คุณหนูทั้งสองของสกุลกู้ต่างต้องให้สาวใช้ประคอง ถึงจะสามารถเดินโซเซลงจากรถม้าได้ กู้ิเยว่ผู้มีนิสัยเงียบขรึมและอ่อนโยนมาแต่ไหนแต่ไร บัดนี้ใบหน้าซีดเผือด แขนขาอ่อนแรง ต้องพึ่งพาสาวใช้ค่อย ๆ พยุงเดิน
แม้แต่กู้ิอวี้ที่ปกติมักจะชอบเอาชนะและไม่ยอมแพ้ใคร ก็ยังมีใบหน้าซีดเผือดราวกับคนตาย พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่ด้วยท่าทางหวาดผวา
เมื่อครู่ที่จวนตากอากาศซีเหอ พวกนางเห็นกับตาว่าหลูเจียวเหนียงตกจากหลังม้า ทั้งยังถูกม้าของกัวอวี้ซิ่วและคนอื่น ๆ เหยียบย่ำร่างจนเืเนื้อเละเทะและหมดสติไปคาที่
สนามตีคลีวุ่นวายไปหมด คุณหนูหลายคนบนอัฒจันทร์ถึงกับเป็ลมล้มพับไปทันที ส่วนคนอื่น ๆ ก็พากันกรีดร้องหนีลงมา มุ่งหน้าออกไปนอกจวนตากอากาศ
กัวอวี้ซิ่วและคนอื่น ๆ ก็ใจนทำอะไรไม่ถูก ลงจากหลังม้าด้วยอาการสั่นเทา และให้สาวใช้ประคองเข้าไปหลบในห้องพัก
ไม่มีใครคาดคิดว่า ก่อนหน้านี้หลูเจียวเหนียงเพิ่งจะบอกว่าม้าตื่นใเพราะกู้ิอวี้ แต่ผ่านไปเพียงชั่วครู่ ม้าของนางกลับตื่นใขึ้นมาจริง ๆ ซึ่งมันช่างแปลกประหลาดเหลือเกิน
"เยว่เหนียง เ้าว่าหลูเจียวเหนียงนาง..." กู้ิอวี้คิดย้อนไปถึงภาพสุดท้ายที่เห็นอีกฝ่ายนอนจมกองเืนิ่งสนิทราวกับคนตายอยู่บนพื้น ก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามพี่สาว
กู้ิเยว่ส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง "ไม่ต้องถามแล้ว รีบกลับเรือนไปจัดการตัวเองแล้วพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้คืองานเลี้ยงฉวี่เจียง จะเสียมารยาทไม่ได้นะ"
นางหันไปสั่งสาวใช้ "สั่งคนเตรียมยาต้มสงบจิตใจไปส่งให้คุณหนูสาม แล้วส่งไปที่จวนตะวันออกด้วย วันนี้พี่ใหญ่ก็คงจะใมากเหมือนกัน"
กู้ิอวี้รู้สึกโกรธขึ้นมาทันที จนลืมความหวาดกลัวไปชั่วขณะ "นางไม่ได้สนใจอะไรเลย แถมยังกลับจวนไปหน้าตาเฉย มีแต่เ้านี่แหละที่ยังเป็ห่วงนาง" พูดจบก็พาสาวใช้เดินกระฟัดกระเฟียดจากไปทันที
กู้ิเยว่มองตามหลังน้องสาวที่เดินจากไป ถอนหายใจเบา ๆ แล้วจับมืออาเซียงสาวใช้คนสนิท "ไปเถอะ ไปเรือนชุนฮุย"
เรือนชุนฮุยคือเรือนหลักของจวนตะวันตก เนื่องจากกู้ชิงต้องประจำการและลาดตระเวนชายแดนอยู่เป็ประจำ เดิมทีฮูหยินผู้เฒ่ากู้จึงพักอยู่ที่นี่
หลังจากฮูหยินหลัวแต่งเข้ามาได้ไม่กี่ปี ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ก็แจ้งให้ย้ายนางไปอยู่ที่เรือนซงเฮ่อ และยกเรือนชุนฮุยให้ฮูหยินหลัวอยู่แทน
เวลานี้ ฮูหยินหลัวกำลังง่วนอยู่กับการจัดการข้าวของที่ต้องเตรียมไปงานเลี้ยงฉวี่เจียงในวันพรุ่งนี้ "...เตรียมตะกร้าพวกนั้นให้พร้อมนะ นั่นเป็ของกินที่จะต้องถวายฮองเฮา ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาด"
นางสั่งการไม่หยุด "ปลาหั่นฝอยต้องใช้ปลากะพงสดชั้นยอดที่สุด ขนมน้ำผึ้งดอกกุ้ยฮวาต้องนึ่งให้เสร็จั้แ่เช้าตรู่วันพรุ่งนี้นะ!"
หญิงรับใช้รับคำและกำลังจะเดินออกไป ก็ถูกนางเรียกไว้ "ชุดกระโปรงของคุณหนูรองรีดเรียบร้อยหรือยัง อย่าให้ล่าช้านะ..."
กู้ิเยว่พาสาวใช้เดินเข้าไป ค้อมเข่าคารวะ "ท่านแม่"
เมื่อฮูหยินหลัวเห็นนางกลับมา ก็รีบพยักหน้า "รีบลุกขึ้นเถอะ พวกเ้ากลับมาแล้ว"
กู้ิเยว่พยักหน้าเล็กน้อย เดินเข้าไปเอ่ยอย่างอ่อนโยน "ท่านแม่ไม่ต้องเป็ห่วง เสื้อผ้าและเครื่องประดับของข้า ให้พวกนางเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอนเ้าค่ะ"
เมื่อฮูหยินหลัวได้ยินนางพูดเช่นนั้น ก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ดึงบุตรสาวให้นั่งลง "จะไม่ให้เป็ห่วงได้อย่างไร พรุ่งนี้คืองานเลี้ยงฉวี่เจียง พวกเ้าพี่น้องสองคนจะต้องไปที่หอจื่ออวิ๋น"
"ส่วนน้องสาวของเ้า ข้าไม่คาดหวังอะไรมากหรอก ปกตินางก็ทำตัวไม่ค่อยเป็ผู้ใหญ่อยู่แล้ว หวังเพียงแค่นางจะไม่ก่อเื่ก็พอ"
กู้ิเยว่เอ่ยเสียงเบา "ท่านแม่วางใจเถอะ ข้าจะดูแลอวี้เหนียงให้ดีเ้าค่ะ"
ฮูหยินหลัวพยักหน้า "เ้าต่างหากที่สำคัญที่สุด เื่ที่กำชับเ้าไปก่อนหน้านี้ จำได้หมดแล้วใช่ไหม"
"จำได้หมดแล้วเ้าค่ะ" กู้ิเยว่นึกถึงงานเลี้ยงฉวี่เจียงในวันพรุ่งนี้ กัดริมฝีปากพลางเอ่ยตอบ
ฮูหยินหลัวยิ้มอย่างพึงพอใจ "ดีแล้ว ว่าแต่ ทำไมถึงกลับมาเร็วนักล่ะ ไม่ใช่ว่าต้องมีงานเลี้ยงสังสรรค์ที่จวนตากอากาศหรอกหรือ" นางรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย และสังเกตเห็นว่าสีหน้าของกู้ิเยว่ดูไม่ค่อยดีนัก
ร่างของกู้ิเยว่สั่นสะท้านเล็กน้อย นางเล่าเื่ที่เกิดขึ้นที่จวนตากอากาศซีเหอให้ฟังด้วยน้ำเสียงแ่เบา
เมื่อเล่าถึงจุดจบของหลูเจียวเหนียง น้ำเสียงของนางก็อดสั่นเครือไม่ได้ ภาพอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้นางลืมไม่ลงจริง ๆ
เมื่อฮูหยินหลัวได้ยิน สีหน้าก็เปลี่ยนเป็เ็าทันที "เ้าบอกว่าอวี้เหนียงก็เข้าไปพัวพันด้วยหรือ เป็เพราะนางไล่ตามคุณหนูสกุลหลูจนเกิดเื่ขึ้นงั้นหรือ" นางขมวดคิ้วแน่น สีหน้าดูซับซ้อนมาก
กู้ิเยว่พยักหน้า "ใช่เ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าก็ถามอวี้เหนียงแล้ว นางบอกว่าหลูเจียวเหนียงพูดจาล่วงเกิน นางโกรธขึ้นมาก็เลยไล่ตามไปเอาเื่"
น้ำเสียงของนางนุ่มนวลและแ่เบาทำให้รู้สึกสงบใจ "เพียงแต่ก่อนหน้านี้ หลูเจียวเหนียงพุ่งมาที่ริมอัฒจันทร์ และเกือบจะทำร้ายพี่ใหญ่ โชคดีที่พี่ใหญ่ไหวตัวทัน รับแส้ม้าของนางไว้ได้ ไม่เช่นนั้นเกรงว่าจะได้รับาเ็ไปแล้ว"
คิ้วที่ขมวดแน่นของฮูหยินหลัวกระตุกเบา ๆ นางยืดตัวตรง "คุณหนูใหญ่ก็มีเื่ขัดแย้งกับคุณหนูสกุลหลูด้วยหรือ นี่มันแปลกจริง ๆ"
การแข่งขันตีคลีดี ๆ แท้ ๆ กลับดึงคุณหนูสกุลกู้ทั้งสองคนเข้าไปพัวพันด้วย ที่แปลกที่สุดคือทำไมคุณหนูสกุลหลูถึงต้องทำเช่นนั้น ถึงขนาดกล้าลงมือกับกู้ิจู ช่างไม่ปกติเอาเสียเลย
ใบหน้าอันอ่อนโยนของกู้ิเยว่เต็มไปด้วยความกังวล "เมื่อครู่พี่ใหญ่รีบกลับมา ข้าจึงยังไม่มีเวลาถามให้ละเอียด เกรงว่าคงจะใมากเหมือนกัน"
"ประเดี๋ยวข้าจะให้อาเซียงสั่งคนเตรียมยาต้มสงบจิตใจ แล้วนำไปส่งให้พี่ใหญ่กับอวี้เหนียงคนละชามนะเ้าคะ"
ฮูหยินหลัวค่อย ๆ เผยรอยยิ้มออกมา ตบมือกู้ิเยว่เบา ๆ "เด็กดี ไม่ต้องให้เ้าลำบากหรอก เ้าตั้งใจเตรียมตัวสำหรับงานเลี้ยงฉวี่เจียงพรุ่งนี้เถอะ ข้าจะสั่งคนไปเตรียมยาต้มสงบจิตใจแล้วส่งไปให้เอง"
กู้ิเยว่รับคำอย่างว่าง่าย พูดคุยกับฮูหยินหลัวอีกสองสามประโยค แล้วจึงลุกขึ้นขอตัวลากลับ
ยาต้มสงบจิตใจที่ฮูหยินหลัวสั่งให้คนทำถูกส่งมาถึงจวนตะวันออกอย่างรวดเร็ว กู้ิจูเรียกสาวใช้ตัวน้อยที่นำยามาส่งให้เข้ามา
นางมองกล่องใส่อาหารที่บรรจุยาต้มด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝง "ฮูหยินสั่งให้เ้ามาส่งหรือ"
สาวใช้ตัวน้อยตอบอย่างนอบน้อม "ใช่เ้าค่ะ ฮูหยินบอกว่าวันนี้คุณหนูใหญ่ใมาก จึงสั่งคนต้มยาต้มสงบจิตใจมาให้เป็พิเศษ จะได้ไม่เสียงานในวันพรุ่งนี้เ้าค่ะ"
กู้ิจูยิ้มอย่างมีเลศนัย "ฝากขอบคุณฮูหยินที่เมตตาด้วย เพียงแต่ยาต้มสงบจิตใจนี้ข้าคงไม่ได้ใช้ เกรงว่าเยว่เหนียงกับอวี้เหนียงคงจะใมากกว่า ข้าจะสั่งคนนำไปส่งให้พวกนางแล้วกัน"
พูดไม่ทันขาดคำ สาวใช้ตัวน้อยก็รีบกล่าวว่า "คุณหนูรองและคุณหนูสามต่างก็ได้รับแล้วเ้าค่ะ ชามนี้ฮูหยินสั่งให้ส่งมาให้คุณหนูใหญ่โดยเฉพาะ"
การจัดการของฮูหยินหลัวย่อมรัดกุมไม่มีช่องโหว่ เดิมทีกู้ิจูก็แค่พูดหยั่งเชิงไปอย่างนั้น จึงยิ้มและไม่พูดอะไรอีก ไล่สาวใช้ตัวน้อยออกไป
เสี่ยวขุยหิ้วกล่องอาหารเตรียมให้คนตักยามาให้กู้ิจู แต่กู้ิจูกลับส่ายหน้า "เอาไปเททิ้งที่หน้าต่างด้านหลังเถอะ ระวังหน่อย อย่าให้ใครเห็นเข้า"
เสี่ยวขุยและอาปี้ที่อยู่ด้านข้างถึงกับอึ้งไป "คุณหนู ทำไม..."
เสี่ยวขุยเอ่ยด้วยความกังวล "เมื่อครู่สถานการณ์อันตรายขนาดนั้น คุณหนูจะต้องใมากแน่ ๆ สู้ดื่มยาต้มสงบจิตใจสักหน่อยจะได้สบายตัวขึ้นนะเ้าคะ" หัวใจของนางยังคงเต้นโครมครามด้วยความตื่นตระหนกจนถึงตอนนี้
ทว่ากู้ิจูกลับโบกมืออย่างเกียจคร้าน "ทำตามที่ข้าบอกก็พอ อย่าให้คนนอกรู้ล่ะ"
เมื่อเห็นเสี่ยวขุยเทยาต้มออกไปทางหน้าต่างด้านหลังจนหมดด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัย กู้ิจูจึงละสายตากลับมา พลิกดูบัญชีรายชื่อบ่าวไพร่ของจวนตะวันออกไปมา
นั่นมันครั้งไหนกันนะ... เป็ตอนที่กู้ิจูฉลาดขึ้นหลังจากตายไปแล้วสองครั้ง นางไม่ได้ลงสนามไปแข่งขี่ม้ากับกัวอวี้ซิ่วและพวก แต่หลบอยู่บนอัฒจันทร์ และหลบแส้ม้าของหลูเจียวเหนียงได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากกลับมาอย่างปลอดภัย ฮูหยินหลัวก็ให้คนส่งยาต้มสงบจิตใจมาให้ โดยบอกว่าเพื่อปลอบขวัญและช่วยให้หลับสนิท
ตอนนั้นนางไม่มีความระแวดระวัง จึงดื่มยาต้มชามนั้นเข้าไปจริง ๆ วันรุ่งขึ้นกลับหลับสนิทจนปลุกไม่ตื่น กว่าจะถูกเสี่ยวขุยและอาปี้ปลุกให้ตื่นด้วยความร้อนรน ก็เลยเวลาของงานเลี้ยงฉวี่เจียงไปแล้ว
นางรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าและนั่งรถม้าไปที่หอจื่ออวิ๋น แต่กลับถูกขวางไว้หน้าประตู ฮองเฮาทรงมีรับสั่งตำหนินางว่าเอาแต่ใจและเสียมารยาท ทั้งยังให้นางคุกเข่าอยู่หน้าหอจื่ออวิ๋นจนกว่างานเลี้ยงจะเลิก
กู้ิจูในตอนนั้นช่างโง่เขลาและไร้เดียงสา ไม่เคยคิดเลยว่าทำไมตัวเองถึงต้องพบกับจุดจบอันน่าสลดใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่เคยสงสัยสิ่งอื่นใดเลย
จนกระทั่งตายอย่างอนาถครั้งแล้วครั้งเล่า ถึงได้ค่อย ๆ มองเห็นผู้คนและเื่ราวรอบตัวได้อย่างทะลุปรุโปร่ง และทุกอย่างก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น
.
.
.