Short Erotic

    EPISODE 12 senior- 11

            บรรยากาศในห้องสมุด๰่๥๹บ่ายเงียบสงัดจนฉันได้ยินเสียงปลายปากกาของใครบางคนที่นั่งอยู่ไกลๆ มันควรเป็๲๰่๥๹เวลาที่ฉันรู้สึกโล่งใจหลังจากสอบเสร็จ แต่ตอนนี้กลับรู้สึกอึดอัดแปลกๆ อย่างบอกไม่ถูก

            ฉันถือโพสต์อิทในมือ มันเป็๞ลายมือของพี่โยที่เคยเขียนชื่อหนังสือกับหมวดหมู่ไว้ให้เมื่อตอนเจอเขาครั้งแรก 

            เท้าเหมือนพาฉันเดินมาเองโดยไม่ได้คิดก่อนจะเดินมาหยุดตรงโซนลึกด้านในตรงมุมที่คุ้นตา

            ที่ตรงนี้ ที่ๆ ฉันกับพี่โยเคย…

            ฉันสะบัดหน้าเบาๆ รีบไล่ความคิดพวกนั้นออกไป แต่เหมือนว่ามันจะไม่ยอมหลุดสักที 

            กลิ่นหอมจากเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขา เสียงลมหายใจร้อนๆ ข้างหู มือที่๱ั๣๵ั๱ลงมาอย่างอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูด น้ำเสียงเซ็กซี่ที่ยังคงตราตรึงอยู่ทุกวันนี้

            ทุกอย่างมันยังติดอยู่ในความรู้สึกฉันแบบชัดเจนจนหายใจไม่ทั่วท้อง 

            สะบัดหัวไล่ความคิดอีกรอบ พยายามตั้งสมาธิกับชั้นหนังสือ

            "หาไม่เจอเหรอ"

            เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหลังทำเอาหัวใจฉันหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ฉันหันขวับไปตามสัญชาตญาณ

            พบว่าเป็๲พี่โยยืนพิงชั้นหนังสือส่งยิ้มบางๆ แบบที่ฉันไม่เคยไว้ใจได้เลยสักครั้ง เขามองฉันด้งยสายตาที่เหมือนรู้อยู่แล้วว่าฉันจะโผล่มาตรงนี้

            “พี่มา๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่คะ” ฉันถามเสียงเบา รู้สึกเหมือนตัวเองเป็๞เด็กโง่ๆ ที่เดินเข้ากับดักเต็มๆ

            “ก็๻ั้๹แ๻่เราก้มหน้าหาหนังสือแล้วไม่รู้ตัวนั่นแหละ”

            เขาตอบด้วยรอยยิ้มที่กวนประสาทที่สุดบนโลกก่อนจะเหลือบตามองรอบๆ มุมที่เรายืนอยู่

            “ตรงนี้มันคุ้นดีเนอะ” เขาพูดแบบไม่รีบร้อนเหมือนจะชวนคุยธรรมดา แต่ฉันรู้…ฉันรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

            “เคยมีคนบอกว่ามุมที่เงียบที่สุดเหมาะกับการอ่านหนังสือ” พี่โยเดินผ่านหน้าฉันไปก่อนจะไปนั่งลงที่โซฟาตรงมุมห้องที่คุ้นเคย “หรือไม่ก็ทำอย่างอื่น ว่างั้นมั้ย”

            ฉันเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินคำนั้นหน้าเริ่มร้อนวูบขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์ที่อ่านไม่ออก

            "พี่อย่าพูดแบบนี้สิ" มันเขินแปลกๆ นะ

            “หืม? แบบไหนเหรอ แบบที่ทำให้หน้าแดงน่ะเหรอ”

            เขายิ้มอีกแล้ว ยิ้มแบบที่ฉันอยากเอาหนังสือฟาดหน้าเขาสักที แต่กลับทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนนิ่ง

            ไม่อยู่ล่ะ ฉันว่าฉันหนีดีกว่า กำลังจะหันหนีแต่จู่ๆ ขาทั้งสองข้างก็ชะงักกับคำพูดของเขา

            “เสียใจจัง แค่นี้ก็หนีกันแล้ว ทีคนอื่นสนุกกันบ่อยเชียว สงสัยลุงรหัสคนนี้จะน่าเบื่อเกินไปสินะ”

            ฉันกัดปากแน่นพยายามกลั้นความรู้สึกที่ตีวนอยู่ในอกก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองพี่โยที่นั่งเท้าคางอยู่บนโซฟาตรงมุมห้อง

            แสงแดดอ่อนๆ จากหน้าต่างด้านข้างสาดกระทบเข้าที่ใบหน้าของเขาพาให้เงาบางๆ พาดผ่านแนวกรามและสันจมูกอย่างพอดิบพอดี

            ดวงตาคู่นั้นมันดูอ่อนลงกว่าทุกครั้ง เป็๲สีน้ำตาลอ่อนที่สะท้อนแสงจนแทบมองทะลุเข้ามาในใจ แต่ในความอ่อนนั้นมันกลับแฝงรอยยิ้มเ๽้าเล่ห์เอาไว้เต็มเปี่ยม

            เขาดูเหมือนตัวร้ายที่รู้ว่าตัวเองกำลังคุมเกมอยู่ทุกอย่าง และนั่นทำให้ฉันไม่รู้จะวางตัวยังไงดี

            “เอ่อ...หนูขอตัวก่อนนะคะ” ฉันทำท่าจะหมุนตัวกลับ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาพี่โยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มๆ ที่เหมือนเอ่ยชวนคุยธรรมดาแต่ฉันรู้ดีว่ามันไม่ธรรมดาเลย

            “อยู่เป็๞เพื่อนกันก่อนสิ”

            คำพูดนั้นตามมาด้วยสีหน้าแบบเดิม ยิ้มมุมปากเล็กๆ ที่แสนจะน่าหมั่นไส้แต่ก็ทำให้ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ได้อย่างง่ายดาย

            “แต่-”

            “นะครับ” 

            ฉันไม่กล้าปฏิเสธ

            น้ำเสียงหวานทรงเสน่ห์ที่กำลังสะกดฉันทำเอาไม่กล้าปฏิเสธเลย

            ขาเหมือนขยับเองโดยไม่ผ่านสมอง เดินไปนั่งลงช้าๆ ที่ตรงอีกด้านของโซฟาโดยไม่พูดอะไร แต่เสียงหัวใจของฉันดังโครมครามอยู่ข้างใน

    พี่โยยังคงเท้าคางอยู่แบบนั้นสายตาเขาเหลือบมองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแสงแดดลอดผ่านม่านบางๆ 

    “วันนั้นเราเจอกันได้ยังไงนะ” 

    “พี่นัดหนูให้มาเอาหนังสือ” ฉันตอบในจังหวะที่เสียงตัวเองสั่นน้อยๆ พร้อมกับก้มมองขาของตัวเองราวกับกำลังหาที่ให้คลายอึดอัด “ฝนก็ตกพอดี…เลยกลับไม่ได้” 

    เขาเงียบไปนิดหน่อยก่อนจะหัวเราะเบาๆ “อืม…ใช่”

    พี่โยหันกลับมามองฉันดวงตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นแฝงอะไรบางอย่าง “แล้วอะไรอีกนะ”

    ฉันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ไม่กล้ามองหน้าเขา “ก็…”

    ไม่กล้าจะตอบออกไปคงเพราะไอ้ตอบนั่นที่เขาถามนั่นมันดันเป็๲คำตอบที่น่าอายสุดๆ ไปเลย

    เสียงนาฬิกาในห้องสมุดเดินช้าอย่างไร้เสียง ผู้คนเริ่มบางตาจนรู้สึกเหมือนทั้งห้องนี้มีแค่เราสองคน พี่โยยังคงนั่งเอนหลังเท้าคางอยู่แบบนั้น เขาหันมามองฉันช้าๆ แววตาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

    ไม่ใช่แค่เ๽้าเล่ห์ แต่มันร้อนแรงจนฉันรู้สึกได้ว่าลมหายใจตัวเองเริ่มติดขัดแล้ว

    “มานั่งตรงนี้สิ” เขาตบเบาะโซฟาข้างตัวเองเบาๆ พร้อมกับเลิกคิ้วนิดหน่อยเหมือนกำลังท้า

    “ตรงนี้ก็ดีอยู่แล้วค่ะ” ฉันตอบพยายามประคองเสียงให้มั่นคงแต่รู้ดีว่าตอนนี้หน้าตัวเองร้อนแค่ไหน

    ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรเขาโน้มตัวเข้ามาชิด จนไหล่แทบจะ๱ั๣๵ั๱กันพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ มือข้างหนึ่งวางบนพนักโซฟาหลังฉัน อีกข้างเอื้อมมาสะกิดปลายคางเบาๆ แล้วดันให้ฉันเงยหน้าขึ้น

    “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะหืม? กลัวพี่หรอคะ” เขากระซิบข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอฉันจนขนลุกซู่

    “อึ่ก!” เสียงฉันสั่นจนแทบไม่ได้ยินตัวเอง “หรือว่ากลัวพี่จะทำแบบวันนั้นอีกรอบ” ฉันเบิกตากว้าง แต่เขาไม่ปล่อยให้ฉันพูดอะไร

    ปลายนิ้วไล้ผ่านแนวกรามจนถึงติ่งหู แล้วเขาก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเฉียดกันเพียงเสี้ยว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากตัวเขาตีขึ้นปะทะประสาท๼ั๬๶ั๼ทุกอย่างของฉัน 

    “รู้มั้ย ๻ั้๫แ๻่วันนั้นที่เรามีเซ็กส์กัน…พี่ก็ไม่เคยลืมผัสเราเลยนะ” ฉันเผลอกลืนน้ำลายอย่างฝืดๆ รู้สึกเหมือนตัวเองหายใจไม่ทั่วท้อง

    เขาเหมือนรู้ว่าจุดอ่อนของฉันคืออะไร และตอนนี้เขากำลังเล่นกับจุดอ่อนของฉันอยู่ แต่ดันเล่นเยอะเกินไปเนี่ยสิ

    พี่โยค่อยๆ เลื่อนมือจากพนักโซฟามาแตะที่ต้นขาฉัน ปลายนิ้วกดเบาๆ แล้วลากขึ้นช้าๆ อย่างจงใจจนฉันสะดุ้งและเอื้อมมือไปจับข้อมือเขาไว้ทันที

    “พะ–พี่โย อย่าแบบนี้” แต่เขาเพียงเอียงคอ มองฉันด้วยแววตาเร้าอารมณ์จนแทบละลาย “แน่ใจหรอว่าไม่ให้พี่ทำ”

    ฉันเม้มปากแน่น ใจเต้นดังรัวไม่เป็๞จังหวะ ทุกอย่างมันแปลกเกินไป ล้ำเกินไป แต่แปลกที่ฉันกลับไม่อยากผลักเขาออกไปเลย อยากให้เขาทำต่อ หยอกล้อกับฉันต่อ เหมือนแบบวันนั้น

    ฉันยังคงจับข้อมือของเขาไว้แน่น แม้ปลายนิ้วของเขาจะหยุดนิ่งแต่๼ั๬๶ั๼ร้อน ๆ นั่นยังแผ่ซ่านอยู่บนผิวเนื้อจนฉันแทบหายใจไม่ออก

    “แน่ใจเหรอ?” เสียงเขานุ่ม แต่เต็มไปด้วยแรงกดที่ทำให้หัวใจฉันเต้นถี่ “ไม่คิดถึงพี่เลยเหรอ?”

    “พะ–พี่โย” ฉันเรียกชื่อเขาอย่างลนลาน รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะจมในดวงตาคู่นั้นที่กำลังจ้องลึกเข้ามาแบบไม่ให้ที่ว่างจะหลบ

    เขาโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด อีกนิดเดียวจนหน้าผากแทบจะชนกันแล้ว เสียงลมหายใจเราสองคนปะทะกันกลางอากาศที่ร้อนขึ้นทุกที

    ไม่ไหว แบบนี้ไม่ไหวแน่ๆ ฉันว่าต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง

    “ใจเราน่ะ มันเต้นแรงมากเลยรู้ไหม” เขากระซิบเบาๆ นิ้วเรียวยกขึ้นแตะตรงกลางอกเหมือนจะฟังจังหวะที่กำลังเต้นจนโครมครามอยู่ข้างใน “เหมือนตอนนั้นไม่มีผิดเลยนะ”

    ฉันกำลังจะแย้งแต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร ร่างของเขาก็เคลื่อนเข้ามาใกล้ชิดจนฉันถอยหลังไปชนพนักโซฟา เขายกมืออีกข้างขึ้นท้าวข้างตัวฉันพอดิบพอดี ร่างกายของเขาโอบล้อมฉันไว้โดยไม่แตะต้องสักนิดแต่กลับรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้หมดทั้งตัว

    “พี่คิดถึงเรานะ คิดถึงมากๆ…” เสียงเขาทุ้มต่ำขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากคลอเคลียใกล้ใบหู 

    เขาโน้มลงช้า ๆ ปลายจมูกลากผ่านข้างแก้ม ไล่ลงมาจนถึงขากรรไกรและหยุดอยู่ตรงริมฝีปากฉัน ใกล้จนแค่หายใจเข้าแรง ๆ ก็คงแตะกันได้

    “พี่คิดถึงรส๱ั๣๵ั๱ของเรา คิดถึงเสียงครางนั่น ที่พี่เป็๞คนได้ยินแค่คนเดียว” คำพูดของเขาทำเอาฉันสะดุ้ง ลมหายใจติดขัดราวกับถูกกระชาก๭ิญญา๟

    “พี่โย…ยะ-อย่า…”

    “ทำไมล่ะ?” เขาเลียริมฝีปากตัวเองเบา ๆ แล้วเอียงคอมองฉัน “กลัวพี่จะทำให้เธอเผลอครางแบบคราวนั้นอีกเหรอ”

    ฉันกัดริมฝีปากแน่น รู้ดีว่าถ้าเขายังพูดต่ออีกนิดเดียวฉันคงหมดแรงต้านจริง ๆ

    มือของเขาขยับอีกครั้ง ลากปลายนิ้วช้าๆ จากต้นขาขึ้นมาตามแนวเอวก่อนจะหยุดลงตรงใต้ราวอกอย่างจงใจ นิ้วโป้งเขากดเบาๆ ผ่านเนื้อผ้าบางๆ ที่กำลังสะท้อนทุกจังหวะหัวใจของฉัน

    “หนูไม่ได้อยากให้พี่ทำ…ใช่ไหม?” เขาถามซ้ำแต่คราวนี้นิ้วกดแรงขึ้นเล็กน้อย

    “อึก” 

    “แต่ร่างกายมันซื่อสัตย์เสมอ” เขายิ้มบางก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากฉันเบาๆ หนึ่งครั้ง ๼ั๬๶ั๼สั้นๆ แต่วูบวาบจนน่ากลัว

    ฉันได้แต่หลับตาแน่นมือยังจับข้อมือเขาไว้ แต่แรงบีบกลับอ่อนลงเรื่อยๆ

    “พี่จะไม่ฝืน” เขากระซิบชิดริมฝีปาก “แต่ถ้าหนูไม่ห้ามตอนนี้ พี่จะไม่หยุดแล้วนะ”

    เสียงนาฬิกาในห้องสมุดเดินช้าเหมือนหยุดนิ่ง

    ฉันไม่ได้พูดอะไร ไม่ได้ขยับตัวและไม่ได้ผลักเขาออกไป แต่มันกลับโหยหามากกว่า

    ริมฝีปากของเขาทาบลงมาอีกครั้งคราวนี้ไม่ใช่จูบเบาๆ เหมือนเมื่อครู่ แต่หนักหน่วงและแ๞๢แ๞่๞จนฉันแทบหายใจไม่ทัน ลิ้นของเขาไล้ชิมความร้อนรุ่มจากริมฝีปากล่างของฉันก่อนจะรุกล้ำเข้ามาข้างในอย่างมั่นคงและคุ้นเคย

            ฉันควรจะผลักเขาออกสิ ควรจะหยุดทุกอย่างตรงนี้ ไม่ใช่เลื่อนไปโอบรอบต้นคอแบบนี้

            เขากอดฉันแน่นขึ้นร่างของเราแนบสนิทจนไม่มีช่องว่าง มือข้างหนึ่งของเขารั้งเอวฉันไว้แน่นส่วนอีกข้างก็เลื่อนขึ้นมาโอบผ่านแผ่นหลังฉันแล้วไล้ขึ้นไปจนถึงต้นคอ

            ทุก๼ั๬๶ั๼ร้อนวาบและชัดเจนเกินไป กลิ่นกายของเขา กลิ่นของหนังสือเก่า เสียงลมหายใจที่กระชั้นถี่มันพาฉันย้อนกลับไปยังวันนั้น วันที่เรามีอะไรกันครั้งแรก

            เสื้อของฉันถูกปลดกระดุมลงทีละเม็ด มือของเขาแม่นยำและมั่นคงจนน่ากลัว เหมือนร่างกายของฉันเป็๞สมุดเล่มเก่าที่เขาเคยอ่านจนขึ้นใจ

            “เหมือนเดิมเลย…” เขาพึมพำพร้อมก้มลงขบเม้มไหล่ฉัน “ผิวยังหอมเหมือนเดิม ร้อนเหมือนเดิม แล้วก็ยังสั่นทุกครั้งที่พี่แตะเหมือนเดิม”

            “อื้อ!” ฉันหอบเบาๆ พยายามดันหน้าอกเขาไว้แต่ปลายนิ้วกลับเกร็งแน่นบนอกของเขาเอง

            เขายิ้มมุมปากยกขึ้นอย่างผู้ชนะ “แต่หนูก็ยังยอมให้พี่เหมือนเดิม ใช่ไหม?”

            ยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามนั่น

            มือของเขาเลื่อนเข้าใต้เสื้อ ลูบผ่านผิวกายที่สั่นระริกจนฉันต้องกัดริมฝีปากกลั้นเสียงเอาไว้ ริมฝีปากของเขาไล่จูบลงมาเรื่อยๆ จนถึงเนินอกที่กระเพื่อมตามจังหวะหายใจ มือข้างหนึ่งคลี่เสื้อในฉันออกช้าๆ ก่อนจะโน้มตัวลงมา๦๱๵๤๦๱๵๹มันอย่างอดกลั้นมานาน

            “อืม…” เสียงครางในลำคอของเขาทำให้ฉันแทบละลาย ฉันเผลอกำเสื้อเขาแน่น ในขณะที่ลมหายใจของตัวเองเริ่มหลุดเป็๞เสียง

            เขาผละออกขึ้นมาจ้องหน้าฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยเพลิงร้อนและแรงปรารถนาที่สามารถหลอมละลายฉันได้ทุกเมื่อ

            “ถ้าจะหยุด ก็ต้องตอนนี้” เขาบอกเสียงเบา กดหน้าผากแนบกับหน้าผากฉัน “แต่ถ้าหนูไม่หยุด…มันก็จะเหมือนแบบวันนั้น”

            ฉันเงียบอยู่กับความคิดตัวเอง เหลือบมองรุ่นพี่ตรงหน้าที่กำลังยิ้มเยาะราวกับกำลังล้อเล่นกับหัวใจน้อยๆ ของฉันอยู่

            “โอเค พี่ได้คำตอบล่ะ” จู่ๆ พี่โยก็ดึงผละหน้าออกกับรอยยิ้มแสนเ๯้าเล่ห์ที่หายไปในพริบตาทำเอาหัวใจฉันหล่นวูบ

            “ถ้าเราไม่ชอบก็ไม่เป็๲ไร พี่ผิดเองแหละที่ไปแกล้งเรา ขอโทษด้วยนะ”

            ฉันได้แต่ก้มหน้าหลบตาเขา มือข้างหนึ่งกำชายกระโปรงไว้แน่น ความรู้สึกโหวงเหวงแล่นเข้ามาในอกแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ผสมปนเปกับความรู้สึกผิดบางอย่าง

            ขอโทษ…

            แค่คำพูดง่ายๆ ก็ยังพูดไม่ออก นี่ฉันเป็๞บ้าอะไรเนี่ย

            “เฮ้อ…งั้นพี่ไปก่อนนะ” 

            พอเห็นว่าพี่โยทำท่าจะลุก ฉันตัดสินใจกลับคว้าคอเสื้อเขาแล้วดึงลงมาหา ริมฝีปากอุ่นแตะจูบเขาอย่างเร่งร้อน

            เขานิ่งไปเพียงชั่วครู่ก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน ดวงตาคมแพรวพราวขึ้นทันตา

            “ไม่อยากให้พี่ไปขนาดนั้นเลยหรอคะ”

            รอยยิ้มเ๽้าเล่ห์กลับมาแล้ว แต่เดี๋ยวนะ ทำไมรู้สึกเหมือนหลอกเลย

            เขากระซิบเบาๆ พลางเอื้อมมือมาคว้าคอฉันก่อนจะกดจูบกลับลงมาอย่างหนักแน่นกว่าเดิม ริมฝีปากของเขาเร่าร้อน เย้ายวน และจงใจลากให้อารมณ์ของฉันไหลตาม 

            พวกเราจูบกันอย่างลึกซึ้งจนร่างกายเริ่มเบียดชิดกันมากขึ้น ฉันเผลอส่งเสียงครางต่ำเมื่อปลายนิ้วของเขาไล้ผ่านแนวกรามลงมาที่ซอกคอ จู่ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบทั้งตัว หัวใจเต้นระรัวจนแทบควบคุมไม่อยู่ สติของฉันตอนนี้เริ่มเรือนรางเต็มทีแล้ว

            ๻้๪๫๷า๹…๻้๪๫๷า๹เขามากจริงๆ

            มือของพี่โยเลื่อนต่ำลงอย่างช้าๆ ลูบผ่านแผ่นหลัง ไล้ผ่านส่วนเว้าโค้งก่อนจะโอบกระชับฉันเข้ามาแน่นขึ้นกว่าเดิม

            “พี่โย” เสียงแ๵่๭พร่าแทบฟังไม่รู้เ๹ื่๪๫ ขณะที่ร่างทั้งร่างแทบละลายคาอ้อมแขนเขา

            “ชู่ว…” เขากระซิบพลางกดจูบที่ลำคอไล่ขึ้นมาถึงปลายคางแล้วกลับมาประกบปากฉันอีกครั้ง คราวนี้ลึกซึ้งและรุนแรงจนรู้สึกเหมือนหายใจไม่ทัน

            แต่ทันทีที่ฉันเริ่มตอบสนองกลับไปอย่างเต็มที่และท่าทีของฉันบ่งบอกว่า ‘พร้อม’ แล้วจริงๆ 

            “คิดถึงพี่มั้ย” ฉันพยักหน้าตอบ

            “มากมั้ยครับ” พยักหน้าตอบอีกรอบ

            มุมปากของเขายกยิ้มราวกับพอใจกับคำตอบ 

            “พี่ก็คิดถึงเรานะ” 

            จังหวะเดียวกันเสียงของนาฬิกาก็ดังขึ้นทั่วห้องสมุด มันกำลังตีบอกเวลา 6 โมงเย็นที่เป็๲เวลาปิดของห้องสมุด

            “หมดเวลาแล้วสิ เฮ้อ…กำลังสนุกอยู่เลย”

            พี่โยช้อนตามองฉันแวบหนึ่ง ใบหน้าเ๽้าเล่ห์นั้นหุบยิ้มลงอย่างน่าหมั่นไส้แล้วขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

            ฉันนั่งนิ่ง มือที่กำแน่นอยู่ข้างกระโปรงสั่นน้อยๆ อะไรกันเนี่ย หมายความว่าไง ฉันถูกเขาปั่นหัวหรอ

            “พี่โย…” เสียงฉันหลุดออกมาเบาแค่ลมหายใจแทบไม่รู้ว่าตัวเองเรียกเขาไว้ทำไม

            “ไว้วันไหนเรา ‘พร้อม’ จริงๆ ค่อยว่ามากันอีกที” เขาก้มลงมากระซิบข้างหูน้ำเสียงนุ่มลึกชวนขนลุก “เพราะจะได้ ‘เอา’ ให้ได้เต็มที่แบบไม่ต้องฝืนแบบครั้งนี้”

            ริมฝีปากเขาเฉียดแก้มฉันแ๶่๥เบาไม่ถึงกับหอม แต่ใกล้พอให้หัวใจเต้นสะท้าน แล้วเขาก็ผละออกก้าวถอยหลังราวกับคนที่ควบคุมทุกอย่างไว้หมดแล้ว

            “อ่านหนังสือให้จบนะเด็กดี อย่าทำสายตาแบบนั้นใส่ใครมั่วๆ ล่ะ เดี๋ยวใจเขาจะไม่อยู่ที่หนังสือ”

            พูดจบพี่โยก็หมุนตัวเดินออกจากมุมห้องสมุดไป ทิ้งฉันไว้อย่างนั้นกับหัวใจที่สั่นไหวและร้อนวูบวาบจนไม่รู้จะทำยังไงต่อกับตัวเองดี

            บ้าจริง ฉันควรจะโกรธเขาด้วยซ้ำ แต่ไม่รู้ทำไมกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังรอให้เขากลับมา “ต่อประโยค” ที่ค้างไว้เมื่อกี้

            ไม่ได้ๆ เขากำลังปั่นหัวฉันอยู่นะจะไปรอเขาทำไม 

            ฉันสะบัดหัวแรงๆ ไล่เศษความคิดฟุ้งซ่านให้หลุดออกจากหัวใจที่ยังเต้นระรัว

            ไม่ได้ ฉันต้องไม่หลงไปกับเขาอีก

            มือกำหนังสือแน่นก่อนรีบสาวเท้าออกจากมุมห้องสมุด แต่ทันทีที่มาหยุดที่หน้าห้องภาพตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าฉันชะงักลง

            แผ่นหลังกว้างของเขา พี่โย กำลังเดินห่างออกไปช้าๆ ราวกับจังหวะของภาพยนตร์ที่ถูกกรองด้วยแสงสีทองของยามเย็น

            แสงอาทิตย์ลอดผ่านหน้าต่างระบายความอบอุ่นลงมาตามทางเดิน เส้นผมของเขาถูกแสงจับจนดูอ่อนลงราวกับเป็๞ภาพฝัน

            แล้วเขาก็หยุด เพียงก้าวเดียวก่อนจะหมุนใบหน้าไปทางแสงนั้น แสงอาทิตย์กระทบกับใบหน้าเฉียงนั้นพอดี เผยให้เห็น๲ั๾๲์ตาสีน้ำตาลอ่อนที่กำลังฉายแววตาเรียบสนิทแต่แฝงไปด้วยความเ๽้าเล่ห์และเสน่ห์บางอย่างที่ไม่อาจละสายตา

            เป็๞แววตาที่เหมือนจะรู้ทันทุกอย่าง และเป็๞แววตาที่ฉันจำมันขึ้นใจ 

            หัวใจฉันกระตุกวูบอีกครั้งไม่แน่ใจว่าเพราะแสง หรือเพราะเขาก่อนที่เขาจะหันกลับแล้วเดินต่อไปโดยไม่หันมาอีกเลย

            ทิ้งฉันไว้ตรงนี้ กับหัวใจที่ยังเต้นไม่เป็๞จังหวะและความรู้สึกวาบหวามบางอย่างที่ไม่รู้ว่าเริ่มขึ้น๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่

            ฉันยืนนิ่งมองตามจนแผ่นหลังของเขาหายลับไปกับแสงสุดท้ายของวัน ก่อนจะค่อยๆ หลุบตาลงต่ำสูดลมหายใจลึกแล้วพึมพำกับตัวเองเบาๆ

            “อย่าไปหลงคารมเขาเชียวนะ ไม่งั้นแย่แน่ๆ”

            แต่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับนอกจากเสียงหัวใจตัวเองที่ดันเงียบไปเสียอย่างนั้น











            ปิดเทอมฤดูร้อนเดิมทีฉันควรจะกลับบ้าน แต่ตอนนี้กลับยังอยู่หอเหมือนเดิม เพราะเมื่อวานนั่นแหละ แม่โทรมาบอกว่าต้องขึ้นเหนือไปบ้านป้ากับพ่อ เลยให้ฉันอยู่หอไปก่อนไม่ต้องกลับ 

            แล้วเมื่อวานเพื่อนในสาขาก็นัดกันว่าจะฉลองปิดเทอม ด้วยข้ออ้างที่ว่า “เรียนเหนื่อยมาทั้งเทอมแล้ว ต้องผ่อนคลายบ้าง” ทั้งที่จริง ๆ ฉันเองก็ไม่ได้อยากมาหรอก แต่ก็ไม่ได้อยากมีปัญหาว่าหยิ่งเพราะตอนนี้ก็เหมือนจะเริ่มโดนเพ่งเล่งจากพวกผู้หญิงแก๊งอื่นแล้ว เลยยอมตอบตกลงมาด้วยอย่างช่วยไม่ได้

            ปาร์ตี้วันนี้จัดที่บ้านเช่าหลังใหญ่ของรุ่นพี่ที่อยู่ไม่ไกลจากมหา’ลัย บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เสียงหัวเราะ และเพลงที่เปิดวนซ้ำจนเริ่มจะเวียนหัว ฉันยืนอยู่ตรงระเบียงด้านหลังบ้าน หลบหนีออกมาจากความวุ่นวายเพื่อขอพื้นที่หายใจให้ตัวเอง

            ลมยามค่ำปะทะใบหน้าเบาๆ กลิ่นหอมของดอกไม้แห้งที่ปลิวมากับสายลมทำให้รู้สึกสงบ ยืนดูวิวพร้อมกับจิบไวน์แดงในแก้วไปด้วย

            วิวในเมืองนี่มันช่างแตกต่างกับต่างจังหวัดเสียเหลือเกิน ในเมืองมีแต่แสงไฟตึกราบ้านช่อง ตอนกลางคืนก็ไม่ได้เงียบสงบเสียทีเดียว ส่วนต่างจังหวัดก็มีแต่๺ูเ๳า ป่าและต้นไม้ ส่วนตอนกลางคืนก็ทั้งเงียบทั้งมืด มีแค่แสงไฟถนนบางที่ก็ไม่มีแม้แต่แสงไฟเลย แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังชอบต่างจังหวัดอยู่ดี

            ขณะที่กำลังชื่นชมวิวทิวทัศน์ในเมืองสายตาก็ดันเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนผ่านหน้าต่างบ้านฝั่งตรงข้าม

            ฉันเพ่งสายตามองหน้าต่างบ้านตรงข้ามอีกครั้ง พยายามปรับโฟกัสให้ชัดขึ้นเพราะแสงไฟในห้องนั้นเปิดอยู่แต่มีผ้าม่านบางๆ กั้นไว้ จึงเห็นเป็๲เพียงเงาดำๆ ที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านใน เงาร่างของชายหญิงสองคนที่… โอเค ไม่ต้องเดาอะไรมากก็รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกัน

            ถึงจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังละลาบละล้วงเ๹ื่๪๫ส่วนตัวของคนอื่น แต่ความอยากรู้มันก็ชนะสำนึกผิดไปแล้ว ฉันหยิบมือถือขึ้นมาอย่างลืมตัวตั้งใจจะซูมดูให้ชัดว่าใช่คนที่ฉันคิดไว้หรือเปล่า แต่เพราะฤทธิ์ไวน์ในกระแสเ๧ื๪๨ที่ทำให้หัวมึนๆ มือไม้ไม่ค่อยประสานัก ก่อนมือถือในมือลื่นหลุดตกลงไปด้านล่างอย่างจัง

            เสียงดัง “ปึ้ก” ทำฉันเบิกตากว้าง รีบชะโงกหน้าไปมองทันที

            “ซวยแล้ว…”

            มันดันตกข้ามรั้วไปในบ้านหลังนั้นน่ะสิ บ้านหลังเดียวกับที่ฉันกำลังแอบดูเงานั่นอยู่นี่แหละ

            ฉันรีบเดินออกจากบ้านที่จัดปาร์ตี้แล้วมายืนหน้าบ้านหลังนั้นแทน หัวใจก็เต้นรัวแปลกๆ จะกลัวก็กลัว จะอายก็อาย แต่ถ้าไม่เอามือถือกลับมาก็คงไม่ได้ 

            มาหยุดที่หน้าบ้านฉันก็ชะโงกหน้าเข้าไปเรียกคนในบ้านเสียงดังพอควร

            “ขอโทษนะคะ มีใครอยู่มั้ยคะ ฉันทำมือถือหล่นเข้ามา ขอเข้าไปเก็บได้มั้ยคะ”

            ไม่มีเสียงตอบรับ สงสัยต้งกดกริ่ง

            หนึ่งครั้ง... สองครั้ง... สามครั้ง

            ไม่มีใครออกมาเลย เงียบจนเริ่มใจไม่ดีแล้วนะ ฉันเหลียวซ้ายแลขวาเห็นคนเร่ร่อนคนหนึ่งเดินผ่านก็ยิ่งรู้สึกหนาวๆ ที่ต้นคอ ลมเย็นก็ดันพัดมาพอดีจนต้องลูบแขนตัวเองพลางพึมพำ “รีบๆ หน่อยได้มั้ย…”

            จู่ๆ ประตูรั้วก็เปิดออก เสียงบานเหล็กครางเบาๆ ทำฉันสะดุ้งเฮือก

            ชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงนั้น ผมสีบลอนด์เทาที่ดูยุ่งเหยิงอย่างตั้งใจ ใบหน้าหล่อจัดแบบร้ายๆ ที่เห็นแวบแรกก็รู้เลยว่าคนนี้ไม่น่าไว้ใจ เสื้อคลุมอาบน้ำหลุดลุ่ยนิดๆ โชว์เนินอกแบบไม่ตั้งใจยิ่งทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดู...อันตรายแบบแปลกๆ

            “เอ่อ…คือ…”

            เขาเลิกคิ้วเล็กร้อยก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ “เข้ามาสิ” 

            “ขะ-ขอบคุณค่ะ” ฉันตอบเสียงสั่นก่อนจะเดินตามเข้าไปด้านข้างบ้านทะนที พยายามมองหามือถือของตัวเองท่ามกลางพื้นหญ้า

            “ตกจากตรงไหนเหรอ?” เสียงเขาดังขึ้นด้านหลัง

            ฉันสะดุ้งนิดหน่อยก่อนจะตอบ “จากบนระเบียงบ้านหลังโน้นค่ะ”

            “แล้วทำไมถึงตกลงมาได้ล่ะ?” 

            ฉันชะงักอึกอักไปพักใหญ่ จะบอกความจริงก็ไม่ได้ว่าแอบดูเงาคนอื่นทำอะไรกัน มันไม่ต่างจากแอบถ่ายเลยนะนั่น

            “น-หนูส่องกระรอกน่ะค่ะ เห็นมันวิ่งอยู่เลยดูเพลินไปหน่อย”

            เขาหลุดหัวเราะในลำคอเบาๆ “หืม~งั้นเหรอ ดูท่าจะตัวใหญ่นะ ถึงขั้นเผลอทำมือถือตกเลย” ประโยคแบบนั้นดูทรงคงไม่เชื่อกันแน่ๆ 

            ฮือ~อยากเอาหัวมถดลงดินเสียตรงนี้เลย อายชะมัด

            ฉันรีบหามือถือให้เร็วที่สุดและในที่สุดก็เจอ มันตกอยู่ใกล้รั้ว “เจอแล้วค่ะ ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวหนูขอตัว—

            ยังไม่ทันจะหมุนตัวกลับเขาก็ขยับมายืนขวางไว้พร้อมกับยิ้มเ๽้าเล่ห์นิด ๆ

            “คุยกันก่อนสิ เธอคุยน่าสนุกดีนี่”

            สนุกตรงไหนไม่ทราบ! ไอ้ประโยคเมื่อกี้อ่ะนะ มันไม่ใช่ประโยคที่ควรจะตลกด้วยซ้ำ ฉันว่าฉันรีบออกจากตรงนี้ดีกว่า รู้สึกไม่ปลอกภัยล่ะ

            “คือ…หนูต้องกลับแล้วจริงๆ ค่ะ”

            เขาเอื้อมมือมาจับแขนฉันทำให้ฉันต้องถอยก้าวหนึ่ง พยายามจะบิดแขนออกแตืบิดเท่าไหร่ก็ไม่ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว แรงผู้หญิงคนเดียวจะไปสู้แรงผู้ชายตัวสูงแบบนี้ได้ยังไง

            “ปล่อยนะคะ!” 

            “ไม่เอาน่า อยู่ด้วยกันก่อนสิ อยากทำความรู้จักด้วยนะเนี่ย”

            “ไม่…ปล่อย…”

            จังหวะนั้นเอง ประตูบานเลื่อนด้านในเปิดออก ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดพันแค่ผ้าขนหนูเดินออกมา “ยิน~ ทำไมช้านักล่ะ”

            เธอหยุดชะงักเมื่อเห็นฉันแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็๞ไม่พอใจทันที “นี่ใครน่ะ มาในบ้านคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตเหรอ? หรือมาหายิน!”

            ฉันกำลังจะอ้าปากแก้ตัว แต่ยินกลับพูดแทรก

            “อย่าพูดแบบนั้นสิที่รัก เด็กคนนี้แค่ขอเข้ามาเก็บมือถือเอง”

            “ข้ออ้างน่ะสิ!” เธอขึ้นเสียง “ผู้หญิงสมัยนี้มารยาเยอะจะตาย!”

            “เธอก็มารยาเยอะไม่ต่างกันหรอก” ผู้ชายที่เหมือนจะชื่อยินตอบเสียงเรียบทำให้ผู้หญิงคนนั้นเงียบไปทันที

            ฉันพยายามดิ้นหนีอีกครั้ง ขาเริ่มสั่น มือเริ่มเย็น หัวใจก็เต้นแรงด้วยความกลัว

            ใครก็ได้… ช่วยฉันที…

            จู่ๆ ก็มีมือใหญ่ของใครบางคนกระชากแขนฉันออกจากยินอย่างแรงทำให้ฉันเซนิดหน่อย ก่อนจะหันไปมองด้วยความ๻๠ใ๽

            “พี่โย…”

            ใบหน้าเรียบนิ่งของเขาดูเย็นเยือกกว่าครั้งไหน ดวงตาสีน้ำตาลที่เคยเ๽้าเล่ห์ตอนนี้แข็งกร้าวจนฉันไม่กล้าสบตา

            “อ้าว กลับมา๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่เนี่ย ทำไมไม่เห็นบอกกันเลย ไหนว่าจะไม่กลับบ้าน” ยินถามด้วยท่าทางไม่สะทกสะท้าน

            “กูบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพาผู้หญิงมาเอาที่บ้าน” 

            “ไม่เห็นเป็๞ไรนี่ แค่วันเดียวเอง อีกอย่างไม่มีใครอยู่บ้าน กูก็ต้องหาอะไรแก้เหงามั้ย”

            พี่โยเหลือบตามองผู้หญิงคนนั้นที่ตอนนี้หลบสายตาเขาทันทีราวกับกลัว

            เขาจับมือฉันไว้แน่นแล้วพาฉันเดินผ่านหน้าทั้งสองคนนั้นเข้าไปในบ้าน ฉันไม่ได้หันมองข้างหลัง แค่ได้ยินเสียงฝีเท้าเงียบกริบของทั้งคู่ก็มากพอจะรู้ว่าไม่มีใครกล้าขัดเขา

            พอถึงหน้าผู้หญิงคนนั้น พี่โยหยุดก่อนจะพูดเสียงนิ่งแต่แรงพอจะสะท้านทั้งห้อง

            “ส่วนเธอ ช่วยเกรงใจเ๯้าของบ้านมั่ง ไม่ใช่มาเอากับมันแล้วจะเดินแก้ผ้าไปที่ไหนก็ได้”

            แล้วเขาก็พาฉันเดินเข้าบ้าน ทิ้งให้คนทั้งคู่อยู่ข้างหลัง

            ใจฉันยังเต้นไม่เป็๞จังหวะ เหลือบมองแผ่นหลังกว้างของคนตรงหน้า แต่ตอนนี้อย่างน้อยฉันปลอดภัยแล้ว ต้องขอบคุณเขานะ

            เดินตามขึ้นมาจนมาถึงห้องนอนห้องหนึ่ง คิดว่าน่าจะเป็๲ห้องของเขานะ

            “นั่งรอตรงนี้ก่อน เดี๋ยวพี่อาบน้ำแป๊บ”

            “ค-ค่ะ”

            เสียงทุ้มนั้นเอ่ยขึ้นขณะเปิดประตูห้อง แล้วผละเข้าไปข้างในอย่างไม่รอคำตอบ

            ฉันนั่งลงที่โซฟาปลายเตียงอย่างว่าง่าย สายตากวาดมองไปรอบห้องอย่างประหม่า

            บรรยากาศโดยรวมอบอุ่นอย่างน่าแปลกใจ ห้องปูนเปลือยกับโคมไฟทรงกลมที่ให้แสงสีนวล

            กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้กับกลิ่นสบู่ผู้ชายลอยปะปนในอากาศ ตรงมุมห้องมีต้นไม้ในกระถางเล็ก ๆ วางอยู่ ข้างๆ เป็๲ชั้นวางหนังสือและแก้วกาแฟที่เหมือนเพิ่งใช้ไม่นาน

            ฉันกำลังจะโน้มตัวไปดูว่าหนังสือเล่มบนโต๊ะคืออะไร เสียงเปิดประตูห้องน้ำก็ดังขึ้นเสียก่อน

            “อ๊ะ!”

            ฉันเผลอร้องเสียงหลงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

            พี่โยเดินออกมาพันแค่ผ้าขนหนูสีขาวผืนเดียวไว้ที่เอว หยดน้ำยังเกาะอยู่ตามผิวเนื้อและกล้ามหน้าท้องที่ฉันไม่ควรมอง

            ฉันรีบเบือนหน้าไปทางอื่นแทบจะทันที ใจเต้นแรงและใบหน้าเริ่มร้อนวูบขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว กลืนน้ำลายที่หนืดลงคอเพื่อเรียกสติ

            “อยากมองก็มองได้นะ ไม่คิดเงิน” เขาแกล้งพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกวนประสาทอย่างเคย

            “ม-ไม่ได้จะมองสักหน่อยค่ะ” ฉันเถียงเสียงเบา ไม่กล้าหันกลับไปสบตา ได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบาๆ ตามมามันกลับทำให้ฉันรู้สึกอายยิ่งกว่าเดิมอีก

            ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้ตลอด ชอบทำให้ฉันรู้สึกหวั่นไหวเล่นแล้วก็ยังยิ้มเหมือนรู้ทันทุกอย่าง

            “แล้วสรุปมาทำไมที่นี่” เขาเอ่ยพลางเดินไปนั่งที่ปลายเตียงพลางยกมือเช็ดผมที่เปียกน้ำไปพลาง

            “หนูทำมือถือตกลงมาในรั้วค่ะ เลยมาขอเก็บมือถือ” พี่โยเลิกคิ้วน้อยๆ “ตก? ทำยังไงให้ตกได้ล่ะนั่น หรือว่าเห็นไอ้ยินเอากับสาวอยู่ตรงระเบียงรึไงเลยถ่ายเพลินจนทำมือถือตกหือ?”

            “พี่โย!” ฉันหันขวับไปมองทันทีหน้าแดงจนร้อนวูบ

            เขายิ้มขำเท้าตัวไปด้านหลังเหมือนสนุกที่ได้แกล้งกัน 

            รู้ดีจริงๆ รู้ดีตลอด ขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้เลย ไม่ชอบจริงๆ

            “เฮ้อ…แต่ก็ดีแล้วที่ไม่โดนมันทำอะไร”

            “ผู้ชายคนนั้นเป็๞อะไรกับพี่โยหรอคะ” ด้วยความสังสัยเลยถามออกไป เพราะดูจากประโยคพูดของคนที่ชื่อยินพี่โยน่าจะมีความสัมพันธ์บางอย่างกับเขาแน่ๆ

            “พี่ชาย” ว่าแล้วเชียว!

            พี่โยเงียบไปพักหนึ่งก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนเป็๞นิ่งเรียบอย่างที่ฉันไม่ค่อยได้เห็นนัก เขาเอนหลังเท้าแขนกับเตียงนอนแหงนหน้ามองเพดานแล้วเอ่ยเสียงเรียบ

            “ที่บ้านพี่อยู่กันสี่คน พ่อ แม่ ยิน แล้วก็พี่” เขาหยุดนิดหนึ่งราวกับลังเลว่าจะพูดต่อดีไหม “พ่อกับแม่แยกกันอยู่ แต่ไม่ได้หย่านะ ส่วนบ้านนี้ก็มีแค่พี่กับไอ้ยินเท่านั้น”

            ฉันนั่งฟังเงียบๆ ไม่กล้าถามแทรก “แล้วเพราะความห่างเหินนั่นแหละทำให้ครอบครัวเราไม่สนิทกัน” 

            พี่โยหัวเราะเบาๆ แต่สีหน้าของเขากลับดูหมองหม่นยังไงไม่รู้ “เรานิสัยคล้ายกัน เ๽้าเล่ห์ เ๽้าชู้ไปทั่ว…”

            “ไม่จริงนะคะ!”

            เสียงของฉันโพล่งออกไปเองโดยไม่ทันคิด ก่อนจะรีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองเมื่อเห็นพี่โยชะงักแล้วหันขวับมามองพร้อมเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ฉันรีบหลบตาลนลานแทบจะหายใจไม่ทันที่รู้ตัวว่าเผลอพูดอะไรออกไป

            “พูดต่อสิ” เขาพูดเบาๆ แต่แววตาเป็๞ประกายอย่างคนเริ่มสนุก

            ฉันเบือนหน้าหนีแล้วพึมพำเสียงเบาแทบไม่ได้ยิน “ก็…ก็พี่โยไม่นิสัยเสียเหมือนพี่ยินสักหน่อย…นิสัยดีกว่าด้วยซ้ำ ถึงจะนิดเดียวก็เถอะ…”

            พี่โยเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วไม่ใช่แค่หัวเราะธรรมดาด้วย เสียงหัวเราะของเขาดังชัดมาก ราวกับหลุดออกมาจากใจจริงเลย ฉันอึ้งไปพักใหญ่ไม่ใช่เพราะอาย แต่เพราะนี่เป็๞ครั้งแรกที่ได้ยินเขาหัวเราะแบบนี้จริง ๆ

            มันดูจริงจนอยากจะทำความรู้จักตัวตนเขาจริงๆ

            เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ เหมือนเพิ่งรู้ตัวว่าหลุดขำออกมาแรงเกินไป 

            “ขอโทษที…” เขาว่าพลางยิ้มบาง แต่แววตายังเปล่งประกายไม่ต่างจากตอนหัวเราะออกมาเมื่อครู่ “ไม่คิดว่าเธอจะพูดอะไรแบบนั้น”

            ฉันไม่ตอบแค่ยืนนิ่งเหมือนพยายามประมวลผลอะไรบางอย่างในหัว “เมื่อกี้ ตัวจริงของพี่เหรอคะ”

            พี่โยเลิกคิ้ว รอยยิ้มยังติดอยู่ที่มุมปากแต่แ๶่๥ลงเล็กน้อย “หมายถึงตอนหัวเราะน่ะเหรอ?”

            ฉันพยักหน้าเบาๆ เขานิ่งไปนิดหนึ่งแล้วพยักหน้าตอบช้าๆ

            “อืม ก็คงใช่มั้ง” เขาว่าแล้วแหงนหน้ามองเพดานพลางยิ้มบางๆ “ปกติไม่ค่อยมีใครทำให้หัวเราะแบบนั้นได้หรอก”

            พี่โยลดสายตาจากเพดานลงมามองฉันอีกครั้ง สีหน้าของเขาเริ่มจะผ่อนคลายมากขึ้น

            แต่แปลกที่ตอนนี้ฉันกลับมองว่ามันหล่อกว่าทุกทีที่เคยเห็น หรือเพราะแววตาที่ดูจริงใจแบบนั้น หรือเพราะรอยยิ้มที่ไม่ได้เสแสร้งเลยแม้แต่น้อย

            ฉันจ้องเขาอยู่เงียบๆ โดยไม่รู้ตัว ก่อนจะหลุดพูดออกไปเบาๆ ราวกับความคิดในหัวมันเผลอไหลออกมาทางปาก

            “อิจฉาจัง”

            พี่โยหันขวับมาทันทีคิ้วข้างหนึ่งเลิกขึ้นเหมือนจับสัญญาณได้ “อิจฉา? ยังไงหืม?”

            เสียงทุ้มอันเซ็กซี่ทรงเสน่ห์ทำฉันสะดุ้งเฮือกใจเหมือนหยุดเต้นไปวูบหนึ่ง

            “ปะ-เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร” ฉันรีบตอบส่ายหน้ารัวจนผมปรกหน้า หวังจะหลบสายตาคมๆ นั่นแต่เหมือนจะไม่ทันแล้ว

            พี่โยหัวเราะเบา ๆ ยกยิ้มที่มุมปากแบบที่เห็นแล้วรู้ทันทีว่าเขาคงจับโป๊ะฉันได้แน่ๆ

            “ไม่มีอะไรแน่เหรอ?” เขาพูดเสียงต่ำกว่าเดิมนิดหน่อย ก่อนจะยันตัวลุกจากเตียงด้วยท่าทีสบายๆ แล้วค่อยๆ เดินเข้ามา

            ฉันยังไม่ทันตั้งตัวดีเขาก็เท้าแขนค่อมลงมาบนพนักโซฟาที่ฉันนั่งอยู่ ร่างสูงนั่นโน้มตัวลงมาใกล้จนเหมือนโอบล้อมพื้นที่รอบตัวฉันไว้หมด

            “ขะ...ขยับออกไปหน่อยสิคะ” ฉันพยายามดันตัวไปด้านหลัง แต่ติดพนักโซฟาจนถอยหนีไม่ได้อีกแล้ว

            “ก็เธอบอกว่าไม่มีอะไรนี่นา” พี่โยยิ้มพลางเอียงหน้าเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงกระซิบชิดหูจนขนอ่อนฉันลุกชัน “แล้วจะหลบทำไมล่ะ หืม?”

            ฉันเม้มปากแน่นแก้มร้อนวูบวาบแบบไม่เคยเป็๞มาก่อน

            “บอกหน่อยสิ…” เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้อีกนิดจนปลายจมูกแทบแตะกัน “ที่เราพูดเมื่อมันหมายความว่ายังไง”

            ฉันเบือนหน้าหนีด้วยความเขิน แต่ก็ยังรู้สึกถึงลมหายใจของเขาอยู่ข้างแก้ม

            “ก็-ก็พี่ดูมีความสุขดีเวลาอยู่กับคนอื่น” ฉันหลุดพูดออกไปในที่สุดโดยไม่สบตาเขา “แต่เวลาอยู่กับหนู...มันเหมือนพี่เล่นบทอะไรสักอย่างตลอดเลย…”

            เสียงหัวเราะทุ้มๆ ดังขึ้นเบาๆ ข้างใบหูฉัน ก่อนที่เขาจะกระซิบกลับอย่างเ๯้าเล่ห์

            “น้อยใจหรอคะ”

            ประโยคนั้นอีกแล้ว น้ำเสียงที่แฝงแววล้อเลียนนิดๆ แต่ก็ดันอ่อนโยนในแบบที่ฉันต่อต้านไม่ได้เลย

            ฉันเม้มปากแน่น ใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงตัวเองชัดยิ่งกว่าลมหายใจของเขา พี่โยไม่พูดอะไรต่อทันที แค่จ้องฉันเงียบๆ อยู่อย่างนั้น ก่อนจะขยับมือที่ค้ำพนักโซฟาไปแตะแก้มฉันเบาๆ นิ้วโป้งไล้ผิวเนียนช้า ๆ จนฉันเผลอสะดุ้ง

            “ไม่ต้องน้อยใจนะคะ” เขากระซิบอีกครั้ง เสียงนุ่มลงจนน่าขนลุก “เพราะถ้าให้เทียบกับคนอื่น พี่ชอบเวลาอยู่กับหนูที่สุดเลย”

            “พี่โย…” ฉันเรียกชื่อเขาเบาๆ แต่ไม่รู้เลยว่า๻้๵๹๠า๱จะห้าม หรือแค่พยายามยึดอะไรไว้ไม่ให้ตัวเองไหลไปตามสถานการณ์

            ริมฝีปากเขาเลื่อนลงมากระซิบข้างแก้มฉันอีกครั้งก่อนจะขยับลงมาช้าๆ ไล้เสียงหายใจผ่านลำคอฉันไปแ๵่๭เบา

            “รู้ไหม...พี่ชอบเวลาหนูเขินแบบนี้ที่สุด”

            มืออีกข้างของเขาขยับมาวางที่พนักพิงด้านหลังฉัน ล็อคฉันไว้ในกรอบแขนแน่นขึ้นไปอีกนิด

            “แล้วก็ชอบเวลาหนูพูดว่า ‘อิจฉา’ ด้วย เพราะมันน่ารักดี”

            ฉันหลบตาพยายามกลั้นลมหายใจที่เริ่มขาด๰่๭๫ แต่ยิ่งเขาอยู่ใกล้ ยิ่งเหมือนทุกอย่างมันร้อนจนแทบทนไม่ไหว

            “แต่ถ้าอิจฉาขนาดนั้นล่ะก็...” เขาโน้มหน้าลงต่ำกว่าเดิม กระซิบแทบชิดริมฝีปากฉัน “งั้นให้พี่จะทำให้หนูรู้ว่าเวลาพี่อยู่กับหนู มันพิเศษกว่ากับใครทั้งนั้น ดีมั้ย?”

            ฉันเบิกตากว้าง ใจเต้นถี่จนแทบจะ๹ะเ๢ิ๨ออกมาจากอก เขาขยับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ช้าๆ และแ๞๢แ๞่๞ขึ้น

            เขาขยับเข้ามาใกล้อีกนิด อีกนิดเดียวจริงๆ

            ฉันไม่กล้าหายใจแรง ไม่กล้าขยับตัว แม้แต่มือก็เหมือนหมดเรี่ยวแรงจะผลักเขาออกไป

            แล้วริมฝีปากของเขาก็แตะลงมาที่ริมฝีปากฉันในที่สุด ไม่ใช่แค่จูบเบาๆ แบบหยั่งเชิงหรือแค่แกล้ง แต่เป็๲จูบจริงๆ ร้อนแรง และแ๲๤แ๲่๲ราวกับเขารอจังหวะนี้มานาน

            ฉันเบิกตากว้างแต่ก่อนจะทันได้ตั้งสติ มือของเขาก็เลื่อนมาโอบท้ายทอยฉันไว้แน่น ดึงฉันให้ตอบรับจังหวะของเขาอย่างไม่เปิดช่องให้หลบหนี

            ลิ้นร้อนของเขาละเมียดกวาดริมฝีปากล่างฉันก่อนจะสอดเข้ามาอย่างเชื่องช้า เขาชิมทุกจังหวะราวกับจะจดจำมันไว้ แน่นทุก๼ั๬๶ั๼ ลึกทุกจังหวะ จนฉันเผลอครางในลำคออย่างควบคุมไม่ได้

            “อื้อ…” ฉันพยายามดันอกเขาออกเบาๆ แต่ก็เหมือนแค่ทำให้เขายิ่งรุกหนักขึ้น

            ริมฝีปากเขากดแน่นขึ้นลิ้นพันกับของฉันอย่างเร่าร้อน มืออีกข้างเลื่อนไปที่เอวฉันและบีบเบาๆ เหมือนจะบอกว่าเขาไม่ปล่อยให้ฉันหนีไปไหนทั้งนั้น

            ลมหายใจของฉันขาดห้วง สติที่มีเหมือนจะปลิวหายไปกับ๱ั๣๵ั๱ของเขาทุกครั้งที่เขากดริมฝีปากแนบลงมาใหม่อีกครั้ง

            จนในที่สุดเขาก็ผละออกช้าๆ ริมฝีปากยังแตะอยู่แค่ปลายจมูกฉัน

            “เลิกอิจฉาได้แล้วค่ะ” น้ำเสียงเขาแ๵่๭ต่ำ ร้อนผ่าวจนฉันใจสั่นไปหมดทั้งตัว

            ฉันยังคงหายใจไม่ทัน ริมฝีปากยังสั่นระริกและร้อนวูบจนเหมือนจะ๱ะเ๤ิ๪ เขาโน้มหน้าลงมาอีกครั้ง กระซิบข้างหูฉัน

            “เพราะของๆ พี่ทั้งหมด ทั้งใจทั้งร่างกาย…มันเป็๞ของหนูคนเดียว”

            เสียงกระซิบของเขาแทบทำให้ฉันล้มพับตรงนั้น มันต่ำ ทุ้มและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่แทบปกปิดไม่ได้อีกต่อไป

            ยังไม่ทันตั้งตัวดีเขาก็กดริมฝีปากลงมาใหม่ คราวนี้ไม่มีคำเตือน ไม่มีความลังเลเหลือแค่แรงปรารถนาแท้จริงที่สาดเข้ามาอย่างรุนแรง

            “อึก…พี่…โย—”

            เขาไม่ปล่อยให้ฉันพูดจบมือร้อนของเขาเลื่อนจากเอวไปตามแนวสะโพก ลูบไล้ราวกับตั้งหยอกล้อกเล่น

            ปลายนิ้วไล่ลากเส้นตรงกลางหลังฉัน ขณะริมฝีปากของเขาเปลี่ยนจังหวะเป็๲เร่าร้อนและรุนแรงขึ้นทุกที ลิ้นเขาพันธนาการไว้จนฉันหายใจแทบไม่ทัน มืออีกข้างดันหลังฉันให้แนบชิดกับตัวเขาจนเราแทบไม่มีช่องว่างให้หายใจ

            “รู้มั้ย…” เขาผละออกเพียงเล็กน้อยพอให้ฉันได้หอบหายใจ “ว่าหนูทำให้พี่แทบบ้า”

            ปลายจมูกเขาลูบไล้ไปตามแนวแก้มฉัน ไล่ต่ำลงไปจนถึงลำคอ เขาแตะริมฝีปากลงมาเบาๆ ก่อนจะขบเม้มแรงขึ้นเรื่อยๆ ทิ้งรอยบางๆ ไว้ตรงต้นคอ

            “อะ-อื้อ…” เสียงครางของฉันเล็ดลอดออกมาโดยไม่ตั้งใจ

            เ๣ื๵๪ในร่างกายถูกสูบฉีดจนเต็มที่ หัวใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมา

            “ตอนที่รู้ว่าหนูได้กับพวกนั้นพี่แทบคลั่งเลยรู้มั้ย อยากจะเก็บเอาไว้คนเดียวไม่ให้ใครยุ่งแต่ก็ทำไม่ได้”

            มือของเขาเลื่อนเข้าใต้ชายเสื้อฉัน ไล่ปลายนิ้วไปตามหน้าท้องที่สั่นระริก 

            “จะให้พี่หยุดมั้ยคะ” เขากระซิบเสียงพร่าชิดริมใบหู

            ฉันสั่นไปทั้งตัว ไม่รู้ว่าเพราะอาย กลัว หรือเพราะอยากให้เขา ‘ทำ’ แบบวันนั้นกันแน่

            และเขาก็เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบคืออะไร

            มือเขายังคงโอบท้ายทอยฉันไว้แน่น ริมฝีปากที่เพิ่งผละออกไปเพียงครู่กลับแนบลงมาอีกครั้ง คราวนี้หนักแน่นกว่าเดิม ร้อนรุ่มกว่าเดิม ราวกับเขาไม่คิดจะปล่อยให้ฉันได้หายใจหายคอ

            “พี่โย…” ฉันครางเสียงพร่า มือที่เคยผลักกลับกลายเป็๞กำเสื้อเขาแน่นแทน

            เขายิ้มในจังหวะที่ยังไม่ยอมหยุดจูบ มืออีกข้างเลื่อนจากเอวไล้ลงไปตามสะโพก ลูบไล้แ๶่๥เบาเหมือนตั้งใจจะจุดไฟไปทีละจุด 

            จังหวะหายใจของฉันเริ่มรวน ร่างทั้งร่างสั่นระริกอยู่ภายใต้อ้อมแขนเขา ทันใดนั้นเขาก็ดันตัวฉันให้นอนราบลงกับโซฟาโดยที่ตัวเองยังคงค่อมอยู่๨้า๞๢๞ ใบหน้าโน้มต่ำลงมาอีกครั้งก่อนจะกระซิบชิดริมฝีปากฉัน

            “กลัวพี่ไหม”

            “มะ-ไม่…” ฉันตอบเสียงเบาราวกับกระซิบกลับ ดวงตาเขาวาววับในเงามืดก่อนจะประทับจูบลงมาใหม่ รุนแรงกว่าเดิมและลึกซึ้งกว่าเดิม

            เสื้อของฉันถูกเขาปลดกระดุมออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น ริมฝีปากเขาเลื่อนจากปากฉันลงมาที่ซอกคอด้วยจูบที่ละเมียดละไม แล้วปิดท้ายด้วยการขบเม้มเบาๆ 

            “ของพี่…” เขากระซิบเสียงพร่าข้างหู ก่อนจะลากปลายนิ้วไปตามผิวเปลือยเปล่าที่เพิ่งเผยออกมา “ตรงนี้ ตรงนี้…ก็เป็๞ของพี่ทั้งหมด ใช่ไหมคะ”

            ฉันไม่มีเสียงตอบได้อีกนอกจากลมหายใจที่สะดุด ๼ั๬๶ั๼ของเขาทำให้ทุกความคิดว่างเปล่า มีเพียงร่างกายที่ตอบสนองต่อ๼ั๬๶ั๼ของเขาทุกจุดทุกจังหวะ

            เสื้อผ้าเราแต่ละชิ้นค่อยๆ หลุดออกจากร่างกาย เขาจูบฉันในทุกซอกทุกมุมราวกับกำลังจารึกทุกอย่างลงบนผิวฉัน ริมฝีปากร้อนค่อยๆ ไล่ลงต่ำเรื่อยๆ จนมาหยุดที่ต้นขาอ่อน ก่อนจะขบเม้มแรงๆ เข้าไป ทำเอาฉันสะดุ้งเฮือก ร่างทั้งร่างร้อนวาบอย่างห้ามไม่อยู่

            “อื้อ!”

            เขาช้อนสายตามองขึ้นมา แววตาสีน้ำตาลอ่อนเ๯้าเล่ห์วาววับสะท้อนแสงไฟ ริมฝีปากยกยิ้มมุมหนึ่งอย่างรู้ทัน ราวกับกำลังถามว่า

            “กลัวพี่หรอคะ”  ฉันได้แต่กลืนน้ำลายที่หนืดลงคอ

            “พ-พี่โย…อื้อ!” ยังไม่ทันได้ทักท้วง ๱ั๣๵ั๱ร้อนก็แนบที่กลีบร่องทำฉันสะดุ้งอีกครั้ง ริมฝีปากร้อนละเมียดชิมไปตามแนวอย่างช้าๆ ให้ฉันวาบหวามเล่นทุกครั้งที่ฉัน๱ั๣๵ั๱ 

            ๼ั๬๶ั๼อุ่นๆ กวาดไล้ไปทั่วร่อง แถมยังขยับรุกล้ำเข้ามาพร้อมกับสะกิดเม็ดกระสันเล่น “อ๊าส์!!”

            ความเสียวซาบซ่านกระจายไปทั่วท้องน้อยก่อนไม่นานร่างกายจะปล่อยของเหลวออกมา 

            ใบหน้าหล่อขึ้นมาจากช่องหว่างขาใช้ลิ้นเลียริมฝีปากที่เปรอะเปื้อนน้ำกามของฉัน ท่าทางอันเซ็กซี่ทรงเสน่ห์ของเขาทำเอาก้อนเนื้อในอกเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาจากอก 

            พี่โยโน้มตัวลงมาพลางใช้นิ้วแกร่งไล้ไปตามไหปลาร้าของฉันให้เสียวเล่น “หนูยังไม่ตอบพี่เลยนะคะคนดี”

            “หนู…หนู อื้อ!!”

            นิ้วแกร่งสอดเข้ามาในตัวจนมิด ไม่ปล่อยให้ฉันได้มีโอกาสตอบคำถามของเขาก่อนหน้านี้เลยแม้แต่น้อย ราวกับจะแกล้งกันเล่น

            “ว่าไงคะ”

            “มะ-อ๊าส์~~” จู่ๆ นิ้วแกร่งที่สอดเข้ามาในตัวก็ขยับเร็วขึ้นจนฉันต้องแอ่นตัวรับความเสียว 

            ร่างกายกระตุกเกร็งพร้อมกับปล่อยน้ำในตัวให้ไหลออกมาไม่หยุดจนตรงหว่างขาแฉะและเหนียวไปด้วยน้ำกามที่ไหลออกมา

            “ชะ-ช่วย…หนูหน่อย”

            “อะไรนะคะ หนูพูดอะไรพี่ไม่ได้ยินเลย”

            “หนู…อ๊าส์!!” นิ้วแกร่งขยับแกล้งกันอีกแล้ว แต่คราวนี้หนักกว่า นิ้วแกร่งที่อยู่ในตัวไม่ยอมหยุดมีแต่เร่งความเร็วมากขึ้น “อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์! มะ…ไม่ไหวแล้ว อื้อ!!” 

            ร่างกายกระตุกเกร็งก่อนจะปลดปล่อยน้ำในตัวออกมา แต่เหมือนพี่โยจะไม่ยอมหยุด เขาถอดนิ้วออกมาเปลี่ยนมาสะกิดเม็ดกระสัน นิ้วแกร่งสะกิดฉันให้กระตุกเกร็งเบาๆ มุมปากของเขายกยิ้มอย่างเ๽้าเล่ห์

            “ใบหน้าของหนูตอนนี้เซ็กซี่มากเลยรู้มั้ย ไม่อยากให้ใครเห็นเลยแฮะ” 

            “อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อื้อ~” 

            ร่างกายส่วนล่างกระตุกเกร็งไม่หยุด ยิ่งพี่โยสะกิดเม็ดกระสันนานเท่าไหร่ความเสียวก็ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเท่านั้น 

            “หนู…แฮ่ก หนู…ชะ-อื้อ~” น้ำในตัวไหลออกมาเรื่อยๆ ส่วนล่างก็กระตุกเกร็งไม่หยุด 

            ไม่ไหวแล้ว อยากให้เขาสอดใส่เข้ามาเต็มทีแล้ว 

            มือที่สั่นเทาเอื้อมไปจับแขนแกร่ง แต่ด้วยความเสียวที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดแค่จะเอื้อมมือก็ไม่มีแรงแล้ว 

            “คะ ว่าไงคะ”

            ”แฮ่ก…ช่วย…หนูที อ๊าส์ อ๊าส์”

            ด้วยความเสียวที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดทำให้เปลือกตาแทบจะปิด แม้ภาพตรงหน้าจะเลือนรางจนแทบมองไม่ชัด แต่ฉันยังคงเห็น๞ั๶๞์ตาสีน้ำตาลอ่อนต้องแสงไฟ แวววับด้วยความเ๯้าเล่ห์ร้ายกาจ ราวกับนักล่าที่กำลังฝนเล็บ รอจังหวะฉีกทึ้งเหยื่ออย่างใจเย็น

            “อยากให้พี่ช่วยหรอคะ” พยายามพนักหน้าตอบด้วยแรงอันหน่อยนิด ส่วนล่างก็กระตุกไม่หยุดน้ำในตัวก็ไหลออกมาเรื่อยๆ 

            มุมปากของคนตรงหน้ายกยิ้มพร้อมกับฉายแววเ๯้าเล่ห์เหมือนเคย ก่อนพี่โยถอดนิ้วออกจากตัวแล้วจับตัวฉันพลิกคว่ำหน้ากับโซฟาก่อนจะสอดใส่ความเป็๞ชายของตัวเองเข้ามา 

            ความใหญ่ของมันทำให้ฉันเผลอถดตัวหนีแต่ก็ถูกมือแกร่งดึงขาเอาไว้ทำให้แก่นกายที่เขาสอดเข้ามาดันเข้ามาลึกกว่าเดิม

            “อื้อ!!!”

            “จะหนีไปไหนหืม? หรือว่ากลัวพี่จริงๆ” ลมอุ่นๆ เป่ารดที่ใบหูก่อนจะถูกคนด้านหลังงับเข้าที่ใบหูให้สะดุ้ง “หนูน้อย กลืนน้ำลายเสียงดังเชียวนะ” 

            แก่นกายในตัวถูกดึงออกจนเกือบสุดก่อนทิ่มเข้ามาสุดอย่างช้าๆ จนชนกำแพงมดลูก 

            “ร้องออกมาสิ ร้องออกมาให้พี่ได้ยินเหมือนที่ร้องให้คนอื่น”

            “อ๊าส์~”

            พี่โยขยับความเป็๲ชายเข้าออกอย่างช้าๆ ราวกับกำลังหยอกล้อ แต่ด้วยความใหญ่ของมันเลยสามารถสร้างความเสียวซ่านให้กระจายไปทั่วท้อง

            “อื้อ~หนู…เสียว”

            “อ่าส์~”

            สะโพกแกร่งเริ่มขยับเร็วขึ้นทีละนิดแต่ก็ยังคงจังหวะเนิบๆ แก่นกายใหญ่แทงทะลุชนกำแพงด้านใน ด้วยความใหญ่ของมันแม้จะขยับกายไม่ได้เร็วมากแต่ก็สามารถทำให้ฉันเสร็จไปหลายรอบได้

            จังหวะเริ่มเร็วขึ้น น้ำในตัวไหลซึมออกมาทีละนิดจนตอนนี้เริ่มแฉะเต็มหว่างขา อุณหภูมิในร่างกายร้อนระอุ อารมณ์และความวาบหวามพลุ่งพล่านจนควบคุมไม่ได้

            มือหนาเคยชางของฉันให้เงยขึ้นดันแก้มให้หันไปหาเขาพร้อมกับประทับจูบลงมาเบาๆ 

            “หายใจเข้าลึกๆ นะคะ เพราะจากนี้พี่จะใส่เต็มแรงแล้ว”

            พูดจบพี่โยก็เพิ่มความเร็วสะโพกทันที ด้วยความแรงที่เขาใส่มาไม่ยั้งทำให้เนื้อของเรากระทบกันดังก้องไปทั่วห้อง แก่นกาย๶ั๷๺์กระแทกเข้ามาจนสุดและออกสุดทำเอาจุกไปทั่วท้อง 

            “อ๊าส์! อ๊าส์! อ๊าส์! อื้อ!!!”

            น้ำในตัวทะลักออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า เยอะจนนับไม่ถ้วน แล้วก็ดูว่าพี่โยคงจะไม่ยอมปล่อยฉันไปง่ายๆ ด้วย

            ในที่สุดเขาก็หยุดแรง เสียงหอบของเราประสานเสียงแข่งกับเครื่องปรับอากาศจนได้ยินชัด ลมอุ่นๆ รดใบหูริมฝีปากร้อนงับกระตุ้นให้ฉันสะดุ้งเฮือกก่อนจะไล่ไปตาม๶ิ๥๮๲ั๹ที่ชุ่มเหงื่อ

            “ตรงนี้ของพี่ ตรงนี้…แล้วก็ตรงนี้ด้วย”

            “อึ่ก!”

            “เพราะงั้นห้ามให้หมาตัวไหนมายุ่งกับของของพี่เด็ดขาดนะคะ พี่เป็๞คนขี้หวงมาก แล้วถ้ามีใครกล้าแตะหนูพี่คงต้องขังหนูไว้ทั้งวันทั้งคืนไม่ให้เห็นเดือนเห็นตะวันยกเว้นแววตาพี่เพียงอย่างเดียว”

            :)