นี่หล่อนต้องแล่นตามผู้ชายทุกวันตามคำสั่งคุณป้าจริงๆน่ะเหรอ?
เพลงพิณลงทุนตื่นเช้ากว่าปกติ เช้าที่ว่าก็ราวแปดโมงกว่าจะแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วขับรถมาหาก้าวไกลถึงที่ทำงานก็ใกล้เที่ยงเกือบจะพลาดในการพบเขาเสียแล้ว
หล่อนเดินเฉิดฉายเข้ามาอย่างมาดมั่นผมตัดหน้าม้ายาวเคลียบ่าม้วนปลายสวอนแลดูเฉี่ยวเมื่อบวกกับการแต่งหน้าที่เข้มจนจัดชุดที่ใส่แม้จะไม่ผ่าจนลึกแต่ก็เห็นเนินอกไหวยวบไปมายามเยื้องย่างตัวเสื้อเป็แขนกุดโชว์ท่อนแขนเรียวเสลาซึ่งหล่อนมั่นใจว่าแขนของหล่อนสวยเพราะมีคนชมมากเกินสิบปากเช่นเดียวกับขาที่ยาวเรียวเนียนเนื้อนั้นเปล่งปลั่งทำให้หล่อนนิยมนุ่งสั้นจนทุกคนชินตารองเท้าส้นสูงสามนิ้วที่สวมประจำก็ไม่เคยเป็อุปสรรคเพราะหล่อนสวมมันไปเดินชอปปิงได้หลายชั่วโมงโดยไม่เคยบ่นเมื่อยน่องหรือข้อเท้าสักนิดดังนั้นเวลาที่หล่อนไปไหนมาไหนแล้วมีคนเหลียวมองตามยิ่งทำให้หล่อนทะนงตนว่าสวยมากขึ้นกว่าเก่าเสียอีก
อย่างวันนี้...หล่อนก็เดินเชิดหน้าเข้ามาเมื่อหางตาเห็นว่าพนักงานหนุ่มในออฟฟิศต่างมองหล่อนตาเป็มันยกเว้นก็แต่พวกผู้หญิง หล่อนรู้ว่าสายตาที่ชื่นชมยามอยู่ต่อหน้านั้นมันก็แค่จอมปลอมลับหลังคงเก็บเอาหล่อนไปนินทา แต่คนอย่างหล่อนก็มั่นใจเกินกว่าจะสนปากหอยปากปูคิดแต่ว่าผู้หญิงพวกนั้นคงนึกอิจฉาที่หล่อนได้เป็คู่ควงของเ้านายหนุ่มสุดหล่อดีกรีเมืองนอกอย่างก้าวไกล
อ้อ...ไม่ใช่สิ หล่อนไม่ใช่คู่ควงธรรมดาอนาคตหล่อนคือว่าที่คู่หมั้นของเขา
หล่อนยิ้มแค่มุมปากอย่างถือตัวก่อนจะเอ่ยถามกับเลขาฯหน้าห้องพอได้ความว่าก้าวไกลกำลังง่วนอยู่กับงานภายในห้องส่วนตัว หล่อนก็ไม่รีรอถือความสนิทชิดเชื้อผลักประตูเข้าไปข้างใน พอเขาเงยหน้ามองเห็นหล่อนเท่านั้นแหละหน้าที่ไร้รอยยิ้มอยู่ก่อนแล้วดูเหมือนจะหุบยิ้มลงไปในทันตาแต่หล่อนก็ทำเป็มองไม่เห็น ยิ้มหวานหยดอย่างเอาใจ
“เพลงว่าจะมาชวนพี่ก้าวไปทานข้าวกลางวันด้วยกันค่ะ นี่ก็จะเที่ยงแล้วไปกันรึยังคะ”
ชายหนุ่มตรงหน้าวางปากกาในมือลง ละสายตาจากแฟ้มเอกสารตรงหน้ามีสีหน้าอ่อนใจอยู่นิดหน่อย “แต่พี่มีงานที่ทำค้างเอาไว้ แล้วตอนบ่ายพี่ก็มีประชุมถ้าไปทานข้างนอกเดี๋ยวจะกลับมาไม่ทัน”
หล่อนหน้างอในทันตา
“อะไรกันคะ เพลงแวะมาหาพี่ก้าวกี่ครั้งก็ติดนู่นนี่นั่นตลอดเลย”
“พี่ทำงานนี่ครับ”
หล่อนออกอาการกระเง้ากระงอดอย่างที่จริตผู้หญิงคนหนึ่งจะทำ“ยังไงก็ต้องมีเวลาพักบ้างแหละค่ะ”
“พี่ก็พักผ่อนตามสไตล์ของพี่อยู่เกือบทุกเย็น”
“เที่ยวดื่มเหล้ากลางคืนน่ะเหรอคะที่เรียกว่าพักผ่อนคุณป้าบอกเพลงว่าพี่ก้าวออกกลางคืนทุกวัน แล้วอย่างนี้เมื่อไหร่เราสองคนจะมีเวลาได้ไปไหนมาไหนเป็การส่วนตัวอย่างที่คนรักเขาทำกันบ้างละคะ”
สีหน้าของก้าวไกลอ่านยากขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ
“พี่เคยบอกตั้งหลายหนแล้วนี่นาว่าพี่ไม่ได้คิดเกินเลยกับเพลง...แล้วอีกอย่าง ถึงพี่จะออกเที่ยวกลางคืน แต่พี่ก็ไม่เคยทำให้งานเสียซะหน่อย”
เมื่อเพลงพิณถูกตำหนิซึ่งหน้า หล่อนก็ชักสีหน้าอารมณ์ที่ยิ้มแย้มเมื่อครู่ก็มลายไปในพริบตาทว่าเสียงของผู้จะเป็แม่สามีในอนาคตก็ลอยมาให้คิด
‘หนูเพลงต้องใจเย็นๆหน่อยนะบทตาก้าวจะเย็นก็เย็นเป็น้ำอยู่หรอก แต่บทจะร้อนเป็ไฟก็พูดไม่รู้เื่ยังไงก็ยอมอ่อนข้อให้พี่เขาหน่อยอย่าลืมนะว่าผู้ชายทุกคนชอบผู้หญิงที่รู้จักเอาอกเอาใจด้วยกันทั้งนั้นแหละไม่มีใครชอบผู้หญิงที่หน้าบึ้งหน้างอ พูดจามะนาวไม่มีน้ำหรอกถ้าเกิดพี่เขาพูดหรือทำอะไรให้ขัดใจก็อย่าไปถือสานะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่น่ะดีที่สุด’
ที่สำคัญ...หล่อนรับเครื่องประดับเข้าชุดทั้งสร้อย ต่างหูกำไลและแหวนมาจากใกล้รุ่งแล้ว ถือเป็ของกำนัลล่อหูล่อตาที่ราคาไม่น้อยเป็เครื่องผูกมัดจากผู้สูงวัยการันตีว่าหล่อนคือผู้ที่เหมาะสมกับผู้ชายตรงหน้าเพียงคนเดียวฉะนั้นเื่ที่เขาพูดจาไม่ไยดีต่อกัน หล่อนจึงตั้งสติให้มั่นแล้วคิดเพียงว่าการมาของหล่อนวันนี้และต่อจากนี้ไปคือการประกบก้าวไกลเอาไว้ทำอย่างไรก็ได้ไม่ให้ผู้หญิงอย่างเลอดาวได้เข้ามาพัวพันกับผู้ชายของหล่อน
เมื่อคิดดังนั้น หล่อนก็มีหน้าที่ทำให้ผู้ชายตรงหน้ายิ้มออกมาให้ได้จึงกลับมาพูดจาไพเราะเสนาะหูอย่างทีแรก
“เพลงก็หมายได้หมายความว่าพี่ก้าวเที่ยวจนเสียงานซะหน่อย”หล่อนรีบเปลี่ยนเื่ “ไปเถอะค่ะ เพลงหิวจะแย่แล้ว เราออกไปทานใกล้ๆแถวนี้ก็ได้ไม่เสียเวลาหรอกค่ะ”
หล่อนเข้าไปเกาะที่แขนเขาบีบเบาๆก่อนจะไล้นิ้วจากบ่ากว้างไล่ไปยังต้นคอมาหยุดที่ติ่งหู ชม้อยตาอย่างอ้อยอิ่งเป็จริตจะก้านส่วนตัวที่หล่อนไม่ได้ฝึกปรือมาจากไหนแต่เรียนรู้จากประสบการณ์รักครั้งก่อนเก่าผู้ชายมักใจอ่อนอย่างที่ใกล้รุ่งบอกเอาไว้เสมอ ถ้าผู้หญิงรู้จักออเซาะออดอ้อนเมื่อเขามีอาการหงุดหงิดเป็ไฟ หล่อนก็ต้องยอมเป็น้ำเย็นเข้าลูบ
ทว่าวันนี้เขามาแปลก...
นอกจากยังยืนกรานปฏิเสธ สีหน้าบ่งว่ารำคาญหล่อนเสียเต็มประดา
“พี่จะสั่งข้าวกับเลขาฯ เพลงจะทานอะไร พี่จะได้สั่งเผื่อ”
ถึงเขาไม่เอ่ยปากไล่ให้หล่อนกลับ ถามแบบแกนๆอย่างเสียไม่ได้แค่นี้ก็ทำให้หล่อนจุกจนพูดไม่ออก จึงตัดบทเอาดื้อๆเช่นกัน
“ไม่เป็ไรค่ะ...ถ้าอย่างนั้นเพลงออกไปทานข้างนอกคนเดียวแล้วเพลงจะแวะเข้ามาหาใหม่ รอพี่ก้าวประชุมเสร็จ ตอนเย็นเราค่อยออกไปพร้อมกันนะคะ”
หล่อนคิดว่าทางออกแบบนี้น่าจะดีที่สุด
เขานิ่งเฉยโดยไม่ตอบตกลงหรือว่าปฏิเสธหล่อนก็เลยทึกทักเอาเองตามนั้นแล้วหมุนตัวกลับเดินออกไปจากห้อง เจอเลขาฯกำลังยืนจับกลุ่มคุยกันฟุ้งก็ยิ่งหัวเสียเพราะหล่อนมั่นใจว่าทั้งกลุ่มนั้นคงกำลังนินทาหล่อนลับหลังอยู่แน่จากที่ตั้งใจจะถามถึงการประชุม่บ่ายของก้าวไกลหล่อนจึงเปลี่ยนใจแล้วก้าวฉับๆออกไปจากที่ทำงานของชายหนุ่มขึ้นรถได้ก็ขับรถฉิวออกไปหาร้านอาหารใกล้ๆนั่งดับร้อนด้วยเครื่องดื่มเย็นๆสักแก้วพออิ่มท้องและอารมณ์ที่ขุ่นมัวนั้นเบาบางลง หล่อนก็แวะชอปปิงร้านเสื้อผ้าจนเพลินใจครั้นดูนาฬิกาเห็นเป็เวลาเกือบบ่ายสองโมงหล่อนก็รีบออกจากห้างฯแล้วขับรถกลับมายังที่ทำงานของก้าวไกลอีกครั้ง
หล่อนเดินเฉิดฉายโดยไม่แลตามองหรือซักถามเลขาฯของก้าวไกลให้มากความตรงเข้าห้องทำงานส่วนตัวของชายหนุ่มเมื่อเปิดประตูเข้าไปกลับต้องผิดหวังเมื่อกวาดตามองรอบห้องนั้นไม่เห็นแม้แต่เงาของเขา
คราวนี้ไม่ถามก็คงไม่ได้...
“นี่เธอ...คุณก้าวออกจากห้องประชุมรึยัง”
เลขาฯสาวหน้าห้องเ้านายย่นหัวคิ้วเล็กน้อย ตอบตามตรงว่า“วันนี้ไม่มีประชุมนะคะ”
“ไม่มีได้ยังไง ก็พี่ก้าวบอกกับฉันเองว่ามีประชุมตอนบ่าย”
“ไม่มีจริงๆค่ะ พรุ่งนี้หรอกค่ะถึงจะมีประชุม”
“นี่หล่อนกล้าโกหกฉันเหรอ”
เมื่อเผลอตัวขึ้นเสียง พนักงานในละแวกนั้นก็พลอยหันมามองที่หล่อนเป็ตาเดียว...อารมณ์ที่ยังตกค้างอยู่ก่อนหน้าผสมกับความไม่ชอบใจต่อสายตาพวกนั้นยิ่งทำให้หล่อนฉุนจนเฉียว
“ดิฉันไม่ได้พูดปดนะคะคุณเพลง”
“ถ้าวันนี้ไม่มีประชุม แล้วพี่ก้าวไปไหน ทำไมไม่อยู่ในห้องทำงาน”
เลขาฯสาวหน้าจ๋อย ตอบขมุบขมิบกลับมาว่า “ไม่ทราบจริงๆค่ะรู้แต่ว่าคุณก้าวออกไปข้างนอกหลังคุณเพลงไม่ถึงสิบนาทีค่ะ”
จริงเท็จอย่างไรไม่รู้...เพลงพิณรู้แต่ว่า หล่อนกำลังกลายเป็ตัวตลก!
เพลงพิณทำได้เพียงแค่สะบัดหน้าแล้วเดินเชิดกลับออกไปเชิดยิ่งกว่าตอนมาถึงเสียอีกพอขึ้นไปนั่งบนรถได้ก็กระแทกมือกับพวงมาลัยรถแรงๆด้วยความไม่สบอารมณ์
‘พี่ก้าวนะพี่ก้าว...โกหกเพลง’
‘ว่าแต่เขาไปไหนกันนะ...’
//////////////////////////////////////