สายลมหวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้สูงเสียดฟ้า เสียงใบไม้เสียดสีกันดังราวกับเสียงกระซิบของภูตผี บรรยากาศภายใน "ป่าหมอกปีศาจ" แตกต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง หมอกสีขาวขุ่นหนาทึบปกคลุมไปทั่วบริเวณ ทำให้ทัศนวิสัยเหลือเพียงไม่กี่ก้าว
รถม้าของคณะเดินทางเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆ เสียงล้อรถบดทับกิ่งไม้แห้งดังกรอบแกรบเป็ระยะ ความเงียบสงัดที่ผิดปกติทำให้ เจ๊หงส์ ซึ่งนั่งอยู่ภายในรถม้าเริ่มรู้สึกอึดอัด นางกำด้ามพัดเหล็กในมือแน่น เหงื่อเย็นซึมชื้นที่ฝ่ามือ ความงกเื่ค่าผ่านทางที่นางเคยภูมิใจ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความหวาดระแวง
ที่ด้านหน้า หลินฟาน บังคับม้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย แววตาของเขาไม่ได้ขี้เล่นเหมือนตอนอยู่หน้าเตาไฟ แต่กลับคมกริบและกวาดมองไปรอบทิศทางอย่างระแวดระวัง หยางเจียน นั่งอยู่ข้างๆ มือขวากุมด้ามดาบปังตอั์ที่สะพายหลังไว้แน่น นิ้วมือเกร็งจนข้อขาว ส่วน จูเกัด นั่งหลับตาอยู่บนหลังคาเกวียน ใช้สมาธิฟังเสียงการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่ง อาเป่า นั่งนิ่งอยู่ท้ายรถ ไม่ได้หลับและไม่ได้กิน ดวงตากลมโตจ้องมองเข้าไปในความมืดของป่า ราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังจ้องมองเหยื่อ
"หยุดรถ" จูเกัดเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ชัดเจนท่ามกลางความเงียบ
หลินฟานกระตุกเชือกบังคับม้า รถม้าหยุดกึกทันที
"มีอะไรหรือ?" เจ๊หงส์กระซิบถามผ่านม่านหน้าต่าง
"นกไม่ร้อง... แมลงเงียบเสียง..." หลินฟานตอบเสียงต่ำ "และกลิ่นคาวเืที่ลอยตามลมมา... พวกมันล้อมเราไว้แล้ว"
สิ้นเสียงของหลินฟาน เสียงแหวกอากาศก็ดังขึ้น!
ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟึ่บ!
ลูกธนูหัวเหล็กนับสิบดอกพุ่งออกมาจากม่านหมอกรอบทิศทาง เป้าหมายคือทุกคนบนรถม้า!
"คุ้มกัน!" หลินฟานตวาดลั่น
เขาสะบัด 'ตะหลิวเหล็กดำ' ในมือด้วยความเร็วสูง เกิดเป็ม่านพายุหมุนปัดป้องลูกธนูที่พุ่งเข้าใส่ตัวเขาและม้า เคร้ง! เคร้ง! ลูกธนูถูกปัดกระเด็นร่วงกราว
ที่ด้านหลัง หยางเจียนะโลงจากรถ ดึงดาบปังตอั์ออกมาวาดเป็วงกลม คลื่นดาบที่อัดแน่นด้วยลมปราณกระแทกลูกธนูจนหักสะบั้น ส่วนจูเกัดสะบัดพัดขนนก ซัดลูกคิดทองคำออกไปกระแทกหัวลูกธนูที่เล็ดลอดเข้ามาอย่างแม่นยำ
"ออกมา!" หลินฟานคำราม พลังปราณราชันย์แผ่ออกมากดดัน
เงาร่างมนุษย์นับยี่สิบคนค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้นจากหมอก พวกมันสวมชุดหนังหยาบๆ ใบหน้าโพกผ้าปิดบัง อาวุธในมือเปื้อนเืแห้งกรัง แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่โเี้ นี่คือ "กองโจรป่าร้อยศพ" กลุ่มโจรที่ขึ้นชื่อเื่ความอำมหิต ปล้นฆ่าไม่เลือกหน้าและไม่เคยปล่อยเหยื่อรอดชีวิต
ชายร่างั์ที่มีแผลเป็พาดผ่านใบหน้า เดินถือดาบหัวตัดออกมาจากกลุ่ม "ปฏิกิริยาดีนี่..." หัวหน้าโจรแสยะยิ้มเผยฟันดำ "ทิ้งรถม้า ทรัพย์สิน และผู้หญิงไว้... แล้วข้าอาจจะพิจารณาให้พวกเ้าตายสบายๆ"
หลินฟานก้าวลงจากรถม้า ยืนขวางหน้ารถไว้ "หยางเจียน... อาเป่า..." เขาเรียกชื่อลูกชายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "บทเรียนที่ 1 ของโลกยุทธภพ... 'ความเมตตาต่อศัตรู คือความโหดร้ายต่อตนเอง'"
"ฆ่าให้หมด"
คำสั่งสั้นๆ แต่เปี่ยมด้วยอำนาจเด็ดขาด บรรยากาศรอบตัวหยางเจียนเปลี่ยนไปทันที จากเด็กน้อยกลายเป็แม่ทัพผู้ผ่านามานับพัน "รับทราบ!"
หยางเจียนพุ่งตัวออกไปเป็คนแรก ร่างเล็กๆ พลิ้วไหวราวกับภูตพราย โจรคนหนึ่งเงื้อดาบจะฟัน แต่หยางเจียนสไลด์ตัวหลบต่ำ ดาบปังตอในมือตวัดขึ้นในมุมที่คาดไม่ถึง ฉัวะ! ไม่ใช่การฟันมั่วซั่ว แต่มันคือ 'เพลงดาบเต้าหู้พันชั้น' ที่ประยุกต์เข้ากับการสังหาร คมมีดตัดผ่านข้อต่อหัวเข่าของโจรอย่างแม่นยำ เืสาดกระเซ็น ร่างของโจรทรุดฮวบลงพร้อมเสียงร้องโหยหวน ก่อนที่หยางเจียนจะหมุนตัวตวัดดาบซ้ำที่ลำคอเพื่อจบชีวิตอย่างรวดเร็ว
อีกด้านหนึ่ง โจรสามคนวิ่งกรูเข้าไปหาเด็กทารกท้ายรถ (อาเป่า) หมายจะจับตัว "เด็กเปรต! มาให้ข้าจับซะดีๆ!"
อาเป่าลุกขึ้นยืนช้าๆ แววตาไร้เดียงสาหายไป เหลือเพียงแววตาของ 'เทพา' เขากำ 'สากกะเบือหิน' ในมือแน่น แล้วเหวี่ยงออกไปเต็มแรง วูบ! สากหินแหวกอากาศเกิดเสียงดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า ผัวะ! โจรคนแรกที่วิ่งเข้ามาถูกสากหินกระแทกเข้ากลางอก เกราะหนังยุบลงไปพร้อมซี่โครงที่แหลกละเอียด ร่างกระเด็นปลิวไปชนต้นไม้ด้านหลังจนแน่นิ่งไป อีกสองคนชะงักกึก ขาสั่นด้วยความหวาดกลัว
"อย่า... อย่าเข้ามานะ!"
อาเป่าไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาะโพุ่งตัวเข้าหาด้วยพละกำลังมหาศาล พื้นดินที่เขาเหยียบยุบลงเป็หลุม นี่ไม่ใช่การต่อสู้... แต่มันคือการบดขยี้ฝ่ายเดียว
หัวหน้าโจรเห็นลูกน้องถูกจัดการอย่างง่ายดาย ก็คำรามลั่นด้วยความโกรธ "ไอ้พวกสวะ! ตายซะ!" มันะเิพลังปราณระดับ 'ก่อกำเนิด ขั้นกลาง' ออกมา ร่างกายขยายใหญ่ขึ้น เส้นเืปูดโปน พุ่งเข้าใส่หลินฟานด้วยความเร็วสูง ดาบหัวตัดฟันลงมาด้วยแรงที่ผ่าหินได้!
หลินฟานยืนนิ่ง ไม่ขยับหนี เขามีเพียงพลังปราณ 'รวบรวมลมปราณ ขั้น 1' ซึ่งห่างชั้นกับหัวหน้าโจรหลายขุม แต่สิ่งที่เขามีเหนือกว่าคือ 'ประสบการณ์'
ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบจะถึงศีรษะ หลินฟานเบี่ยงตัวเพียงหนึ่งฝ่ามือ ตูม! ดาบของหัวหน้าโจรฟันลงพื้นดินจนเกิดรอยแยก
"ช้า..." หลินฟานเอ่ยเสียงเย็น เขาใช้จังหวะที่หัวหน้าโจรยังดึงดาบกลับไม่ได้ แทง 'ตะหลิวเหล็กดำ' สวนออกไป ตะหลิวที่ดูไร้พิษสง ถูกอัดแน่นด้วยปราณหมุนวนที่ปลาย เป้าหมายไม่ใช่จุดตาย แต่เป็ 'จุดชีพจรใต้รักแร้'
ปึก!
"อ๊ากกก!" หัวหน้าโจรร้องลั่น แขนขวาชาหนึบจนดาบหลุดมือ หลินฟานไม่ปล่อยโอกาส เขาหมุนตัวเตะกวาดล่างจนหัวหน้าโจรเสียหลัก แล้วใช้สันตะหลิวกระแทกเข้าที่ท้ายทอย ตุ้บ!
ร่างั์ของหัวหน้าโจรล้มตึงลงกองกับพื้น สลบเหมือดทันที
สนามรบเงียบลง... โจรที่เหลือเมื่อเห็นหัวหน้าพ่ายแพ้และเพื่อนตายเกลื่อน ก็ทิ้งอาวุธวิ่งหนีเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต แต่ลูกธนูและก้อนหินพุ่งตามหลังไปเด็ดชีพพวกมันทีละคน... ไม่มีใครรอดพ้นสายตาของจูเกัดและอาเป่า
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หยางเจียนสะบัดเืออกจากดาบปังตอ ใบหน้าเปื้อนเืเล็กน้อย หอบหายใจแ่เบา อาเป่าเดินไปเก็บสากหินกลับมา นั่งลงที่เดิมเงียบๆ
เจ๊หงส์ค่อยๆ เปิดม่านรถม้าออกมา นางมองเห็นศพที่นอนเกลื่อนกลาด เห็นเืที่นองพื้น และเห็นแผ่นหลังของหลินฟานที่ยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางความตาย นี่เป็ครั้งแรกที่นางตระหนักว่า... "ยุทธภพ" ไม่ใช่นิยายสนุกสนาน แต่มันคือสถานที่ที่ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ
หลินฟานหันกลับมา สบตากับเจ๊หงส์ "ไปกันเถอะ..." เขาบอกเสียงเรียบ "เราต้องรีบออกจากป่านี้ก่อนตะวันตกดิน กลิ่นเืจะเรียกสัตว์อสูรมา"
ไม่มีใครพูดอะไรอีก รถม้าเคลื่อนตัวออกไป ทิ้งไว้เพียงซากศพและความจริงอันโหดร้าย การเดินทางครั้งนี้... ไม่ใช่แค่การไปหาขุมทรัพย์ แต่มันคือการเดินทางบนเส้นทางสายโลหิต ที่พวกเขาต้องแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นจึงจะรอด