พี่เอกชะงักไปนิดนึง รอยยิ้มที่เคยกว้าง ค่อยๆจางลง แต่ยังพยายามทำตัวปกติ ยิ้มเก้อ ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ
“อ๋อ... เข้าใจเลยครับ แพร”
เสียงเขายังสุภาพเหมือนเดิม แต่แววตาดูผิดหวังนิด ๆ
“พี่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนะ แค่ชวนไปกินข้าวแบบเพื่อน ๆ ธรรมดาเอง แต่ถ้าแพรยังไม่สะดวก พี่เคารพการตัดสินใจแพรครับ ไม่เป็ไรจริง ๆ”
พี่เอกยืดตัวขึ้น ลุกจากท่านั่งยอง ๆ แล้วยิ้มให้อีกครั้ง (แต่คราวนี้ดูฝืนนิด ๆ)
“งั้นพี่ไม่รบกวนแพรทำงานแล้วนะครับ ถ้าแพรเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ หรืออยากคุยอะไรก็ไลน์มาพี่ได้ตลอดเลย พี่อยู่ตรงนี้แหละ ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ”
เขาโบกมือลาเบา ๆ แล้วเดินจากไปช้า ๆ กลับไปทางห้องตัวเอง ไม่หันกลับมามองอีก
แพรแอบถอนหายใจโล่งอกในใจ แล้วเหลือบมองไปทางห้องพี่กรโดยไม่รู้ตัว
พี่กรยังยืนอยู่ข้างในห้องเดิม (ประตูเปิดแง้มเหมือนเดิม) สายตาที่แอบมองมาทางโต๊ะแพรเมื่อกี้ตอนนี้เปลี่ยนเป็... รอยยิ้มมุมปากชัดเจนขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนกำลัง “โล่งใจ” และ “พอใจ” มากกว่าเดิม
พี่กรไม่ได้เดินออกมา แต่แพรเห็นชัดเลยว่าพี่กรยกมือขึ้นเกล้าผมตัวเองเบา ๆ (ท่าทางที่พี่กรทำตอนอารมณ์ดีหรือผ่อนคลาย) แล้วหันกลับไปทำงานต่อ สีหน้าดูเบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แพรรู้สึกอุ่นใจขึ้น
*อย่างน้อย... พี่กรก็ยังมองอยู่ แถมดูไม่โกรธด้วยซ้ำ*
ตอนนี้ห้องทำงานกลับมาสงบอีกครั้ง
แพรนั่งลงทำงานต่อ แต่ใจยังลอย ๆ อยู่กับพี่กรที่อยู่ไม่ไกลนัก
แพรกำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์เอกสารงบประมาณต่อที่โต๊ะตัวเอง บรรยากาศห้องทำงานตอนบ่ายค่อนข้างสงบ มีแต่เสียงคีย์บอร์ดเบา ๆ และเสียงคุยโทรศัพท์ห่าง ๆ จากเพื่อนร่วมงาน
จู่ ๆ โทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะ
ไลน์จากพี่กรเด้งขึ้นมา
(แพรเซฟเบอร์พี่กรไว้ว่า “อาจารย์ธนากร” แต่ตอนนี้ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นชื่อนี้)
**ธนากร:**
แพรครับ... เห็นพี่เอกเดินมาคุยกับแพรเมื่อกี้ พี่แอบมองจากในห้องนะ ????
ดูท่าพี่เอกจะยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เลยเหรอครับ
หรือว่าพี่กำลังจะมีคู่แข่งเยอะขึ้นแล้ว พี่ต้องรีบจองคิวก่อนเลยมั้ยเนี่ย อิอิ
ตามด้วยสติกเกอร์หมีน้อยทำหน้างอน ๆ
(แบบที่พี่กรไม่ค่อยส่งบ่อย แต่พอส่งแล้วดูน่ารักผิดปกติ)
แพรแอบยิ้มมุมปากคนเดียว หน้าแดงขึ้นนิด ๆ แต่ก็รู้สึกเขินผสมขำในเวลาเดียวกัน
พี่กรแซวแบบนี้... ไม่ได้โกรธจริงจัง แต่ก็แอบหวงนิด ๆ ชัดเจนเลย
**แพร:***
5555 แอบดูหราา
**ธนากร:**
5555 แน่นอนสิครับ ????
พี่แอบดูอยู่... แอบมองจากในห้องแบบไม่ให้ใครรู้
เห็นพี่เอกยิ้มหวานขนาดนั้น พี่ก็เลยต้องเช็คหน่อย ว่าหนูจะตอบยังไง
(ใจเต้นแรงเลยนะตอนนั้น กลัวหนูจะยิ้มตอบตกลงซะอีก อิอิ)
**ธนากร:**
แต่เห็นหนูปฏิเสธแบบสุภาพแล้วพี่เอกเดินกลับไป พี่โล่งอกเลยครับ
แอบยกนิ้วให้ในใจเงียบ ๆ 5555
หนูเก่งมากที่จัดการได้เนียน ๆ แบบไม่ให้ใครอึดอัด
**ธนากร:**
ว่าแต่...
หนูปฏิเสธเพราะยังไม่สะดวกจริง ๆ หรือเพราะมีคนอื่นในใจแล้วล่ะครับ ????
(คนอื่นคนนั้น ชื่อธนากรรึเปล่านะ 555)
**แพร:***
ถ้าหนูไปกับเขาจริงๆพี่จะทำไง
พี่กรอ่านข้อความแพรแล้วยิ้มมุมปากช้า ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับเร็วมาก เหมือนรออยู่แล้ว
**ธนากร:**
ถ้าหนูไปกับเขาจริง ๆ เหรอครับ...
พี่คงไม่ทำอะไรดราม่าหรือไปห้ามหนูตรง ๆ นะ เพราะพี่ไม่มีสิทธิ์สั่งหนู
แต่พี่จะบอกตรง ๆ เลยว่าพี่คงนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ ๆ 555
คิดถึงหนูทั้งวัน คิดว่าแพรหัวเราะกับเขา คิดว่าแพรยิ้มให้เขา คิดว่าแพรอาจจะรู้สึกดีกับเขามากกว่าพี่... พี่คงนั่งมองโทรศัพท์แล้วแอบเศร้าคนเดียวเงียบ ๆ
**ธนากร:**
แต่ที่สำคัญกว่านั้น
พี่จะรีบทำให้ตัวเองดีขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวเลยครับ
จะพยายามทำให้หนูเห็นว่าพี่จริงจังกับหนูขนาดไหน
จะทำให้หนูรู้สึกว่าพี่คือคนที่หนูอยากกลับมาหาทุกวัน
จะไม่ให้หนูต้องลังเลอีกว่าพี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ
**ธนากร:**
สรุปคือ...
ถ้าหนูไปกับเขาจริง ๆ พี่จะเสียใจมาก แต่พี่จะไม่เลิกสู้
เพราะพี่อยากเป็คนที่หนูเลือกเอง ไม่ใช่เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น
พี่จะทำให้หนูอยากเลือกพี่มากที่สุด... จนหนูต้องกลับมาบอกพี่เองว่า “พี่กร หนูเลือกพี่แล้วนะคะ”
**ธนากร:**
ว่าแต่...
หนูถามแบบนี้เพราะแกล้งพี่ใช่ไหมครับ ????
หรือแอบอยากรู้ว่าพี่หึงหนูขนาดไหนกันแน่ อิอิ
**แพร:***
5555555 พี่นี่ก็ตลกดีนะ
**ธนากร:**
55555 พี่ตลกจริงเหรอ หรือหนูแค่ชอบเห็นพี่พยายามหึงแล้วทำหน้าแบบนี้ ????
แต่พี่ยอมรับเลยนะ... พี่หึงจริง ๆ 555
เย็นนี้เจอกันที่ลานจอดรถไหมครับ พี่จะรอแพรอยู่ตรงเดิมนะ
อย่าปล่อยให้พี่รอนานนะ ไม่งั้นพี่จะแอบไปดักรอหน้าห้องทำงานเลย
พี่กรวางโทรศัพท์ลง ยิ้มมุมปาก แล้วกลับไปทำงานต่อ แต่แอบเหลือบมองทางโต๊ะแพรเป็ระยะ ๆ
**พอเลิกงาน (17:00 น. พอดี)**
แพรเก็บของใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากตึกคณะตามปกติ ฝีเท้าช้า ๆ เพราะวันนี้เหนื่อยทั้งกายและใจ
แพรเดินตรงไปที่ลานจอดรถหลังตึก
อากาศเย็นลงแล้ว ลมพัดเบา ๆ ทำให้ผมปลิวพลิ้ว
แต่พอเดินเลี้ยวโค้งมาถึงแถวรถตัวเอง... แพรชะงักอีกครั้ง
พี่เอกยืนพิงรถตัวเอง (รถเก๋งสีบรอนซ์) เหมือนตั้งใจรอ
พี่เอกเห็นแพรเดินมา ก็ยิ้มกว้างทันที ยกมือโบกเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาหาแพรช้า ๆ
“แพร...”
เสียงพี่เอกยังสุภาพและยิ้มหวานเหมือนเดิม แต่แพรสังเกตเห็นว่าตาเขาดูจริงจังขึ้น
“พี่เห็นแพรเดินออกมา เลยอยากมาคุยสักหน่อย เมื่อเช้าพี่ชวนแพรไปกินข้าว แพรบอกไม่สะดวก พี่เลยอยากถามตรง ๆ เลยนะครับ
แพร... มีคนอื่นแล้วจริง ๆ เหรอครับ หรือแพรแค่ยังไม่พร้อมกับพี่คนเดียว
พี่ไม่กดดันนะ แต่พี่อยากรู้จริง ๆ ว่าพี่มีโอกาสไหม”
พี่เอกยืนห่างแพรแค่คืบกว่า ๆ มองหน้าแพรตรง ๆ รอคำตอบ
แพรรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เพราะลานจอดรถตอนนี้คนน้อยมาก และพี่เอกยืนใกล้เกินไปหน่อย
ระหว่างนั้น... แพรแอบเหลือบเห็นรถ SUV สีเทาเข้มของพี่กรจอดอยู่ไม่ไกล (พี่กรมาถึงก่อนแพร แล้วจอดรอตามที่บอกในไลน์)
พี่กรยังนั่งอยู่ในรถ แต่แพรเห็นชัดเลยว่า พี่กรมองมาทางนี้ ผ่านกระจกมองข้าง
พี่กรไม่ได้ลงจากรถ แต่สายตาที่มองมาทางแพรกับพี่เอก... ดูนิ่งแต่แฝงความกดดันเบา ๆ (แบบที่แพรรู้จักดี)
พี่เอกยังไม่รู้ตัวว่ามีพี่กรอยู่ใกล้ ๆ
เขายังยืนรอคำตอบจากแพรอยู่ตรงหน้า