Please say love ตอนที่ 4
#พิมมี่ของพี่แทน
หลายวันถัดมา
วันนี้ฉันแฮปปี้เป็พิเศษ เพราะพี่แทนยอมใช้น้ำหอมกลิ่นใหม่ที่ฉันซื้อมาหลังจากรบเร้าเขามาหลายวัน ตอนนี้เลยนั่งยิ้มเหมือนคนบ้าในขณะที่พี่แทนกำลังขับรถไปส่งที่มหาลัย
ปกติฉันขับรถไปเอง แต่วันนี้ี้เีเลยขอให้เขามาส่งน่ะ
กลับมาที่เื่น้ำหอมต่อนะ คือฉันเป็คนค่อนข้างใส่ใจในเื่กลิ่น กลิ่นน้ำยาซักผ้า กลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่ม กลิ่นผลิตภัณฑ์ปรับอากาศในห้อง จะอะไรๆก็ดูเื่มากไปหมด
ดังนั้นฉันเลยพอใจมากที่พี่แทนยอมใช้น้ำหอมสักที
มันหอมจริงๆนะ หอมตลบอบอวลไปทั่วรถเลย
“พี่แทนคะ” ฉันเรียกเขาเมื่อพี่แทนขับรถมาถึงคณะ
“หื้ม...?”
“วันหลังต้องใช้น้ำหอมกลิ่นนี้นะ ถ้าวันไหนผิดกลิ่นพิมโกรธจริงด้วย”
“เป็หมาหรอถึงมานั่งดมพี่ทุกวัน?”
เนี่ย ชอบกวนตีน...
ฉันถลึงตาใส่เขา พร้อมกับปลดสายเข็มขัดนิรภัย หยิบของมาเตรียมลงจากรถ
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ เจอกันตอนเย็นนะ”
“ไหนบอกจะดมไง วันนี้ยังไม่ดมเลย”
“ก็พิมเห็นตอนฉีด รู้แล้วว่าใช้จริง”
“มาดมก่อน ไม่งั้นวันหลังไม่ใช้อีกนะ”
เ้าเล่ห์นักล่ะ! ฉันแอบกรอกตามองบน แล้วยื่นให้เข้าไปใกล้ๆ วางปลายจมูกชิดไหล่หนาจากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด พิเศษด้วยการแนบริมฝีปากลงไปจนมีสีลิปสติกบางส่วนติดไปกับเสื้อเชิ้ตของเขา
นี่แหนะ สมน้ำหน้า อยากกวนฉันดีนัก คราวนี้ไม่ว่าร้อนตับแตกแค่ไหนก็ต้องใส่สูทคลุมไว้ทั้งวันถ้าไม่อยากให้ใครเห็น
ฉันแอบยิ้มในใจเพราะคิดว่าพี่แทนคงไม่ได้สังเกต กว่าจะรู้ตัวคงถึงที่ทำงานแล้วนู้นแหละ ฉันคิด ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถแล้วเดินเข้าตึกเรียนไป
13.40 น.
ด้วยความที่เลิกเรียนครึ่งวัน ฉันเลยนัดกับ ‘สายซอ’ ผู้แสนจะน่ารักที่ดำรงตำแหน่งเพื่อนสนิท ไปช้อปปิ้งด้วยกัน ฉันเองอยากได้เสื้อผ้าใหม่อยู่พอดี
อ่อ แล้วอีกอย่างคือ ‘พี่แจ็ค’ แฟนสายซอ ซึ่งเป็เพื่อนในกลุ่มพี่แทนโทรมาบอกว่าเย็นนี้มีนัดไปเที่ยวที่ SOP House ร้านเที่ยวกลางคืนชื่อดัง แน่นอนว่าฉันต้องไปอยู่แล้ว เลยถือโอกาสมาซื้อชุดใหม่ใส่ไปด้วยเลยไง
“สายซอ แกช่วยปลดกระดุมหลังหน่อยดิ ปลายผมฉันมันเกี่ยวอ่ะ แกะไม่ออก”
ฉันบอกเพื่อน ตอนนี้เราอยู่ในห้องลองเสื้อผ้าด้วยกันน่ะ
เป็เพื่อนกันมาทั้งแต่อยู่ในท้องแม่ (เพราะแม่เป็เพื่อนกัน) เพราะฉะนั้นการลองชุดด้วยกัน การถอดเสื้อตัวนอกออกเหลือแค่บราเซียร์จึงไม่ใช่เื่ที่ต้องมาเขินอายอะไรทั้งนั้น
ออกจะชินด้วยซ้ำไป
“อื้อ!” เพื่อนฉันพยักหน้ารับ แล้วเข้ามาช่วยจัดการปัญหา
เมื่อปลดกระดุมได้ฉันก็ถอดเสื้อออก ทันทีที่เสื้อตัวนอกหลุดออกไปสายซอก็พูดขึ้นว่า...
“หือ ฉันไม่ชินกับหน้าอกแกสักทีเลยอ่ะพิมมี่ ทำไมนมใหญ่จัง!”
ของแท้แม่ให้มา หน้าอกหน้าใจนี่ได้มาจากแม่เต็มๆ!
“ลองจับไหมล่ะ? เผื่อจะได้ชิน” ฉันถามหน้าทะเล้น แล้วแกล้งขยับเบียดตัวเข้าไปใกล้สายซอผู้ซึ่งไม่ได้เขิน แต่แกล้งฉันกลับคืนด้วยการหยิกที่หน้าอกข้างนึงที่มีรอยช้ำสีแดงปรากฎขึ้นมาทันที
“สายซอ!”
“สมน้ำหน้า!”
“มันเจ็บ!” ว่าเพื่อนและทำหน้ามุ่ยใส่มัน จากนั้นก็หันหลังให้เพื่อแต่งตัวออกไปจ่ายตัง
“พิมมี่” สายซอเรียกฉัน
“ว่า?”
“ใครดูดคอแกมา”
“ห้ะ!?” ฉันอุทานใในคำถามที่คาดไม่ถึงของเพื่อนแล้วยกมือปิดคอตัวเองทันที
“ที่ไหนซอ!? อย่ามั่ว ไม่มี!”
ไม่รู้ว่ามีไหม แต่ขอปฎิเสธไว้ก่อน!
“อย่ามาโกหก ฉันมีแฟนแล้ว และฉันรู้ว่ารอยช้ำที่ต้นคอด้านหลังของแกคือ ‘คิสมาร์ค’ แน่ๆ”
“...”
“แกแอบไปมีแฟนหรอ? แกโดนใครดูดคอ ตอบมาเดี๋ยวนี้นะพิม” สายซอชี้หน้าฉันอย่างคาดคั้น
แล้วก็นะ ถ้ามีรอยจริงๆใครจะทำล่ะนอกจากไอ้พี่แทน! เคยบอกแล้วว่าอย่าทำ! งานงอกเลยเนี่ยเห็นไหม!!
“ไม่มีใครทั้งนั้นแหละ”
“อย่าโกหก แกก็รู้ว่าฉันจับโกหกแกได้ตลอด”
“โถ่ซอ...” ฉันเรียกเพื่อนเสียงอ่อน
“พิมมี่” แต่สายซอเรียกฉันเสียงต่ำ
นี่จะร้องแล้วนะ ไม่ใช่อยากปิดบัง แต่เื่ฉันกับพี่แทนมีความสัมพันธ์เกินเลยมันเป็เื่ที่ยังไม่มีใครรู้ไง
ความสัมพันธ์ที่คนอื่นเห็นก็แค่สนิทเพราะสายซอเป็แฟนพี่แจ็ค ฉันเลยพลอยสนิทกับกลุ่มพี่เขาไปด้วย
ไม่มีใครรู้ว่าเรา ‘สนิทชิดเนื้อ’ กันไปแล้ว
และก็อย่างที่บอกว่าฉันกับพี่แทนไม่ได้คบกันเป็แฟน ถ้าสายซอรู้ว่าฉันเสียตัวแล้วมันต้องไปโวยวายใส่พี่แทนแน่ๆ ซึ่งฉันไม่ได้อยากให้เป็แบบนั้น
ที่เป็อยู่ทุกวันนี้มันก็ดีอยู่แล้วไง
“...”
“ตกลงแกจะไม่บอก?”
“...”
“โอเค ฉันไม่รู้ก็ได้”
“สายซอ...” ฉันเรียกเพื่อนอีกครั้ง แต่สายซอตอบกลับด้วยทำสีหน้าว่าไม่อยากสนทนา
มันไม่โกรธหรอก แต่ฉันรู้ว่าสายซอไม่พอใจที่ฉันปิดบัง
เห้อ.... เื่ซอเนี่ยเดี๋ยวค่อยหาทางง้อ แต่เื่พี่แทนนี่สิ ต้องเคลียร์กันยาวๆ
ต้องย้ำว่าทีหลังอย่าทำรอยบนร่างกายฉันอีก!
...................................................
บอกเลยว่าตอนหน้าจะมีคนมีงานเข้า 555555555