“....คุณคริส คุณไปทำอะไรที่นั่น!”
เต้ตะคอกถามด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดไม่พอใจอย่างยิ่ง
“นั่นพี่คริสเหรอ??” ดรีมงุนงง เพียงเห็นช่วงลำตัวไม่เห็นหน้าเต้ก็รู้แล้วหรือว่าเป็นใคร
“กูจำร่างกายเขาได้ รอยกัดรางๆ ที่คอนั่นก็ฝีมือกู!”
“แล้วพี่คริสไปอยู่ห้องพี่เจได้ยังไงวะ? แล้วยังโป๊ไม่ใส่เสื้อผ้าอีกด้วย??”
ขณะที่เด็กหนุ่มทั้งสองกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกันอยู่นั้นเองเสียงประตูเปิดจากปลายสายก็ดังกุกกัก
“คริส เมื่อกี้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง มีใครโทรมารึเปล่า”เสียงทุ้มอันคุ้นหูดังขึ้น ดรีมจำได้ทันทีว่าเป็นเสียงพี่เจ คนรักของตนนั่นเอง
หน้าจอไอแพดปรากฏหนุ่มลูกครึ่งอิตาลีผู้มีผ้าขนหนูพันรอบเอวเพียงผืนเดียวเดินมาดูอีกฝ่ายบนเตียงพี่เจคงไม่ได้เอะใจกระมังว่ากำลังถูกถ่ายวิดีโอคอลอยู่
มือหนาวางบนไหล่บอบบางอย่างแผ่วเบา หนุ่มสวยก็ฉุดกระชากอีกฝ่ายลงนอนบนเตียงพร้อมกระหน่ำจูบรุนแรงทันทีทันใดร่างเพรียวแสนสวยนั้นขึ้นคร่อมพร้อมถอดผ้าขนหนูของพี่เจออกวินาทีนั้นกิจกรรมที่ฉายบนหน้าจอทำเอาเด็กหนุ่มร่างบางเจ็บปวดหัวใจสุดคณา
ดรีมตัดสินใจกดวางสายอย่างรวดเร็วเนื่องด้วยไม่อาจทนดูภาพบาดตาบาดใจนั้นได้อีกต่อไป
ปิ๊บ!
น้ำใสๆ ไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยพร้อมเสียงสะอื้นไห้ไหล่บางสั่นสะท้านเจ็บปวดอย่างหาประมาณมิได้
“เมื่อกี้...เกิดอะไรขึ้น...”เสียงหวานแผ่วเบาหลุดลอดออกมาจากริมฝีปากคู่สวยอย่างยากลำบาก
“...กูก็ไม่รู้ แต่เมื่อกี้ห้องคอนโดพี่เจใช่มั้ย”
“ใช่ กูจำหัวเตียงกับลายผ้าปูได้”
“ส่วนนั่นก็คุณคริส...แปลว่าสองคนนั้นค้างคืนด้วยกันในสภาพเปลือยเปล่าสินะ”
“อืม...”
“แปลว่าที่คุณคริสหายตัวไปและพี่เจมีท่าทีแปลกๆไม่สนใจมึงเหมือนเคย... เป็นไปได้ว่าทั้งสองอยู่ด้วยกันมาหลายคืนแล้วสินะ”เต้สันนิษฐานเหตุการณ์จากข้อมูลน้อยนิดเท่าที่มี
ดรีมไม่พูดอะไรอีก เขากดบล็อกไลน์และเบอร์โทรคนรักทิ้งอย่างไร้เยื่อใย
ส่วนเต้เองก็เดินงุ่นง่านไปมาอยู่ในห้องท่าทางใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะขอตัวออกไปข้างนอกร่างบอบบางไม่ว่าอะไรเพราะคิดว่าต่างคนคงอยากมีเวลาส่วนตัวกระมัง
เพื่อนซี้ไม่พูดจากันอยู่พักหนึ่ง ผ่านไปครึ่งชั่วโมงเจ้าของห้องผิวสีแทนก็กลับมาพร้อมกลิ่นบุหรี่ติดตัวเหม็นหึ่ง
“ไปสูบบุหรี่มาเหรอ ไหนว่ามึงเลิกแล้วไง?” ดรีมถาม
“กูไม่ได้สูบเลยตั้งแต่ได้โควตานักกีฬา... แต่วันนี้แม่งปวดหัวฉิบหายขอดูดคลายเครียดหน่อยเหอะว่ะ”
“กลิ่นหึ่งขนาดนี้... มึงสูบไปกี่มวนเนี่ย?”
“เกือบหมดซอง”
“ไอ้เชี่ยเต้! ปอดพังหมด!”
“นานๆ ทีว่ะ... เออ ตกลงกูได้ข้อสรุปความรู้สึกตัวเองมาละนะ”นักบาสถอดถอนใจ
“หา เออ...มึงได้ความว่าไงบ้าง” ดรีมถาม
“บอกตามตรงนะ กูยังอยากเลื่อนสถานะจากคู่นอนเป็นคนรักของคุณคริสจริงๆจังๆ ว่ะ พอเห็นวิดีโอคอลที่คุณคริสเปลือยเปล่าอยู่กับพี่เจก็เอากูช็อกหนักพอสมควรไปต่อไม่เป็นเหมือนกัน...”
“กูเข้าใจ กูเองก็ช็อกไม่ต่างกันหรอก ไอ้เต้...” ดรีมกล่าว
“กูเลยไปอัดบุหรี่ใต้หอหลังจากไม่ได้แตะมาครึ่งปี...ย้อมใจว่าถ้าคุณคริสเขาจะเลือกพี่เจจริงๆ กูเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปห้ามอะไรเขาว่ะตัวกูเองเป็นเพียงเด็กมหาลัยคงไม่มีอะไรจะไปสู้พี่เจที่เพียบพร้อมมีครบทุกอย่างได้เลย
“แต่ต่อให้ต้องยอมแพ้ศิโรราบ ก็อยากจะฟังคำตอบจากปากคุณคริสชัดๆว่าคิดอย่างไรกับกูกันแน่ ถ้าความรักของกูไม่มีทางสมหวังได้ กูจะได้มูฟออนไปต่อโดยไม่มีอะไรค้างคาใจอีก”
ดรีมจ้องมองเพื่อนที่ตัดสินใจได้เด็ดขาดกว่าตนมาก ขนาดเจอเรื่องสุดช็อกไปขนาดนั้นแท้ๆกลับตั้งหลักได้ในเวลาอันสั้น ไอ้เต้มึงช่างเข้มแข็งเหลือเกิน
นัยน์ตากลมโตมองเพื่อนไม่วางตา พลันเลื่อนสายตามายังสมาร์ทโฟนในมือตนเอง
“มึงจะไม่โทรไปเคลียร์กับพี่เจหน่อยเหรอวะ เผื่อมันอาจจะไม่มีอะไรจริงๆก็ได้นะ” เพื่อนซี้แนะนำ
“ช่างมันเถอะ กูบล็อกไปแล้วไม่ต้องข้องเกี่ยวอะไรกันอีกกูรับคนหลายใจแบบนั้นไม่ได้จริงๆ” น้ำเสียงหวานฟังดูช่างขมขื่นรวดร้าวยิ่งนัก
“มึงนี่นะหนีปัญหาอยู่เรื่อย ทำไมไม่หันหน้าคุยกันกับพี่เจดีๆซะก่อน... อ้าวเชี่ย! พี่เจเขาโทรไลน์หาเครื่องกูแล้วว่ะ”
เต้โชว์หน้าจอที่มีสายโทรเข้า
“จะรับไม่รับก็เรื่องของมึง กูนอนก่อนล่ะ”
เสียงหวานกล่าวราบเรียบไร้อารมณ์ดรีมปิดไฟทิ้งตัวลงนอนคลุมโปงบนเตียงไม่อยากจะรับรู้อะไรอีกต่อไปแล้ว
ไอ้เต้บ่นอุบสองสามคำ ก่อนจะออกไปคุยโทรศัพท์นอกระเบียงร่างขาวนวลได้ยินเสียงคุยของเพื่อนเบาๆ แต่ไม่ได้ยินบทสนทนาทั้งหมด
คนขี้แยพยายามข่มตาหลับอย่างยากลำบากภาพพี่เจพี่คริสเปลือยเปล่าค้างคืนด้วยกันนั้นยังคงติดตา ไม่อาจข่มตานอนหลับได้เลยหมอนหนุนนั้นชื้นแฉะไปด้วยคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทางจนเปียกชุ่ม ความรวดร้าวที่โดนคนรักที่ไว้ใจที่สุดหักหลังทำเอาหนุ่มน้อยเจ็บปวดเหลือเกิน
นี่สินะเหตุผลที่ชายหนุ่มไม่ค่อยใช้เวลาร่วมกันกับเขาเหมือนแต่ก่อนรู้อยู่หรอกว่าพี่เจกับพี่คริสเคยคบกันแต่พี่เจที่ไม่เคยให้ใครขึ้นคอนโดง่ายๆทำไมถึงยอมให้พี่คริสขึ้นไปแถมอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากันอีกล่ะ? หรือว่าทั้งสองยังมีใจให้กันอยู่? แล้วปล่อยให้ทั้งสองค้างอ้างแรมกันแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นนะ?
จินตนาการมากมายลอยเด่นอยู่ในหัวของดรีม ไม่อยากมโนไปไกลแต่ก็ฝืนอดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นไม่ได้เด็กหนุ่มไม่รู้อะไรเป็นเรื่องจริงหรือความคิดของตนอีกต่อไปเพียงปล่อยให้สายธารแห่งความเศร้าใจไหลเปรอะเปื้อนแก้มใสต่อไปในท่านอนคลุมโปงใต้ผ้าห่ม
สักพักจึงได้ยินเสียงเลื่อนปิดประตูระเบียง ไอ้เต้คงคุยโทรศัพท์เสร็จแล้วเป็นแน่
ผ้าห่มที่คลุมตัวดรีมไว้ถูกดึงออกโดยเจ้าของห้อง หนุ่มนักบาสฯ นั่งลงเคียงข้างเขาบนเตียงพร้อมอธิบายความเป็นไป
“พี่เจพยายามติดต่อมึงเมื่อกี้แต่โทรไม่ติด เขาเอะใจอยู่แล้วล่ะต้องโดนมึงงอนอะไรอยู่แน่”
“เรื่องของเขา ไม่เกี่ยวกับกู” ดรีมบอก
“กูถามว่าพวกเราเห็นคุณคริสนอนโป๊บนเตียงพี่เจหมายความว่ายังไง? พี่เจก็บอกว่าเรื่องมันยาวให้พวกเราไปคุยที่คอนโดจะเข้าใจกว่าแต่ทั้งสองคนไม่มีอะไรกันจริงๆ” ไอ้เต้อธิบายตามที่ได้ยินมาหากแต่ดรีมไม่พร้อมจะรับฟังอะไรทั้งนั้น
“มีปากจะพูดอะไรก็ได้ แต่การกระทำสิสำคัญกว่า”คนน้ำตานองหน้ายังมีอคติอยู่
“ไหนก่อนหน้านี้มึงบอกกูว่ามีอะไรให้คุยกันไงไม่ใช่คิดเองเออเองอยู่ฝ่ายเดียว”
“ฮึก...ก็นี่มันไม่เหมือนกัน พี่เจเขาหักหลังนอกใจกูเหอะ! เขาเอาคนอื่นขึ้นห้องไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายก็ตามสำหรับกูมันก็คือการนอกใจทั้งหมดนั่นแหละ!…ฮึก...ฮือ...”
ใบหน้าหวานร้องไห้สะอึกสะอื้นอีกครั้งน้ำตาที่กำลังจะแห้งเหือดถูกกระตุ้นเร้าไหล่ต่อเป็นทาง
“มึงนี่นะ...นอกจากจะชอบหนีปัญหาแล้วยังโคตรจะดื้อไม่รู้จะสรรหาอะไรมาด่าแล้ว!”เพื่อนซี้กุมขมับ เขาจะเบื่อจริงเชียวนิสัยเสียชอบปิดกั้นตัวเองเวลามีปัญหาของเพื่อนขี้แยแบบนี้
“ฮือ...ฮือ...ฮึก...”
“ไปเปลี่ยนชุดไป เดี๋ยวพี่เจเรียกแท็กซี่มารับพวกเราไปคอนโดเขามีอะไรค่อยพูดค่อยจากันที่โน่น”
หนุ่มสกินเฮดกล่าว สวมกางเกงวอร์มทับบ๊อกเซอร์ตัวเก่งพร้อมหยิบเสื้อยืดออกจากตู้เสื้อผ้าหากแต่คนตัวเล็กยังคงกอดตุ๊กตาเพนกวินแน่นไม่ห่าง
“มึงจะไปก็ไป กูไม่อยากเห็นหน้าคนหลายใจ”
“แล้วความสัมพันธ์ของกูกับคุณคริสอีกล่ะมึงคิดว่ากูไม่อยากรู้จากปากเจ้าตัวรึยังไง?”
“...”
“อันนี้ไม่ใช่ปัญหาแค่ระหว่างมึงกับพี่เจแค่สองคนนะยังมีของกูกับคุณคริสอีกถ้ามึงยังเห็นกูเป็นเพื่อนแล้วแคร์ความรู้สึกของกูก็ไปเคลียร์ที่โน่นด้วยกันเถอะว่ะ”
“...”
“อย่ามางอนงี่เง่าอีกน่า คราวนี้กูไม่ง้อมึงแล้วจริงด้วย ไอ้ฝฟ.”
“...กูไม่อยากเห็นหน้าพี่เจตอนนี้ กูต้องร้องไห้ไม่หยุดแน่ๆ เลย”ใบหน้าเรียวหงิกงอ
“ตกลงมึงจะไม่ไปแน่ชะ?”
“ขอเถอะ กูยังทำใจไม่ได้จริงๆ ว่ะไอ้เต้...” ดรีมตอบเสียงอ่อยน่าสงสารจนเพื่อนซี้เริ่มใจอ่อน
“งั้นคืนนี้มึงนอนนี่คนเดียวนะ เดี๋ยวกูไลน์บอกพี่เจว่ากูไปเอง”
ได้ยินดังนั้นคนตัวเล็กก็ลุกพรวดจากเตียงนอน
“มึงจะทิ้งกูได้ไง! ต้องอยู่ด้วยกันสิวะ!”
“เอ๊า กูชวนก็ไม่ไป กูให้อยู่ก็ไม่ยอม มึงจะเอายังไงแน่ไอ้ฝันเฟื่อง!” ไอ้เต้ตะคอกชักจะมีน้ำโหละ
“...ตกลงกูไปด้วยก็ได้” ดรีมตอบเสียงหงอย
“ก็แค่เนี้ย ว่าง่ายๆ ไปคืนดีกับพี่เจซะไป๊ในฐานะผู้ชายด้วยกันกูสัมผัสได้ว่าเขารักมึงจริง และมึงเองก็รักเขามากเช่นกัน”
“...”
“คู่มึงอุตส่าห์ใจตรงกัน จนได้คบหาเป็นแฟนแล้วแท้ๆอย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไปสิวะ ถ้าเสียเขาไปมึงนั่นแหละจะมานั่งเสียใจตลอดชีวิต”
“อื้ม...”
“รู้แล้วก็เปลี่ยนชุดซะ”
“กูไม่เปลี่ยน จะไปทั้งชุดนอนนี่แหละ”
“ตามใจมึงโว้ย”
สองเพื่อนซี้ลงไปรอแท็กซี่หน้าหอ ใช้เวลาไม่นานนักรถก็มาถึงทั้งสองขึ้นรถเก๋งสีชมพูมุ่งตรงไปยังจุดหมายปลายทางคือคอนโดหรูใจกลางย่านสุขุมวิทนั่นเอง
ลุงคนขับแท็กซี่รีบไปส่งรถหรืออย่างไรก็ไม่ทราบได้เหยียบคันเร่งประหนึ่งท้ามฤตยู ลุงคร้าบพวกผมยังไม่อยากตาย!!
เต้เตือนลุงว่าพวกเขาไม่ได้รีบไปไหนค่อยๆ ขับก็ได้แต่ก็ไม่ได้ทำให้รถแท็กซี่ที่วิ่งฉิวราวกับติดปีกบินชะลอความเร็วลงเลยแม้สักนิดเดียว
ดรีมคาดเข็มขัดนิรภัยพลางยึดเกาะที่จับบนประตูรถตลอดทาง รู้สึกพะอืดพะอมขึ้นมาเหมือนอ้วกพร้อมจะพุ่งอยู่ทุกเมื่อแต่ก็พยายามกลั้นใจเพราะใกล้ถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
ทั้งสองเดินทางมาถึงคอนโดของพี่เจในสภาพมึนหัวแต่ก็ปลอดภัยครบสามสิบสองที่นั่นพี่เจมารอรับทั้งคู่อยู่แล้ว
หนุ่มลูกครึ่งอยู่ในชุดนอนยับยู่ยี่ผมเผ้ารุงรังขอบตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าดูโทรมอย่างเห็นได้ชัดแตกต่างจากลุคหล่อเหลาแสนเนี้ยบดูดีทุกกระเบียดนิ้วที่เคยพบเจอมาตลอด
พี่เจรับไหว้เต้ที่จ้องมองมาด้วยสายตางุนงงส่วนดรีมเองก็หลบหลังเต้ไม่ยอมสบตาแฟนหนุ่ม
“ดรีมจะไม่ยอมมองหน้าพี่จริงๆ เหรอครับ”
“...” ร่างบางไม่ตอบ
“พี่เจดูเหนื่อยๆ นะครับ เกิดอะไรขึ้นครับ??” เต้ถาม
“ขึ้นไปเดี๋ยวเราก็รู้เองแหละ” เสียงทุ้มฟังดูโรยแรงเป็นอันมาก
สามหนุ่มขึ้นลิฟต์คอนโดไปด้วยกัน มุ่งตรงไปยังห้องของพี่เจ
เมื่อแตะคีย์การ์ดประตูห้อง พี่เจผู้เป็นเจ้าถิ่นกลับไม่เดินเข้าห้องตรงๆแต่เดินชิดตามขอบผนังราวกับจะหลีกเลี่ยงอะไรบางอย่างด้วยท่าทีแปลกประหลาด
ดรีมมองตามอย่างนึกฉงนแต่เมื่อย่างก้าวเข้ามาภายในห้องที่คุ้นเคยเท่านั้นเด็กหนุ่มก็ถึงกับชะงักไป
“กล้าบบ...มา..ล้าว...เหรออออ...ฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
คริสในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำที่ไม่ผูกเชือกใดๆ เผยให้เห็นเรือนราวแทบจะเปลือยเปล่าใบหน้าแดงแปร๊ดนั้นร้องเพลงเป็นจังหวะสามช่าในวงแขนคือไวน์ขวดยักษ์ที่ปริมาณพร่องไปเกือบครึ่ง บนโต๊ะอาหารก็มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกมากมายหลากหลายชนิดวางเรียงรายอยู่เต็มไปหมด
ห้องคอนโดสุดหรูโดยรอบก็มีร่องรอยผ้าม่านฉีกขาดโซฟาเป็นร่องรอยคราบไวน์หก พรมถูกดึงออกมาวางระเกะระกะแล้วไหนจะขนเป็ดจากหมอนหนุนที่หลุดร่วงปลิวว่อนไปทั่วทั้งห้องอีก ห้องพี่เจตอนนี้ไม่เหลือสภาพสะอาดเรียบร้อยที่ดรีมเคยมาพักอาศัยอยู่ก่อนหน้าเลยสภาพเหมือนโดนยกเขามาอย่างใดอย่างนั้น
ดรีมกับเต้ต่างอึ้งกับสิ่งที่เห็นตรงหน้าจนพูดอะไรไม่ออกและในขณะนั้นเองคริสในสภาพกึ่งโป๊เปลือยก็ร้องเพลงเสียงดัง เดินปรี่เข้ามาหาเด็กหนุ่มตัวน้อยในระยะประชิด
“คิดถึงจัง... แบบนี้ต้องจุ๊บบบ....”
“ว๊ากกกกก!!!”
และแล้วริมฝีปากบางก็ถูกประกบจูบอย่างดูดดื่มโดยไม่ทันตั้งตัวลิ้นอุ่นเข้าซอกซอนทั่วโพรงปากนุ่มประกบบดขยี้แนบแน่นเสียจนเด็กหนุ่มแข้งขาระทวยลงไปนั่งกองกับพื้นเลยทีเดียว
“เฮ้ย ไอ้ฝันเฟื่อง!”เต้ดึงเพื่อนที่ลงไปนั่งจับกบบนพื้นเสียแล้ว
“เด็กน้อย...คิกคิกคิก...”
คราวนี้ถึงตาเต้บ้างแล้วหรือไรหนุ่มสวยผมทองเข้าประชิดนักกีฬาร่างกำยำพร้อมประกบจูบดูดดื่มเช่นกัน
ทว่าเด็กหนุ่มผิวสีน้ำผึ้งไม่ยอมแพ้ง่ายๆ จะให้ยอมลงไปกองบนพื้นแบบไอ้ฝันเฟื่องเหรอเขาไม่ยอมง่ายๆหรอก
เต้ตอบโต้กลับด้วยจุมพิตที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาเร่าร้อนพร้อมกดสะโพกบางบดขยี้แก่นกายตนอย่างแนบแน่นรสจูบนั้นเมามายยิ่งกว่าเมรัยชั้นเลิศที่แสนปลุกเร้านั้นทำเอาหนุ่มนักกายภาพบำบัดคนงามถึงกับครวญครางออกมา
“อื้อ...อืม...”
“แฮ่ก...คุณเมามากแล้วนะ คุณคริส”
“อื้อ...เอาอีก...อืม....”
“โธ่โว้ย! ได้สติซะทีสิ!”
“ฮะฮะฮะฮะฮะ” ร่างเพรียวกึ่งเปลือยเปล่ากอดแขนเด็กหนุ่มแน่นไม่ปล่อยใบหน้าแดงซ่านด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์
“ไม่ได้ผลหรอกครับเต้ คริสดื่มทั้งวันทั้งคืน พี่เองก็ลองเรียกสติสารพัดวิธีแล้วคริสยังไม่รู้สึกตัวเลย”
หนุ่มลูกครึ่งผู้เป็นเจ้าของห้องหรูยืนห่างอยู่อีกมุมหนึ่งของห้องด้วยมีประสบการณ์ว่าอย่าอยู่ใกล้คริสในสภาพเมาแอ๋ไม่รู้เนื้อรู้ตัวจะเป็นการดีที่สุด
“ผมยังไม่ค่อยเข้าใจเลยครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น??” เด็กหนุ่มผิวแทนยังปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้
“คืออย่างนี้ครับ... หลายวันก่อนคริสมาหาพี่ที่ออฟฟิศในสภาพเมาแอ๋แล้วพอเมาก็เป็นอย่างที่เห็นบ่นร้อนชอบถอดเสื้อผ้าแถมแปลงร่างเป็นปีศาจจอมขโมยจูบคนไปทั่วอย่างที่เห็นพี่ก็ไม่รู้จะทำยังไง เลยให้เลขาพามานอนพักที่คอนโดพี่เป็นการชั่วคราว
“แต่ไปๆ มาๆ อีท่าไหนไม่รู้ไปกว้านซื้อแอลกอฮอล์มาดื่มทั้งวันทั้งคืนจนเมาหัวราน้ำ พี่ห้ามก็ไม่ฟังเอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้องนี้ทั้งวันไม่ยอมไปไหนด้วย” ชายหนุ่มอธิบายความเป็นไป
“...แล้วที่พวกผมเห็นว่าคุณคริสนอนโป๊อยู่บนเตียงพี่เจก็...”
“ก็เมาแล้วอาละวาดนอนฟุบไปนั่นแหละครับ ไม่ได้มีอะไรเกินเลยกันเลย”เสียงทุ้มกล่าว
“...แล้วทำไมพี่เจถึงไม่ยอมตอบไลน์ไอ้ฝันเฟื่องมันละครับ?” เต้สอบถามสิ่งที่ค้างคาใจ
“พี่จะตอบได้ไงละครับ ในเมื่อคริสจุ่มมือถือพี่กับบรั่นดีจนเจ๊งไปสามเครื่องแล้ว! พอพี่ให้เลขาไปซื้อสมาร์ตโฟนเครื่องใหม่แล้วเจ้าคริสก็ทำพังอีกซ้ำๆ กู้ข้อมูลก็ไม่ได้พี่มีโอกาสจะตอบไลน์ดรีมแต่ตอนอยู่หน้าโน้ตบุ๊กที่ออฟฟิศเท่านั้นแหละ”ชายหนุ่มลูกครึ่งอธิบาย
ดรีมได้ยินคำตอบนั้นก็รู้สึกโล่งใจ เรื่องต่างๆไม่ได้เลวร้ายอย่างที่ตนคิดนี่นา
“พี่ทำงานก็เหนื่อยแล้วกลับมายังต้องมาดูแลคนเมาจอมอาละวาดอีกจนนอนพักผ่อนไม่พอเลยเนี่ย...เต้มาก็ดีแล้วครับเอาคริสกลับไปที พี่ละปวดกระบาลมากเลย”
“แล้วทำไมต้องเป็นผมละครับ!”หนุ่มสกินเฮดสะดุ้งโหยง
“อ้าว สองคนไม่ได้คบกันหรอกเหรอครับตอนเมาคริสพูดชื่อเต้ออกมาบ่อยมากเลยนะ จนพี่นึกว่าเมาเพราะมีเรื่องผิดใจกันซะอีก”
เด็กหนุ่มร่างกำยำได้ยินดังนั้นก็แน่นิ่งไป หนุ่มทรงเสน่ห์ที่เขาตกหลุมรักไม่ยอมแม้แต่เรียกชื่อเขาสักครั้งบนเตียง กลับเมาแล้วละเมอพูดถึงเขาออกมาไม่ขาดสายอย่างนั้นเหรอ?
“ถ้าพี่เข้าใจผิดไปก็ขอโทษด้วยนะ นึกว่าทั้งสองคนคบกันอยู่ซะอีก”นักธุรกิจหนุ่มกล่าว
“ผมรักเขาข้างเดียวน่ะครับ แต่คุณคริสไม่เคยรับรักผมเลย”เต้กล่าวเสียงต่ำกึ่งน้อยใจ
พี่เจมองหน้าอีกฝ่าย
“...ในสายตาพี่ พี่ไม่รู้สึกอย่างนั้นนะเต้”
หนุ่มสกินเฮดไม่รู้จะตอบอย่างไร นอกจากพยักหน้ารับรู้เท่านั้น
เต้ตัดสินใจอุ้มคริสที่นอนสลบไสลไม่ได้สติไปอาบน้ำ สักพักจึงกลับออกมาพร้อมสวมใส่ชุดคลุมอาบน้ำให้อีกฝ่ายเป็นอย่างดี
เด็กหนุ่มผิวแทนจัดท่าทางนักกายภาพบำบัดคนงามให้กึ่งนั่งกึ่งนอนเอกเขนกบนโซฟาเพื่อเป่าผมที่เปียกชื้นให้มือหนาขยี้เรือนผมสีทองอร่ามด้วยความทะนุถนอมดรีมมองตามอิริยาบถนั้นด้วยแปลกใจว่าเพื่อนสุดห่ามของเขาก็มีโหมดดูแลเอาใจใส่คนอื่นเหมือนกันแฮะ
ฟู่ ฟู่ ฟู่
เสียงไดร์เป่าผมพร้อมลมอุ่นปลุกคนเมาที่หลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวให้รู้ตัวในที่สุด
“อืม...”
ดวงตาสีฟ้ากะพริบถี่ด้วยเพิ่งตื่นจากภวังค์หนุ่มหน้าสวยขยี้ปรับสายตาให้เคยชินกับแสงสว่าง
“รู้สึกตัวแล้วเหรอครับ” เต้ยังคงเป่าผมให้อีกฝ่ายต่อไป
“...นี่ฉันอยู่ที่ไหน” คริสพูดเสียงแหบแห้ง
“มาค้างห้องแฟนเก่าไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลยรึไง คุณคริส” เต้กระแนะกระแหน
“...แฟนเก่าคนไหน...”
“แสดงว่ามีหลายคนสินะครับ”
“แล้วเธอ...เด็กน้อยงั้นเหรอ ทำไมมาอยู่ที่นี่..?”
“มาหาคุณไงครับคุณคริส และอยากฟังความจริงจากปากคุณด้วยว่าคุณรู้สึกยังไงกับผมกันแน่”
“...”
ฟู่ ฟู่ ฟู่
ทั้งห้องเงียบงันมีเพียงเสียงเป่าลมของไดร์เป่าผมเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่คริสนั่งนิ่งยอมให้หนุ่มนักบาสฯ เป่าเรือนผมสีทองอร่ามของตนไปเรื่อยๆ ไร้ซึ่งการเปล่งวาจาใดๆ
ส่วนดรีมกับพี่เจต่างก็นั่งคนละมุมห้อง รอรับฟังเรื่องราวระหว่างนักกีฬาร่างกำยำและหนุ่มสวยอย่างตั้งใจ
-------------------------
สวัสดีค่ะ ^___^
ขอแจ้งว่า "Dream me Tender ฝันเฟื่องเรื่องรัก" ตั้งแต่ตอนที่ 33 เป็นต้นไป และตอนพิเศษ จะอัพทุกวันเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนจากเวลา 18.00 น. >> เป็น 7.00 น. นะคะ อยากให้รี๊ดได้อ่านนิยายเร็วขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ขอบคุณที่ติดตามนะคะ เยิฟฟ