ตอนที่ 35: สัญญารักกลางเงาคุกคาม
เศษชามกระเบื้องและข้าวต้มร้อนๆ ที่กระจายเกลื่อนพื้นกระดานสะท้อนภาพความตื่นตระหนกสุดขีดของน้าหมวย สุ้มเสียงเหี้ยมเกรียมของ ‘เดช’ สามีเก่าจอมอาฆาตที่แผดคำรามผ่านลำโพงโทรศัพท์มือถือยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาท ขีดเส้นตายสิบนาทีและการขู่จะยิงถล่มเผาบ้านให้ราบคาบทำให้เรี่ยวแรงของเสมียนใหญ่วัยสี่สิบห้าปีมลายหายไปสิ้น เสียงของเดชที่พ่นคำหยาบคายข่มขู่ว่าจะจับเธอไปประจานแก้ผ้าต่อหน้าธารกำนัล และจะส่งทนายฟ้องร้องให้เธอติดคุกหัวโตจนเน่าตายในตาราง ยิ่งตอกย้ำให้ความหวาดกลัวแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย ภาพความหลังที่เคยถูกสามีข่มเหงเหยียดหยามผุดพรายขึ้นมาประหนึ่งฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน ร่างกายขาวอวบอิ่มในเสื้อเชิ้ตยีนส์ตัวโคร่งทรุดฮวบลงไปนั่งคุกเข่าบนพื้นไม้ สองมือยกขึ้นปิดหน้าร่ำไห้สะอึกสะอื้นอย่างสิ้นหวัง
“ฮือออ... เข้ม... กล้า... มิน... ซอย... พวกแกหนีไปเถอะ... น้ามันตัวซวย... น้าจะเดินออกไปมอบตัวกับมันเอง... อย่าให้พวกแกต้องมาโดนยิงตายหรือติดคุกเพราะน้าเลย...”
น้าหมวยเอ่ยทั้งน้ำตาที่รินไหลเป็นสาย ปลายเสียงสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ เธอไม่อาจทนเห็นชายฉกรรจ์รุ่นลูกรุ่นน้องทั้งสี่คนที่คอยมอบความอบอุ่นและปกป้องเธอต้องมารับเคราะห์กรรมหรือจบชีวิตลงเพราะความผิดพลาดในอดีตของเธอได้ ยิ่งคิดว่าเดชมีทั้งเงิน ทั้งอิทธิพลมืด และความเหี้ยมโหด เธอก็ยิ่งไม่อยากลากผู้บริสุทธิ์ทั้งสี่คนเข้าสู่แดนประหาร เธอพร้อมจะยอมจำนนเพื่อแลกกับความปลอดภัยของพวกเขาทุกคน
ทว่า... ‘เข้ม’ หัวหน้าคนงานหนุ่มวัยสามสิบสองปีกลับไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น ชายหนุ่มร่างยักษ์กัดฟันกรอดจนสันกรามปูดโปน นัยน์ตาคมดุเปล่งประกายกร้าวประดุจพญาเสือร้ายที่พร้อมจะขย้ำศัตรู เข้มก้าวเท้ายาวเข้าไปกระชากโทรศัพท์มือถือขึ้นมาจ่อริมฝีปาก ปลายสายของเดชยังคงพ่นคำด่าทอเหยียดหยาม กล่าวหาว่าน้าหมวยเป็นเพียงอีแก่ร่านตัณหาที่ไร้ค่า เป็นแค่ของเล่นใช้แล้วทิ้ง เข้มแผดเสียงคำรามลั่นสวนกลับไปในสายด้วยน้ำเสียงอันทรงพลังและดุดันจนลำโพงแทบแตก!
“ไอ้หน้าตัวเมียอย่างมึง เลิกเห่าได้แล้วไอ้เดช! ฟังหูกูไว้ให้ชัดๆ... น้าหมวยไม่ใช่เมียของมึงอีกต่อไปแล้ว! สำหรับมึงน้าหมวยอาจจะไม่มีค่า แต่น้าหมวยคือยอดดวงใจและเป็นเมียของพวกกูสี่คน! เมียคนนี้พวกกูจะดูแลและปกป้องด้วยชีวิตของพวกกูเอง ถ้ามึงแน่จริงก็ไสหัวส่งลูกน้องมึงเข้ามาเลย... กูจะฝังพวกมึงไว้ในดงมะพร้าวที่นี่แหละ!”
เพล้งงง!
เข้มด่าจบก็กระแทกปิดสายทันที ก่อนจะกระชากถอดซิมการ์ดและหักโทรศัพท์มือถือทิ้งลงกับพื้นไม้จนแหลกละเอียดเพื่อตัดสัญญาณติดตาม เข้มทิ้งตัวลงคุกเข่าตรงหน้าน้าหมวย สองมือหนาหยาบกร้านเอื้อมไปประคองพวงแก้มขาวนวลที่เปียกชุ่มน้ำตาขึ้นมา สบสายตากับดวงตาที่พร่ามัวของหญิงวัยทองอย่างมั่นคง
“น้าหมวย... น้าฟังผมนะ” เข้มเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เปี่ยมไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “พวกผมสี่คนไม่ได้เอาน้าเพราะแค่หวังจะระบายความใคร่หรือแค้นเรื่องโกดังอย่างเดียวแล้ว... แต่น้าคือผู้หญิงของพวกเรา น้าคือเมียของพวกเราสี่คน ใครหน้าไหนก็ไม่มีวันพรากน้าไปจากพวกผมได้!”
“ใช่ครับน้าหมวย!” กล้าก้าวเข้ามากุมมือเล็กของน้าหมวยไว้แน่น แววตาทะเล้นแปรเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นจริงใจ “คนอย่างไอ้เดชมักง่ายและเห็นแก่ตัว น้าอยู่กับมันมีแต่จะตกนรกทั้งเป็น พวกผมสี่คนสัญญาว่าจะไม่ยอมให้น้าต้องร้องไห้อีกต่อไป!”
“คนพม่าอย่างผม... ถ้ารับใครเป็นเมียแล้ว ยอมสู้ตายถวายหัวครับน้าหมวย” มิน คนงานพม่าร่างยักษ์ทุบอกตนเองเสียงดังแน่น แววตาดุดันไร้ความเกรงกลัวต่อภัยพาล
“ผมก็เหมือนกัน... ถ้าพวกมันกล้าบุกเข้ามา ผมจะฟันพวกมันให้เหี้ยน!” ซอย คนงานกัมพูชาผิวดำแดงกล่าวเสริม สองมือกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
คำมั่นสัญญาอันหนักแน่นและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความจริงใจของเหล่าคนงานหนุ่มทั้งสี่ หลอมละลายความหวาดกลัวที่เกาะกินหัวใจของน้าหมวยจนหมดสิ้น ตลอดชีวิตแต่งงานยี่สิบปี เดชไม่เคยแม้แต่จะเอ่ยคำปกป้องหรือให้เกียรติเธอเช่นนี้ มีแต่คำดูถูกเหยียดหยามและความเย็นชา แต่ชายผู้ใช้แรงงานชั้นต่ำที่สังคมมองข้ามเหล่านี้ กลับพร้อมจะสละชีวิตเพื่อปกป้องเธอ น้าหมวยซาบซึ้งจนหัวใจสั่นสะท้าน เธอตระหนักอย่างลึกซึ้งว่านี่คือ ‘ครอบครัว’ และ ‘ผัว’ ที่แท้จริงของเธอ
“เข้ม... ผัวจ๋า... ทุกคน...”
น้าหมวยโผเข้ากอดลำคอหนาของเข้มไว้แน่น ซบใบหน้าลงกับแผงอกแกร่งร่ำไห้ออกมาด้วยความตื้นตันใจ ก่อนที่หญิงวัยสี่สิบห้าปีจะค่อยๆ ผละกายออก ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตยีนส์ตัวโคร่งออกจนหมดสิ้น เผยให้เห็นเรือนร่างอวบอัดขาวผ่อง เต้างามขนาดมหึมาตระหง่านท้าทายสายตา น้าหมวยก้มตัวลงคุกเข่าบนพื้นไม้ ก้มศีรษะลงกราบแนบแทบเท้าและหัวเข่าของเข้มและคนงานทั้งสามอย่างนอบน้อมและยอมจำนนจากก้นบึ้งของหัวใจ
“น้าหมวยคนนี้... ขอยอมมอบทั้งกายและใจ... เป็นเมียของพวกแกทั้งสี่คนตลอดไปชั่วชีวิต...”
คำปฏิญาณอันแสนศักดิ์สิทธิ์และเย้ายวนใจจุดประกายไฟราคะที่แฝงไปด้วยความรักและความภักดีให้ลุกโชนขึ้น เข้มช้อนร่างอวบอัดของน้าหมวยขึ้นมาอุ้มแนบอก บรรจงประกบจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มอย่างดูดดื่มและทะนุถนอม ลิ้นหนาสอดแทรกเข้าไปแลกเปลี่ยนน้ำหวานอย่างซาบซึ้ง น้าหมวยตอบรับรสจูบด้วยความกระสันอยากที่แปรเปลี่ยนเป็นความรักอันลึกซึ้ง
เข้มวางน้าหมวยลงบนแคร่ไม้ไผ่กลางโถงบ้าน แยกเรียวขาอวบขาวออกจากกัน ร่องรักสีกุหลาบช้ำที่ยังคงชุ่มฉ่ำเต้นตุบๆ ต้อนรับ เข้มปลดกางเกงออก จ่อท่อนเอ็นยักษ์สีดำมะเมื่อมยาวเกือบเก้านิ้วเข้ากับปากทางรัก แล้วค่อยๆ กดสะโพกแทงทะลวงสวนเข้าไปช้าๆ จนมิดโคน!
“อ๊าส์!... เข้ม... ผัวจ๋า... เข้ามาให้ลึกๆ เลย... น้ารักเข้ม...”
น้าหมวยครวญครางหวานล้ำ สองแขนกอดรัดแผ่นหลังกว้างไว้แน่น แอ่นสะโพกขึ้นรับความใหญ่โตอันแสนอบอุ่น เข้มเริ่มโยกขยับสะโพกกระแทกกระทั้นอย่างมั่นคง ทุกจังหวะเน้นย้ำความผูกพันอันลึกซึ้ง เนื้อกระทบเนื้อดังกึกก้องก้องโถงบ้าน
ในขณะเดียวกัน กล้าและซอยก็ขนาบข้าง ช่วยกันบีบเค้นเต้างามคู่โตและก้มลงครอบครองยอดปทุมถันสีชมพูเข้ม สองลิ้นร้อนผลัดกันดูดดึงโลมเลียจนน้าหมวยเสียวสะท้านไปทั้งสรรพางค์กาย กล้าจูบซับคราบน้ำตาบนพวงแก้มขาวนวลอย่างอ่อนโยนพลางกระซิบคำหวานกระตุ้นอารมณ์ ส่วนมินขยับตัวขึ้นมานั่งคุกเข่าเหนือศีรษะ ป้อนแกนกายยักษ์แปดนิ้วครึ่งเข้าสู่โพรงปากของน้าหมวย น้าหมวยดูดกลืนลำเอ็นของหนุ่มพม่าอย่างเต็มอกเต็มใจ ปรนนิบัติสามีทั้งสี่ด้วยความเสน่หาอย่างหมดสิ้นความเหนียมอาย
ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!... อ๊อก... อ๊อก... แจ๊ะ!
เสียงบทเพลงรักอันแสนดุเดือดและลึกซึ้งดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน น้าหมวยถูกโอบล้อมด้วยไออุ่นและความแข็งแกร่งของชายฉกรรจ์ทั้งสี่ ร่างกายขาวอวบกระตุกเกร็งหลั่งน้ำรักออกมาระลอกแล้วระลอกเล่า ซอยสลับเข้ามาสอดใส่ท่อนเอ็นในท่าตะแคงข้าง กระแทกกระทั้นเข้าออกอย่างหนักแน่นดุดัน ร่องรักบีบรัดเอ็นอุ่นจนซอยครางซี้ดซ้าด ขณะที่กล้าช่วยเลียดูดยอดอกและลูบไล้สะโพกผาย เข้มกระหน่ำซอยสะโพกเป็นจังหวะสุดท้ายอย่างรุนแรง มินขยับเอวสาวเข้าลึก กล้าและซอยช่วยกันใช้นิ้วบดขยี้จุดกระสัน น้าหมวยหวีดร้องสุดเสียงเมื่อถึงจุดสุดยอดพร้อมเพรียงกับชายทั้งสี่!
พรวด!... พรวด!... พรวด!
สายธารน้ำอสุจิร้อนลวกขาวขุ่นพุ่งฉีดทะลักเข้าสู่ทุกช่องทางของน้าหมวยจนเต็มปรี่และล้นทะลัก น้าหมวยนอนหอบหายใจรวยริน ซบอกแกร่งของเข้มด้วยความสุขสมอันเปี่ยมล้น เป็นสัญญารักที่ผูกพันธะวิญญาณของเธอไว้กับคนงานทั้งสี่ชั่วนิรันดร์
ทว่า... เวลาแห่งความสุขช่างแสนสั้น
ทันทีที่ทุกคนช่วยกันสวมเสื้อผ้าให้น้าหมวย เข้มก็ก้มลงไปงัดแผ่นกระดานพื้นไม้ใต้แคร่ออก หยิบ ‘ปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์’ รมดำกระบอกโตที่ซ่อนไว้ออกมาบรรจุกระสุนลูกปรายขนาดเบอร์สิบสองเสียงดัง กริ๊ก! ซอยคว้ามีดสปาต้าเล่มยาว มินคว้าท่อนเหล็กแป๊บหนา ส่วนกล้าเตรียมกุญแจรถกระบะพร้อมลุย ทุกคนเตรียมพร้อมรบด้วยความมุ่งมั่นที่จะปกป้องน้าหมวยด้วยชีวิต
ในวินาทีนั้นเอง... ‘ซอย’ ที่ย่องออกไปแอบส่องดูทางเข้าหน้าสวน ก็วิ่งหน้าตาตื่นกระหืดกระหอบกลับเข้ามาในโถงบ้าน!
“พี่เข้ม! มากันแล้วครับ!... มีรถตู้สีดำสองคันกำลังขับฝ่าดงมะพร้าวเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตูรั้วแล้ว!... พวกมันลงมาจากรถเกือบสิบคน มีทั้งปืนพก มีทั้งมีดกับไม้หน้าสาม!”
บรรยากาศในบ้านพลันตึงเครียดขึ้นถึงจุดแตกหัก! เข้มดึงน้าหมวยเข้าไปหลบหลังเสาไม้ต้นใหญ่ในมุมอับของตัวบ้าน ยกปืนลูกซองสั้นขึ้นเล็งตรงไปยังบานประตูหน้า แววตาของหัวหน้าคนงานหนุ่มเหี้ยมเกรียมดั่งมัจจุราช
“ไอ้กล้า มิน ซอย... ประจำตำแหน่งคุมหน้าต่างกับประตูหลังไว้!” เข้มสั่งการเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันมาสบตากับน้าหมวย “น้าหมวย... ก้มหัวไว้ให้ต่ำที่สุด ไม่ต้องกลัว... ตราบใดที่พวกผมยังมีลมหายใจ จะไม่มีหมาตัวไหนแตะต้องน้าได้แม้แต่ปลายเล็บ!”
ปังงงงง!
ยังไม่ทันสิ้นเสียงคำสั่งของเข้ม... เสียงปืนนัดแรกก็ระเบิดกึกก้องลั่นสนิทมาจากหน้าสวนมะพร้าว! คมกระสุนพุ่งเจาะทะลุฝาบ้านไม้ไผ่เฉียดเหนือศีรษะของน้าหมวยไปเพียงคืบเดียว ท่ามกลางเสียงตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่งของเดชและสมุนติดอาวุธที่กำลังกรูกันพังประตูรั้วลวดหนามเข้ามา!