เถ้าแก่เซียงเห็นน้องชายประกาศเช่นนั้นก็อ้าปากค้าง
“ไหนเ้าบอกว่าไม่ชมชอบสตรีเช่นนางอย่างไรเล่า?”
ปัง!
จวิ้นอ๋องทุบโต๊ะเสียงดังสนั่นสีหน้าดุดันยิ่งกว่าครั้งใดที่เถ้าแก่เซียงเคยเห็น
“ครั้งนี้เพื่อศักดิ์ศรีของแคว้นิหากปล่อยให้นางปฏิเสธข้า ก็เท่ากับยอมรับว่าบุรุษแคว้นเราไม่มีดีสู้บุรุษในแดนป่าเถื่อนนี้ได้”
เซียงวั่งซูจอมกะล่อนถึงกับส่ายหัว‘ก็แค่เื่ที่ฮ่องเต้ิเสนอยังไม่เป็ราชโองการเสียหน่อย หากแคว้นจินไม่เอาด้วยก็หันไปค้าขายแทนได้”
“เ้า.....”
“ข้าคิดมาตลอดคืนตรองตกแล้ว” ชายหนุ่มที่หน้าคล้ำ ใต้ตามีแถบครึ่งวงกลมช้ำวงใหญ่“ท่านเสนอแผนมาได้เลย ไม่ว่าจะทางตรงหรืออ้อม ไม่ว่าจะเล่ห์ดีหรือชั่วท่านต้องช่วยข้าให้ทำสำเร็จ”
“......”เซียงวั่งซูอ้าปากค้าง กับการหักลำแบบกะทันหันของจวิ้นอ๋อง ‘ตอนจะมาคิดแต่จะผลักไสตอนนี้ไฉนถึงคิดจะเก็บไว้กินเอง’ เพียงนึกถึงผิวพรรณและรูปลักษณ์ของนางเซียงวั่งซูก็น้ำลายเหนียวเสียแล้ว
“ประการแรกข้าต้องพาตัวไปใกล้ชิดนางเสียก่อน”เปลือกตาที่เริ่มหนักหน่วงทำให้เสียงที่พูดก็หย่อนยานลง “ประการที่สอง ข้าต้องมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับนาง” ใบหน้าของจวิ้นอ๋องเริ่มหันลงตรงกับพื้นโต๊ะ“ประการที่สาม ข้าต้องทำให้นางหวั่นไหวชื่นชอบในตัวข้า”
เถ้าแก่เซียงมองคนที่ฟุบหน้าลงกับพื้นโต๊ะด้วยความอนาถใจ“เ้าไปนอนก่อนเถิด ตื่นแล้วค่อยมาคิดอ่านกันใหม่” ทว่าน้องชายผู้สูงศักดิ์กลับไม่เงยหน้าอีกเลยจนต้องเรียกให้ฉินจางหย่งกับฉีเจียตงมาช่วยแบกเขากลับไปที่ห้องนอน
ครั้นยามอู่จวิ้นอ๋องจึงรู้สึกตัว บ่าวรับใช้เตรียมน้ำอาบให้ แช่น้ำอุ่นพักหนึ่งเขาจึงกระปรี้กระเปร่าสติปัญญาแจ่มใสขึ้นมา
มิคาดว่าเซียงวั่งซูทำหน้าที่ได้ดีนัก เขากับฉินจางหย่งไปจวนใต้เท้าเถาเพื่อมอบข้าวสารพันธุ์ดีให้หลายกระสอบเถาหนิงลี่ที่เห็นเสมียนสุดหล่อมาถึงเรือนตนนางดีใจจนเนื้อเต้นแทบจะลืมตัวถลาออกมาต้อนรับเมื่อเถ้าแก่เซียงเอ่ยเสนอการค้าข้าวสารและเกลือกับแคว้นจินใต้เท้าเถากล่าวเลี่ยงไปว่า ตนเองไม่ได้มีหน้าที่ตกลงค้าขายคุณหนูเถาจึงขอให้ใต้เท้าเถาแค่ช่วยยืนยันฐานะของร้านข้าวสารเซียงก็น่าจะเพียงพอแล้ว
อานุภาพรูปโฉมของฉินจางหย่งทำให้การรับรองสถานภาพร้านค้าข้าวสารใหญ่เป็ไปอย่างราบรื่นเป้าหมายของจวิ้นอ๋อง คือ การเข้าไปค้าขายกับกองทัพแคว้นจิน ที่มีผู้นำมากบารมีอย่างจินหลี่ิผู้เป็ท่านน้าที่องค์หญิงจินเฟิ่งรักและเคารพยิ่ง
“ข้าให้คนตรวจสอบแล้วข้าวสารที่พวกท่านนำมาเป็ข้าวสารพันธุ์ดีอีกทั้งยังเป็พันธุ์ใหม่ที่แคว้นเรายังไม่เคยเพาะปลูกมาก่อนข้าสนใจจะค้าขายกับร้านพวกท่าน”
แม่ทัพจินเคร่งขรึมสุภาพ แต่ดวงตาของเขากลับแข็งกร้าวจนยามสบตาเซียงวั่งซูรู้สึกได้ถึงพลังแห่งการทำลายล้างที่อยู่ภายใน
“ขอบคุณท่านแม่ทัพอย่างยิ่งที่เมตตาร้านข้าวสารเล็กๆ อย่างพวกเราเราจะทยอยส่งข้าวสารและเกลือให้ตามที่ท่านสั่งภายในสามเดือน”เซียงเฉินกงประสานมือกล่าวขอบคุณ จินหลี่ิมองชายหนุ่มทั้งสอง แม้ทั้งคู่จะเป็พ่อค้ามาจากแคว้นิแต่กลับไม่มีกลิ่นไอของการคุกคามหรือคิดจะค้าขายเอาเปรียบแม้แต่น้อย
องค์หญิงจินเฟิ่งที่นั่งอยู่ด้านหลังจับตามองสองพี่น้องตระกูลเซียงอย่างหวาดระแวงขึ้นชื่อว่าคนแคว้นิ มักจะมองเห็นคนแคว้นอื่นต่ำต้อยด้อยค่ากว่าตนไปเสียทั้งนั้นนางจึงไม่ใคร่อยากจะสนิทชิดเชื้อกับคนทั้งสอง
“เ้าเห็นว่าพวกเขาเป็อย่างไรบ้าง?”
“คนแคว้นิท่านน้าคิดว่า พวกเขาเห็นเราเท่าเทียมด้วยหรือ?”
“ข้าตรวจสอบแล้วพวกเขาไม่ได้ซ่องสุมผู้คนหรือกำลังอาวุธ ในโกดังท้ายร้านก็มีเพียงข้าวสารและเกลือ”
“เรายังไม่รู้ว่าแท้จริง สองพี่น้องเซียงมาแคว้นจินแค่เพียง้าจะขยายการค้าหรือไม่? บางทีอาจจะมีสิ่งอื่นเคลือบแฝง”
“ถึงอย่างไร? เราก็จะไม่ประมาท”จินหลี่ิที่รบพุ่งมาแสนนาน ไม่ได้ไว้วางใจผู้ใดง่ายๆ แม้มีผู้พยายามผูกสัมพันธ์ด้วยการนำเสนอบุตรีอายุเยาว์และงดงามเขาพยายามปฏิเสธทุกครั้งข่าวลือเื่ดวงพิฆาตภรรยาเขาก็ให้รองแม่ทัพอินทรีดำและขาวของเขาเป็คนปล่อยเพื่อให้ชาวเมืองลือกันจนพวกที่หวังจะได้เขาเป็เขยเพื่อสนับสนุนฐานอำนาจยอมละเว้นเขา
“ท่านน้ามอบหมายให้ผู้ใดดูแลเื่การตรวจรับข้าวสารกับเกลือเล่า?”
“ข้ายังไม่ไว้ใจผู้ใดหากเ้ายังไม่ต้องไปเรียนงานกุลสตรีพวกนั้นก็มาช่วยข้าทำก่อนเถิด ถึงอย่างไรภารกิจในกองทัพของเราต้องมาอันดับหนึ่ง ท่านแม่เ้าย่อมเข้าใจ”
จินเฟิ่งพยักหน้านางก็เบื่อหน่ายการเรียนชงชากับวาดรูปเต็มทน อยากจะคว้าหน้าไม้สามสายขึ้นหลังม้าออกไปล่าสัตว์แถวชายแดนเหมือนคราก่อนตอนที่นางฆ่าเสือเพื่อช่วยชีวิตชายที่มีปานมากมายนั้นรู้สึกในตอนที่สบตากับเขาทันทีว่า ชายผู้นี้มิใช่คนธรรมดา น่าจะมีความฉลาดปราดเปรื่องในระดับบัณฑิตขั้นสูงแววตาของเขาเหมือนพี่ชายของนาง จินเสวี่ยหลงที่เป็คนรอบคอบคิดการณ์ไกล
“เรารู้จักกันแล้วข้ามาคอยดูเขาส่งของก็ไม่น่าจะดูแปลกกระไร?” นางไม่อยากให้พวกเขาสองพี่น้องรู้สึกเหมือนโดนจับผิด
จินเฟิ่งคิดว่าการส่งข้าวสารและเกลือโดยปกติจะต้องส่งโดยกำหนดจำนวนครั้งที่จะต้องและเป็ครั้งละมากๆ ใครจะคิดออกว่านายน้อยของร้านข้าวสารเซียงนั้นจะใช้วิธีมาส่งทุกวันทำให้นางต้องมานั่งรอต้อนรับเขาเพื่อตรวจสอบของที่มาแค่วันละหนึ่งคันรถ
“องค์หญิงท่านจะได้ทำงานง่าย และตรวจสอบข้าวสารได้อย่างละเอียดเผื่อมีการปนอย่างอื่นเข้าไป”
ชายหนุ่มที่นางเห็นทีไรก็หงุดหงิดกับท่าทีของเขาอยู่ในใจเขาทำตัวเหมือนพี่เสวี่ยหรงของนางที่ทำสายตาคล้ายจับผิดผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา
จินเฟิ่งจึงต้องมาคอยยืนรอให้คนงานของเขาขนข้าวสารเข้าไปในโกดังกองทัพจากนั้นเขาจะบอกให้นางเปิดกระสอบตรวจข้าวและเกลือโดยแทงไม้ไผ่ลำเล็กปลายแหลมเข้าไปแต่ละด้านของกระสอบแล้วเอาข้าวตัวอย่างออกมาดู
“ด้านนี้เป็อย่างไรองค์หญิงข้าวคุณภาพดีหรือไม่?”
ดวงตาวาววับของจินเฟิ่งบ่งบอกอารมณ์กรุ่น‘ตกลงเขาเป็เ้านายข้าหรือนี่มาสั่งข้าทำโน่นทำนี่’
“องค์หญิงยังมีกระสอบเกลืออีก”เซียงเฉินกงรูปร่างสูงโปร่ง ลักษณะอย่างบัณฑิตหากใบหน้าและลำคอของเขาไม่มีปานเ่าั้มาเกะกะเขานับว่าเป็ชายหนุ่มที่รูปงามยิ่งนักจินเฟิ่งไม่เคยเห็นผู้ชายใดในแคว้นจินหล่อเหลาเท่าเขามาก่อน พลั่ก!
“โอ๊ย!” เซียงเฉินกงร้องเสียงหลง เขากำลังก้มอยู่เหนือศีรษะเธอเพื่อดูว่าเธอเสียบลำไม้ไผ่เข้าไปในกระสอบเกลือลึกหรือไม่? จินเฟิ่งเด้งตัวขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความเคยชินชายหนุ่มด้านหลังหลบไม่ทัน
ใบหน้าเขาแหงนหงายนางยื่นแขนไปโอบกอดผู้โชคร้ายตามสัญชาตญาณ เขาก็คว้าร่างของนางเช่นกัน
“จะจะ เ้า” ใบหน้าของเขาก้มต่ำลงมาแทบจะชิด นางเพิ่งรู้สึกว่า ตนเองสูงเพียงปลายคางเขาเท่านั้นในยามนี้ที่นางแหงนหน้าขึ้นและเขาก้มลงมาใบหน้าที่นางลอบสังเกตว่าเครื่องหน้าช่างดูดีนัก อยู่ใกล้จนแทบลืมหายใจ
----------------------------------------------------
