บทที่ 4 คนบ้าที่สติแตก
พ่อแม่ลูกกลับถึงบ้านอย่างรวดเร็ว บ้านของพวกเขาคือตึกเก่าที่ทรุดโทรม และมีสองห้องนอน
แม้ว่าตึกเก่าจะดูเหมือนมีอายุมากแล้ว แม้กระทั่งสายไฟและท่อน้ำก็เป็สนิมและเก่า
แต่ภายในห้องกลับสะอาดมาก
“พวกคุณอาศัยอยู่ที่นี่มาหลายปีแล้วเหรอ?”
หลัวเซิงมองไปรอบ ๆ กำมือแน่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
ตระกูลลู่ในเจียงตง ถือเป็ตระกูลที่มีหน้ามีตา แต่ภรรยาและลูกของเขากลับต้องเผชิญกับความไม่เป็ธรรมเช่นนี้
“อืม”
ลู่ชิงเมิ่งพยักหน้า “ตอนที่เื่ของเราแพร่ออกไป คู่หมั้นก็ยกเลิกการหมั้นทันที ทั้งตระกูลต่างอับอายเพราะฉัน”
“เมื่อรู้ว่าฉันตั้งครรภ์ ยายทวดโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ พวกเราทั้งครอบครัวต่างได้รับผลกระทบ”
“แล้วลุงกับป้าล่ะ?” หลัวเซิงถาม
“พวกเขากลับไปบ้านฝั่งแม่แล้ว”
มุมตาของลู่ชิงเมิ่งยังคงมีน้ำใส ๆ ไหลออกมา เธอคิดว่าต้องเข้มแข็งต่อหน้าลูกสาว
แต่ทุกครั้งที่เธอเงยหน้ามองชายตรงหน้า น้ำตาของเธอก็ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“พ่อจะปกป้องพวกเราเอง”
แม้ว่าเสี่ยวซือเหยาจะมองไม่เห็น แต่ใบหน้าเล็ก ๆ ก็ยังคงพูดอย่างดื้อรั้น
ลู่ชิงเมิ่งมองเสี่ยวซือเหยาอย่างปลาบปลื้ม ดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง แล้วร้องไห้โฮออกมาอีกครั้ง
ขณะนี้ หัวใจของหลัวเซิงเหมือนถูกมีดบาดจนเ็ปอย่างแสนสาหัส
รอจนกระทั่งแม่ลูกสองคนร้องไห้จนเหลือเพียงเสียงสะอื้น หลัวเซิงจึงเอ่ยถามขึ้น
“ผู้หญิงที่ชื่อเจี่ยอวี้ขุยคนนั้นเป็ใครกัน!”
พอพูดถึงเื่นี้ สีหน้าของแม่ลูกทั้งสองก็แสดงความหวาดกลัวออกมาพร้อมกัน
“เธอเป็บุคคลสำคัญในเจียงตง มีสถานบันเทิงหลายแห่งในย่านทางใต้ของเมืองนี้ที่เธอเป็เ้าของ”
“ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะเป็ชาวเผ่าเหมียว ไม่รู้ว่าได้ยินมาจากที่ไหน ถึงได้วิ่งมาเรียกร้องเอาดวงตาของเหยาเหยา เพื่อนำไปทำของวิเศษอะไรสักอย่าง”
“ผู้หญิงคนนั้นมีอิทธิพลมากในเมืองเจียงตง ฉันพยายามทุกวิถีทางเพื่อหยุดยั้งแต่ก็ไม่เป็ผล ในที่สุด…”
ลู่ชิงเมิ่งพูดพลางน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง
“สามวันก่อน เจี่ยอวี้ขุยบอกว่าจะทำให้เหยาเหยากลายเป็ทารกพิษ…”
“ฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ จึงคิดหาวิธีสุดท้าย แล้วก็นึกถึงตุนเหยียขึ้นมาได้”
“ช่างโเี้จริง ๆ!” หลัวเซิงทุบกำแพงหนึ่งหมัด ทำให้ทั้งห้องสั่นะเื
วิถีอำมหิต เป็ที่รังเกียจของทั้งเทพและมนุษย์ ไม่อาจให้อภัยได้!
หลัวเซิงมองภรรยาและลูกสาวอันน่าสงสารของตน แล้วอดที่จะโกรธไม่ได้ “ตระกูลลู่ในเมืองเจียงตงถือว่าเป็ตระกูลใหญ่ เื่แบบนี้ ไม่มีใครจากตระกูลลู่คิดจะจัดการเลยเหรอ?”
มุมปากของลู่ชิงเมิ่งเผยรอยยิ้มขมขื่น “การมีอยู่ของเหยาเหยาอาจเป็ความอับอายสำหรับพวกเขา”
“พวกเขาอยากให้เหยาเหยาตายไปซะ” ใบหน้าของเธอปรากฏความเศร้าสลด
ภาพตอนที่ผู้หญิงอ้วนทารุณลูกสาวของตัวเองก่อนหน้านี้ ผุดขึ้นมาในหัวของหลัวเซิงอีกครั้ง
ทั้งหมดนี้ เป็เพราะตอนแรกเขาจากไปโดยไม่บอกกล่าว!
เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด กอดภรรยาและลูกสาวเข้ามาในอ้อมแขน
“ั้แ่นี้ไป จะไม่มีใครกล้าแตะต้องพวกคุณแม่ลูกอีกแม้แต่น้อย!”
ดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือเนินเขา เวลาล่วงเลยเที่ยงคืนไปแล้ว
บ้านหรูหราในเจียงตง
สตรีชั้นสูงที่ดูเหมือนอายุราวสามสิบต้น ๆ นั่งอยู่บนโซฟาหนังแท้
ที่ปลายนิ้วของเธอ กำลังเล่นลูกบอลเล็ก ๆ สองลูกอยู่
ถ้าเข้าไปใกล้ ๆ จะพบว่า นั่นเป็ลูกตาของคนคู่หนึ่ง!
ภายใต้แสงไฟสลัว ลูกตาคู่นั้นส่องประกายอย่างประหลาด ราวกับห้อมล้อมด้วยความแค้นอันไม่มีที่สิ้นสุด ทำให้คนมองขนลุกซู่
“ช่างเป็ความแค้นที่สมบูรณ์แบบ!”
ผู้หญิงคนนี้คือ เจี่ยอวี้ขุย เธอมองลูกตาคู่นั้นของเสี่ยวซือเหยาผ่านแสงเทียน ใช้นิ้วมือลูบคลำไปมาด้วยใบหน้าหลงใหล
“เ้านาย ตุนเหยียตายแล้ว”
ในเงามืดมิด มีเสียงแหบแห้งของผู้ชายดังขึ้น ทำให้รู้สึกหดหู่อย่างประหลาด
“ตายแล้ว? อย่าบอกนะว่าถูกลู่ชิงเมิ่งฆ่า”
เจี่ยอวี้ขุยชะงักมือ เงยหน้าขึ้น และขมวดคิ้วทันที
เดิมที เธอตั้งใจไว้ว่าจะเปลี่ยนลูกสาวของลู่ชิงเมิ่งให้กลายเป็ทารกพิษหุ่นเชิดในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่ลู่ชิงเมิ่งถูกล่วงละเมิด
แต่น่าเสียดาย ดูเหมือนว่าเื่จะไม่ง่ายอย่างนั้น?
“ไม่ใช่ เขาถูกผู้ชายที่บุกเข้ามาฆ่าตาย” น้ำเสียงของชายคนนั้นดูเหมือนจะมีความสับสน
เจี่ยอวี้ขุยถามเสียงเย็น “ผู้ชายของลู่ชิงเมิ่งไม่ได้ตายไปหมดแล้วเหรอ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็ใคร?!”
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ชายคนนั้นพูดอย่างเกลียดชัง “เป็ชายหนุ่มที่ไม่เคยเห็นมาก่อน คาดว่า…”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เขาก็หยุดชะงักไปทันที!
กรอบแกรบ!
ถึงแม้จะอยู่ในมุมมืด แต่ก็ได้ยินเสียงกระดูกหักอย่างชัดเจน
หลัวเซิงขมวดคิ้ว เดินออกมาจากความมืด โยนแขนทั้งสองข้างที่หักออกมาทิ้งลงพื้น
“นาย นาย ช่วยด้วย ช่วย…”
ราวกับว่าชายคนนั้นไม่รู้สึกเ็ปเลย เขายังไม่ทันพูดจบ มือใหญ่ของหลัวเซิงก็ฟาดลงมาอย่างรุนแรง
หัวของเขาเหมือนแตงโมที่ตกลงพื้น และะเิออกในชั่วพริบตา กลายเป็เศษเนื้อและเืนับไม่ถ้วนกระเด็นไปทั่วทุกทิศทาง
หลัวเซิงก้าวเดินไปข้างหน้าราวกับปีศาจในยามค่ำคืน สายตาจ้องมองไปที่ผู้หญิงตรงหน้า “เธอคือเจี่ยอวี้ขุยใช่ไหม?”
เจี่ยอวี้ขุยมองหลัวเซิงด้วยท่าทางเหนือกว่า “ใช่ ฉันคือเจี่ยอวี้ขุยแห่งคลับปี้หลาน ไอ้ขยะนั่นแกเป็คนฆ่าใช่ไหม!”
“ถ้าใช่แล้วจะทำไม”
หลัวเซิงพูดตรง ๆ “รู้ไหมว่าฉันมาที่นี่ทำไม”
“ฉันคิดว่าแกมาเพื่อ…”
เจี่ยอวี้ขุยยกมือขึ้น วางไว้ใต้แสงสว่าง เผยให้เห็นดวงตาใสสองดวงระหว่างนิ้ว
“นั่นคือตาของลูกสาวฉัน และเธอ ต้องจ่ายราคาแพง!” ในดวงตาของหลัวเซิงเต็มไปด้วยแสงอำมหิต
“แค่ฆ่าสัตว์เลี้ยงของฉัน แกมีอะไรให้มั่นใจนักหนา”
เจี่ยอวี้ขุยหัวเราะหึในลำคอ มุมปากยกขึ้นอย่างน่ากลัว เหมือนกับโครงกระดูกสีชมพูที่นั่งอยู่ตรงนั้น ดวงตาของมันเปล่งประกายชั่วร้าย
ไม่แปลกใจเลยที่ไม่มีเืไหล ผู้ชายคนนั้นเป็หุ่นเชิดซากศพใช่ไหม?
หลัวเซิงถอยหลังครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
ในห้องนี้มีที่มืดมากเกินไป เขาต้องระวังไม่ให้ตัวเองเผยช่องโหว่ใด ๆ ออกมา
พอเห็นฉากนี้แล้ว เจี่ยอวี้ขุยก็พูดอย่างดูแคลน “แค่นี้เองเหรอ”
เส้นเืที่หน้าผากของหลัวเซิงปูดโปน พลังของเขาเริ่มพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน
แค่เมืองระดับมณฑลเล็ก ๆ ของประเทศจีน แค่เ้าของคลับธรรมดา ๆ
“อย่าได้หยามหยันนัก รีบมารับความตายซะ ปีศาจชั่วร้าย!”
ปัง!
หมัดที่ลั่นออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยวของหลัวเซิงส่งเจี่ยอวี้ขุยที่นั่งอยู่บนโซฟากระเด็นออกไป โต๊ะเก้าอี้พังไปหลายตัว กว่าเธอจะร่วงลงพื้น
เจี่ยอวี้ขุยไม่คิดว่าหลัวเซิงจะกล้าลงมือกับเธอจริง ๆ สีหน้าของเธอบิดเบี้ยวอย่างดุร้ายในทันที
“ไอ้กระจอก กล้าดียังไง…”
กร๊อบ!
หลัวเซิงยื่นมือทั้งสองออกไป เหมือนัทะเลโผล่พ้นน้ำ เขาคว้าต้นแขนของเธอไว้ได้อย่างฉับพลัน ก่อนจะกระชากแรง ๆ แล้วหักแขนของเธอทิ้ง
ท่าทางของเขาต่อเนื่องรวดเร็ว วินาทีถัดมา มือใหญ่อันทรงพลังก็พัดผ่านอากาศมาปะทะใบหน้าเธออย่างจัง
ผัวะ!
เขาตบหน้าเจี่ยอวี้ขุยเต็มแรง จนขากรรไกรของเธอเบี้ยวไปข้างหนึ่ง
เจี่ยอวี้ขุยมองเห็นใบหน้าตัวเองผ่านกระจกใสที่บิดเบี้ยวจนจำแทบไม่ได้...