หมอหลวงตรวจอาการของซินเฟยก่อนจะประสานมือตรงหน้า
“ฝ่าาอาการของกุ้ยเฟยปลอดภัยแล้วย่าบำรุงเืของเสียนเฟย ใช้ได้ดีไม่น้อยนางจึงฟื้นฟูร่างกายได้ดีเยี่ยมอีกไทม่นานก็คงได้สติและอาการาเ็จะค่อยๆ บรรเทาลงไป”จางหลงถอนใจยาวดีใจอย่างที่สุด ยิ้มกว้างอย่างมีความสุข
แคว้นเหลี่ยง อิ่นเซียงนั่งเหม่อมองออกนอกหน้าต่างในเมื่อจะกลับตระกูลฟางก็ถูกทัดทานไว้โดย ไทเฮา
ค่ำคืนมืดมิดหยาดน้ำตาร่วงริน คิดถึง สิ่งที่ จิวซัวกระทำกับอิ๋นเซียงในวันนั้นยิ่งรุ้สึกว่าตัวเองช่างไร้ค่าเป็เพียงสิ่งที่ตามติดเขาเหมือนเงาแต่เขากลับมองว่าอิ๋นเซียงเป็ ที่ระบายอารมณ์รักใคร่ของเขาก็เท่านั้น ป่านนี้เขาคงอยู่ที่นั่นอย่างสายใจเมื่อไม่มีอิ๋นเซียงคอยกวนใจเข้า
“คุณหนูกินอะไรเสียหน่อย”เหลือบมอง ก่อนจะหันหน้าออกไปนอกหน้าต่างตามเดิม
“ข้าน้อยไปเปลี่ยนมาให้ ของกินพวกนี้ไม่ถูกใจใช่หรือไม่”ยกอาหารที่ยกมากลับไปที่เดิม
“เอาไปเก็บเสียเถอะข้ายังไม่หิว”
“แต่ว่าคุณหนูวันนี้ยังไม่ได้กินอะไรเข้าไปเลย”
“ช่างเถอะ”สาวใช้ก้วขาออกจากห้องไปปิดประตูลงเบาๆ อิ๋นเซียงฟุบหน้าลงบนโต๊ะเครื่องแป้ง
ร่างบางถูกโอบกอดจากด้านหลังดึงตัวให้หันกลับมาเผชิญหน้า จิวซัวนั่นเอง
“หนีมาเสียได้”
“บอกนางแล้วหรือ”จิวซัวยิ้ม
“บอกนางแล้ว นางยังฝาก ผ้าปักลายหงส์ มาให้เ้าด้วยสวยงามไม่น้อย”
“ข้าไม่อาจเป็หงส์ ในเมื่อ ไม่อยากคู่ั”จิวซัวกระซับอ้อมแขน เต้มกำลังอิ๋นเซียงดิ้นหนี
“ฝ่าาก็แค่อยากทำอะไรบางอย่างไถ่โทษ แล้วกลับไปหานางเช่นนั้นไม่จำเป็อิ๋นเซียงกำลังจะกลับไปบ้านตระกูลฟาง”
“ไม่”รวบร่างบางไว้แน่น
“ข้าไม่ให้เ้าไป”น้ำเสียงเศร้าสร้อย
“ฝ่าาแค่รู้สึกผิด แต่ไม่จำเป็สำหรับอิ๋นเซียง”
“ไม่จำเป็แล้วเ้าอยู่รอข้าทำไมกัน”
“คิดว่าใครกันอยู่รอ หากคิดเช่นนั้นฝ่าาปล่อยอิ๋นเซียงไปเสียเถิดเราสองคน ก็แค่อารมณ์มักง่ายของฝ่าาก็เพียงเท่านั้น เป็เพียงอิ๋นเซียงที่วิ่งตาพระองค์”
“อิ๋นเซียงได้โปรดข้า กับซินเฟยเป็เพียงสหาย”
“ก่อนหน้านั้น ฝ่าาไม่ได้พูดแบบนี้ โลเลสิ้นดี”
“จะให้พูดอย่างไรกันอย่างไรเ้าก็ไม่ยอม”
“ฝ่าาไม่จำเป็ต้องพูดในเมื่อทุกอย่างที่ฝ่าากระทำมันชัดเจนอยู่แล้ว”ก้มลงบดขยี้ริมฝีปากกับปากบางของอิ๋นเซียงที่ดิ้นรนเอาตัวรอด
“ปล่อย ใจร้ายที่สุดฝ่าารังแกอิ๋นเซียง ไม่เคยจะอ่อนโยนเหมือนที่ทำกับนาง ในเมื่อรักนางก็ไปเสียปล่อยอิ๋นเซียงไว้ไม่ต้องมาแก้ตัวอะไรอีกต่อจากนี้เราสองคนต่างคนต่างอยู่”
“ดี ...เช่นนั้นอีกไม่กี่วันเ้าเตรียม แต่งตั้งเป็ฮองเฮาของข้านับจากนี้ ข้าอยากดูว่าเ้าจะหนีข้าพ้นไหม แล้วจะไม่มีวันต้องต่างคนต่างอยู่อย่างแน่นอน”สาวเท้าจากไปปล่อยให้อิ๋นเซียงตะลึงงันอยู่ตรงนั้น
วังหลวงแคว้นฉิน
“ฝ่าาถนอมพระวรกายกุ้ยเฟยปลอดภัยแล้วฝ่าากิเสวยเครื่องเสวยแล้วนอนเสียบ้าง”เสี่ยวซาน เอ่ยปากเตือนด้วยเห็นว่าจางหลงไม่กินไม่นอนมาหลายวันแล้ว
“ข้าอยากให้ซินเฟยเห็นในตอนที่นางพื้นขึ้นมาว่าข้า อยู่ๆ ข้างนางไม่ไปไหน”
“ฝ่าาข้างนกนั่นยังมีย่าหนานคอยเป้นห่วงไม่ไปไหนเช่นกันเกรงว่า กุ้ยเฟยฟื้นขึ้นมาคนทั้งสองจะป่วยไข้กันเสียเปล่า”
“พักสักหน่อยก็ดี ระหว่างนี้เพิ่มเวรยาม และองครักษ์ให้มากหน่อยห้ามให้ใครเข้าใกล้ตำหนักและซินเฟย ยกเว้นย่าหนาน”
ตำหนักชิงหนิงกง
“ฮองเฮา ท่านจะออกไปไม่ได้เป็บัญชาของฝ่าา” ขันทีและนางกำนัลพากันจับตัวซูจินไว้
“ข้านั่งนอนอยู่ในนี้มาหลายวันแล้ว อยากจะออกไปข้างนอกบ้าง”
ย่าหนาน ยืน ประจันหน้ากับซูจิน
“อยากออกไปข้างนอกหรือว่าอยากไปอยู่ที่คุกหลวงในเมื่อที่นี่ตอนนี้ไม่เหมาะกับเ้าแล้วด้วยความผิดของเ้าสมควร ไปอยุ่ในคุกหลวง”
“เสียนเฟยท่านเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าฝ่าาเมตตาและยังไม่ได้กล่าวโทษข้าตำแหน่งฮองเฮาของข้าก็ยังคงอยู่ ท่านแค่เพียง แม่นมของฝ่าา คิดว่าตัวเองสำคัญถึงกับชี้เป็ชี้ตายข้าเชียวหรือ”
“”ข้า มิบังอาจแต่จงรู้ไว้ว่าเื่บางเื่หลอกลวงได้เฉพาะคนที่โง่งมเท่านั้นซึ่งคนที่โง่งมไม่มีทางโง่งมตลอดไป วันนี้ไม่มีใครรู้วันหน้าก็จะมีคนรู้อย่างแน่นอน แม้จะพยายาม กลบเกลื่อนเพียงใดก็ไม่อาจหลีกหนีได้พ้น”
“ท่านไม่ต้องมาขู่ข้าหากคิดว่ามีหลักฐาน ก็นำมา กล่าวโทษข้าได้ ตอนนี้ข้ายังเป็ผู้บริสุทธิ์ไม่เห็นหรือไรว่าฝ่าายังคงให้ข้าอยู่ในตำหนักชิงหนิงกงได้อย่างสบายใจ”ย่าหนานยิ้ม
“ขอให้โชคดี ข้าจะรอดูวันที่เ้าอยู่ไม่สู้ตาย”ซูจินยิ้มเย้ยหยัน ไม่ได้ใส่ใจคำพูดของย่าหนานแต่อย่างใด