อี้เหรินเฟิ่งเดินออกมาจากตรอกแคบเพียงลำพังเเล้วเดินเล่นต่อไปเรื่อยๆภายในเมืองด้านนอกของตรอกแคบในถนนที่คนพลุกพล่านตอนนี้มีเหล่าคนของกลุ่มหน้ากากทมิฬเฝ้าดูอยู่
พวกมันเห็นแต่เพียงอี้เหรินเฟิ่งเดินออกมาจากซอยเล็กแต่กลับไม่เห็นพวกพ้องของพวกมันตามออกมาแม้แต่คนเดียวพวกมันจึงแบ่งคนเข้าไปดูในซอย แล้วก็เฝ้าดูอี้เหรินเฟิ่งต่อไป
เมื่อเข้าไปดูภายในซอยเล็กกลับไม่พบเจอกับอะไรเลยไม่มีร่องรอยของการต่อสู้ใดๆ พวกมันคิดว่าพักพวกของมันนั้นได้เงินแล้วหนีออกไปอีกทางหนึ่งจึงตามออกไปดู แต่กลับพบว่าหายังไงก็ไม่เจอ ถามสมาชิกคนอื่นๆนั้นก็ไม่พบเจอทั้งสามอีกเลย ทั้งหมดจึงกลับไปรายงานกับหัวหน้าของพวกมัน
ณ บ้านหลังหนึ่งทางใต้ของเมืองบ้านหลังใหญ่นี้ปลูกห่างออกมาจากบ้านหลังอื่นๆมีทางเข้าออกมากมายบ้านแห่งนี้เป็นรังของกลุ่มหน้ากากทมิฬเหล่าสมาชิกได้เข้าไปรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้แก่หัวหน้าของพวกมัน
หัวหน้าของพวกมันนั้น มีนามว่า " เว่ยหลิง "จอมมารระดับแปลงเทพขั้นต้น ฉายาเว่ยเก้านิ้ว เป็นหัวหน้ากลุ่มประจำเมืองนี้กลุ่มหน้ากากทมิฬนั้น เป็นกลุ่มโจรชั่วร้ายที่มีขนาดใหญ่ในภาคกลางมีสาขาอยู่นับสิบเมือง
หัวหน้าใหญ่นั้น ยังไม่เปิดเผยตัวตน ว่ากันว่าเป็นจอมมารระดับจุติเทพแต่ก็ยังไม่มีใครเคยพบเจอแล้วกลับออกมาเล่าให้คนอื่นฟังมาก่อน
เว่ยหลิงเมื่อได้ยินรายงานจากลูกน้อง ก็ไม่พอใจเป็นอันมากสั่งลูกน้องออกไปตามล่าอี้เหรินเฟิ่ง ให้จับกลับมาเพื่อเค้นถามหาความจริงพวกมันไม่ยอมที่จะถูกกระตุกหนวดเสือง่ายๆแบบนี้้แน่
รอบนี้พวกมันได้ส่งสมาชิกไปราวสิบคนเพื่อออกตามล่าอี้เหรินเฟิ่งซึ่งเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกรู้สาอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขายังคงกินเที่ยวเล่นภายในเมืองอย่างสบายใจ
จนในที่สุดพวกมันก็ตามหาอี้เหรินเฟิ่งจนเจอพวกมันสะกดรอยตามอี้เหรินเฟิ่งอยู่ห่างๆ รอจนเขากลับเข้าไปยังที่พักพวกมันรอจนถึงกลางคืนจึงได้เข้าล้อมที่แห่งนี้ไว้
อี้เหรินเฟิ่งนั้นรับรู้ได้ถึงการสะกดรอยของพวกมันนานแล้วเขานั้นเฝ้าดูว่าพวกมันจะทำเช่นไรกับตัวเขาอี้เหรินเฟิ่งไม่ได้ใส่ใจกับพวกปลาซิวปลาสร้อยพวกนี้มากนัก มากันห้า คนก็ฆ่าห้าคนมาสิบคนก็แค่ออกแรงฆ่ามากอีกหน่อยก็เท่านั้น
เมื่อกลางดึกมาถึง พวกมันจึงได้เข้าล้อมที่พักแห่งนี้ไว้พวกมันกระโดดปีนขึ้นหลังคากระชับพื้นที่เข้ามาอย่างเงียบๆ พวกมันสำรวจดูแล้วที่แห่งนี้ มีเพียงอี้เหรินเฟิ่งผู้เดียว เด็กน้อยที่ไม่มีพลังฝึกปรือ ??
เมื่อพวกมันเข้ามาใกล้ก็ได้ยินเสียงมาจากลานบ้าน
"หมาแมวที่ไหนดึกดื่นค่อนคืนออกมาปีนหลังคากันเนี่ย หนวกหูชะมัด"
เมื่อเหล่าหน้ากากทมิฬได้ยินดังนั้นก็โกรธขึ้นมา"หมาแมวอย่างนั้นหรือ เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมข้าจะคอยดูใครมันจะมาช่วยเจ้า"
สิ้นเสียงพวกมันก็กระโจนเข้าหาต้นเสียงที่ลานบ้านทันที
ที่ลานบ้าน อี้เหรินเฟิ่งนั่งบนเก้าอี้ไม้โยก มือหนึ่งถือพัดมือหนึ่งจับถ้วยชาเอาไว้ นั่งอย่างผ่อนคลายสบายใจยิ่ง
"พวกเจ้าตามหาข้ามีทุระอะไรกับข้าอย่างนั้นรึ"
"หรือว่าอยากจะตามไปอยู่กับเจ้าสามตัวก่อนหน้านี้ ??"
"เจ้าหนู เจ้ารู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนจัดการพรรคพวกของพวกเรา บอกที่อยู่ของมันมาแล้วเจ้าจะเจ็บตัวน้อยที่สุด"
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า บอกแล้วพวกเจ้าจะทำอะไรได้รึหมาแมวอย่างพวกเจ้าทำได้เพียงส่งเสียงเท่านั้นแหละ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"บังอาจ"สิ้นเสียงพวกมันก็ชักดาบกรูกันเข้าหาอี้เหรินเฟิ่งอย่างโมโห
"ปากดีนักสับมันก่อนค่อยเอาไปเค้นถามที่ค่าย"
อี้เหรินเฟิ่งนั่งมองอย่างสนุกสนาน เขายืนขึ้นช้าถ้วยชาบินออกไปเร็วดุจสายฟ้าฟาด
เพล้ง!! เศษถ้วยชาแตกกระจาย เลือดกระเซ็นซ่านออกมาจากศรีษะโจรหนุ่มสลบไปทันทีพรรคพวกที่เหลือของมันกรูกันเข้ามา อี้เหรินเฟิ่งกระโจนเข้าใส่
ใช้เพียงหมัดเท้าเข้าต่อสู้ด้วยร่างกายอันแข็งแกร่งของเขานั้นถ้าไม่ใช่อาวุธวิเศษระดับสูงๆอย่าหมายจะสะกิดร่างกายของเขาไห้เกิดรอยแผลได้เลย
อี้เหรินเฟิ่งประเคนหมัดเท้าเข่าศอกเข้าไปไม่หยุดเหล่าโจรกลุ่มหน้ากากทมิฬล้มระเนระนาดพวกมันไม่ได้แม้แต่จะฟันโดนอี้เหรินเฟิ่งสักครั้ง เพียงคนละหนึ่งหมัดหนึ่งเท้าพวกมันก็นอนล้มเป็นผักกันจนสิ้น
หลังการต่อสู้อี้เหรินเฟิ่งนั่งรอจนพวกมันฟื้นขึ้นมาจากนั้นเขาก็ได้กล่าวออกไป
"ไปบอกหัวหน้าของพวกเจ้า อย่ามาตอแยข้าอีกไม่อย่างนั้นข้าจะไปถล่มถึงรังของพวกเจ้าเอง"จากนั้นก็เตะเจ้าพวกนั้นออกไปจากที่พักจากนั้นจึงกลับเข้าไปพักผ่อนตามเดิม
หลังจากเหล่าหน้ากากทมิฬกลับไปรายงานหัวหน้าของพวกมันนั้นพวกมันก็โดนซ้อมไปอีกหนึ่งยก
"หนอยย เลี้ยงเสียข้าวสุกจริงๆพวกแกเด็กน้อยตัวคนเดียวพวกแกยังจับมาไม่ได้ แถมยังโดนจัดการอีก"
"โง่บัดซบ"
"หัวหน้า เจ้าเด็กนั่นร้ายกาจเกินไปขนาดระดับพลังของมัน เรายังไม่ทราบเลย ตอนแรกก็นึกว่ามันไม่มีวิชาที่ไหนได้กันเล่า"
" จะยังไงก็ช่างข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะจัดการเด็กกระโปกแบบนั้นไม่ได้ต่อให้จะฝึกวิชาตั้งแต่ในท้องแม่ มาถึงตอนนี้มันจะฝึกได้สักเท่าไหร่เชียว"
"บังอาจมากระตุกหนวดเสืออย่างข้ารึ รองหัวหน้าชิงเจ้าพาคนไปห้าสิบคนไปจัดการมันซะ"
"รับคำสั่งท่านหัวหน้า" ชิงเข่ออี๋ รองหัวหน้ากลุ่มประจำเมือง ระดับพลังขั้นหลอมจิตระดับกลาง
อี้เหรินเฟิ่งตืนขึ้นมาพร้อมกับความสดชื่นวันนี้เขาจะหลอมยาเพื่อนำมาใช้ฝึกฝน ยาก่อนหน้านี้นั้นใช้ไปหมดแล้วตอนนี้เหลือเพียงครึ่งก้าว เขานั้นจะฝ่าทะลุคอขวด ก้าวเข้าสู่ขั้นแปลงแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งปิดประตูลงกลอนหลอมยาอย่างเงียบเชียบตอนนี้เขานับว่าเป็นเทพโอสถผู้หนึ่งก็ไม่ผิดนักทั้งความรวดเร็วเและผลผลิตที่ออกมานั้น นับว่าไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาทั้งวันไปกับยาเตานี้หลังจากหลอมยาเสร็จเขาจังพาจินฉานออกไปข้างนอกเพื่อหาอาหารรับประทาน เขาเลือกเหลาสุราแห่งหนึ่งใกล้ๆที่พักเลือกห้องส่วนตัวชั้นบนสุดเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ
"ท่านพี่ ท่านว่าเจ้าพวกนั้นจะมาอยู่ไหมเจ้าพวกเมื่อคืนนี้หน่ะ"
"มาอยู่แหละมั้ง ที่นี่เป็นถิ่นของพวกมันนี่นาพวกมันคงไม่ยอมเสียหน้าในบ้านของพวกมันหรอก"
"เช่นนั้นเราบุกเข้ารังของพวกมัน จัดการให้หมดทีเดียวเลยดีไหมท่านพี่ปล้นของๆพวกมันมาไห้หมด"
"ใจเย็นๆก่อนจินฉานข้าว่าค่อยๆจัดการไปทีละนิดจะดีกว่า ได้ยินมาว่าหัวหน้าของพวกมัน"
"ฉายาเว่ยเก้านิ้วระดับพลังทะลุไประดับแปลงเทพแล้ว น่าจะตึงมืออยู่บ้าง แต่ก็ดีข้าจะใช้เขาเป็นหินลับมีดให้กับตัวเองเสียหน่อย"
"อีกเพียงก้าวเดียวข้าก็จะทะลุคอขวดได้แล้วเช่นกัน"
"ถ้างั้นหินวิญญาณที่ได้จากพวกมันรอบนี้ข้าขอหมดเลยนะ ข้าก็ต้องรีบฝึกฝนเหมือนกันข้าจะได้กลายร่างเร็วๆ"
"ตามใจเจ้า แต่ว่าเจ้าไม่กินจุไปหน่อยหรือจินฉานสายแร่ในป่าสิบหกสาย เจ้ากินไปแปดสายแล้วนะ"
"โถท่านพี่ เด็กกำลังโต ท่านอย่าขี้เหนียวได้ไหมข้าต้องกินเยอะๆนะ"
" กว่าจะโต เจ้าจะทำให้ข้าอดตายไปเสียก่อนน่ะสิ T__T"
เมื่อทั้งสองจัดการสุราอาหารเสร็จสิ้น ก็ออกไปเดินเล่นที่ตลาดก่อนจะเดินทางกลับที่พัก แต่ระหว่างนั้นที่เดินเล่นอยู่ที่ตลาดพวกเขาก็โดนกลุ่มชายสวมหน้ากากกว่าห้าสิบคนเข้าโอบล้อม
"เจ้าหนูเป็นเจ้าสินะที่กล้ามาหาเรื่องกลุ่มหน้ากากทมิฬของพวกเราเจ้าจะยอมกลับไปกับพวกเราแต่โดยดี หรือจะตายอยู่ที่นี่"
เมื่อเหล่าผู้คนในตลาดได้ยินว่าเป็นเรื่องของกลุ่มหน้ากากทมิฬนั้นพวกเขาก็แตกฮือหนีกลับบ้านกันไปในทันที ตอนนี้นอกจากกลุ่มหน้ากากทมิฬกับอี้เหรินเฟิ่งนั้นก็ไม่เหลือใครอยู่ในตลาดอีกแม้แต่คนเดียว