว่าผู้ใหญ่หลายคน
เมื่อซูหนิงหลงได้สติขึ้นมาเขารีบยื่นมือออกไปรับตัวน้องสาวมาจากชายชราโดยเร็วเพราะ้าสื่อสารกับน้องเองโดยคาดเดาได้ทันทีว่าน้องอาจจะยังไม่ได้้าดื่มนมในตอนนี้ทว่าน้องอาจ้าอย่างอื่นซึ่งชายชรายังไม่รู้วิธีสื่อสารกับเ้าก้อนแป้งเหมือนตน
“มาครับปู่เกอเดี๋ยวผมจะดูแลเหยี่ยนเอ๋อร์เอง ปู่ไปอาบน้ำให้สบายใจดีกว่านะครับพี่ใหญ่กับน้องเล็กกำลังไปซื้ออาหารกับนมมาอยู่ พวกเราว่าจะปรุงอาหารกินเองพอกินเสร็จก็ค่อยไปสำนักกิจการพลเรือนก็ได้ครับ”
ชายชราพยักหน้าเข้าใจเจตนาของหลานชายพลางยื่นตัวเ้าก้อนแป้งให้กับหลานชายคนกลางอย่างเต็มใจ ก่อนหยิกแก้มหลานสาวเบา ๆด้วยความรักใคร่แล้วหันหลังกลับห้องไปชำระร่างกายพร้อมเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ตามคำแนะนำ
ครั้นชายชราหมุนตัวเดินจากไปไกลพอสมควรซูหนิงหลงก้มหน้ามองน้องสาวทำหน้าเบ้ในอ้อมกอดพลางถามด้วยความแน่ใจต่อการคาดเดาอันแม่นยำของตนว่า
“เหยี่ยนเอ๋อร์น้องอยากอาบน้ำหรือกินนมก่อน ถ้าอยากอาบน้ำก็ยิ้มโชว์เหงือกให้พี่ดูนะแต่ถ้าอยากกินนมก่อนก็เบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ละกัน อ๊ะ!หรือว่าปวดฉี่แล้วอยากจะฉี่ตอนนี้”
เทพซุนเสวี่ยมี่กำลังเบ้ปากหงุดหงิดต่อการแสดงความรักจากชายชราเพราะก่อนจากไปเขายังหยิกแก้มหยอกล้อตนอยู่พอได้ยินคำถามจากพี่ชายพูดเื่ปวดฉี่ขึ้นมาจึงฉีกยิ้มกว้างแสดงเหงือกสีแดงแจ๋ด้วยความพึงพอใจเพราะมีเขาเพียงคนเดียวเข้าใจความ้าของตนได้ชัดเจนที่สุด
“แอะ ๆ ๆ ๆ ๆ”
เทพทารกดิ้นเล็กน้อยพร้อมส่งเสียงพึงพอใจเพราะพี่ชายกำลังอุ้มตนไปทำธุระยังกลางสวนดอกไม้หน้าที่พักนางกำลังอยากชื่นชมทิวทัศน์ความสวยงามของภพโลกอยู่พอดีพลางปล่อยให้เขาปลดผ้าห่อตัวออกเฉพาะท่อนล่าง จากนั้นพี่ชายนั่งยองประคองร่างกายไว้ตรงหว่างขาแล้วปล่อยท่อนล่างของนางให้ยื่นขาเข้าหาสวนดอกไม้พลางปัสสาวะออกมารดพื้นดินอันมีหิมะปกคลุมอยู่อย่างสบายใจ
“ถ้าหนาวก็ร้องไห้บอกพี่เลยนะแต่พี่คิดว่าเหยี่ยนเอ๋อร์น่าจะชอบอาการหนาว ๆ แบบนี้มากกว่า”
ซูหนิงหลงกระซิบถามน้องสาวด้วยความเอ็นดูต่อท่าทีปัสสาวะออกมาอย่างสบายใจเขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยเพราะไม่พบว่ามีอุจจาระออกมาด้วยมีเพียงปัสสาวะสีขาวใสเพียงอย่างเดียวซึ่งค่อนข้างผิดปกติสำหรับทารกเป็อย่างมากถึงแม้ตนจะไม่เคยเลี้ยงทารกมาก่อนแต่สามารถเทียบเคียงการขับถ่ายประจำวันกับผู้ใหญ่ได้พอควร
“แอะ ๆ”
เทพซุนเสวี่ยมี่หัวเราะชอบใจเพราะการคาดเดาของพี่ชายตรงกับความ้าของตนเหมาะเหม็งประการสำคัญตนยังมีโอกาสปัสสาวะไปพร้อมชื่นชมความสวยงามของดอกท้อและดอกพลัมซึ่งชูช่อท้าลมหนาวได้เป็อย่างดีพลางคิดไปถึงดอกท้อในแดนชิงชิวอันสวยงามเลื่องชื่อจึงหัวเราะอย่างมีความสุขออกมา
คิดถึงแดนชิงชิวซะเหลือเกินท่านแม่ชอบพาข้าไปเที่ยวเล่นที่นั่นเป็ประจำ ไม่รู้ป่านนี้ท่านแม่จะเป็ยังไงบ้างเคยมีเทพกล่าวไว้ว่าเวลาในภพโลกยาวนานนักแต่เวลาแดนเซียนของพวกเราเพิ่งผ่านไปแค่อึดใจบางทีท่านแม่อาจจะยังไม่รู้ว่าข้ามาเกิดใหม่อยู่ที่นี่แล้ว รอข้าก่อนนะท่านแม่ข้าจะหาทางกลับคืนสู่แดนเซียนให้ได้!
ครู่หนึ่งเทพตัวน้อยหยุดหัวเราะเพราะคิดถึงมารดาในแดนเซียนนางตระหนักได้ว่าก้าวต่อไปของตนจะต้องหาทางกลับคืนสู่แดนเซียนให้จงได้ไม่ว่าจะต้องฝ่าขวากหนามหนักหนาเพียงใดหรือแม้แต่จะต้องสังหารผู้คนเพื่อค้นหาช่องโหว่ระหว่างภพกลับสู่แดนเซียนนางยินดีทำทุกอย่างเพื่อบรรลุเป้าหมายให้จงได้
ครั้นซูหนิงหลงเห็นน้องสาวเงียบเสียงหัวเราะไปพร้อมกับปัสสาวะเสร็จสิ้นพอดีจึงถามน้องอีกครั้งอย่างคาดเดาว่า
“ตอนนี้เหยี่ยนเอ๋อร์อยากจะอาบน้ำหรือกินนมก่อนดีล่ะถ้ากินนมก็หัวเราะ ถ้าอยากอาบน้ำให้ตัวหอม ๆ ก็ร้องไห้แล้วกัน”
พี่รองจงใจถามน้องสาวแรกเกิดด้วยความอยากรู้เขาถามสลับตำแหน่งอันเคยถามมาก่อนเพราะอยากทดสอบอีกครั้งว่าน้องสาวจะยังคงหัวเราะเหมือนเดิมหรือไม่ภายใต้คำถามเปลี่ยนไปพอเห็นน้องสาวเบ้ปากพร้อมส่งเสียงร้องไห้ออกมาเขารีบพูดโอ๋น้องสาวอย่างอารมณ์ดีพลางคิดว่าพวกตนค้นพบทารกอัจฉริยะเข้าให้อย่างไม่รู้ตัวว่า
“โอ๋ ๆ ตกลง ๆพี่จะพาไปอาบน้ำตอนนี้แหละ ใจเย็น ๆ ก่อน อย่าเพิ่งงอแงล่ะเดี๋ยวปู่เกอจะมาอาบให้แทนนะ”
เทพซุนเสวี่ยมี่พลันหุบปากหยุดร้องไห้ทันทีแต่นางทำปากขมุบขมิบอย่างอดไม่ได้แทนเพราะเหลือบเห็นสายตาล้อเลียนบ่งบอกถึงความรู้เท่าทันจากพี่ชายทว่าท่าทางการแสดงของเขากลับทำให้นางรู้สึกผ่อนคลายเนื่องจากรู้สึกดีที่มีคน
เข้าใจความ้าของตนอยู่บ้าง