กลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วบดมาจากหลังเคาน์เตอร์ผสมผสานกับกลิ่นหวานละมุนของคัพเค้กที่เพิ่งออกจากเตาอบอวลไปทั่วบริเวณร้าน FWBแสงไฟวอร์มไวท์ภายในร้านถูกปรับให้สลัวลงเล็กน้อยสร้างบรรยากาศอบอุ่นและเป็กันเอง ราวกับจะร่วมยินดีไปกับความสำเร็จของออม...บัณฑิตใหม่ที่เพิ่งก้าวพ้นรั้วมหาวิทยาลัยมาได้อย่างภาคภูมิใจ
เสียงหัวเราะสลับกับเสียงพูดคุยดังขึ้นเป็ระยะท่ามกลางเสียงดนตรีดังมาจากตู้เพลงยุค 90 ออม, ดรีม และน้ำนั่งล้อมวงอยู่บนโต๊ะตัวยาวที่มีทั้งของว่างและเครื่องดื่มวางเรียงรายโดยมีไข่เจียวและพ่อหมีคอยดูแลความเรียบร้อยอยู่ไม่ห่างทั้งคู่ทำหน้าที่เป็เ้าบ้านที่ดี จัดเตรียมเมนูพิเศษที่คัดสรรมาเพื่อฉลองค่ำคืนนี้โดยเฉพาะ
“วันนี้ต้องเต็มที่นะทุกคน!” ออมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงร่าเริงยิ้มร่าขณะที่ในมือยังถือถ้วยขนมหวานไว้ “วันนี้พี่เลี้ยงไม่อั้นจ้า”
ท่ามกลางความสนุกสนานนั้นสายตาของออมและดรีมมักจะเหลือบไปเห็นภาพของชายหนุ่มเ้าของร้านอย่างไข่เจียวที่มักจะยืนพิงเคาน์เตอร์บาร์อยู่ไม่ไกลสายตาของเขาไม่ได้จดจ้องอยู่ที่การจัดเตรียมอาหาร แต่กลับทอดมองมายังโต๊ะของพวกเธอโดยเฉพาะเมื่อสายตาคู่นั้นมักจะหยุดอยู่ที่...น้ำ
“หนูอยากจะบอกว่า หนูลองหัดชงกาแฟสูตรพ่อหมีแล้วนะคะ” ออมพูดยิ้มๆ พลางหันไปทางพ่อหมีที่กำลังเช็ดแก้วอยู่“ถ้าฝีมือลงตัวเมื่อไหร่ หนูจะทำมาฝากให้ลองชิมดูค่ะ ถ้ารสชาติโอเคหนูตั้งใจว่าจะขอไปขายในร้านของหนูเองเลยนะคะ”
พ่อหมีวางแก้วลงพลางส่งยิ้มกว้างด้วยความเอ็นดู “ได้สิๆ หนูออมลองทำมาให้พวกเราชิมกันก่อนนะถ้าดีจริงพ่อจะช่วยโปรโมตให้อีกทาง เดี๋ยวพ่อจะทำป้ายแนะนำติดไว้เลย”
“ออมเก่งจังเลยนะ” ไข่เจียวที่เดินเข้ามาใกล้โต๊ะร่วมสมทบเอ่ยเสริมขึ้น“แค่คุยกับพ่อผมไม่กี่คำ ออมก็รับสูตรไปลองทำได้เลย เก่งจริงๆ”
“พี่ออมเขาก็แบบนี้แหละค่ะ” น้ำเอ่ยแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มสดใสดวงตาของเธอเป็ประกายเมื่อพูดถึงพี่ออม “พี่ออมชอบหาอะไรใหม่ๆ ทำอยู่แล้วเปลี่ยนแนวไปเรื่อยๆ ไม่เคยหยุดนิ่งเลย จริงๆจะว่าไปแล้วน้ำก็อยากลองชิมกาแฟสูตรพ่อหมีเหมือนกันนะ”
“แต่คัพเค้กฝีมือนายก็อร่อยเหมือนกันนะไข่เจียว”ดรีมพูดขึ้นพร้อมกับตักเค้กเข้าปากคำโตมาก “กินแล้วเพลินมาก หยุดไม่ได้เลยเนี่ยทั้งนิ่มทั้งหอม”
คำชมของดรีมทำให้คนฟังอย่างออมถึงกับขมวดคิ้วทันทีก่อนจะปรายตาไปมองเพื่อนอีกคนด้วยสายตาเ้าเล่ห์ “พี่หูไม่ฝาดใช่ไหมเนี่ย! น้องดรีมของพวกเรา ชื่นชมฝีมือไข่เจียวขนาดนี้เลยเหรอ? พี่ฟังผิดป่ะเนีย!!”
เสียงหัวเราะลั่นร้านดังขึ้นทันทีเมื่อออมเริ่มแซวน้องดรีมออมและดรีมต่างพากันทำหน้าล้อเลียน ทำเอาบรรยากาศในร้านยิ่งคึกคักขึ้นไปอีก “แต่คัพเค้กกับช็อกโกแลตบราวนี่ของนายสุดยอดจริงๆหอมติดจมูกเลยอ่ะ”
ในขณะที่เสียงหัวเราะยังไม่จางหายไปน้ำเพียงแต่แอบยิ้มบางๆ พลางก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนความเขินอาย แต่ลึกๆในใจเธอกลับอดไม่ได้ที่จะหันไปมองทางไข่เจียว สายตาของน้ำเต็มไปด้วยความชื่นชม และแน่นอนว่าคนอย่างออมและดรีมไม่มีทางพลาดที่จะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆในแววตาคู่นั้น
“เพื่อน...คือมิตรภาพสู่ความสำเร็จ! เย้ๆๆๆ!” ดรีมชูแก้วขึ้นฟ้าส่งเสียงเฮ ความสนุกสนานกลับมาอีกครั้งท่ามกลางความอบอุ่นที่อบอวลไปทั่วทั้งร้าน FWB
ใน่เวลาเดียวกันบรรยากาศภายในร้านอาหารญี่ปุ่นสุดหรูใจกลางเมืองนัทนั่งอยู่ตรงข้ามกับอรและเก๋บนโต๊ะไม้โอ๊กขัดเงาที่เต็มไปด้วยซาชิมิเกรดพรีเมมี่ยมและอาหารญี่ปุ่นชั้นเลิศหลากชนิดอรนั่งตัวตรงพยายามรักษาท่าทีแม้ในใจจะว้าวุ่นตลอดเวลา
“ขอบคุณมากนะคะพี่นัทที่พาหนูมาเลี้ยงที่นี่” อรเอ่ยขึ้น “นิ่มมากค่ะ แทบไม่ต้องเคี้ยว...ละลายในปากเลยค่ะ”
“พี่นัทใจดีจริงๆ เลี้ยงหนูกับอรทุกครั้งเลย ขอบคุณจริงๆ นะคะ” เก๋พูดเสริมขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
อรแอบมองใบหน้าของชายหนุ่มตรงหน้าความรู้สึกบางอย่างที่เก็บกักไว้มานานเริ่มล้นปรี่จนเธอตัดสินใจเอ่ยคำถามที่ค้างคาใจออกไป“พี่นัทคะ…ต่อไปอรขอไปหาพี่นัทที่ทำงานบ่อยกว่านี้ได้ไหมคะ?”
คำถามที่แสนเรียบง่ายแต่กลับทำให้นัทชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบหยิบเนื้อวากิวเลิศรสเขาไม่ได้ตอบในทันที ทำได้เพียงแค่ขยับริมฝีปากอย่างลังเล
“พี่...พี่...เอ่อ...เอ่อ...คือ”
แม้ว่าภาษากายกับคำพูดของพี่นัทจะแสดงออกไม่มากนักแต่อรก็พอจะมองออกได้ทันทีว่าพี่นัทพยายามรักษาระยะห่างระหว่างเขากับเธอพอสมควร ทำให้ใบหน้าของเธอซีดลงเล็กน้อยจนความมั่นใจที่มีเมื่อครู่มลายหายไป
เก๋ที่นั่งอยู่ข้างๆสังเกตเห็นความผิดปกติได้ทันทีเธอรีบยื่นมือไปบีบมือของอรไว้ใต้โต๊ะเพื่อเป็กำลังใจ เป็การสื่อสารที่บอกให้รู้ว่าเธอยังคงอยู่เคียงข้างอรตรงนี้เสมอ
อรสูดลมหายใจเล็กน้อยพยายามบังคับน้ำเสียงไม่ให้สั่นเครือ “หนูเข้าใจพี่นัทดีค่ะ”
“อร...พี่ขอโทษ พี่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็แบบนี้”นัทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแววตาของเขาดูวุ่นวายใจอย่างเห็นได้ชัด “คะ...คือ...คือพี่...พี่ไม่รู้ว่าจะพูดยังงัยดีแต่...ตะ...แต่...แต่พี่อยากให้อรเข้าใจพี่เหมือนกันว่า พี่...”
“ไม่เป็ไรค่ะ อรเข้าใจพี่นัทจริงๆ หนู...หนูพอจะมองออกค่ะ”อรตอบกลับพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหมือนจะฝืนธรรมชาติที่สุดเท่าที่เธอเคยทำมาแม้ในใจจะรู้สึกจุกอยู่ที่คอ “พี่นัทไม่ต้องเป็ห่วงค่ะหนูยังโอเคค่ะ”
นัทเห็นท่าทีของอรที่ดูเหมือนจะยอมรับความจริงแต่เขากลับไม่กล้าที่จะเอ่ยคำใดออกมาต่อ ความลังเลของนัททำให้อรต้องสงวนท่าทีมากขึ้นเธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาที่เคยสั่นไหวเมื่อครู่กลับเปลี่ยนเป็ความแน่วแน่
“หนูรอพี่นัทได้ค่ะ” อรพูดพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหมาย “หนูรอพี่นัทมา 5 ปีแล้ว ทำไมจะรออีกไม่ได้ล่ะคะ เื่ความรู้สึกแบบนี้ หนูเข้าใจดีว่ามันต้องใช้เวลาค่ะจะให้เปลี่ยนทันทีทันใดมันเป็ไปไม่ได้อยู่แล้วค่ะ”
“อร...” นัทไม่กล้าเอ่ยปากใดๆ ออกมาอีกเลยได้แต่จ้องมองใบหน้าอันแสนเศร้าของอรที่เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ขนาดไหนก็ตามเขาก็มองออกอยู่ดี
“วันนี้สนุกมาก ขอบคุณมากนะสำหรับทุกอย่างในวันนี้” ออมเอ่ยปาก “เป็การเลี้ยงฉลองที่สนุกที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตของออมเลย”
“ออมชมผมจนตัวลอยหมดแล้ว”ไข่เจียวยิ้มแบบเขินๆ
“นายร้องเพลงเราเคยรักกันบ้างไหม? เพราะมากนะ...ดรีมชอบนายถ่ายทอดอารมณ์เพลงดีจริงๆ ฟังมาสองครั้งก็ยังเพราะทั้งสองครั้ง”
“ความจริงก็ร้องได้แค่นี้แหละ เพลงอื่นร้องไม่เป็”
“ขอบใจนายมากนะที่ทำให้พี่ออมกับดรีมมีความสุขมากถึงขนาดนี้” น้ำเอ่ยปาก “น้ำเห็นพี่ออมกับดรีมมีความสุขขนาดนี้ทำให้น้ำก็มีความสุขไปด้วย”
“ไม่เป็ไรหรอก...ก็เต็มใจทำให้แหละ”
“โอเคๆๆ ถ้างั้นวันนี้พี่กลับก่อน วันหลังค่อยว่ากันใหม่” ออมเอ่ยปากพร้อมกับพาน้ำกับดรีมเดินขึ้นรถที่จอดอยู่บริเวณหน้าร้าน
ในคืนวันนั้นเองอรนั่งร้องไห้เสียใจอย่างหนักในห้องนอนตัวเองเธอต้องใช้มือทุบหมอนหลายครั้งทั้งน้ำตา เพื่อระบายความอัดอั้นตันใจ
“ทำไม...ทำไมพี่นัทถึงใจร้ายกับอรได้ถึงขนาดนี้! ไม่มีน้ำ...ไม่มีน้ำ พี่นัทก็ไม่เลือกอร”น้ำตาของอรหยดใส่หมอนจนเปียกชุมเป็วงกว้าง “อรสู้น้ำไม่ได้ตรงไหนคะ...พี่นัท?”
น้ำยังคงนอนนึกถึงบรรยากาศเลี้ยงฉลองภายในร้าน FWB เพียงลำพังใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขแต่ในขณะเดียวกันเธอก็นึกย้อนไปถึง่เวลาที่พี่นัทเข้ามายืนรวมกลุ่มถ่ายรูปหมู่ด้วยกัน
“พี่นัท...”