ตอนที่ 16
แผนการขั้นต่อไป
ภายหลังออกจากร้านโอสถสุขสันต์ หลงจิวเมิ่งเร่งเดินทางกลับไปหาบิดาเพื่อบอกกล่าวว่าตนเองจะเก็บตัวฝึกฝน อาจจะหายหน้าหายตาไปสักหลายวัน
หลงหย่งฝูยิ้มตอบด้วยความรัก ยามนี้ตอนเองอ่อนแอแม้อยากทัดทานแต่มองดูแววตาแน่วแน่ของหลงจิวเมิ่งแล้วจึงใจอ่อน ส่ายศีรษะเบาพลางคว้าหยิบถุงเงินที่เก็บไว้ยามจำเป็กว่าร้อยเหรียญทองส่งมอบให้กับบุตรชาย พร้อมกำชับว่าให้นำไปแลกเปลี่ยนเป็โอสถรวมถึงสิ่งของที่หลงจิวเมิ่งคิดว่าจำเป็ แต่หลงจิวเมิ่งนั้นมีสิ่งของที่้าครบทุกอย่างด้วยความช่วยเหลือของต้าฮวนอยู่ก่อนจึงได้ส่งถุงใส่เงินกลับคืน พร้อมอ้างว่าตอนนี้ตนเองไปช่วยงานที่ร้านโอสถสุขสันต์ทั้งยังคบหาเป็สหายกับบุตรชายของท่านหมอใหญ่ต้าไห่เื่โอสถจึงพอจะขอหยิบยืมล่วงหน้า เงินก้อนสุดท้ายนี้หลงจิวเมิ่งอยากให้บิดาเก็บสำรองเอาไว้ เผื่อต้องใช้ในอนาคต
หลงหย่งฝูส่ายหน้ามิยินยอมบอกกับบุตรชายว่าหยิบยืมสุดท้ายก็ต้องใช้คืน ยามนี้ตนเองล้มป่วยทำได้เพียงนอนพักผ่อนอยู่แต่ในเรือน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่มากมาย แถมสิ่งของจำเป็บางส่วนยังได้รับแบ่งปันจากตระกูลหลง เงินทองต่อให้เก็เอาไว้ก็ไร้ความหมายแต่สำหรับหลงจิวเมิ่งที่นับวันยิ่งเติบโต โอสถวิเศษยิ่งจำเป็ไม่อาจขาดสุดท้ายหลงจิวเมิ่งไม่อาจเลี่ยง ยินดีรับถุงเงินที่บิดามอบให้แต่โดยดี
การสนทนาจบลงด้วยรอยยิ้ม ก่อนหลงจิวเมิ่งจะออกเดินทางหลงหย่งฝูยังขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยคุ้มครองและหนุนเสริมบุตรชายของตน
หลงจิวเมิ่งเดินทางออกจากเขตป้อมพายุหิมะหากทุกสิ่งเป็ไปตามแผนการที่วางเอาไว้ การเดินทางไกลครั้งนี้ คงกินเวลายาวนานสิบถึงสิบห้าวัน โดยจุดหมายปลายทางคือยอดเขาสูงชันอันหนาวเหน็บ ที่เรียงรายต่อเนื่องกันนับร้อยลูก
ตามบันทึกที่หลงจิวเมิ่งได้อ่านผ่านตา...กระถางิญญาแห่งความโลภปรากฏขึ้นในงานประมูลใหญ่ประจำปีของ...นครหลวงไท่เว่ย หลังจากนี้อีกเกือบสิบปีซึ่งมีประวัติบันทึกที่มาสมบัติปริศนาชิ้นนี้ ผู้ขายระบุว่าได้รับมาจาก...นาวา์ไร้กาล และด้วยข้อมูลที่ปะติดปะต่อกันโดยการค้นคว้าของหลงจิวเมิ่งเอง ทำให้รู้ว่า...นาวา์ไร้กาล นั้นเคยปรากฏขึ้นในอาณาจักรไท่เว่ยสามครั้ง ในสถานที่และเวลาที่แตกต่างกันทั้งสิ้น
สถานที่ครั้งแรก ซึ่งมันปรากฏตัวขึ้นมาก็คือ...เขตแดนหิมะร้อยภูผาดินแดนที่อยู่ถัดขึ้นไปจาก เขตแดนป้อมพายุหิมะทางเหนือ เพียงแต่การปรากฏขึ้นครั้งแรก่เวลาที่สืบค้นได้นั้นมิได้ระบุชัดเพียงบอกว่าเป็ผู้ฝึกตนหลักจากสำนักวิชานครใหญ่พบนาวา์ไร้กาลใน่พายุหิมะหนาหนักยากฟันฝ่าใน..ปีไท่เว่ยแปดหมื่นสองพันสิบสี่ แต่มิได้กล่าวถึงระยะเวลาที่...นาวา์ไร้กาลจะคงอยู่ในสถานที่นี้ ว่ายาวนานเท่าใดก่อนจะหายไปอีกครั้ง แถมรายละเอียดและวาสนาวิเศษที่ได้รับก็ไม่มีข้อมูลที่ถูกบันทึกเอาไว้
ทางเดินสัญจร่ต้นมุ่งหน้าไปยัง...เขตแดนหิมะร้อยภูผานั้นไม่ลำบากนัก เนื่องจากปรากฏมีการหักร้างถางพง เพื่อทำเส้นทางจนสุดแดนเชื่อมต่อแต่เมื่อเดินพ้นเขตแดนป้อมพายุหิมะไปแล้ว การเดินทางล้วนเป็เนินเขาสูงชันหินผาแหลมคม แถมยามนี้เข้าใกล้ฤดูพายุหิมะ ทุกทิศทางล้วนขาวโพลนยากจำแนกสุดท้ายหลงจิวเมิ่งตัดสินใจพักผ่อนฝึกฝนใน่เวลากลางวัน และออกเดินทางใน่เวลากลางคืนเพื่ออาศัยการสังเกตหมู่ดาวในการช่วยกำหนดทิศมุ่งหน้าขึ้น...เหนือ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านพ้น ในที่สุดหลงจิวเมิ่งก็สืบเสาะจนมาถึงยอดเขาสูงลูกหนึ่งปลายยอดขาวของมันลอยสูงโดดเด่นกว่าูเาเตี้ยรอบข้างอย่างแจ่มชัด
หลงจิวเมิ่งหยุดนิ่งสำรวจดูโดยรอบอยู่พักใหญ่ในที่สุดหลงจิวเมิ่งค่อยตัดสินใจเลือกยอดเขาแห่งนี้เป็ทำเลในการวางค่ายกล โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อตรวจจับ...ทัณฑ์สายฟ้าที่มักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีปรากฏการณ์สำคัญหรือสิ่งของวิเศษทรงอำนาจปรากฏขึ้นบนปฐี
กิ่งไม้แห้งที่หลงจิวเมิ่งหักมาจากไม้ยืนต้นตายใกล้ ๆถูกใช้แทนพู่กันขีดวาด กำหนดจุดต่าง ๆ ไปบนพื้นหิมะหนา ท่อนไม้ต้นอสนีบาตที่สามารถดึงดูดสายฟ้าให้มารวมตัวถูกปักลงตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ก่อนหน้า เสียบลึกไปจนทะลุผ่านชั้นดินด้านล่างกิ่งไม้ห้าชิ้นถูกปักตามตำแหน่งหนุนเสริมครบครัน หลงจิวเมิ่งจึงค่อยลงมือกำจัดหิมะขาวใจกลางก่อนจะลงมือขีดวาดอักขระไล่เรียงเป็วงเชื่อมต่อจุดที่แท่งไม้ปักลง ก่อเกิดเป็วงค่ายกลรอบนอกหนึ่งชั้นซึ่งค่ายกลอสนีบาตนี้มีฤทธิ์ดึงดูดอสนีบาตใกล้ให้เข้ามารวมตัวที่จุดเดียว
หลังจากค่ายกลรอบนอกชั้นแรกเสร็จสิ้น ค่ายกลชั้นที่สอง ซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยโลหิตของอสูรธาตุดินที่มีความสามารถในการป้องกันสายฟ้าเป็เลิศ ถูกใช้แทนหมึกเขียนอักขระปกป้องซ้อนทับกันหลายชั้นเป็ค่ายกลชั้นที่สอง ส่วนค่ายกลสุดท้ายก็ดำเนินการดุจเดียวกับค่ายกลในชั้นที่สอง ทำหน้าที่ปกป้องสิ่งของที่วางอยู่ภายใน สุดท้ายเมื่อค่ายกลทั้งสามถูกจัดวางเสร็จสิ้นหลงจิวเมิ่งจึงหยิบหยกเชื่อมิญญาทั้งสองชิ้นออกมาก่อนจะใช้โลหิตของตนเองหยดลงไปป้อนหยกทั้งสอง ทันทีที่หยกทั้งสองชิ้นดื่มโลหิตของหลงจิวเมิ่งเข้าไปจากเนื้อหยกสีขาวนวลก็แปรเปลี่ยนเป็ชมพูเรื่อ ก่อนจะส่องแสงสว่างแวบหนึ่งค่อยกลับคืนเป็ปกติเมื่อการเชื่อมต่อิญญาของหยกเสร็จสิ้นหลงจิวเมิ่งก็นำหยกชิ้นหนึ่งไปวางเอาไว้ที่ใจกลางค่ายกลทั้งสาม
เมื่อทุกอย่างถูกจัดวางเสร็จสิ้น หลงจิวเมิ่งค่อยใช้ลมปราณถ่ายเทลงไปเพื่อเปิดใช้งานอักขระที่ขีดวาดที่ละจุดทีละจุด จนเวลาผ่านพ้นไปราวหนึ่งชั่วยามในที่สุดอักขระทุกตัวก็ส่องสว่าง ค่ายกล...จับอสนีบาต รอบนอกพลันส่งเสียงคำรามกระหึ่มก้องก่อนจะตามมาด้วยค่ายกล...พิทักษ์ปฐี ที่ด้านในทั้งสองชั้น ประสานเสริม ก่อเกิดปรากฏการณ์ม่านพิทักษ์สีน้ำตาลส่องแสงเจิดจ้าปกคลุมบริเวณโดยรอบครู่หนึ่งก่อนจะหดตัวแคบกลับคืนดุจเดิม
หลังจากค่ายกลทั้งสามเริ่มทำงานสมบูรณ์หลงจิวเมิ่งจึงเสาะหาถ้ำโพรงที่พอจะใช้เป็ที่พักผ่อน รวมถึงฝึกฝนลมปราณ ซึ่งระหว่างเดินทางไกลครานี้หลงจิวเมิ่งได้เลื่อนระดับบ่มเพาะจากลมปราณก่อกำเนิดขั้นกลาง กลายเป็ลมปราณก่อกำเนิดขั้นปลายเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หนึ่งวันหนึ่งคืนผ่านพ้นปรากฏสายฟ้าทั่วไปถูกดึงดูดเข้าใส่ค่ายกล แม้ผ่านม่านปกป้องชั้นแรกเข้ามาได้แต่ก็ไม่อาจระคายผิวของค่ายกลชั้นที่สอง ทำให้หลงจิวเมิ่งมั่นใจว่าหากสายฟ้าที่ผ่าลงมา เป็เพียงสายฟ้าทั่วไปในธรรมชาติ ค่ายกลปกป้องสองชั้นน่าจะพอรับมือได้และหากหยกวิเศษภายในแตกออกเมื่อไหร่ นั้นแปลว่าต้องเกิดสายฟ้าที่รุนแรงและมีโอกาสที่สายฟ้าเช่นนั้นจะเป็สายฟ้าจากทัณฑ์์ถึงแปดเก้าส่วน
...เอาละ แผนการตรวจจับทัณฑ์สายฟ้าของเราเสร็จสิ้นเสียที หากว่าหยกเชื่อมิญญาภายในแตกเมื่อไหร่ข้าก็หวังว่าสิ่งที่ปรากฏขึ้นพร้อมสายฟ้าขนาดใหญ่ จะเป็ปรากฏการณ์นำก่อนการปรากฏตัวของนาวา์ไร้กาล แต่หากผิดพลาด ข้าก็คงต้องอยู่เฝ้าสถานที่แห่งนี้จนกว่าฤดูกาลพายุหิมะจะผ่านพ้น
หลังจากที่การทดสอบหนึ่งวันหนึ่งคืนยุติลงหลงจิวเมิ่งจึงได้ตัดสินใจเดินทางกลับ แต่เนื่องจากขามาเป็เส้นทางขึ้นเขาเสียส่วนใหญ่เมื่อขากลับเป็การเดินทางลงเขาในทิศทางตรงกันข้ามทำให้การเดินทางกลับใช้เวลาเพียงแค่สี่วันเท่านั้น หลงจิวเมิ่งก็เดินทางมาจนถึงชายขอบเขตแดนป้อมพายุหิมะอีกครั้ง