บทที่ 37 เดือดเป็นฟืนเป็นไฟ (รีไรต์)
เปาเซี่ยงตั่งจนปัญญา มีกลุ่มชาวบ้านเหล่านี้เป็นเกราะกำบังให้หลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนาน เขาแสดงออกว่าจนใจสุด ๆ
ใช้วิธีลอบกัดไม่สำเร็จ
เวลานี้เขามองออกแล้ว ถ้าเขากล้าไม่แบ่งที่ดินให้สองคนนี้ คนพวกนี้ต้องมาก่อกวนเขาจนตายแน่
ทว่า...
แบ่งที่ดินก็แบ่ง แต่ก็มีข้อเสียอยู่ไม่น้อย
เปาเซี่ยงตั่งหัวเราะก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ฉันเองก็ไม่ได้ตอบกลับมาอยู่ตั้งนานสองนาน ดูสิพวกเธอร้อนรนแค่ไหน”
“ยุวชนของหมู่บ้านเราต่างก็อยากกลับเมือง นอกจากสองคนที่มาใหม่นี้ ไม่เคยมีใครมาขอแบ่งที่ดินจากฉันเลย!”
“เพียงแต่ที่ดินตำแหน่งดี ๆ ในหมู่บ้านถูกแบ่งไปหมดแล้ว ตอนนี้ตำแหน่งที่เหลือค่อนข้างไกลนิดหน่อย พวกเธอเป็นยุวชน ที่ดินจะอยู่ไกลจากหน่วยยุวชนเกินไปไม่ได้ อย่างน้อยต้องอยู่ในทิศทางเดียวกัน ไม่อย่างนั้นหากมีนโยบายหรือการประกาศอะไรที่เกี่ยวกับยุวชน พวกเธอสองคนจะตกหล่นได้ง่าย!”
“ข้างโรงเลี้ยงวัวมีที่ว่างอยู่ ถ้าพวกเธอยินยอมก็เอาตรงนั้นไป ถ้าไม่ยินยอมก็รอต่อไป ฉันขอดูก่อนว่ามีที่ตรงไหนเหมาะสมกว่าบ้าง!”
ไม่ยอมก็รอต่อไปก็แล้วกัน!
เหล่าคุณป้าโมโหขึ้นมา “โรงเลี้ยงวัวได้ที่ไหนกัน ที่นั่นอยู่ตั้งไกล ตอนมาทำงานต้องเดินทางนานแถมยังห่างไกลความเจริญอีก”
“ใช่ ๆ หัวหน้าหมู่บ้าน คุณอย่าขู่เขาสิ ในหมู่บ้านยังมีที่ดินตรงอื่นอยู่นี่!”
เมื่อเปาเซี่ยงตั่งได้ยินก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ถ้าเป็นที่อื่น งั้นก็ต้องเปิดประชุมสมาชิก!”
“หรือว่าพวกคุณไม่รู้ว่าหมู่บ้านเรามีเด็กผู้ชายที่ควรแต่งงานได้แล้วเท่าไหร่? มีบ้านที่รอปลูกอยู่อีกกี่หลัง? ไม่ให้ยุวชนอย่างพวกเขาไปปลูกบ้านทางนั้น แล้วจะให้เหล่าเด็กผู้ชายในหมู่บ้านไปปลูกทางนั้นแทนเหรอ? บ้านไหนบ้างที่ไม่อยากอยู่ใกล้คนในครอบครัวของตัวเองหลังจากแยกครอบครัวไปแล้ว? ถ้าพวกคุณกล้าบอกว่าพวกคุณไม่อยาก งั้นก็ดี วันข้างหน้าเด็กผู้ชายบ้านพวกคุณแต่งงานแล้วจะปลูกบ้าน ฉันก็จะชี้ที่ดินของพวกเขาไปทางโรงเลี้ยงวัว! ฉันจะบอกเอาไว้เลยนะ ต่อไปถ้าเหล่ายุวชนต้องการที่ดิน ก็ให้ไปเอาทางโรงเลี้ยงวัวนั่นแหละ!”
นอกจากสองคนโง่นี่แล้ว ใครจะอยากปลูกบ้านที่ชนบทกัน?
เมื่อพัวพันกับผลประโยชน์ขอบครอบครัวตัวเอง คนเหล่านี้ก็ไม่กล้าหืออืออะไร จากนั้นก็ซ่อนความรู้สึกผิดเอาไว้ คนหนึ่งชมทางโรงเลี้ยงวัวนั่นออกมาเอย ระดมสมองขุดความคิดพูดข้อดีของทางด้านนั้นเอย
อย่างเช่นเงียบสงบบ้าง
อย่างเช่นอยู่ใกล้กับหน่วยยุวชนบ้าง
อย่างเช่นทำงานมาเหนื่อย ๆ ก็ไปเรียกพวกเศษเดนเหล่านั้นมาช่วยงานได้
ในขณะเดียวกันบนใบหน้าของหลินเนี่ยนกับหลิวหย่งหนานก็เผยสีหน้าผิดหวังออกมา
เปาเซี่ยงตั่งพอใจเป็นอย่างมาก เฮ้อ สบายอกสบายใจแล้ว!
นับได้ว่าสองคนนี้โดนเอาเปรียบเต็ม ๆ
“ถ้าพวกเธอไม่ยินยอมก็แล้วแต่ ที่ดินฉันก็ให้พวกเธอแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านอย่างฉันจะไม่คิดแทนสมาชิกก็ไม่ได้”
“ถ้าพวกเธอมีข้อโต้แย้งก็ยินดีให้ไปรายงานฉันกับศูนย์ชุมชนได้เลย!” เรื่องแบบนี้ พวกเขาสองคนกล้าไปรายงานอยู่แล้ว แต่ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์แน่นอน!
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนไม่สบอารมณ์ แต่ก็ต้องตอบตกลงไป
ในใจเขาแอบหัวเราะเสียงเย็น ปลูกบ้านใกล้โรงเลี้ยงวัว ทุกวันเวลาไปทำงานที่คลังเก็บของ ต้องเดินทางนานกว่าคนอื่นยี่สิบนาที!
อีกอย่างทางนั้นคนน้อย ถ้ากลางคืนไม่ระวังคนเลวปีนเข้าบ้าน นั่นก็จะเรียกว่าเรียกฟ้าฟ้าไม่ตอบ เรียกดินดินไม่ขาน*[1]!
หลินเนี่ยนตอบตกลงอย่างไม่เต็มใจและไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็ถามเรื่องที่ดินส่วนตัว และราคาในการปลูกบ้าน
เธอกับหลิวหย่งหนานไม่จำเป็นต้องปลูกบ้านใหญ่โต หนึ่งคนปลูกบ้านที่มีสามห้องก็พอแล้ว
ห้องหลักหนึ่งห้อง ห้องนอนสองห้อง ด้านนอกต่อเติมห้องครัวและห้องน้ำ
บ้านดินแบบนี้รับเหมาทั้งค่าแรงและวัสดุ หัวหน้าหมู่บ้านเรียกราคามาที่สามร้อย
ทว่าเหล่าชาวบ้านกลับซี๊ดปาก สามร้อย บ้านดินหลังเล็ก ๆ แค่นั้นเอาตั้งสามร้อย หัวหน้าหมู่บ้านใจดำอำมหิตเหลือทน
รู้ว่าการปลูกบ้านดินก็ต้องลงแรงด้วยเช่นกัน ทว่าดินไม่ต้องเสียเงิน ฟางข้าวไม่ต้องเสียเงิน หมู่บ้านพวกเขาติดกับภูเขา แน่นอนว่าไม้ก็ไม่ต้องเสียเงิน!
ทว่าไม่มีใครกล้ามีปากมีเสียง ถึงอย่างไรเงินนี้ก็เก็บไปเป็นเงินส่วนรวม เมื่อถึงสิ้นปีก็จะแบ่งให้ทุกคนตามคะแนนงาน!
หกร้อยหยวนเฉลี่ยให้ทุกครัวเรือน หนึ่งหยวนสองหยวนทุกคนต่างก็ได้ส่วนแบ่ง!
“ได้ครับ งั้นก็สามร้อย!” หลิวหย่งหนานตอบตกลงเสียงหนึ่ง “แต่ว่าต้องปลูกให้เสร็จภายในสิบวัน เราจะจ่ายเงินก่อนครึ่งหนึ่ง ต้องปลูกบ้านให้เสร็จภายในสิบวัน ถ้าเกินเวลา เราก็จะไม่จ่ายอีกครึ่งที่เหลือ!”
“ถ้าคุณตกลง เราก็จะเขียนสัญญากัน ถ้าคุณไม่ตกลงแค่ให้ที่ดินผืนนี้กับเราก็พอ เดี๋ยวผมจะไปหาทีมก่อสร้างในอำเภอมาปลูกเอง!”
ความเดือดดาลมหาศาล!
หาทีมก่อสร้าง!
และไม่กลัวว่าจะถูกยกยอจนลอยเล!
แววตาของเปาเซี่ยงตั่งเป็นประกาย จากนั้นก็ตอบตกลงคำหนึ่ง
เขียนสัญญาตามข้อเรียกร้องของหลิวหย่งหนาน
ทั้งสองฝ่ายลงชื่อจากนั้นที่ต้องประทับก็ประทับ ที่ต้องกดลายนิ้วมือก็กดลายนิ้วมือ
สองฝ่ายตกลงกันว่าจะไปดูที่ในวันต่อมา เมื่อดูเสร็จก็จะจ่ายเงิน หัวหน้าหมู่บ้านส่งพวกเขาออกไปอย่างหน้ายิ้มตาหยี
เซียวหลานไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก ถามหัวหน้าหมู่บ้านว่าทำไมต้องแบ่งที่ดินให้หลินเนี่ยนด้วย ทำไมถึงช่วยหลินเนี่ยนปลูกบ้าน ไม่ควรทำให้หลินเนี่ยนเสร็จสรรพเรียบร้อยแบบนั้น!
เปาเซี่ยงตั่งรังเกียจผู้หญิงคนนี้มากจริง ๆ นอกจากครอบครัวที่มีฐานะดีแล้ว อย่างอื่นเอาขึ้นโต๊ะไม่ได้เลยจริง ๆ
หน้าตาก็บ้าน ๆ ในสมองมีแต่ขี้เลื่อย ประหลาดแถมยังชอบทำตัวถืออำนาจบาตรใหญ่
ทว่าเพื่ออนาคตการงานของลูกชาย เปาเซี่ยงตั่งจึงอดทนอธิบายไปว่า “อย่างแรก ที่ตรงนั้นติดกับโรงเลี้ยงวัว ด้านหน้าไม่มีหมู่บ้าน ด้านหลังไม่มีที่พัก หากมีเรื่องอะไร พวกเขาคิดจะตามคนมาก็ไม่มีแม้กระทั่งเพื่อนบ้าน มีอะไรเสียหายก็ทำได้เพียงจำใจยอมรับไปว่าตัวเองซวย!”
“อย่างที่สอง ผมรับเงินพวกเขามาครึ่งหนึ่งแล้ว ตกลงเวลาเริ่มงานและเสร็จงานเรียบร้อยแล้ว ถ้าถึงเวลาเสร็จงานแล้วยังปลูกบ้านไม่เสร็จ พวกเขาจะไม่ให้เงินก้อนหลัง แต่ว่าเงินก้อนแรกให้มาแล้ว ในหมู่บ้านจะยกเลิกไม่ได้...”
ขณะนี้เองเซียวหลานก็เริ่มมีใบหน้ายิ้มแย้มเล็กน้อยแล้ว
คิดว่าเดี๋ยวหลินเนี่ยนก็ซวยแล้ว เธอหยิบไส้กรอกรมควันถุงหนึ่งออกมากิน
ไส้กรอกรมควัน เปาเซี่ยงตั่งเคยแต่ได้ยิน แต่ยังไม่เคยกิน
ในที่สุดคืนนี้ก็ได้กินโดยอาศัยบารมีของเซียวหลานแล้ว ไอหยา นี่รสชาตินี้มันช่างอร่อยจริง ๆ!
ทั้งครอบครัวต่างชื่นชมเซียวหลานจนลอยขึ้นสวรรค์ไปแล้ว
ตระกูลเปาคนเยอะ ไส้กรอกรมควันเพียงถุงเดียวไม่พอแบ่ง เซียวหลานที่ถูกชมจนลอยจึงหยิบไส้กรอกรมควันออกมาอีกถุงในทันใด
สื่อเหอผิง “…”
หลังกินข้าวเสร็จ สื่อเหอผิงก็ไปเตือนเซียวหลานที่ห้องของเธอ “หลานหลาน อาหารที่เราเอาติดตัวมาไว้กินหมดเร็วมาก ถ้ายังหมดเร็วแบบนี้ อีกไม่กี่วันเนื้อสัตว์ที่เราเอาติดตัวมาได้ถูกกินหมดแน่!”
“เธอลองดูสิว่าปกติไม่ควรให้คนตระกูลเปากินอีกหรือเปล่า? ให้จนเคยแล้วจะทำให้พวกเขาเหลิง”
เซียวหลานโบกไม้โบกมืออย่างไม่ถือสา “ของเป็นของฉัน ไม่ต้องให้นายมาเป็นห่วง!”
“อีกสองวันฉันจะโทรไปบอกแม่ฉัน ให้เธอส่งมาให้ฉัน!”
สื่อเหอผิงยังคิดจะโน้มน้าว แต่เมื่อเซียวหลานเห็นเขายังไม่ไป จึงเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยันว่า “น้ำหน้าอย่างนายคู่ควรที่จะมายุ่งเรื่องของฉัน?”
“นายคิดว่านายเป็นใครกัน!”
“ไปให้พ้น!”
สื่อเหอผิงกำหมัด นัยน์ตาประกายความเคียดแค้นออกมา ทว่ากลับเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าตามใจอย่างไร้ที่เปรียบ “ตกลง ๆ เธอเลิกโกรธได้แล้ว ฉันจะไปเดี๋ยวนี้!”
ขณะเดียวกัน
เมืองหลวง
ณ คฤหาสน์แห่งหนึ่ง
บนชั้นสามในอาคารเดี่ยวอิฐแดงหลังหนึ่ง เสียงคำรามที่เต็มไปด้วยความเดือดดาลเสียงหนึ่งแว่วมา
“ทั้งหมดเป็นเพราะพวกแกตามใจจนเป็นอย่างนี้!” ในห้องรับแขก หลังจากเซียวขุยผู้บัญชาการเก่าที่ปลดเกษียณได้รับโทรศัพท์สายหนึ่ง เขาก็ทุบโต๊ะน้ำชาด้วยความเดือดดาล! คู่สามีภรรยาวัยกลางคนคู่หนึ่งที่อยู่ในชุดสูทจงซานยืนอยู่ในห้องรับแขก ข้างเท้าของพวกเขามีโต๊ะน้ำชาล้มอยู่ พวกเขาตกใจจนถอยหลังไปหลายก้าว
“พวกเขาถือดียังไง? ทำไมถึงกล้าไปยัดเยียดความผิดพูดจาให้ร้ายลูกสาวของผู้สละชีพ เพียงเพราะความดีชั่วของเซียวหลานเพียงคนเดียว?”
“ทำไมพวกเขาถึงบังอาจได้ขนาดนั้น?”
“พวกเขามีสิทธิ์อะไร?”
“ที่ตอนนี้พวกแกได้ใช้ชีวิตกันดีขนาดนี้ นั่นก็เป็นเพราะฉันโชคดีไม่ตายในสนามรบ! ถ้าสหายร่วมรบของฉันยังไม่ตาย แล้วคนที่ตายเป็นฉัน พวกแกจะไปมีบารมีอะไรกัน!”
“สะใภ้ใหญ่ ฉันขอเตือนเธอไว้เลยนะ ที่ฉันส่งเซียวหลานไปชนบทเพราะอยากจะดัดนิสัยแย่ ๆ แสนโง่และชอบใช้อำนาจบาตรใหญ่ของเด็กคนนั้น! ถ้าเธอกล้าแอบส่งเงินส่งของไปให้เซียวหลานลับหลังฉัน ก็ออกไปจากตระกูลเซียวซะ!”
“เจ้าใหญ่ ถ้าแกกล้าตามใจลูกเมียอีก แกก็ไสหัวออกไปจากตระกูลเซียวพร้อมกันเลย ฉันจะตีพิมพ์ว่าตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกของฉันกับแก!”
เมื่อลูกคนโตและลูกสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเซียวได้ยินดังนั้น ใบหน้าก็พลันซีดลง จากนั้นก็รีบรับปากกับคุณท่านว่า ครั้งนี้จะเชื่อฟังอย่างแน่นอน จะไม่ส่งเงินส่งของไปให้เซียวหลานอีกแล้ว!
[1] เรียกดินดินไม่ขาน หมายถึง ตกที่นั่งลำบาก ไม่มีคนช่วยเหลือ