ณ ตอนนี้คุณไม่มีทางได้คำตอบชัดเจนจากผมหรอก หากถามว่าชอบอะไรระหว่างความมืดกับความสว่างความร้อนกับความเย็น หรือความเป็กับความตาย
เช่นเดียวกับที่ผมไม่รู้ว่าควรเลือกอย่างไหนระหว่างอยู่เพื่อคนอื่นหรือมีชีวิตเป็อิสระของตัวเอง มันน่าเศร้าเมื่อคิดว่านี่ไม่ใช่เื่ยากสำหรับบางคนดังเช่นพระเยซูเ้าที่ทรงเลือกอุทิศตนโดยไม่ลังเล ทว่าโลกนี้จะมีมนุษย์สักกี่คนที่มีความกล้าเด็ดเดี่ยวแบบนั้น
เพราะกระทั่งอัครสาวกอย่างยูดาสอิสคาริโอทก็ยังทรยศพระองค์ในวินาทีสำคัญของชีวิต และนักบุญเปโตรก็เคยปฏิเสธท่านถึงสามครั้งฉะนั้นจึงมีเหตุผลมากมายทำให้ผมยังคงสันสนในตัวเอง ไม่รู้ว่าชอบอะไรรักอะไรหรือใฝ่ฝันถึงสิ่งใด
ส่วนหนึ่งอาจเป็เพราะผมยังเด็กจึงไม่เข้าใจในหลายๆ สิ่ง แต่ผมก็โตมากพอจนอารมณ์แปรปรวนเป็ว่าเล่น ไร้เดียงสาน้อยลงทุกปี แสวงหามากขึ้นทุกนาทีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเื่รักใคร่ซึ่งเป็สิ่งต้องห้ามในรั้วโรงเรียนชายล้วนแห่งนี้
อย่างที่ผมบอก ผมไม่รู้ว่าชอบอะไรกันแน่
แต่ถ้าเป็เขาคนนั้นเด็กนักเรียนใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา
ใช่...ผมรู้ว่าเขาเป็ผู้ชายแต่ทำไมมันกลับเป็เื่ง่ายที่จะอธิบายว่ารู้สึกต่อเขาอย่างไร
บางครั้งผมเคยอิจฉาบรรดาประกาศก พวกเขามักได้รับความช่วยเหลือและการชี้แนะจากพระเ้าเสมอแต่วันหนึ่งเมื่อผมปิดพระคัมภีร์และกลับมาทบทวนชีวิตให้ดี จึงตระหนักว่าผมเองก็ได้รับความเมตตาจาก์อย่างมากล้นจนทำให้นึกถึงระหว่างตัวผมกับโมเสส
เพราะอย่างแรกคือเรากำพร้าพ่อแม่อย่างที่สองคือได้รับการอุปการะเลี้ยงดู และอย่างที่สามคือเราทั้งคู่ได้รับภารกิจยิ่งใหญ่
แม้ว่าผมจะไม่ได้นำชาวอิสราเอลไปสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญาแต่สิ่งที่ได้รับมอบหมายจากคุณพ่ออธิการบ้านเณรก็นับว่าหนักหนาไม่แพ้กัน
เพราะใครกันเล่าจะทนมองเขาโดยไม่เกิดราคะในยามที่ผิวคล้ำแดดชุ่มด้วยเหงื่อใครจะไม่อยากระเหยหายเหมือนไอน้ำเวลาที่ประสานกับดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้น ถึงจะบอกว่าไม่รู้ใจตัวเองแต่ผมกล้าเอาศักดิ์ศรีความเป็มนุษย์มาเดิมพันว่าคนอื่นก็คงแอบคิดแบบเดียวกัน
ทว่าหลังจากสวดภาวนานานนับชั่วโมงจึงตระหนักว่าอาจมีแค่ผมที่เกิดความรู้สึกแบบนั้น
คงมีแค่ผมที่อิจฉาอย่างไร้เหตุผลเมื่อเห็นเขายืนสนทนากับผู้อื่นรู้สึกว่างเปล่าพิกลเพียงเพราะไม่ได้รับคำชวนให้ไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันเพื่อนบางคนปฏิบัติต่อเขาประหนึ่งว่านั่นคือสิริรุ่งโรจน์ของพระคริสตเ้า แต่บางคนก็ไม่ได้มีแก่ใจจะมาแยแสเด็กใหม่คนนี้
แต่สำหรับผมแล้วเขาถูกจัดอยู่ในเื่มากมายที่ยังไม่เข้าใจเป็โจทย์ที่ต้องพยายามวิเคราะห์หาคำตอบต่อไป อาจใช้เวลาเพียงข้ามคืนหรือชั่วกัลปาวสานไม่มีใครล่วงรู้นอกจากพระบิดา
เื่ราวทั้งหมดเริ่มต้นขึ้นในฤดูร้อนปีค.ศ. 2002 ในเช้าวันหนึ่งที่แสงแดดสว่างจ้าั้แ่หัวรุ่งปลุกเหล่านกกาบนต้นไม้รอบวัดน้อยในบ้านเณรให้ส่งเสียงร้องเซ็งแซ่ผมซึมซับบรรยากาศเ่าั้จนกระทั่งแล้วเสร็จพิธีมิสซา ซึ่งเป็กิจวัตรประจำวันที่เด็กๆ ที่นี่ล้วนเบื่อหน่ายแต่ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้
เมื่อออกมาข้างนอกก็พบว่าคุณพ่ออรรถพลยืนดักรอผมอยู่ที่ลานหน้าวัดท่านเป็คนตัวสูง มีพุงแต่ไม่อ้วน ใบหน้าสดใสมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากเสมอ ั้แ่จำความได้คุณพ่อก็ทำงานหนักเพื่อเด็กกำพร้ามาโดยตลอดและเพราะท่านผมจึงยังคงมีความศรัทธาในมนุษยชาติที่เสื่อมทรามลงทุกวัน
แต่หลังจากได้รับแต่งตั้งเป็อธิการบ้านเณรเมื่อสองปีก่อนคุณพ่อก็แทบไม่มีเวลาว่างเลย ผมคิดถึงตอนที่ท่านพาเราติดรถไปในตัวเมืองเมื่อเข้าไปทำธุระจากนั้นก็พาแวะห้างสรรพสินค้าบ้าง เดินตลาดบ้างและซื้อขนมให้ เพียงแค่นั้นก็ทำให้ผมมีความสุขมากแล้วมันคือ่เวลาระยิบระยับแห่งความทรงจำอันเลือนรางในวัยเด็ก
ดังนั้นการที่เห็นคุณพ่ออรรถพลกวักมือเรียกจึงได้จุดประกายความหวังเล็กๆ ที่เคยดับมอดให้กลับมาสว่างไสวอีกครั้ง ปีนี้ผมอายุครบสิบหก ไม่ถือว่าเป็ผู้ใหญ่เสียทีเดียวแต่คำว่าเสียทีเดียวนั้นแปลว่ายังมีเศษเสี้ยวของความเยาว์วัยหลงเหลืออยู่ ผมจึงอนุญาตให้หัวใจปรารถนาอย่างเต็มที่ในสิ่งที่หลายคนอาจมองว่าไร้สาระ
บางทีผมอาจได้รับคำชวนให้เดินทางไปที่ไหนสักแห่งอาจเป็ตลาดสดหรือบ้านพักคนชรา ผมไม่เกี่ยงว่าจะเป็ที่ใด ขอแค่ได้ออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็พอเพราะที่ผ่านมาผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ไปเที่ยวเลย จึงไม่ขออะไรมากไปกว่าการได้นั่งเบียดเสียดกับเพื่อนๆ ในท้ายรถกระบะสีแดงคันนั้น แล้วพาเราขับแล่นฉะลิ่วไปตามท้องถนนในชนบทไปให้ไกลจากที่นี่ จากรั้วแห่งนี้
“ว่างไหม”คุณพ่อถาม
“ว่างครับมีอะไรหรือเปล่า” ผมรีบตอบ
“ถ้างั้นไปรับหลานชายของพ่อที่สถานีรถไฟด้วยกันนะ”
“เขามาทำธุระเหรอครับ”
“ก็ไม่เชิงหรอก”คุณพ่อเอามือไพล่หลัง “เขาจะย้ายมาเรียนต่อที่นี่ต่างหาก พ่อเห็นว่าเอ็งเป็หัวหน้าห้องก็เลยอยากแนะนำให้รู้จักกันไว้เผื่อจะได้ช่วยเหลือและให้คำแนะนำเพื่อนใหม่”
ผมพยักหน้าขณะทำความเข้าใจ
อันที่จริงผมไม่สนเลยว่าเราไปทำอะไรที่นั่นเพราะทั้งหมดที่ผมรับรู้คือไปเที่ยว ได้นั่งรถเล่น และไปจากที่นี่ ถ้าเพียงแต่จะรู้สักนิดว่าเหตุการณ์นั้นจะเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างไปตลอดกาลหากเป็เช่นนั้นผมยังจะอยากตอบรับคำชวนอยู่อีกไหม และถ้าหากผมได้รับคำเตือนล่วงหน้าแล้วจะยังปล่อยให้เกิดขึ้นหรือไม่
แต่ผมเป็ใครกันเล่า...
ทูต์หรือ?นักบุญหรือ?
เพราะขนาดพระบุตรก็ยังจำนนต่อแผนการพระบิดาแล้วมนุษย์ธรรมดาอย่างผมน่ะหรือที่คิดจะต่อรอง ฉะนั้นผมจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกปล่อยให้เป็ไปขอเพียงได้โปรดอย่าทำให้ผมใจสลายเท่านั้นพอ
ระยะทางจากบ้านเณรไปตัวเมืองห่างกันประมาณสามสิบกิโลเมตร ดังนั้นจึงใช้เวลาเดินทางนานพอสมควร มันเลยทำให้ผมมีโอกาสชื่นชมวิวทิวทัศน์ข้างทางจนสำราญใจแต่ก็ต้องแลกกับการนั่งอย่างผวาและเกร็งท้องไปตลอดทาง
เพราะเมื่อคุณพ่อเร่งเครื่องขึ้นแซงรถบรรทุกมันสำปะหลังสามคันในรวดเดียวผมจึงเริ่มสวดภาวนาในใจขออย่าให้เราต้องเข้าไปนอนในโรงพยาบาล หรือแย่ไปกว่านั้นคือต้องขุดหลุมเพิ่มสองหลุมในป่าศักดิ์สิทธิ์ผมเหงื่อแตกพลั่กทั้ง ๆ ที่ลมโกกหน้า ในขณะที่คุณพ่อดูท่าทางสบาย ๆแถมยังผิวปากเป็เพลงอีกด้วย
ขณะรถติดไฟแดงคุณพ่อก็ปรับคลื่นวิทยุขึ้นๆ ลง ๆ จนได้ฟังเพลง “พูดไม่ค่อยเก่ง” ของ เอ.บี. นอร์มอล กระทั่งเพลงจบไปแล้วผมก็ยังคงร้องออกมาบางท่อนซ้ำไปซ้ำมาคุณพ่อชมว่าผมเสียงดีสมกับเป็นักร้องในวงประสานเสียง ก่อนที่ผมจะหัวเราะลั่นเพราะมองดูท่านเลียนแบบท่าทางตอนร้องเพลงของผมซึ่งเหมือนกำลังถ่ายทำมิวสิควิดีโอ
พอได้เห็นบาทหลวงที่ควรจะมีภาพลักษณ์สุขุมทำเื่ไร้สาระทั่วไปความเข้าใจเกี่ยวกับชีวิตของผมก็ถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ใครจะสนว่าเราจะได้เข้าแผ่นดิน์หรือไม่หากตอนยังอยู่บนโลกไม่เคยได้ลิ้มรสชาติของชีวิตเลยผมไม่ได้กำลังบอกว่าจะทิ้งพระเ้าแล้วไปเป็นักร้องแต่ผมกำลังบอกว่าเราทุกคนสมควรจะใช้ชีวิตทุกวันอย่างมีความสุข
หลังจากที่คุณพ่อตัดสินใจแซงซาเล้งคันหนึ่งด้วยท่าทางเหมือนนักแข่งมืออาชีพ ผมก็มองเห็นป้ายบอกทางนำไปสู่สถานีรถไฟประจำจังหวัดอ. คุณพ่อเปิดไฟเลี้ยวพร้อมกับแล่นเข้าไปในเส้นทางนั้นและไม่นานก็เข้าไปเทียบจอดยังบริเวณด้านในสถานี
ผมลงจากรถและตามท่านเข้าไปในชานชาลาที่ดูวังเวงแทบร้างผู้คนทันเห็นรถไฟขบวนหนึ่งแล่นออกไปพร้อมกับเสียงโลหะลั่นอึกทึก ผมเอาแต่มองตามจนไม่ได้ใส่ใจเด็กหนุ่มคนหนึ่งบนนั่งเก่าๆ ข้างเสา จนกระทั่งเขาเดินเข้ามาหาพวกเรา
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ผมจะหาข้ออ้างสารพัดหรือกระทั่งยอมโกหกเพื่อจะได้ไม่ต้องมาที่นี่ผมไม่อายด้วยถ้าต้องไปแก้บาปในเช้าวันถัดมา ผมรับได้กับทุกสิ่งทุกอย่าง แม้มันจะทำให้พลาดการได้นั่งรถเล่นก็ตามแต่ก็ยังดีกว่าต้องใช้ชีวิตที่เหลืออย่างทุกข์ทรมาน
ถ้าหยุดเวลาได้ผมจะยืนมองเขาจากตรงนั้นสักครู่เสมือนว่าเราไม่รีบร้อนเพื่อที่ผมจะได้มีเวลามากพอในการสำรวจและจดจำรายละเอียดเกี่ยวกับเขาให้ได้มากที่สุดั้แ่ทรงผมสกินเฮดสั้นเกรียน เสื้อเชิ้ตสีส้มแสบตาตัดกับผิวสีเข้มทว่าเข้ากันดีกับกางเกงยีนสีฟ้าหลวม ๆ ไปจนถึงรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดเอี่ยม ทุกอย่างบนตัวเขาช่างเหมาะเจาะกับขนาดตัวและส่วนสูงแบบนักกีฬา
ผมไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังจ้องมองแขนที่มีเส้นเืปูดโปนคู่นั้นจนกระทั่งเขายกมือประณมไหว้สวัสดี เมื่อมีโอกาสได้มองใกล้ ๆจึงสังเกตว่าคุณพ่ออรรถพลกับหลานชายมีความละม้ายคล้ายกันอยู่บ้างแต่เด็กหนุ่มมีใบหน้าคมเข้มและเต่งตึงกว่าตามสภาพวัย
แล้วคุณพ่อก็แนะนำให้เราสองคนรู้จักกันซึ่งนั่นเป็ครั้งแรกที่ผมได้ยินชื่อของเขา ความสุภาพอ่อนโยนในรอยยิ้มนั้นเปรียบดังลูกศรพุ่งปักที่กลางใจแล้วผมก็ดำดิ่งสู่ทะเลแห่งความคิด
มันเป็ไปได้อย่างไรที่จู่ๆ ผมก็เกิดความรู้สึกปลื้มปีติเพราะได้พบคนแปลกหน้า เป็ไปได้ไหมที่มนุษย์สักคนอาจถึงแก่ความตายเพียงแค่ได้ยินเสียงของใครบางคนพระเ้าไม่ได้สร้างมนุษย์ให้ชื่นชมแค่พระองค์เท่านั้นหรอกหรือ แล้วทำไมจึงทรงอนุญาตให้ผมรู้สึกเช่นนั้นกับสิ่งสร้างของพระองค์กันเล่า
ผมหวังว่านี่คงไม่ใช่การทดลองที่ส่งตรงจาก์เพราะถ้าเป็เช่นนั้นก็แสดงว่าพระเ้าทรงโหดร้ายต่อดวงิญญาของผมมากทีเดียว
ก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งได้พบกันครั้งแรก
ผมคิดขณะมองปลายรองเท้าผ้าใบสีขาวตรงหน้าไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง
บางทีผมอาจกำลังอิจฉาในความดูดีของหมอนั่นเพราะเขาดูดีมากจริง ๆ หรือบางทีผมแค่ฉุกคิดได้ว่าควรหันมาเล่นกีฬาเสียบ้างจะได้ไม่หุ่นบางแบบนี้
เมื่อรวบรวมความกล้าที่จะเงยหน้ามองอีกฝ่ายตรงๆ เป็ครั้งแรก ในที่สุดจึงรู้ตัวว่าผมไม่ได้กำลังอิจฉาหรืออยากมีผิวสีแทนสมบูรณ์แบบเช่นนั้นอันที่จริงผมกำลังต่อสู้ระหว่างอาการต่อต้านในจิตใจกับความรู้สึกถวิลหาอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตไม่แม้แต่ตอนที่นั่งใกล้หญิงสาวที่ชื่อธิดาซึ่งเป็ลูกของครูคำสอน หรือแม้แต่ตอนที่เธอสารภาพความในใจระหว่างงานเลี้ยงวันเกิดครบสิบสองปีของเธอ
มันไม่เหมือนกับอะไรที่ผมเคยประสบมาก่อนนี่เป็สิ่งที่พิเศษแตกต่าง ทั้งให้ความรู้สึกดีและน่ากลัว แต่โดยรวมแล้วมันคือความ้าอันลึกซึ้งที่มนุษย์จะสามารถมีให้แก่กันซึ่งผมไม่เข้าใจว่าทำไมและเกิดขึ้นได้อย่างไร
ทว่ามันไม่ใช่เื่ปกติไม่ปกติเอามาก ๆ เลยด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายในสังคมโรงเรียนชายล้วนคาทอลิก
พอ ๆกับความคิดทั้งหลายที่ถาโถมโดยฉับพลัน ผมก็ได้รับความบรรเทาใจในเวลาอันสั้นหลังจากคิดได้ว่าไม่จำเป็ต้องบอกใครเกี่ยวกับเื่พวกนี้ผมมีสิทธิ์ที่จะเก็บมันไว้เป็ความลับ ไม่จำเป็ต้องเล่าตอนสารภาพบาปจะไม่มีใครรู้ว่าผมคิดอะไร รู้สึกอย่างไรและจะเป็คนอย่างไร ซึ่งผมปรารถนาอย่างสุดหัวใจให้เป็เช่นนั้น
จนกระทั่งเขาเอ่ยขึ้นอีกครั้งเสียงนั้นทำให้ผมหลุดจากภวังค์ เรียกสติกลับมาจดจ่อกับเหตุการณ์ตรงหน้า
“เราชื่อคิมหันต์นะ”เขาแนะนำตัว
“เราชื่อนิรันดร์”ผมบอก ไม่ละสายตาไปจากริมฝีปากหยักได้รูป แล้วเขาก็ยิ้มกว้างให้ผม
จากนั้นผมก็ช่วยเขาถือกระเป๋าผ้าใบใหญ่ไปใส่ที่ท้ายรถกระบะและเสียสละให้เขานั่งด้านหน้าเพราะเห็นแก่ขาที่ยาวเก้งก้างส่วนผมไปนั่งที่แค็ปด้านหลังซึ่งแคบกว่าแต่ก็ไม่มีปัญหาเมื่อเรียบร้อยดีแล้วคุณพ่ออรรถพลก็ติดเครื่องยนต์พาเราแล่นออกไปสู่ถนนด้านนอกทิ้งสถานีรถไฟประจำหวังหวัด อ. อันวังเวงไว้เื้ั
ปกติแล้วผมจะนึกถึงสถานที่ที่เพิ่งไปเยือนตลอดการเดินทางกลับทว่าคราวนี้ผมไม่นึกอาลัยอาวรณ์กับมันเลยในเมื่อมีเื่อื่นให้น่าคิดเพราะต่อไปนี้ผมคงต้องระวังตัวให้มาก เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้เป็ปกติและอย่าทำเื่ให้ตัวเองเดือดร้อนผมวางแผนสารพัดสำหรับอนาคตที่ปลอดภัยไว้ในหัวมั่นใจมากว่าถ้าไม่ออกนอกลู่นอกทางทุกอย่างก็จะลงเอยด้วยดี
ทว่าวินาทีที่เขาเหลียวมามองผมที่ด้านหลัง ความคิดเข้าท่าทุกอย่างก็แตกกระเจิงราวกับฝูงผึ้งในฤดูร้อนเมื่อในที่สุดสายตาของเราประสานกัน จิตวิญญาณของผมจึงตระหนักชัดแจ้งแล้วว่าไม่มีทางเลยที่จะรับมือได้ผมแพ้แล้วตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้น เพราะรู้ว่าไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งหรือต้านทานอานุภาพนี้ได้เมื่อคิมหันต์มาเยือน