“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 34 ที่ลานจอดรถหลังเลิกงาน

    พี่เอกชะงักไปนิดนึง รอยยิ้มที่เคยกว้าง ค่อยๆจางลง แต่ยังพยายามทำตัวปกติ ยิ้มเก้อ ๆ แล้วพยักหน้าเบา ๆ


    “อ๋อ... เข้าใจเลยครับ แพร”  

    เสียงเขายังสุภาพเหมือนเดิม แต่แววตาดูผิดหวังนิด ๆ  


    “พี่ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยนะ แค่ชวนไปกินข้าวแบบเพื่อน ๆ ธรรมดาเอง แต่ถ้าแพรยังไม่สะดวก พี่เคารพการตัดสินใจแพรครับ ไม่เป็๞ไรจริง ๆ”


    พี่เอกยืดตัวขึ้น ลุกจากท่านั่งยอง ๆ แล้วยิ้มให้อีกครั้ง (แต่คราวนี้ดูฝืนนิด ๆ)  


    “งั้นพี่ไม่รบกวนแพรทำงานแล้วนะครับ ถ้าแพรเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ หรืออยากคุยอะไรก็ไลน์มาพี่ได้ตลอดเลย พี่อยู่ตรงนี้แหละ ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ”


    เขาโบกมือลาเบา ๆ แล้วเดินจากไปช้า ๆ กลับไปทางห้องตัวเอง ไม่หันกลับมามองอีก


    แพรแอบถอนหายใจโล่งอกในใจ แล้วเหลือบมองไปทางห้องพี่กรโดยไม่รู้ตัว  


    พี่กรยังยืนอยู่ข้างในห้องเดิม (ประตูเปิดแง้มเหมือนเดิม) สายตาที่แอบมองมาทางโต๊ะแพรเมื่อกี้ตอนนี้เปลี่ยนเป็๞... รอยยิ้มมุมปากชัดเจนขึ้นนิดหนึ่ง เหมือนกำลัง “โล่งใจ” และ “พอใจ” มากกว่าเดิม  


    พี่กรไม่ได้เดินออกมา แต่แพรเห็นชัดเลยว่าพี่กรยกมือขึ้นเกล้าผมตัวเองเบา ๆ (ท่าทางที่พี่กรทำตอนอารมณ์ดีหรือผ่อนคลาย) แล้วหันกลับไปทำงานต่อ สีหน้าดูเบาสบายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด


    แพรรู้สึกอุ่นใจขึ้น

    *อย่างน้อย... พี่กรก็ยังมองอยู่ แถมดูไม่โกรธด้วยซ้ำ*


    ตอนนี้ห้องทำงานกลับมาสงบอีกครั้ง  

    แพรนั่งลงทำงานต่อ แต่ใจยังลอย ๆ อยู่กับพี่กรที่อยู่ไม่ไกลนัก


    แพรกำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์เอกสารงบประมาณต่อที่โต๊ะตัวเอง บรรยากาศห้องทำงานตอนบ่ายค่อนข้างสงบ มีแต่เสียงคีย์บอร์ดเบา ๆ และเสียงคุยโทรศัพท์ห่าง ๆ จากเพื่อนร่วมงาน


    จู่ ๆ โทรศัพท์สั่นเบา ๆ บนโต๊ะ  


    ไลน์จากพี่กรเด้งขึ้นมา 

    (แพรเซฟเบอร์พี่กรไว้ว่า “อาจารย์ธนากร” แต่ตอนนี้ใจเต้นแรงทุกครั้งที่เห็นชื่อนี้)


    **ธนากร:**  

    แพรครับ... เห็นพี่เอกเดินมาคุยกับแพรเมื่อกี้ พี่แอบมองจากในห้องนะ ????  

    ดูท่าพี่เอกจะยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ เลยเหรอครับ  

    หรือว่าพี่กำลังจะมีคู่แข่งเยอะขึ้นแล้ว พี่ต้องรีบจองคิวก่อนเลยมั้ยเนี่ย อิอิ


    ตามด้วยสติกเกอร์หมีน้อยทำหน้างอน ๆ 

    (แบบที่พี่กรไม่ค่อยส่งบ่อย แต่พอส่งแล้วดูน่ารักผิดปกติ)


    แพรแอบยิ้มมุมปากคนเดียว หน้าแดงขึ้นนิด ๆ แต่ก็รู้สึกเขินผสมขำในเวลาเดียวกัน  

    พี่กรแซวแบบนี้... ไม่ได้โกรธจริงจัง แต่ก็แอบหวงนิด ๆ ชัดเจนเลย


    **แพร:***

    5555 แอบดูหราา


    **ธนากร:**  

    5555 แน่นอนสิครับ ????  

    พี่แอบดูอยู่... แอบมองจากในห้องแบบไม่ให้ใครรู้

    เห็นพี่เอกยิ้มหวานขนาดนั้น พี่ก็เลยต้องเช็คหน่อย ว่าหนูจะตอบยังไง  

    (ใจเต้นแรงเลยนะตอนนั้น กลัวหนูจะยิ้มตอบตกลงซะอีก อิอิ)


    **ธนากร:**  

    แต่เห็นหนูปฏิเสธแบบสุภาพแล้วพี่เอกเดินกลับไป พี่โล่งอกเลยครับ  

    แอบยกนิ้วให้ในใจเงียบ ๆ 5555  

    หนูเก่งมากที่จัดการได้เนียน ๆ แบบไม่ให้ใครอึดอัด


    **ธนากร:**  

    ว่าแต่...  

    หนูปฏิเสธเพราะยังไม่สะดวกจริง ๆ หรือเพราะมีคนอื่นในใจแล้วล่ะครับ ????  

    (คนอื่นคนนั้น ชื่อธนากรรึเปล่านะ 555)


    **แพร:***

    ถ้าหนูไปกับเขาจริงๆพี่จะทำไง


    พี่กรอ่านข้อความแพรแล้วยิ้มมุมปากช้า ๆ ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับเร็วมาก เหมือนรออยู่แล้ว


    **ธนากร:**  

    ถ้าหนูไปกับเขาจริง ๆ เหรอครับ...  

    พี่คงไม่ทำอะไรดราม่าหรือไปห้ามหนูตรง ๆ นะ เพราะพี่ไม่มีสิทธิ์สั่งหนู

    แต่พี่จะบอกตรง ๆ เลยว่าพี่คงนอนไม่หลับทั้งคืนแน่ ๆ 555  

    คิดถึงหนูทั้งวัน คิดว่าแพรหัวเราะกับเขา คิดว่าแพรยิ้มให้เขา คิดว่าแพรอาจจะรู้สึกดีกับเขามากกว่าพี่... พี่คงนั่งมองโทรศัพท์แล้วแอบเศร้าคนเดียวเงียบ ๆ


    **ธนากร:**  

    แต่ที่สำคัญกว่านั้น  

    พี่จะรีบทำให้ตัวเองดีขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัวเลยครับ  

    จะพยายามทำให้หนูเห็นว่าพี่จริงจังกับหนูขนาดไหน  

    จะทำให้หนูรู้สึกว่าพี่คือคนที่หนูอยากกลับมาหาทุกวัน  

    จะไม่ให้หนูต้องลังเลอีกว่าพี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดจริง ๆ


    **ธนากร:**  

    สรุปคือ...  

    ถ้าหนูไปกับเขาจริง ๆ พี่จะเสียใจมาก แต่พี่จะไม่เลิกสู้  

    เพราะพี่อยากเป็๞คนที่หนูเลือกเอง ไม่ใช่เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น  

    พี่จะทำให้หนูอยากเลือกพี่มากที่สุด... จนหนูต้องกลับมาบอกพี่เองว่า “พี่กร หนูเลือกพี่แล้วนะคะ”


    **ธนากร:**  

    ว่าแต่...  

    หนูถามแบบนี้เพราะแกล้งพี่ใช่ไหมครับ ????  

    หรือแอบอยากรู้ว่าพี่หึงหนูขนาดไหนกันแน่ อิอิ


    **แพร:***

    5555555 พี่นี่ก็ตลกดีนะ


    **ธนากร:**  

    55555 พี่ตลกจริงเหรอ หรือหนูแค่ชอบเห็นพี่พยายามหึงแล้วทำหน้าแบบนี้ ????  

    แต่พี่ยอมรับเลยนะ... พี่หึงจริง ๆ 555  

    เย็นนี้เจอกันที่ลานจอดรถไหมครับ พี่จะรอแพรอยู่ตรงเดิมนะ

    อย่าปล่อยให้พี่รอนานนะ ไม่งั้นพี่จะแอบไปดักรอหน้าห้องทำงานเลย


    พี่กรวางโทรศัพท์ลง ยิ้มมุมปาก แล้วกลับไปทำงานต่อ แต่แอบเหลือบมองทางโต๊ะแพรเป็๲ระยะ ๆ


    **พอเลิกงาน (17:00 น. พอดี)**


    แพรเก็บของใส่กระเป๋า แล้วเดินออกจากตึกคณะตามปกติ ฝีเท้าช้า ๆ เพราะวันนี้เหนื่อยทั้งกายและใจ  

    แพรเดินตรงไปที่ลานจอดรถหลังตึก 

    อากาศเย็นลงแล้ว ลมพัดเบา ๆ ทำให้ผมปลิวพลิ้ว


    แต่พอเดินเลี้ยวโค้งมาถึงแถวรถตัวเอง... แพรชะงักอีกครั้ง


    พี่เอกยืนพิงรถตัวเอง (รถเก๋งสีบรอนซ์) เหมือนตั้งใจรอ  


    พี่เอกเห็นแพรเดินมา ก็ยิ้มกว้างทันที ยกมือโบกเบา ๆ แล้วเดินเข้ามาหาแพรช้า ๆ


    “แพร...”  

    เสียงพี่เอกยังสุภาพและยิ้มหวานเหมือนเดิม แต่แพรสังเกตเห็นว่าตาเขาดูจริงจังขึ้น


    “พี่เห็นแพรเดินออกมา เลยอยากมาคุยสักหน่อย เมื่อเช้าพี่ชวนแพรไปกินข้าว แพรบอกไม่สะดวก พี่เลยอยากถามตรง ๆ เลยนะครับ  

    แพร... มีคนอื่นแล้วจริง ๆ เหรอครับ หรือแพรแค่ยังไม่พร้อมกับพี่คนเดียว  

    พี่ไม่กดดันนะ แต่พี่อยากรู้จริง ๆ ว่าพี่มีโอกาสไหม”


    พี่เอกยืนห่างแพรแค่คืบกว่า ๆ มองหน้าแพรตรง ๆ รอคำตอบ  

    แพรรู้สึกอึดอัดขึ้นมาทันที เพราะลานจอดรถตอนนี้คนน้อยมาก และพี่เอกยืนใกล้เกินไปหน่อย


    ระหว่างนั้น... แพรแอบเหลือบเห็นรถ SUV สีเทาเข้มของพี่กรจอดอยู่ไม่ไกล (พี่กรมาถึงก่อนแพร แล้วจอดรอตามที่บอกในไลน์)  


    พี่กรยังนั่งอยู่ในรถ แต่แพรเห็นชัดเลยว่า พี่กรมองมาทางนี้ ผ่านกระจกมองข้าง  


    พี่กรไม่ได้ลงจากรถ แต่สายตาที่มองมาทางแพรกับพี่เอก... ดูนิ่งแต่แฝงความกดดันเบา ๆ (แบบที่แพรรู้จักดี)


    พี่เอกยังไม่รู้ตัวว่ามีพี่กรอยู่ใกล้ ๆ 

    เขายังยืนรอคำตอบจากแพรอยู่ตรงหน้า