""เมื่อเซียวจ้านเดินเข้ามาในหอสรภพ ข้างในนี้เป็โถงขนาดใหญ่ เมื่อเขามองไปรอบๆก็เห็นศิษย์จำนวนมากกำลังนั่งบ่มเพาะกันอย่างสงบ เซียวจ้านมองดูค่ายกลขนาดใหญ่ ค่ายกลปราณพิสุทธิ์จำเป็ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญด้านค่ายกลเป็คนสร้างขึ้น เเละผู้เชี่ยวชาญค่ายกลเเต่ละคนที่เชิญมา ผู้ที่เชิญต้องจ่ายค่าตอบเเทนในการสร้างค่ายกลจำนวนมาก เซียวจ้านตอนนี้ เขาก็สามารถสร้างค่ายกลกระจอกๆอย่างค่ายกลปราณพิสุทธิ์ระดับหนึ่งถึงสามได้อย่างสบายๆเเต่การจะสร้างค่ายกลปราณพิสุทธิ์จำเป็ต้องใช้ยาจำนวนมากในการที่จะเป็พลังงานสำหรับการบ่มเพาะ เซียวจ้านไม่มียามากมายจึงไม่สามารถสร้างค่ายกลปราณพิสุทธิ์ได้ เซียวจ้านไม่รอช้าหลังจากนั้นเขาก็ตรงไปทางบรรไดเข้าสู่ชั้นที่สองของหอสรภพ เมื่อมาถึงเซียวจ้านก็เห็นศิษย์จำนวนสิบกว่าคนนั่งอยู่เป็กลุ่ม เมื่อเขาเดินขึ้นมาศิษย์คนหนึ่งจากในนั้นก็ลืมตาขึ้นมาทันที เมื่อเขาเห็นเด็กอายุเเค่เจ็ดถึงเเปดขวบขึ้นมาที่ขั้นสอง เขาก็ขมวดคิ้วเป็ปมขึ้น เ้าหนูเ้าเป็ใครเ้าหลงทางมาหรือไง เ้าเข้ามาทางไหนเ้ากลับไปทางนั้นซะ ศิษย์ที่พึ่งลืมตาขึ้นมากล่าวขึ้น หลังจากนั้นศิษย์หลายคนก็ลืมตาขึ้นศิษน์น้องอู่ถามีอะไรหรอ ศิษย์ที่นั่งอยู่ข้างๆเขาถามขึ้น มีเด็กที่ไหนไม่รู้มันหลงขึ้นมาชั้นสองอู่ถากล่าว เมื่อได้ยินเช่นนี้ศิษย์คนนั้นก็กล่าวขึ้น ศิษย์น้องเ้าลงไปเถอะที่นี้ไม่ใช่ที่ของเ้า เซียวจ้านได้ยินก็ยิ้มตอบ เเน่นอนนี่ไม่ใช่ที่ของข้า ข้ากำลังขึ้นไปขั้นสามหน่ะ เซียวจ้านกล่าว ศิษย์พี่หยางซินไม่ต้องฟังมันพูดเเล้วข้าจะจับมันโยนไปข้างล่างเองเห็นได้ชัดว่ามันเเค่้ามาหาไรเล่นเเละเป็การก่อกวนพวกเราอู่ถากล่าวขึ้นด้วยความไม่พอใจ เห็นได้ชัดว่าเด็กนี่พยามปั่นประสาทพวกเขาโดยบอกว่ามันเหนือกว่าพวกเขาเเละจะขึ้นไปชั้นสาม จากนั่นอู่ถาก็ะโไปพยามคว้าคอเสื้อของเซี่ยวจ้านไว้ เเต่เซียวจ้านไม่ได้หลบหลีกอะไร เขาเพียงปล่อยกลิ่นอายอันน่ากลัวออกมา ทำให้อู่ถาถอยหลังกลับนับสิบก้าว "ระดับปราณยุทธ์ อู่ถาเเละคนอื่นๆในห้องโถงของชั้นสองต่างะโออกมาพร้อมกันด้วยความไม่อยากจะเชื่ออสายตา ของตน เซียวจ้านเดินไปหาอู่ถา อู่ถาเห็นเช่นนี้ก็อดสั่นไม่ได้เขาเป็เพียงระดับพลังกายขั้นสามตัวเล็กๆไหนเลยจะไปสู้กับปีศาจอายุเเค่เจ็ดเเปดปีที่มีระดับการบ่มเพาะปราณยุทธ์ได้ ขณะที่เซียวจ้านกำลังจับเเขนของเขาขึ้นมาหวังจะหักมันทิ้งเพื่อสั่งสอนที่มันคิดหาจกล้าจะมาจับเขาโยนลงไป ทันใดนั้นก็มีคนๆหนึ่งมาอยู่ตรงหน้าเซียวจ้าน ศิษย์พี่ท่านคือศิษย์พี่เซียวจ้านใช่หรือไม่ ศิษย์ที่ชื่อหยางซินถามขึ้นพร้อมกับขวางทางเซียวจ้านไม่ให้ไปหาอู่ถาได้ เมื่อเห็นอีกฝ่ายรู้จักกับตน เซียวจ้านไม่ได้เเปลกใจอันใดนัก ข่าวที่เขาเป็เด็กน้อยที่จัดการเฟิงจ้าวระดับพลังกายขั้นเก้าได้เป็ข่าวที่คนส่วนมากในโรงเรียนน่าจะรู้กันหมดเเล้ว เพราะเด็กที่มีอายุเเค่เจ็ดเเปดปีที่สามารถจัดการกับเฟิงจ้าวได้ น่าจะมีเเค่เขาคนเดียว เเละเมื่อหยางซินคนนี้เห็นระดับการบ่มเพาะของเขาก็ไม่เเปลกที่จะเดาได้ว่าเขาเป็ใคร "ใช่ ข้าคือเซียวจ้าน งั้นศิษย์พี่คือเซียวจ้านที่เป็ที่เลืองลือตอนนี้สินะ ข้าต้องขออภัยที่พวกข้าล่วงเกินท่านมันเป็เพียงความเข้าใจผิดเล็กน้อยน่ะ หวังว่าศิษย์พี่จะอภัยให้กัน หยางซินกล่าวขึ้น เซียวจ้านพยักหน้าจากนั้นเขาก็กลายเป็เงาดำสายหนึ่งวิ่งผ่านหยางซินไปหาอู่ถาที่กำลังยืนอยู่ข้างหลังของหยางซินเเละจับมันโยนลงหน้าต่างออกไป ข้าทำเเค่นี้ถือว่าเป็การให้เกียรติ์พวกเ้าเเล้วนะ ข้าเเค่โยนมันลงไปหน่ะ เซียวจ้านหันกลับมากล่าวกับหยางซิน เมื่อหยางซินได้ยินเขาก็มึนงงเล็กน้อยเมื่อกี้เขาเห็นเเค่เงาสีดำวิบวับผ่านตัวเขาไปเเละเมื่อเขาเห็นอีกครั้งเซียวจ้านก็ได้โยนอู่ถาออกนอกหน้าต่างไปเเล้ว ขอบคุณศิษย์พี่ที่มีเมตตา หยางซินกล่าวพร้อมมีเหงื่อเย็นออกจากใบหน้า จากนั้นเซี่ยวจ้านก็เดินตรงขึ้นไปชั้นสามต่อ เมื่อมาถึงชั้นสามเขาเห็นประตูไม้บานหนึ่งตั้งอยู่ที่ทางเดินของบรรได ที่ตรงกลางของประตูมีร่องลอยเหมือนกับป้ายหยกของเขา เซียวจ้านหยิบป้ายหยกออกมาเเละนำมันวางลงไปที่กลางประตู จากนั้นประตูก็เปิดออก ภาพที่เขาเห็นก็ไม่ต่างจากชั้นอื่นๆมากนัก จะต่างก็เเต่ตอนนี้มีคนเกือบสิบคนจ้องหน้าเขาอยู่ หน้าข้ามีอะไรติดรึไง
หลังจากการโดนจับจ้องด้วยสายตาเเปลกๆสักพักหนึ่งเซียวจ้านก็เอ๋ยขึ้น เ้าขึ้นมาที่นี้ได้อย่างไรเด็กน้อยใครให้เ้าเข้ามากัน บุรุษอายุประมาณยี่สิบต้นๆกล่าวขึ้น นามของข้าคือเซี่ยวจ้านเป็ศิษย์ใหม่ของโรงเรียน ข้าได้ป้ายหยกจากผู้าุโจางชีมา พูดจบเซียวจ้านก็ปล่อยรัศมีการบ่มเพาะระดับปราณยุทธ์ขั้นต้นออกมา เขาไม่ใช่โรคจิตที่้ามีปัญหาตลอดเวลา เเต่เขาเริ่มรู้สึกว่าการมีร่างที่ยังเป็เด็กเช่นนี้มันชั่งยุ่งยากซักจริง เมื่อผู้คนเห็นระดับการบ่มเพาะของเขาสีหน้าเเต่ละคนก็เปลี่ยนไป ข้าชื่อเฟิงหย่า หญิงสาวผู้งดงามคนหนึ่งกล่าวขึ้น หญิงสาวผู้นี้ดูมีอ่อร่าสูงส่งเล็กน้อยเเต่ในน้ำเสียงของนางกลับไม่มีความเหย่อหยิ่งต่อเซียวจ้านเลย ส่วนนี่ หม่าหลง เฟิงหย่าเเบมือไปทางบุรุษคนหนึ่ง เขาคือผู้กล่าวขึ้นกับเซียวจ้านในตอนเเรก จากนั้นนางก็เเนะนำคนอื่นๆให้เซียวจ้านรู้จัก หนุ่มน้อยเ้าเป็ศิษย์ใหม่สินะ เฟิงหย่าถามขึ้น ใช่ข้าพึ่งเข้าโรงเรียนมาเมื่อวานหน่ะ เซียวจ้านตอบ "ห้ะเมื่อวาน เฟิงหย่าอุทานขนาดเอามือเรียวยาวป้องปากอันเเดงช่ำของนางไว้ เ้าพึ่งอายุเท่าไหร่เองหนุ่มน้อยเเต่เ้าก็ยังบรรลุถึงระดับนี้เเล้ว พี่สาวผู้นี้เริ่มรู้สึกสนใจเ้าเเล้วสิ นางกล่าวขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มอันชวนให้ผู้พบเห็นถึงกับต้องหยุดหายใจเพื่อมองรอยยิ้มที่น่าดึงดูดนี้ งั้นเ้าไปบ่มเพาะเถอะ พูดจบนางก็เดินไปนั่งที่ใจกลางค่ายกลจากนั้นนางก็นั่งลงเเละหลับตาเมื่อผู้คนรอบๆเห็นเช่นนี้ก็พากันต่างเข้าไปบ่มเพาะข้างในค่ายกลปราณพิสุทธิ์ระดับสาม เซียวจ้านไม่รอช้าตามเข้าไปเเละนั่งบ่มเพาะเช่นกัน ผ่านไปสองชั่วยาม ตอนนี้เซียวจ้านได้ลืมตาขึ้นจากนั้นเขาก็สอดส่องสายตาไปโดยรอบ ตอนนี้สายตาของเขาก็มาหยุดอยู่ที่เฟิงหย่า ตอนนี้เฟิงหย่านางกำลังนั่งอยู่ในท่าขัดสมาธิ เผยให้เห็นต้นขาอันขาวเนียนเเละนวนพร่องของนาง ทำให้มองดูเเล้วมันชั่งเข้ากันกับใบหน้าที่สวยคมดุจดั่งพระจันทร์เสี้ยวของนาง ตอนนี้รอบๆตัวนางกำลังมีเปลวไฟสีเเดงชานล้อมรอบตัวนาง จากนั้นเปลวไฟก็ค่อยๆเเปรเปลี่ยนเป็หงส์สีเเดงที่มีเปลวไฟล้อมรอบมัน จากนั้นมันก็บินไปรอบๆตัวนาง มันบินวนไปมาซ้ำๆกันสามรอบเเละเข้าไปสถิตอยู่ที่กระหม่อมของนาง
จากนั้นก็มีเสียงสายลมสายหนึ่งกระจายออกมาจากตัวนาน เมื่อสายลมสายนี้ััตัวเซียวจ้านเขาก็รู้สึกอุ่นเล็กน้อย จากนั้นผู้คนทั้งหมดก็พันลืมตาขึ้นพร้อมกันเพราะรู้สึกได้ถึงสายลมอันอบอุ่นที่เเผ่ซ้านผ่านสัปพรางกายพวกเขาไป จากนั้นทุกคนก็หันไปมองที่ต้นต่อของสายลม ก็เห็นเฟิงหย่านั่งอยู่ ไม่นานหลังจากนั้นนางก็เบิกตาขึ้นพร้อมเเพร่กลิ่นอายที่เหนือยิ่งกว่าระดับปราณยุทธ์เเล้ว "บ้าหน่า นางเพิ่งอายุสิบเเปดปีเองไม่ใช่หรอเเต่ตอนนี้นางบรรลุระดับปราณเเท้จริงเเล้ว
ศิษย์พี่เฟิงหย่าไม่ใช่เเค่มีดีเเค่หน้าตาความอัจฉริยะของนางก็หาที่เปรียบได้ยาก ขอเเค่ข้าได้นอนกับนางซักคืน เกิดมาชาตินี้ข้าก็สมเป็บุรุษเเล้ว บ้าบอเ้าพูดบ้าอันใดกัน ชายที่จะเหมาะสมกับนางจำต้องมีฐานะอันดีเเละเป็อัจฉริยะไร้ผู้เปรียบเป็เเน่ ศิษย์โดยรอบเริ่มซุบซิบคุยกัน ยินดีกับศิษย์พี่เฟิงหย่าด้วยที่ทะลวงเข้าสู่ระดับปราณเเท้จริงเเล้ว หม่าหลงกล่าว เ้าเองก็ควรบ่มเพาะให้ถึงระดับปราณยุทธ์ขั้นปลายได้เสียเเล้ว พวกเราห้าคนยังเหลือเวลาอีกสองอาทิตย์ก่อนการทดสอบของสี่สำนักจะเริ่มขึ้นข้าหวังว่าพวกเ้าจะตั้งใจฝึกหล่ะ จากนั้นนางก็เดินจากไป เดียวก่อนศิษย์พี่เฟิงหย่า มีเสียงเรียกขึ้น เสียงนี่ยังคงไม่เเตกหนุ่มด้วยซ้ำเเน่นอนคนที่เรียกนางคือเซียวจ้าน ข้ามีเื่จะคุยกับท่านหน่อย เซียวจ้านกล่าวขึ้นด้วยท่าทางเคร่งครึม เื่อะไรหรือหนุ่มน้อยเฟิงหย่ากล่าว ไปหาที่อื่นคุยกันเถอะศิษย์พี่ข้ามีเื่จำเป็ต้องคุยกับท่าน เซียวจ้านตอบกลับ
จะคุยอะไรก็ว่ามาตรงนี้ไม่ได้หรือไงข้าเป็หญิงสาวนะจะไปกับบุรุษเช่นเ้าได้ยังไง พอฟังประโยคนี้เซียวจ้านรู้สึกว่าประโยคที่นางกล่าวเมื่อครู่ฟังดูเเปลกๆ เเม่นางคนนี้เล่นตลกอันใดกันเขาเป็เพียงเด็กเจ็ดขวบจะไปทำอันใดนาง จากนั้นเซียวจ้านก็กล่าวขึ้นมาหนึ่งประโยค ศิษย์พี่เฟิงหย่าคงไม่อย่ารู้สินะว่าร่างกายของทันมีตัวอันใดประทับอยู่ เซียวจ้านกล่าว เมื่อนางได้ยินเช่นนี้ก็ขมวดคิ้วบนใบหน้าสวยสะคราญตา เ้ารู้อะไรเกี่ยวกับมันงั้นรึ เฟิงหย่าอดที่จะถามมิได้ ตามข้ามาเซียวจ้านกล่าวจบเเละลงไปจากหอสรภพ เฟิงหย่าไม่รอช้านางรีบตามออกไป ผู้คนในห้องมึนงงไม่รู้ว่าพวกเขาคุยอันใดกัน เพราะเซียวจ้านได้ใช้ค่ายกลง่ายๆในการเก็บเสียงของทั้งสองไว้ ดังนั้นผู้คนด้านนอกจึงเห็นเเค่พวกเขาทำเพียงขมุบขมิบมุมปากกันเท่านั้น เอาหล่ะที่นี่เเหละเซียวจ้านหยุดอยู่ที่สวนที่ไร้ผู้คนเเห่งหนึ่ง เอาหล่ะเ้ารู้อะไรเกี่ยวกับร่างกายข้าบ้างบอกข้ามา เฟิงหย่าที่ตามมากล่าวขึ้นด้วยความสงสัยมิได้ ฯ.