06:12 น. ผมลืมตาขึ้น ผลัดลุกขึ้นจากเปล ผมมองไปรอบๆบริเวณ หมอกขาวปกคลุม สภาพการณ์มองเห็นเป็ไปได้ยาก ทัศนวิสัยด้วยสายตา เห็นแค่20เมตร ผมลุกขึ้นบิดร่างกาย พร้อมกับเช็ดขี้ตา ความหนาวเย็นเป็เพื่อนรักที่อยู่กับผมตลอด ผมอดที่จะกอดอกห่อตัวเดิมท่อมๆไปเบื้องหน้า ปรากฎกองไฟหลายกอง
ทหารที่ตื่นมาก่อนหน้านี้ต่างก่อไฟทำอาหารกัน ผมเดินกลับไปเก็บเปลนอนของผมอย่างลวกๆ ในขณะนั้นผมก็ได้ยินเสียงผู้กองพูดขึ้นมาท่ามกลางเสียงคุยกันของทหารที่นั้งผิงไฟกันอยู่
"กินข้าวกันให้เรียบร้อยทุกคน เราจะออกเดินทางกันเวลา 07:30 น." สิ้นเสียงของผู้กองจอมทรหดคนนั้น ผมเดินไปหาผู้หมู่ โพโพ หัวหน้าหมู่ของผม ผมนั้งลงพร้อมกับกินข้าว เนื้อตากแห้งที่เตรียมมาเป็อาหารเช้าสำหรับวันนี้ ด้วยความที่ว่ามันอยู่ได้นาน บวกกับไม่ต้องประกอบอะไรมากเลนเป็อาหารสำหรับทหารอย่างเราๆ ที่ต้องทำก็แค่หุงข้าวเท่านั้นเอง พวกเราทานข้าวเสร็จก็ถึงกำหนดเวลาเดินทาง พวกเราเดินกันเรื่อยๆตามแผนที่ที่หัวหน้าหมู่ได้รับแจก
เวลา10โมง สายหมอกเริ่มเบาบางลง แสงแดดยามเช้าสอดส่องแสงกระทบหยดน้ำค้างดูสวยงามดูจอัญมนี ด้วยความที่เราเดินในที่โล่งแจ้ง ความหนาวเลยทุเราเบาบางลงเพราะแสงแดดจากดวงอาทิตย์ของวันใหม่ ผมจำได้ว่าเราเดินกัน4กิโลกว่า ผู้กองมีคำสั่งให้เราตัดขึ้นบนเขาด้านซ้ายมือ เทือกเขาราซูตั้งตะหง่าอยู่เบื้องหน้า ทหารม้าเดนตายอย่างพวกเราไม่มัหรอกครับรถที่สามารถขับเคลื่ินที่ลาดตเวณระยะไกล ด้วยความที่งบประมาณของกองกำลังเราไม่ได้มีมากมาย อาวุธของทหารม้ากองพันเรามีแค่ รถจี๊ปติดปืน ปรส.82 12คัน รถถังขนาดไทเกอร์3คัน ฮอริปคอปเตอร์ส่งทางอากาศชนิดฮิวอี้6ลำ ยานพาหนะาทั้งหมดเป็ของมือสอง ที่ซื้อต่อมาจากสหรัฐอเมริกา ด้วยความจำเจ
บางครั้งก็มีอาวุธเก่าๆของไทยที่ส่งมาให้เาาวกะเหรี่ยงทำากู้ชาติอย่างลับๆ ในฐานะรัฐกันชนของสยาม สังเกตไม่ยาก อาวุธที่ประเทศไทยหรือสยามนั้นสนับสนุนมาก จะมีปั้มสังกัด ใว้ที่ตัวปืนทุกกระบอก
พวกเราเดินขึ้นเขาด้วกความทุกลักทุเล ดินยามหน้าฝนลื้นไถลลง ต้นไม้เถาวันถูกพวกเราจับเกาะกันเพื่อจะพยุงตัวเองเพื่อไปให้ถึงยอดเขา เวลาเที่ยงกว่า เรามาหยุดพักตรงชะง่อนหินหน้าผา พื้นที่บริเวณวันเป็ที่ราบกว้างพอที่พวกเราทั้ง40คนจะพักกันได้
"เราจะหยุดพักแล้วจะเดินทางวันพรุ่ง" เสียงของผู้กองจอมทรหดเอ่ยออกมา ให้กองทหารผู้ใต้บังคับบัญชาทั้ง39คน ตั้งฐานพักค้างแรมที่นี่
เหตุผลเพราะ ขณะนี้ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าแล้ว การเดินทางต่อไปคงจะลำบากมิหนำซ้ำยังอาจมีคนาเ็เพราะตกเข้าเป็แน่
ห้าโมงเย็นวันนี้ ฝนตกโปรยปรายไม่ยอมหยุดทั้งวัน พวกเราต่างเอาผ้ากันฝนมามัด รวมกันเป็กระโจมกันฝนแบบจำเจ ด้วยความที่เป็หน้าผา อากาศ ณ เวลานั้นเลยหนาวเย็นบวกกับลมที่พัดโชยมาโดนร่างของพวกเราตลอดเวลา
หมู่โพโพ หรือสิบโท โพโพ จ่าปลอว์วี นั้งยองๆเนื้อตัวสั่นเหมือนเ้าเข้าอยู่ข้างกระผม ในมือก็ถือกระป๋องอาหารขนาดเล็ก กำลังจกกินอย่างหิวโหยเหมือนกับปอบวัดดอน