ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 ผมยังหนุ่มแน่นอยู่นะ

            และแล้ว…อาหารในชามเล็กๆ ก็ถูกเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยกินจนหมดเกลี้ยงด้วยความเร็วราวพายุหมุน เอาเถอะ ดูเหมือนเธอจะอุ้มคุณชายจากมิติมาเลี้ยงเสียแล้ว

            หยางหว่านซิ่วที่อยู่ข้างๆ ไม่ได้สังเกตเห็นว่าจิ่งเยี่ยนกุยเติมน้ำลงในชามเล็ก เห็นแค่ปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนกับสุนัขแล้วรู้สึกขบขันไม่น้อย เพราะตั้งแต่จิ่งเยี่ยนกุยเข้ามาอยู่ในบ้านเก่า ชีวิตที่ดูไม่มีอะไรของเธอก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมา

            เธอยิ้มก่อนพูดขึ้นว่า “เยี่ยนกุย ตั้งชื่อให้ลูกหมาหน่อยสิ!”

            จิ่งเยี่ยนกุยพลั้งปากออกมาทันที “คุณย่าบอกว่ามันเป็นแค่เจ้าตัวเล็ก งั้นเรียกว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายก็แล้วกันค่ะ”

            คำว่าเสี่ยวจ๋ายจ๋ายในภาษาถิ่นหมายถึงเจ้าเด็กน้อย

            ลูกหมาน้อยส่งเสียงครางหงิงๆ เหมือนไม่พอใจชื่อนี้ ก่อนจะอ้าปากกัดขากางเกงของเธอ

            เธอยื่นมือไปดีดหน้าผากลูกหมาน้อยแล้วพูดว่า “จะลูกหมาน้อยหรือเสี่ยวจ๋ายจ๋าย เลือกเอาชื่อที่ชอบมาสักชื่อ อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสเลือกนะ ถ้าไม่เลือกก็ฟังฉัน!”

            ในดวงตากลมโตของลูกหมาน้อยมีแววน้อยใจอยู่บ้าง มันส่งเสียง “หงิงๆ” สองสามครั้ง แล้วก็นอนคว่ำหน้าลงข้างเท้าจิ่งเยี่ยนกุยอย่างจำนน ท่าทางเหมือนหมดอาลัยตายอยาก

            หยางหว่านซิ่วที่อยู่ข้างๆ พูดอย่างแปลกใจ “ลูกหมาน้อยตัวนี้ดูฉลาดจัง เหมือนจะฟังคนพูดรู้เรื่องด้วย”

            ช่วงนี้จิ่งเยี่ยนกุยมีความเข้าใจเรื่องมิติที่แปลกประหลาดมากขึ้น ที่นั่นไม่ใช่สถานที่ปกติเลยสักนิด การที่มีลูกสุนัขฟังคนพูดรู้เรื่องได้ก็ไม่แปลกอะไรสำหรับเธอ

            ตอนนี้เธอดีใจที่ได้พาเสี่ยวจ๋ายจ๋ายกลับมาท่ามกลางสายตาหยางหว่านซิ่วและจิ่งจงอี้ ไม่อย่างนั้นเรื่องแปลกประหลาดเหล่านี้ก็จะเกี่ยวข้องกับเธอ นานไปสองปู่ย่าอาจจะสงสัยเอาได้

            เธอหัวเราะแล้วพูดว่า “มันจะไปฟังคนรู้เรื่องได้ที่ไหน อย่างมากก็แค่ดูสีหน้าคนค่ะ แต่ดูเหมือนมันจะฉลาดกว่าหมาทั่วไปนิดหน่อย ต่อไปคงจะเลี้ยงง่ายและเฝ้าบ้านได้นะคะ”

            หางของเสี่ยวจ๋ายจ๋ายส่ายไปมาอย่างมีความสุขยิ่งกว่าเดิม มันเอาหน้าขนปุยถูไถกับเท้าของจิ่งเยี่ยนกุยจนเธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

            หยางหว่านซิ่วยื่นเงินที่ขายเนื้อหมูได้ในวันนี้ให้กับจิ่งเยี่ยนกุยทั้งหมด “แกเก็บหมูป่ากลับมาได้ เงินนี้เป็นของแกทั้งหมด”

            จิ่งเยี่ยนกุยหยิบธนบัตรสิบหยวนออกมาสิบใบ แล้วคืนเงินส่วนที่เหลือให้หยางหว่านซิ่ว “ช่วงนี้หนูจะทำธุรกิจ ต้องใช้เงินทุนหน่อย แต่เงินนี้หนูก็เอาไปหมดไม่ได้ ร้อยหยวนนี้หนูขอยืมคุณปู่คุณย่านะคะ ถ้าหนูทำกำไรได้จะเอามาคืน แต่ถ้าขาดทุนหมด ก็ยังคงมีเงินเหลือไว้กับปู่กับย่าค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วขมวดคิ้วเล็กน้อย จิ่งเยี่ยนกุยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณย่าเชื่อเถอะ หนูจะหาเงินให้ได้ ไม่ทำให้เงินพวกนี้สูญเปล่าแน่นอน”

            “ย่าไม่ได้หมายความอย่างนั้น” หยางหว่านซิ่วร้อนรน “แกต้องไปเรียนไม่ใช่เหรอ? ไปเรียนต้องใช้ค่าเล่าเรียนและค่ายังชีพนะ เงินพวกนี้แกเก็บไว้เองเถอะ”

            จิ่งเยี่ยนกุยหัวเราะแล้วพูดว่า “เงินแค่นี้ไม่พอจ่ายค่าเหล่านั้นหรอกค่ะ หนูอยากหาเงินให้ได้เยอะกว่านี้ แต่หนูจะเอาเงินทั้งหมดของบ้านไปทำอะไรแบบนั้นไม่ได้ ยังไงคุณย่าก็เก็บเงินนี้ไว้เถอะค่ะ”

            หยางหว่านซิ่วเห็นว่าช่วงนี้หลายสาวมีความคิดมากขึ้นก็เลยไม่ได้พูดอะไรอีกจึงเก็บเงินทั้งหมดไว้ แต่ในใจกำลังคิดคำนวณว่าจิ่งเยี่ยนกุยจะต้องใช้เงินเล่าเรียนเท่าไหร่ และเธอเองมีเงินเก็บแค่ไหนที่สามารถเอามาให้หลานสาวใช้จ่ายค่าเล่าเรียนและค่ายังชีพได้บ้าง

            เมื่อนึกถึงที่คนอื่นเคยบอกว่าค่าเล่าเรียนในมหาวิทยาลัยต้องจ่ายหลายร้อยหยวนต่อเทอม แต่เงินเก็บของเธอทั้งหมดรวมกันก็มีแค่ไม่กี่ร้อยหยวน และเงินพวกนี้ถือว่าเป็นเงินสำหรับงานศพของเธอแล้ว

            เธอรู้สึกเสียดายขึ้นมา แต่ถ้าจิ่งเยี่ยนกุยสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้จริงๆ ก็ยินดีที่จะเอาเงินเหล่านี้ออกมา เธอเองก็เหมือนคนที่ใกล้จะลงโลงอยู่แล้ว ไม่หวังให้จิ่งเยี่ยนกุยตอบแทนอะไร แค่ถือว่าเป็นการไถ่บาปให้จิ่งเจี้ยนกั๋วและหลิวชุนฮวาแล้วกัน!

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่อาจล่วงรู้ถึงความตั้งใจของหยางหว่านซิ่ว การบาดเจ็บครั้งนี้ทำให้เธอเสียเวลาทำเงินไปมาก ตอนนี้เหลือเวลาอีกแค่เดือนกว่าๆ ก่อนจะเปิดเทอม เธอจึงจำเป็นต้องเร่งหาเงินและตั้งใจเรียนไปด้วย

            ในระหว่างกำลังเรียน เธอสังเกตเห็นสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจน ตอนนี้เธอจดจำอะไรได้รวดเร็วมาก อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์จากชาติที่แล้ว อีกทั้งความสามารถในการทำความเข้าใจของเธอก็ดีมากเหมือนกัน ดังนั้นแม้ว่าพื้นฐานจะไม่ค่อยดี แต่เธอก็เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและพัฒนาได้เร็วมาก

            หลังจากฟางเสียนจือช่วยติวให้เธอได้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ เขาก็สังเกตเห็นปรากฏการณ์นี้เช่นกัน ตอนแรกเขาคิดว่าด้วยระดับของเธอในตอนนี้ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยคงเป็นเรื่องยาก แต่พอเห็นความก้าวหน้าในการเรียนของเธอที่รวดเร็ว เขาก็รู้สึกว่าถ้าพัฒนาต่อไปด้วยความเร็วแบบนี้ เธอไม่เพียงแต่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ แต่ยังสอบได้คะแนนดีมากอีกด้วย

            สำหรับปรากฏการณ์นี้ เขาคิดว่าอาจเป็นเพราะเมื่อก่อนเธอถูกหลิวชุนฮวาทารุณมากเกินไปจนไม่มีเวลาและสมาธิที่จะเรียน ตอนนี้พอหลุดพ้นจากการควบคุมของหลิวชุนฮวาและตั้งเป้าหมายไว้แล้ว ผลการเรียนของเธอถึงได้พัฒนาขึ้นไวจี๋เหมือนวิ่งได้วันละพันลี้

            ในใจของเขารู้สึกภูมิใจเล็กน้อย ดังนั้นจึงเริ่มมีความคิดเห็นอื่นเกี่ยวกับเรื่องการเรียนของเธอ ตอนที่เขากลับถึงบ้าน ยังพบว่าในบ้านมีเนื้อชิ้นใหญ่เพิ่มเข้ามา

            เจียงอี่โหลวเห็นสายตาฉายแววสงสัยของเขาก็หัวเราะขึ้น “วันนี้เยี่ยนกุยโชคดีมาก ตอนขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรเจอหมูป่าตัวใหญ่ ก็เลยให้เรามาหนึ่งชิ้นใหญ่ กินยังไงก็ไม่หมดหรอก พรุ่งนี้แกเอาไปให้หลี่สือหยางบ้างนะ”

            สิ่งที่ฟางเสียนจือสนใจไม่ใช่เรื่องนี้ “วันนี้เธอขึ้นเขาไปเก็บสมุนไพรอีกเหรอครับ?”

            วันนี้เขามีธุระต้องไปที่ตัวเมือง เมื่อวานบอกเธอไว้ว่าวันนี้ติวหนังสือให้ไม่ได้ แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนที่อยู่เฉยไม่ได้ ขึ้นไปบนเขาตามลำพังเองเสียอย่างนั้น

            เจียงอี่โหลวถึงนึกขึ้นได้ว่าจิ่งเยี่ยนกุยเพิ่งได้รับบาดเจ็บสาหัสไปเมื่อสัปดาห์กว่าๆ เป็นแบบนี้แล้วยังกล้าขึ้นไปบนเขา เมื่อเห็นลูกชายจ้องเธอตาไม่กะพริบ เธอก็รู้สึกขนลุกเสียแล้ว “แกจ้องฉันทำไม ฉันไม่ได้เป็นคนให้หล่อนไปเก็บสมุนไพรบนภูเขาสักหน่อย”

            ฟางเสียนจือรู้ดีว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเจียงอี่โหลว เขาก็เลยไม่พูดอะไรและใช้ไม้ค้ำเดินออกไป

            เจียงอี่โหลวพูดพลางถอนหายใจ “อาการบาดเจ็บที่เท้าของแกเป็นการบาดเจ็บครั้งแรกที่ได้มาพร้อมกับเยี่ยนกุย อาการบาดเจ็บครั้งที่สองของคนอื่นแทบจะหายดีอยู่แล้ว แต่เมื่อไหร่แผลของแกจะหายสักที?”

            ฟางเสียนจือ “…”

            เขาพลันนึกถึงเรื่องที่ครั้งก่อนเชอฉางเกินบอกว่าจิ่งเยี่ยนกุยรังเกียจที่เขาอายุมากกว่าเธอ เรื่องนี้มันทำร้ายจิตใจเขาไม่น้อยเลยจริงๆ!

            สีหน้าของเขาเย็นชา ในใจก็ยังรู้สึกหดหู่อีกด้วย

            ที่จริงแล้วความสามารถในการฟื้นตัวของเขาถือว่าไม่เลวเลยทีเดียว คำโบราณกล่าวไว้ได้ดี อาการบาดเจ็บถึงเอ็นกระดูกต้องใช้เวลารักษาร้อยวัน  เขาพักรักษาตัวมาเดือนกว่า อาการก็ดีขึ้นมากแล้ว เพียงแต่กระดูกที่ร้าวจะฟื้นตัวง่ายๆ ได้ที่ไหนกัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังรู้สึกเจ็บตอนเดินอยู่เลย

            ความสามารถในการฟื้นตัวของจิ่งเยี่ยนกุยดีจนเขารู้สึกอิจฉา สมแล้วที่เป็นคู่หมั้นของเขา การเรียนรู้ก็เร็วเหมือนฟ้าแลบ การฟื้นตัวของบาดแผลก็รวดเร็วไม่แพ้กัน ทำเอาเขารู้สึกกดดันไม่น้อยเลยทีเดียว

            เจียงอี่โหลวยังพูดอีกว่า “ฟ้ามืดแล้ว วันนี้แกอยู่แต่ที่บ้านซะเถอะ ถึงจะหมั้นกันแล้ว แต่การที่แกไปอยู่ในบ้านสาวทุกวันแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน! หลายวันมานี้เพื่อนบ้านข้างๆ พูดถึงเรื่องของพวกแกอยู่ทุกวัน ฉันฟังแล้วยังรู้สึกอายด้วยซ้ำ”

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592