ชายหนุ่มไปซื้อของต่าง ๆ ก่อนจะกลับไปหาครอบครัว อย่างน้อยพวกเขาก็ควรจะมีความสุขกับการกลับมาในครั้งนี้
"พี่รู้ได้ยังไงครับว่าทางนี้เป็บ้านเกิดของผม"
"รู้สิ น้องสาวของเราให้เอาไว้ เหมือนจะรู้เลยนะว่าเราไม่เป็อะไร"
"เหรอครับ"
ท่ามกลางทางขึ้นเขา บทสนทนาเกิดขึ้นมาเป็บางครั้ง ชายหนุ่มเฝ้ามองทุกสิ่งรอบตัวราวกับว่ามันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขามี เขาเข้าใจถึงคำว่าชีวิตมากขึ้น แม้แต่่เวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต ่เวลาที่ต้องอดทนไปกับน้ำกรดและน้ำย่อยมากมายภายในท้องของั การที่เขายังมีชีวิตอยู่ มันมีเหตุผลในแบบของมัน
"ฉลาม ถึงแล้วนะ จะลงไปพร้อมพี่เลยไหม"
"ครับ ผมจะลงไปเลย"
ทั้งสองคนลงรถมาพร้อมกันก่อนที่หญิงสาวจะเดินไปทางประตูหน้าบ้าน ส่วนชายหนุ่มนั้นเริ่มที่จะก่อกองไฟอยู่ต้องสวนเล็ก ๆ พร้อมกับนำเนื้อต่าง ๆ ออกมา
ชายหนุ่มอยากจะดึงความรู้สึกแย่ ๆ ของครอบครัวออกไปแล้วนำความสุขที่ควรจะมีกลับมา
"แม่คะ หนูแวะมาหาค่ะ"
"อ่าว เป็ยังไงบ้างอาเจ๊คนสวย"
"แม่ก็ อย่าเรียกหนูแบบนั้นสิคะ"
แม้ว่าจะมีการพูดเล่นกัน แต่รู้สึกได้เลยว่าเธอนั้นยังมีความรู้สึกด้านลบออกมา เพราะร่างกายของเธอนั้นกลับมาเป็ปกติรวมถึงมีชีวิตที่ดีขึ้นนั้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันแลกกับชีวิตของลูกชายของเธอ
"งั้นพาทุกคนมานะคะแม่ เดี๋ยวหนูรออยู่ที่สวนค่ะ"
หญิงสาวยิ้มแย้มทุกครั้งที่พูด เธอก็ตื่นเต้นเช่นกัน การที่จะได้บอกข่าวดีแบบนี้คงทำให้อดที่จะตัวสั่นด้วยความรู้สึกดีไม่ได้
"โทษทีนะหนู หลานของฉันคงจะดื้อไปหน่อย เธอคงจะยังไม่ออกมาเร็ว ๆ นี้ละนะ"
เสียงของหญิงชราดังขึ้น ทุกคนนั้นเดินออกมาด้วยกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะ พ่อ แม่ พี่ชายคนโต และหญิงชราซึ่งเป็ย่าของชายหนุ่ม
"ไม่เป็อะไรหรอกค่ะคุณย่า เธอเจอเื่ร้าย ๆ มาเยอะ"
"แล้วคนนั้นคือใครละ แฟนหนูเหรอ?"
"ถ้าเป็อย่างนั้นก็ดีสิคะ เขาเล่นตัวไปหน่อย แหะ ๆ"
ทุกคนเริ่มล้อมวงเข้ามานั่ง เก้าอี้ถูกทำด้วยไม้ท่อนใหญ่ตกแต่งให้เหมาะแก่การนั่ง โดยจะวางล้อมกองไฟเอาไว้
"เป็ไงมาไงละพ่อหนุ่ม มีอะไรหรือเปล่าถึงมายังบ้านเล็ก ๆ กลางป่าเขาแบบนี้"
"ผม...ผมไม่"แม้ว่าชายหนุ่มจะทำใจมาสักพักแล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา เขาก้มหน้าลง หยดน้ำตาใส ๆ ไหลออกมาภายใต้หน้ากากตัวตลก แววตาของชายหนุ่มยังคงแจ่มใสเหมือนเดิม
"อ่าว เป็อะไรละ ไหนบอกหญิงแก่คนนี้หน่อยสิ"
เมื่อหญิงชราเห็นอย่างนั้น เธอก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้ามาหาชายหนุ่มช้า ๆ ก่อนที่เธอจะวางมือลง และชายหนุ่มก็จับไปที่ฝ่ามือของเธอ ฝ่ามือที่ไร้เรี่ยวแรง เหี่ยวและหยาบกร้าน
"อะ .... พ่อหนุ่ม ... พ่อหนุ่ม..."
สถานการณ์ซับซ้อนเป็อย่างมาก แต่เขาก็ยังคงไม่ถอดหน้ากากออกมา
"รอผมสักครู่นะครับ เดี๋ยว...เดี๋ยวผมกลับมา"
ชายหนุ่มพุ่งตัวหายไปจากจุดที่ยืนอยู่ เพียงไม่นานเขาก็หายลับไป
"คนนั้นคือใคร? ใช่ฉลามขาวหรือเปล่า"
"จากรูปลักษณ์แล้วไม่น่าใช่ครับ เขาค่อนข้างที่จะหนุ่ม อายุราว ๆ 26 เท่านั้น"
"หลบเร็ว!!!"
ทันทีที่พูดจบ เขาเห็นว่าผู้ชายที่นั่งอยู่นั้นหายตัวไปพร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาประชิดตัว
"อะไรกัน เราอยู่ห่างกับเขาหลายกิโลเลยนะ"
มีดัฟันเฉือนไปยังต้นไม้ที่พวกเขาหลบซ่อน มันขาดออกจากกันในทันที
"พวกคุณเป็ใคร มาจากไหน"
"พวกเราคือ..."
"เสเว่นทีม? ตระกูลใหญ่? ชนชั้นสูงเหรอ? ใครละ"
แม้ว่าคำพูดของเขาจะนิ่งเรียบ แต่กลิ่นอายที่แพร่ออกมาในทุก ๆ ครั้งที่พูด กลับดูราวกับปีศาจร้ายจ้องมองขึ้นมาจากขุมนรก
"พวกเรามาจาก" แม้ว่าจะมีหลักการการเก็บข้อมูลแต่นี่คือความรู้สึกหวาดกลัวจากภายในจิตใจ พวกเขามอบนามบัตรบางอย่างให้กับชายหนุ่มในทันที
"อ่อ... แถวนี้มีใครอีกไหม"
"ไม่มี...ที่นี่มีแค่พวกเรา"
"อืม กลับไปได้แล้ว บอกไปว่า เดี๋ยวผมจะแวะไปหา"
ฟึบ!!!
ชายหนุ่มหายไปจากการมองเห็นของทั้งสองในทันที
"บ้าเอ๊ย เพื่อนของคุณหนูมีคนคุ้มกันอยู่ด้วย"
"คุ้มกันก็บ้าละ นักฆ่าชั้น ๆ แกไม่เห็นกลิ่นอายเมื่อครู่หรือยังไง มันรุนแรงราวกับการฆ่าเรายังใจดีเกินไปเลย รีบกลับเร็วเข้า"
ทั้งสองเคลื่อนย้ายออกจากจุดหลบซ่อนในทันที
ทันทีที่ชายหนุ่มกลับมา ก็เห็นทุกคนกำลังเฝ้ามองเขาอยู่ไกล ๆ แต่เขาเห็น หญิงสาวร่างเล็กกำลังยืนมองเขาอยู่หน้าประตูบ้าน
เธอคือสาวน้อยที่เป็ดั่งอัญมณีชีวิต ตัวตนที่ทำให้ชายหนุ่มยังคงเฝ้าภาวนาให้เธอนั้นมีความสุขแม้ว่าตัวเองจะตกอยู่ในขุมนรกก็ตาม
"พี่...พี่คะ ฮื่อออออ"
เธอวิ่งเข้ามากอดชายหนุ่มอย่างแแ่ แม้ว่าชายหนุ่มจะเปลี่ยนรูปร่างจนแตกต่างออกไป เปลี่ยนแม้กระทั่งน้ำเสียง และสวมใส่หน้ากากที่ปิดบังเกือบทั้งใบหน้า เป็เพียงมุมปากเล็ก ๆ กับดวงตาเท่านั้น
หญิงสาวทุบตีชายหนุ่มอยู่อย่างนั้นแม้ว่าจะอยู่ในอ้อมกอดแล้วก็ตาม
"พี่กลับมาแล้ว ยัยตัวเล็ก"
คำพูดของชายหนุ่มทำให้ทุกคนใ แม้กระทั่งหญิงชราที่มั่นใจแล้วก็ตาม เธอก็อดที่จะดีใจไม่ได้
ชายหนุ่มถอดหน้ากากออกมาก่อนจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างของตัวเองให้กลับไปเป็เหมือนเดิม
เมื่อเห็นอย่างนั้น ทุกคนก็เข้ามาหาชายหนุ่มในทันที อ้อมกอดมากมายถูกมอบให้กับเขาสมใจอยาก คุ้มค่ากับการที่เขานั้นอดทนมาตลอด 2 ปี แม้ว่าจะมีพลังแห่งความอดทนก็ตาม แต่ความรู้สึกเจ็บก็ไม่เคยหายไปเลยแม้แต่น้อย
"นั่งกันเถอะครับ เดี๋ยววันนี้ผมจะทำอาหารพื้นบ้านอร่อย ๆ ให้กิน ทุกคนไม่เคยกินจิ้งจกั์พ่นไฟใช่ไหมล่ะครับ มันอร่อยมากเลยนะ"แม้ว่าความหิวกระหายของเขานั้นจะสูงมากราวกับสัตว์ป่าที่หิวโหย มันคงพร้อมจะแย่งชิงกับทุกคนอย่างแน่นอน แต่ชายหนุ่มกับยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ้าจะมอบสิ่งที่หาได้ยากและดีที่สุดให้กับครอบครัวเสมอ