“สหายฉันไม่ใช่คนนอก ฉันเป็ประธานกรรมการที่เพิ่งจะเข้าดำรงตำแหน่งของเครือหวังไห่”เย่เทียนเฉินกล่าวกับยามคนนั้นด้วยรอยยิ้ม
“ถ้านายเป็ประธานกรรมการคนใหม่ของเครือไห่หวังงั้นฉันก็เป็ผู้ก่อตั้งเครือไห่หวังแล้ว”
ได้ยินเสียงของหญิงสาวที่หวานฉ่ำเสียงหนึ่งเย่เทียนเฉินอดไม่ได้ที่จะหันไปมอง พบเพียงสาวงามร่างสูงคนหนึ่งใส่แว่นกันแดดสีดำขนาดใหญ่อันหนึ่ง สวมกระโปรงลายดอกไม้สวยงามโดยเฉพาะรองเท้าส้นสูงสีแดงคู่นั้นที่สวมอยู่บนเท้ามองแล้วให้ความรู้สึกถึงกลิ่นอายของผู้หญิงเต็มที่ มือซ้ายลากกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งมือขวากำลังกดโทรศัพท์อยู่
ตอนนี้เอง พอยามที่ยืนอยู่ตรงประตูเห็นสาวงามร่างสูงคนนี้ก็ชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนูกลับมาแล้วเหรอครับให้ผมช่วยถือกระเป๋านะครับ เชิญด้านในเลยครับ”
สาวงามร่างสูงคนนั้นถอดแว่นกันแดดสีดำอันใหญ่ออก ดวงหน้ารูปไข่อันงดงามดวงตาโตสวย ปากเล็กๆ ทรงดอกซากุระที่มีสีแดงเปล่งปรั่ง รวมกับรูปร่างอันน่าภาคภูมิใจที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าส่วนโค้งนับได้ว่าเป็หญิงงามคนหนึ่ง
“พี่ชายฉันมาถึงหรือยัง?” สาวงามร่างสูงมองเย่เทียนเฉินครู่หนึ่งสายตาเจือความโกรธแค้นอยู่เล็กน้อย กล่าวกับยามที่ยืนเฝ้ายามอยู่
“นายน้อยยังมาไม่ถึงครับแต่ก็น่าจะใกล้แล้ว คุณหนูเชิญด้านในเถอะครับ!”
“ยังไม่ถึงอีกเหรอ? พี่ฉันนี่จริงๆ เลย เอาแต่เร่งคนอื่นตอนนี้ดันมาสายซะได้ นี่กูลงจากเครื่องก็รีบมาเลยนะ”
เย่เทียนเฉินเห็นสาวงามร่างสูงคนนั้นเดินเข้าไปในตึกใหญ่กับยามดูเวลาก็ใกล้จะถึงเวลาที่นัดกับตระกูลฉีไว้แล้วเดิมทีเย่เทียนเฉินไม่ได้อยากมาที่เครือไห่หวัง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่ได้มีความสนใจจะเป็ประธานกรรมการอะไรนี่เลยแต่คำกล่าวของแม่ก็กล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้มีหุ้นของเครือไห่หวังอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์กลายเป็ประธานกรรมการที่แท้จริง หากว่าไม่ไปที่บริษัทเลยเกรงว่าบริษัทจะถูกผู้ไม่ประสงค์ดีฮุบไป ถึงอย่างไรหุ้นมากกว่าครึ่งของเครือไห่หวังเมื่อก่อนก็เคยเป็ของตระกูลฉี
ตอนที่เย่เทียนเฉินเดินเข้ามาในตึกใหญ่ของเครือไห่หวัง ก็พบว่าภายในตกแต่งได้อย่างหรูหราพอสมควรทั้งยังสะอาดและเรียบร้อยเป็พิเศษ ไม่มีของตกแต่งอะไรที่เกินความจำเป็เลยแม้แต่น้อยเมื่อเห็นว่าเย่เทียนเฉินเดินเข้ามาหญิงสาวสวมชุดทำงานคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์ก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้ารับแขก กล่าวถามยิ้มๆว่า “คุณผู้ชาย มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
“อ่าผมนัดกับฉีย่ากวงไว้ครับ บอกว่าจะประชุมกันที่ห้องประชุมใหญ่ ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหนเหรอครับ?” เย่เทียนเฉินถามด้วยรอยยิ้ม
“เอ๊ะ? คุณนัดกับประธารกรรมการฉีไว้เหรอคะ?”
เห็นได้ชัดว่าสาวสวยพนักงานต้อนรับคนนี้ ไม่เชื่อคำพูดของเย่เทียนเฉินเครือไห่หวังมีตระกูลฉีหุ้นอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์ตลอดมาก็มีฉีย่ากวงผู้เป็หลานคนโตและนายน้อยแห่งตระกูลฉีคอยดูแลจัดการเป็ประธานกรรมการของเครือไห่หวัง รวมกับชื่อเสียงของจระกูลฉีในเมืองหลวงมีน้อยคนที่จะกล้าเรียกชื่อฉีย่ากวงตรงๆ อีกทั้งชายตรงหน้าที่สวมชุดธรรมดาๆคนนี้แม้ว่าจะมีความหล่ออยู่หลายส่วน ก็คงจะไม่สามารถนัดหมายกับฉีย่ากวงได้หรอก พอดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนที่อยู่ระดับเดียวดังนั้นจึงทำให้ผู้คนไม่ค่อยเชื่อ
“ใช่แล้วผมคิดว่าตอนนี้หคงมีคนมาถึงหลายคนแล้ว ผมขึ้นไปก่อนนะ!”
ตอนนี้เอง เย่เทียนเฉินเห็นป้ายตึกที่อยู่ในห้องโถงจึงทราบว่าที่ชั้นยี่สิบสองซึ่งเป็ชั้นบนสุด เป็สถานที่ที่ผู้ถือหุ้นประชุมกันจึงเดินไปที่ลิฟท์ สาวงามที่เป็พนักงานต้อนรับคนนั้นได้สติกลับมาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ครึ่งวันก็พูดไม่ออกเนื่องจากเธอดูเหมือนจะมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ผู้ชายธรรมดาๆ คนนี้พูดเป็ความจริง วันนี้ตอนเช้าผู้ถือหุ้นทั้งหมดของเครือไห่หวังก็ค่อยๆทยอยมาถึงกันแล้ว
เย่เทียนเฉินขึ้นลิฟท์ไปจนถึงชั้นยี่สิบสองในส่วนลึกสุกของชั้นยี่สิบสอง มีประตูขนาดใหญ่ที่แกะสลักรูปดอกไม้ขนาดใหญ่อยู่บานหนึ่งคิดว่าที่นี่คงเป็สถานที่ที่ผู้ถือหุ้นของเครือไห่หวังประชุมกัน
เมื่อเดินไปถึงประตูใหญ่ของห้องประชุมเย่เทียนเฉินยังไม่ได้ผลักประตูเข้าไป ก็ได้ยินเสียโวยวายจากข้างใน
“ประธานฉี ตระกูลฉีของคุณให้หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์แก่ตระกูลเย่ให้เ้าเศษสวะเย่เทียนเฉินมารับ่ต่อ เตรียมตัวจะทิ้งแล้วใช่ไหม?”
“ใครก็รู้ว่าเย่เทียนเฉินเป็ตัวตลกของเมืองหลวงตระกูลฉีของคุณคิดหาวิธีทางไม่น้อยเพื่อจะได้ถอนหมั้นกับตระกูลเย่ขนาดหุ้นของเครือไห่หวังก็ยังให้ไปครึ่งหนึ่ง หรือว่าจะให้เศษสวะนั่นมาเป็ประธานกรรมการที่นี่จริงๆ?”
“ฉันไม่ยอมรับหรอกนะให้เศษสวะคนหนึ่งมาเป็ประธานกรรมการของพวกเรา ควบคุมเครือไห่หวังฆ่าฉันซะยังจะดีกว่า”
เมื่อฉีย่ากวงเห็นเหล่าผู้ถือหุ้นรายเล็กต่างก็โวยวายออกมาก็อดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มอยู่ในใจ เขา้าให้คนกลุ่มนี้โวยวายถ้าคนกลุ่มนี้โวยวายขึ้นมา เขาถึงจะสามารถหาวิธีร่วมมือกับคนเหล่านี้ เพื่อทำให้เย่เทียนเฉินอยู่ที่นี่ไม่ได้และยอมถอยออกไปเองถึงตอนนั้นการควบคุมเครือไห่หวังก็จะตกอยู่ในมือของตนเอง
“ผู้ถือหุ้นทุกท่านเื่นี้ผมก็เพิ่งทราบเช่นกัน เป็สิ่งที่พ่อของผมตัดสินใจกระทันหัน ผมทำงานร่วมกับทุกท่านมาหลายปีย่อมไม่อยากจะทำเช่นนี้แน่นอน พวกคุณก็ทราบว่าเ้าเศษสวะเย่เทียนเฉินเป็ตัวตลกของเมืองหลวงหากให้คนแบบนี้มาเป็ประธานกรรมการของพวกเรา กระทั่งพวกเราก็จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะไปด้วยไม่ใช่เหรอ?” ฉีย่ากวงแสร้งกล่าวด้วยท่าทางจนใจเป็อย่างยิ่ง
“ใช่แล้วคุณบอกมาเถอะว่าจะทำยังไง?”
“ใช่พวกเราจะทำตามคุณ”
“สรุปก็คือจะให้เศษสวะมาเป็ประธานของพวกเราไม่ได้เด็ดขาด”
เมื่อเห็นเห็นว่าผู้ถือหุ้นรายย่อยเหล่านี้ติดเบ็ดแล้วมุมปากของฉีย่ากวงพลันปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย เมื่อคืนนี้เขาพิจารณาดีแล้วเพื่อที่จะยกเลิกการหมั้นหมายกับตระกูลเย่ พ่อจำเป็ต้องโอนหุ้นของเครือไห่หวังออกไปห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์เมื่อก่อนตระกูลฉีมีหุ้นอยู่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ต์ โอนให้เย่เทียนเฉินไปห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ทำให้เหลือหุ้นอยู่ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ต์ ส่วนที่เหลืออีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ต์ก็กระจายอยู่ในมือของผู้ถือหุ้นรายย่อยเหล่านี้หาก้าต่อกรกับเย่เทียนเฉิน เพื่อบีบบังคับให้เขาออกไป ก็จำเป็ต้องร่วมมือกับผู้ถือหุ้นรายย่อยเหล่านี้ใช้หุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์สู้กับหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ถึงจะมีอำนาจในการพูดที่เด็ดขาดดังนั้นหลังจากที่ฉีย่ากวงมาถึงที่นี่แล้ว ก็เริ่มยุยงให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเหล่านี้ต่อต้านเย่เทียนเฉิน
“ตอนนี้ในมือของเ้าเศษสวะนั่นมีหุ้นอยู่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ต์ตระกูลฉีของผมมียี่สิบเปอร์เซ็นต์ ในมือของพวกคุณมีอีกสามสิบเปอร์เซ็นต์ขอแค่พวกเราร่วมมือกันขัดขวางเ้าเศษสวะนั่น เมื่อมันรู้ว่าทำอะไรไม่ได้ก็ต้องถอนตัวไปเองถึงตอนนั้นตระกูลฉีของผมจะสามารถซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของเ้าเศษสวะนั่นกลับมาได้อีกครั้งผมสัญญาว่าจะนำซองแดงซองใหญ่ๆ มาให้ทุกท่านแน่นอน”
“ดี เอาแบบนี้แล้วกัน”
“ผมเอาตามที่คุณว่าด้วยอิทธิพลของตระกูลฉี เศษสวะตระกูลเย่ย่อมไม่ใช่คู่มือแน่”
“เ้าเศษสวะนั้นอย่างไรเสียก็ไม่เข้าใจเื่การจัดการเครือข่ายอยู่แล้วน้องฉีต่างหากล่ะที่ยอดเยี่ยมที่สุด”
เหล่าคนที่ดูถูกเย่เทียนเฉิน เหล่าคนที่้าประจบเอาใจตระกูลฉีต่างก็พูดถึงเื่ที่จะทำกับเย่เทียนเฉิน ส่วนฉีเย่กวงก็ดีใจเป็ที่สุด กล่าวด้วยรอยยิ้มดุร้ายในใจว่า‘เย่เทียนเฉิน แกมันก็แค่เศษสวะคนหนึ่ง พ่อให้ฉันระวังแกไว้ ฉันจะดูสิว่าครั้งนี้แกจะทำยังไงยังไม่ส่งหุ้นคืนมาให้ฉันดีๆ อีก’
เย่เทียนเฉินผลักประตูห้องประชุมเปิดดังแอ๊ด เดินเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าหลายคนมองเย่เทียนเฉินอย่างไม่พอใจ ตรงจุดนี้เย่เทียนเฉินไม่แปลกใจเนื่องจากเขาได้ยินคำยุยงที่ฉีย่ากวงพูดกับคนพวกนี้จากข้างนอกแล้ว
“โอว ประธาน เย่มาแล้วนี่เองประธานเย่รีบมานั่งเร็ว คุณทำให้ผู้ถือหุ้นคนอื่นๆ รอนานแล้ว!”ฉีย่ากวงจงใจกล่าวเสียงดังด้วยรอยยิ้ม
“เฮอะก็แค่เด็กไม่เอาไหน ตอนที่ฉันสู้รบอยู่ในโลกธุรกิจ แกยังไม่เกิดด้วยซ้ำ”
“ประชุมวันแรกก็อวดเบ่งมาสายไม่ดูฐานะตัวเองบ้างเลย”
“ตระกูลเย่ตกต่ำไปนานแล้วแน่นอนว่าต้องหาโอกาสแบล็คเมล์ตระกูลฉี น่าสงสารจัง”
เย่เทียนเฉินแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินคำพูดของคนพวกนี้เขารู้ว่าคนเหล่านี้ได้รับการปลุกระดมมาจากฉีย่ากวงขอเพียงจัดการเ้าหมอนั่นอย่างยุติธรรมได้ คนอื่นๆ ก็ก่อเื่อะไรไม่ได้อีกแม้ว่าเขาจะไม่อยากเป็ประธานกรรมการเครือไห่หวัง แต่ก็ไม่ยอมให้ตระกูลฉีมากลั่นแกล้งตามใจ
“ทุกคนนั่งลงเถอะตอนนี้เริ่มประชุมได้แล้ว” เย่เทียนเฉินนั่งลงที่ตำแหน่งของประธานกรรมการมองทุกคนที่นั่งอยู่พลางกล่าวออกมายิ้มๆ
“ไม่ประชุมแล้ววันนี้ฉันไม่มีอารมณ์ พวกคุณค่อยๆ เล่นสนุกกันไปเถอะ ผมไปล่ะ!” ตอนนี้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งอายุราวสี่สิบกว่าปีลุกขึ้นมาพูด
ชายวัยกลางคนคนนี้เป็คนที่ฉีย่ากวงมอบหมายให้สร้างความลำบากใจให้แก่เย่เทียนเฉินโดยเฉพาะเพื่อทำให้เขานั่งไม่ติด
“เหอฉี่ซาน คุณไม่อยากประชุมก็สามารถออกไปได้ส่วนหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของคุณ ผมจะหาคนมาซื้อเอง จากนี้ไปก็ไม่ต้องมาแล้ว”เย่เทียนเฉินดื่มชาไปอึกหนึ่ง แล้วกล่าวออกมาอย่างไม่แยแส
“แก....แกอาศัยสิทธิ์อะไรมาซื้อหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของฉันแกไม่มีสิทธิ์.... เหอฉี่ซานอดไม่ได้ที่จะตกตะลึง ” คิดไม่ถึงว่าเย่เทียนเฉินจะเด็ดขาดเช่นนี้ ้าไล่ตนออกจากเครือหวังไห่คนอื่นๆ ต่างใจนทำอะไรไม่ถูก
“ผมเป็ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ผมมีเงินส่วนนี้ ในเมื่อคุณไม่พอใจผมที่เป็ประธานกรรมการผมก็ได้แต่ซื้อหุ้นของคุณ แล้วไล่คุณออกจากเครือไห่หวัง ตอนนี้คุณออกไปได้แล้วหรือหากไม่โอเคล่ะก็ คุณควักเงินออกมาซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของผมผมจะยกตำแหน่งประธานกรรมการให้คุณ เป็ไง?” เย่เทียนเฉินกล่าวด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
“แก....”
เหอฉี่ซานโกรธเสียจนเดี๋ยวหน้าแดงเดี๋ยวหน้าขาว เดิมทีคิดว่าหากตนเองทำเช่นนี้จะสามารถทำให้เย่เทียนเฉินกลืนไม่เข้าคายไม่ออกและรับรู้ถึงความร้ายกาจของสถานที่นี้ ที่ไหนได้แค่เย่เทียนเฉินพูดขึ้น ก็ทำให้ตนเองไม่รู้จะทำอย่างไรดูท่าแล้วตัวตลกแห่งเมืองหลวงจะไม่ง่ายเหมือนที่ทุกคนคิดเสียแล้ว
สุดท้ายเหอฉี่ซานก็ฝืนใจนั่งลงตรงตำแหน่งของตัวเองด้วยใบหน้าแดงก่ำอย่างไรเสียหุ้นหกเปอร์เซ็นต์ของเครือไห่หวัง ในหนึ่งปีก็แบ่งออกมาก็เกือบร้อยล้านไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ไม่มีใครกล้าละทิ้งไปง่ายๆ
ฉีย่ากวงเองก็โมโหจนกัดฟันกรอด ถลึงมองเหอฉี่ซานอย่างดุร้ายในใจก็ด่าเ้าขยะไร้ประโยชน์นี่ ไม่เพียงแต่ไม่สามารถบีบบังคับเย่เทียนเฉินได้แถมยังทำให้ตัวเองต้องหน้าเสียอีก ทำให้ผู้ถือหุ้นอีกสามคนไม่กล้าพูดอะไรอีก
“ยังมีใครจะพูดอีกไหม? ไม่มีแล้วสินะ งั้นผมขอพูดอะไรสักหน่อย....”
เย่เทียนเฉินกล่าวพลางยืนขึ้น มองผู้ถือหุ้นห้ารายในห้อง จากนั้นจึงพูดต่อ“พูดตามจริง ผมไม่ค่อยเข้าในเื่การพัฒนาเครือข่ายเท่าไรนัก แต่ผมเชื่อว่าหากมีทุกคนคอยช่วยเหลือเครือไห่หวังจะต้องรุ่งเรืองขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนพยายามด้วยกัน ได้เงินด้วยกันมีอะไรไม่ดี? ถ้าหากว่ามีใครคิดจะเล่นแง่ขัดแข้งขัดขาเย่เทียนเฉินคนนี้ ผมก็ทำได้แค่ให้เขาออกไป”
“เมื่อสักครู่นี้ประธานเย่ให้พี่เหอรับซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของคุณพี่เหอไม่ได้สนใจ แต่ตระกูลฉีของผมสนใจซื้อหุ้นห้าสิบเปอร์เซ็นต์กลับมา” ฉีย่ากวงลุกขึ้นพร้อมกับยิ่งชั่วร้ายจ้องมองเย่เทียนเฉินพลางกล่าวออกมา
“ไสหัวไป!”เย่เทียนเฉินพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ
คนถ่อยอย่างฉีย่ากวง เย่เทียนเฉินพูดเพียงแค่คำเดียวก็ทำให้ฉีย่ากวงโกรธจนเกือบจะลุกพรวดขึ้นมาแล้วแต่ไหนแต่ไหนไม่เคยมีใครกล้ามาพูดคำนี้กับเขามาก่อน