ฉันไม่ได้ (ไม่) รักคุณ...

    เกมส์ที่ 3

    นิภาเดินออกมาจากห้องของโรงแรมสุดหรูด้วยร่างกายที่สะบักสะบอม เสื้อผ้าที่เธอใส่อยู่มีรอยยัดและเปียกชื้นเนื่องจากการถูกขยี้ด้วยน้ำเปล่าเพื่อเอาคราบเลือดและคราบสีขาวขุ่นที่เกิดจากน้ำมือของเขาออก
    ทุกก้าวที่เธอเดินมาช่างยากลำบากและทรมานเหลือเกิน หัวใจของเธอสั่นไหว มือเล็กค่อยๆ ดันผนังเพื่อพยุงตัวเองไม่ให้ล้มขณะที่แหงนหน้ามองฟ้าเพื่อขมไม่ให้น้ำตาตัวเองมันไหลออกมา
    “เธอจะร้องไห้ไม่ได้นะนิภา ” นิภาสั่งตัวเองเบาๆ ด้วยเสียงที่สั่นเครือพร้อมกับกลืนความขมขื่นนั้นลงไป ไม่รู้ว่าต้องกลั้นลมหายใจเท่าไร ไม่รู้ว่าต้องกระพริบตากี่สักครั้งเพื่อไล่หยดน้ำใส และไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะต้องกดอารมณ์ที่พรุ่งพรานของตัวเองยังไง ‘อยากหนี อยากทิ้งทุกอย่างแล้วหนีไปให้ไกลที่สุด ไม่อยากรับรู้เรื่องราวแบบนี้อีกแล้ว ’
    “ไปที่…” นิภาบอกที่อยู่ของตัวเองให้แท็กซี่หลังจากที่กว้างเท้าขึ้นมานั่ง เสียงของเธอสั่นเครือแม้จะพยายามขมมันแล้วก็ตาม
    เธอเอียงตัวไปพิงกับบอดพร้อมกับหลับตาลงช้าๆ ขณะที่ในมือก็กำเช็คที่ได้จากเขาเอาไว้แน่นอย่างทรมานใบหน้านั้นแดงระเรื่อขึ้นแม้เธอจะพยายามขมมันขนาดไหนก็ตาม
    ความรู้สึกขยะแขยงจากสัมผัสของมือนั่น ยังคงฝังลึกลงในจิตใต้สำนึกของเธอ เมื่อเงาที่คอยพันธนาการร่างของเธอเอาไว้
    ต้นรู้สึกชาวับไปทั้งร่างเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวข้างบ้านที่มักจะร่างเริงเสมอของตัวเองในสภาพสะบักสะบอม ท่าทางของเธอเหมือนกับร่างที่ไร้ชีวิต
    “นิภา…”เขาตะโกนเรียกเธอเบาๆ แต่เธอกลับไร้ซึ่งการตอบสนองเหมือนเธอจะไม่ได้ยินที่เขาตะโกนเรียกด้วยซ้ำ เธอเดินเข้าบ้านของตัวเองไป
    “อะไรนะต้น?… ” เสือ พ่อของต้นพูดพร้อมกับเดินมาหาลูกชาย เขาทอดสายตามองไปยังสิ่งที่ลูกชายของตัวเองกำลังมองอยู่ ก่อนจะตบบ่าลูกชายตัวเองเบาๆ เขาเองก็รู้สึกสงสารเด็กคนนั้นจับใจ
    พวกเขาเป็นเพื่อนบ้านกันตั้งแต่ก่อนที่นิภาจะเกิดด้วยซ้ำ ในสายตาของพวกเขาแล้วเธอเองก็ไม่ต่างกับลูกสาวอีกคน เธอนั้นมักจะร่างเริงและเป็นที่รักของทุกคนเสมอ
    เด็กสาวตัวน้อยที่เคยวิ่งเล่นและหัวเราะร่าอย่างมีความสุขกับครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ แต่แค่ชั่วพริบตาทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอกลับพังทลายลง เธอยังคงยิ้มให้พวกเขาเสมอแต่รอยยิ้มนั้นกลับเศร้าสร้อยและไร้ซึ้งความสุขเหมือนที่เคย
    แปะๆ…เสียงของน้ำจากฝักบัวที่ตกลงไปกระทบกับร่างของเธอ คอยกลบเสียงสะอื้นของเธอ สายน้ำที่ค่อยๆชโลมร่างที่แปดเปื้อนของเธอมันช่างเย็นยะเยือกจับใจ ร่างกายที่บอกบางนั้นปวดร้าวราวกับกำลังจะแหลกสลายเสียให้ได้
    ฮือๆ…นิภาร้องให้จนตัวงอ เธออยากกรีดร้องแต่ก็ทำไม่ได้ มือบางพยายามปิดปากของตัวเองไม่ให้เสียงนั้นดังเล็บลอกออกมาข้างนอกราวกับจะไม่ยอมให้คนอื่นได้ยิน
    นิภาเดินมาหยุดอยู่หน้าห้อง เธอต้องกลืนความรู้สึกและอารมณ์ต่างๆ ลงไปก่อนจะเปิดประตูบานนั้นออก “พ่อเป็นยังไงบ้างค่ะแม่?…”
    นิภาถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็นปกติที่สุดพร้อมๆ กับเดินตรงเข้ามาหาผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ข้างเตียงของพ่อ สภาพของพ่อที่มีสายยางโยงอยู่เต็มไปหมดทำให้หัวใจของเธอชาวับและสั่นเครือไปด้วยความหวาดกลัว แต่เด็กสาวตัวน้อยกลับกดความหวาดกลัวนั้นแล้วคลี่ยิ้มบางไปให้แม่ของเธอแทน
    "นิภา ฮือๆ..."บัว แม่ของเธอหันมาสบกับร่างของลูกสาวตัวน้อยก่อนจะน้ำตาซึม เธอเรียกชื่อของลูกสาวเบาๆ อย่างทำอะไรไม่ถูก ร่างกายของเธอสั่นเครือไปด้วยความกลัว
    นิภาเดินเข้าไปหาแม่พร้อมกับกอดท่านเอาไว้ "ไม่เป็นไรนะคะแม่…ไม่เป็นไรแล้ว " เธอปลอบทั้งแม่และตัวเองในเวลาเดียวกัน ถึงจะรู้ว่าไม่มีทางที่จะไม่เป็นไร แต่ก็ไม่อยากที่จะหวาดกลัวไปมากกว่านี้
    นิภาผลักแม่ของตัวเองออกเบาๆ พร้อมกับก้มตัวเข้าไปใกล้ "แม่กินข้าวหรือยังคะ " นิภาถามออกไปพร้อมกับเอื้อนมือออกไปลูบเช็ดหยดน้ำใสที่อยู่บนใบหน้าของหญิงแกร่งอีกคน ด้วยหัวใจที่สั่นไหว
    แม่ของเธอส่ายหัวเบาๆ พร้อมกับปฏิเสธ “แม่ไม่ยังหิว… ”
    “ไม่หิวไม่ได้ค่ะ ตอนนี้มันจะบ่ายแล้วนะ…” นิภายิ้มหวานส่งไปให้แม่เพื่อให้เธอคลายความกังวลลง ก่อนจะพูดต่อ “หนูซื้อข้าวต้มปลาเจ้าที่แม่ชอบมาด้วย เดียวแม่ไปอาบน้ำแล้วก็กินข้าวนะคะ "
    "ไม่เอา…แม่ไม่อยากกิน " แม่ของนิภาปฏิเสธเพราะเธอรู้สึกจุกคนกินอะไรไม่ลง ท่าทางของเธอดูอ่อนระเรียว และล้าเกินจะทนไหว
    "ไม่ได้ค่ะ...แม่ต้องไปอาบน้ำและกินข้าวเดียวนี้ แล้วก็ห้ามปฏิเสธหนูด้วย ”นิภาสั่งเสียงแข็งพร้อมกับดึงให้แม่ของเธอลุกขึ้น “ถ้าแม่เป็นแบบนี้พอพ่อตื่นขึ้นมาหนูก็โดนดุสิคะ ^^" นิภายิ้มใสพร้อมกับลากผู้เป็นแม่ออกไปจากห้อง
    "นิภา..." แม่ของเธอพึมพำเบาๆ อย่างกังวล
    “โห…ถ้าแม่ทำหน้าแบบนั้นเดียวก็แก่ไวหรอกค่ะ หนูไม่อยากมีแม่แก่ๆ สักหน่อย ” นิภาพูดพร้อมกับจับหน้าของแม่เอาไว้ก่อนจะก้มหน้าไปชนกับหน้าผากของเธอเบาๆ อย่างที่พ่อของเธอชอบทำบ่อยๆ
    "แม่ไม่ต้องห่วงนะ ไม่เป็นอะไรแล้วทั้งพ่อและพี่ด้วย หนูจะดูแลเองเพราะงั้นแม่ก็อยากทำให้หนูเป็นห่วงสิคะ ” นิภาพูดเบาๆ พร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างอย่างอ้อนๆ
    “เอาเป็นว่าถ้าพ่อตื่นขึ้นมาปุ๊บหนูจะรีบไปเรียกแม่ทันทีเลยโอเคมั้ยนะ " นิภาพูดพร้อมกับก้มหน้าไปซบกับแขนของผู้เป็นแม่เบาๆ ก่อนจะถูหน้ากับแขนที่บอกบางนั่นด้วยสายตาออดอ้อน จนแม่ของเธอต้องยอมแพ้
    เพียะ…แม่บัวฟาดมือไปที่หัวของนิภาเบาๆ กับท่าทางอดอ้อนนั่นอย่างหมั่นเขี้ยวนั่นก่อนจะคลี่ยิ้มบาง เธอแพ้ให้กลับลูกอ้อนของลูกสาวคนนี้ทุกทีสิน่ะ “เจ้าลูกคนนี้นี่^^…”
    “โอ้ยยย…หนูเจ็บนะคะแม่… ” นิภาพูดด้วยทีเล่นทีจริงพร้อมกับยกมือขึ้นมากุมหัวของตัวเองเบาๆ
    “งั้นแม่จะรีบไปรีบกลับ ถ้าพ่อตื่นลูกต้องเรียกแม่ทันทีเข้าใจมั้ย ” แม่ของนิภาสั่น ก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นทำวันทยาหัตถ์ “ได้ครับกัปตัน ”ท่าทางของนิภาหน้าหมั่นไส้จนแม่ของเธอต้องหันมาค้อนเบาๆ แต่ก็ทำให้เธอคลี่ยิ้มบาง ออกมาได้
    เสียงของประตูปิดลงก่อนที่ใบหน้าของเธอจะแดงก่ำพร้อมกับหัวใจที่สั่นไหว ร่างกายของเธอชาวับจนฝืนยืนแทบไม่ไหว นิภานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่แม่ของเธอเคยนั่ง เธอเอื้อนมือที่สั่นเครือไปจับมือของพ่อที่อยู่บนเตียงก่อนที่ดวงตาของเธอจะสั่นไหวพร้อมๆ กับหยดน้ำใสที่ตกลงไปกระทบกับหลังมือของผู้เป็นพ่อเบาๆ
    "พ่อคะ ฮือๆ..." หัวใจของเธอแทบสลาย เธอประสานมือของพ่อพร้อมกับยกมันขึ้นมาเบาๆ ก่อนจะก้มหน้าซบลงกับหลังมือของผู้พ่อเบาๆ ...กลัว...
    “ฮือๆ…พ่อ ”
    "พ่อห้ามหลับไปนานนะ… ” เธอหยุดเพราะกลัวที่จะพูดต่อ เธอสูบลมหายใจเข้าเพื่อขมความกลัวที่พรุ่งพรากของตัวเองลงเบาๆ ก่อนจะพยายามกดน้ำเสียงของตัวเอง
    “พ่อ ฮือๆ..." หยดน้ำใสค่อยๆ ไหลไปอาบมือของพ่ออย่างห้ามไม่อยู่ “หนูจะทำยังไงดีคะพ่อ หนูไม่รู้แล้ว ” เธอพึมพำอย่างหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
    "หนูกลัว..." เธอพยายามจะกันเสียงของตัวเองเอาไว้ แต่มันก็ทรมานเหลือเกิน เธอจับมือของพ่อเอาไว้แน่นพร้อมกับพยายามขมอารมณ์ของตัวเอง "พ่อห้ามหลับไปนานเหมือนพี่นะ พ่อต้องรีบตื่นขึ้นมาอยู่กับหนู หนูกับแม่แล้วก็…พี่เรารออยู่นะคะ "
    "สัญญาแล้วนะว่าถ้าพี่ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่เราจะไปเที่ยวกัน พ่อห้ามหลับนานไปนะ " นิภาพึมพำเบาๆ พร้อมกับปาดหยดน้ำใสนั้นออก เธอจะต้องไม่ร้องไห้
    “ระหว่างนี้หนูจะเข้มแข็งแล้วก็จะช่วยดูแลแม่ให้เพราะงั้น…เพราะงั้นรีบตื่นกันนะคะทั้งพ่อแล้วก็พี่ด้วย ” เธอมองดูพ่อของตัวเองพร้อมกับเอื้อนมือไปลูบหน้าของผู้เป็นพ่อเบาๆ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา
    แม่ของนิภาเดินกลับเข้ามาในห้องหลังจากที่หายไปพักใหญ่ เธอเดินมากอดนิภาเอาไว้แน่น พอใจเย็นลงก็รู้สึกตัวว่าตัวเองทำตัวเป็นเด็กและผลัดภาระไปให้ลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง
    "ขอโทษนะเพราะแม่เอาแต่ร้องไห้หนูเลยไม่ได้ร้องไห้เลย คงกลัวมากสินะ " บัวพูดกับลูกสาวตัวน้อย ที่ทำท่าทางอึ้งๆ พร้อมกับลูบหัวของลูกสาวเบาๆ
    เพียงแค่คำพูดสั่นๆไม่กี่คำของแม่กลับทำให้ความพยายามของตัวเองไร้ผล ทั้งเธอที่พยายามอดกลั้นมาตลอดแท้ๆ เธอปล่อยโฮออกมาอย่างหวาดกลัว ตัวเธอสั่นเทาไปด้วยความกลัว
    "ไม่เป็นไรแล้วนะ เด็กน้อยของแม่" บัวจูบหัวลูกสาวของตัวเองเบาๆ พร้อมกับกอดเธอเอาไว้แน่น “เธอทำอะไรลงไป ” ทั้งที่ลูกสาวของตัวเองหวาดกลัวขนาดนี้แท้ๆ
    นิภากอดแม่เอาไว้แน่นทุกอย่างมาถาถมเข้ามาจนเธอตั้งตัวไม่ทัน มันมีหลายอย่างเหลือเกินที่เธออยากบอกอยากระบายกับแม่แต่ก็พูดออกมาไม่ได้สักคำ
    บัวผลักเธอออกเบาๆ พร้อมกับมือหยาบที่เช็ดน้ำตาของลูกสาวออก ไม่ว่าเมื่อไรลูกสาวของเธอก็ยังดูตัวเล็กๆ และขี้กลัวเสมอ
    "ที่จริงบ้านของเราก็ใหญ่เกินไปนะว่ามั้ย เราย้ายไปอยู่ห้องเช่าเล็กๆ กันดีมั้ย " บัวพูดขึ้นเบาๆ ก่อนที่นิภาจะส่ายหัวนิภากอดแม่ของตัวเองเอาไว้แน่น พร้อมกับกดเสียงของตัวเองลงต่ำ "ไม่เอาค่ะ หนูรักบ้านหลังนั้น ทั้งพ่อกับพี่แล้วก็แม่ด้วย แม่ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินนะ หนูยืนเค้ามาแล้วหนูจะพยายามตั้งใจทำงานแล้วใช้คืนให้เค้าเอง "
    บัวลูบหัวลูกสาวเบาๆ เธอไม่อยากผลักภาระไปให้ลูกสาวตัวน้อยคนเดียว "ไว้เราไปเจอเค้าด้วยกันนะ แม่อยากขบคุณเค้าที่ช่วยบ้านเรา และช่วยดูแลลูกสาวของแม่ เรามาพยายามด้วยกันนะ" บัวพูดขึ้นเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน
    นิภากอดแม่ของตัวเองเอาไว้แน่นพร้อมกับกดอารมณ์ที่สั่นไหวของตัวเอง มันไม่ใช่อย่างที่แม่ของเธอเข้าใจ เค้าไม่ได้ใจดีแต่ก็พูดออกไปไม่ได้
    “ค่ะ…” นิภาตอบพร้อมกับซ่อนใบหน้าที่เจ็บปวดของตัวเองเอาไว้กับร่างของผู้เป็นแม่
    "อีกซะ 2 ปี แล้วกันนะคะ” นิภาพึมพำเบาๆ ในใจ