ไม่มั่นใจว่า หลินหลินโง่ บื้อ หรือซวย บางทีพอเกิดเื่ร้ายมากๆ ก็ไม่อยากโยนความผิด ไปที่สิ่งแวดล้อมทั้งหมด ผลสุดท้ายหลินหลินก็ต้องยอมรับว่า บางทีปัญหามันอาจจะเกิดขึ้น เพราะตัวเองก็เป็ได้
หลินหลินนั่งถอนหายใจ เมื่อตรัสรู้ความจริงว่า ปัญหาทั้งหลายในชีวิตของเธอ ล้วนเกิดขึ้นเมื่อเพราะเธอเป็คนไม่คิดอะไรมากมาย และว่าง่ายจนเกินไป
อาจเป็เพราะนิสัยเช่นนี้ ทำให้คนอื่นเห็นว่า เธอเป็คนที่มีคุณสมบัติ ให้ถูกหาผลประโยชน์มากที่สุด
แต่ไม่ว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาจะเป็อย่างไร ก็สรุปว่านิสัยของตนเองตอนนี้คงไม่ค่อยเข้าท่านัก
ต่อไปเวลาคิดจะทำสิ่งใด ก็จะต้องคิดถึงตัวเองเป็หลัก เห็นแก่ตัวบ้าง อย่ามองโลกในแง่ดีเกินไป...บางทีชีวิตของเธออาจจะดีกว่านี้
นั่งตรึกตรองครู่หนึ่ง หลินหลินก็คิดตก นับจากวันนี้เธอจะลองใช้ชีวิตแบบมองโลกตามความเป็จริงมากขึ้น รักและใส่ใจตัวเองมากขึ้น เห็นแก่ตัวบ้าง!
ไม่มีแล้ว แม่พระหลินหลิน ผู้รักการทำดีและช่วยเหลือคนอื่นแบบไม่หวังผลคนนั้น!
ครั้นเหลือบมองนาฬิกาในมือถือ ก็เห็นว่าสมควรกลับห้องเช่าได้แล้ว หลินหลินเทเศษเหรียญออกมานับ โชคดีที่ยังมีพอจ่ายขากลับ ส่วนวันพรุ่งนี้จะเป็อย่างไร ค่อยว่ากันอีกทีละกัน
เวลาดึกแล้วป้ายที่เธอยืนรออยู่จึงมีคนรอไม่มาก
หลังจากที่คนวัยทำงานที่ยืนรอรถอยู่ป้ายเดียวกันเริ่มขึ้นรถไปทีละคนๆ ที่ป้ายรถเมล์ก็เหลือเพียงเธอ กับลุงแก่ๆ ในชุดลำลองรออยู่เท่านั้น
“หนูเชื่อเื่ทำดีได้ดีหรือเปล่า เราทำดี์ต้องมองเห็นแน่ๆ” จู่ๆ ลุงคนนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แล้วหันมายิ้มให้
หลินหลินมองซ้ายขวา เห็นว่าลุงกำลังพูดกับตนเอง จึงยิ้มกลับตามมารยาท แต่ไม่ได้ตอบกลับอะไร ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในอารมณ์ ที่อยากเสวนาเรื่อยเปื่อย กับคนอื่นเท่าใดนัก
“คิดถึงสมัยเมื่อพันกว่าปีก่อน จิตใจมนุษย์ยังมิได้ซับซ้อนดำมืดขนาดนี้ หันหน้าไปทางไหนก็ยังพบคนดีๆ ง่ายกว่าตอนนี้ ความมีศีลธรรม มันตกต่ำจนกลายเป็เื่ธรรมดาในสังคมไปเสีย คนทำดีกลับต้องโชคร้าย คนชั่วร้ายไร้คุณธรรมกลับได้ดี เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมด ช่างเป็ยุคสมัยที่เสื่อมโทรมยิ่งนัก หากข้าพบเห็นจะชี้นิ้วสาปให้คนชั่วช้ามีอันเป็ไปเสีย” ชายชราเอ่ยพร้อมส่ายหน้าละเหี่ยใจ
หลินหลินเริ่มรู้สึกตงิดๆ ในใจแต่ก็ยังนิ่งฟังต่อ
“คนที่มีคุณสมบัติที่ดี เป็คนดีก็ควรได้รับการตอบแทนที่ดีๆ อย่าคิดว่าเื่เวรกรรมเป็เื่ไร้สาระ์มิใช่ไม่มีตา เพียงแต่บางครั้ง เวลาอาจไม่ทันท่วงทีก็เท่านั้นเอง” ชายชราหันมายิ้มให้
หลินหลินไม่ได้พูดอะไรกลับ นอกจากยืนฟังเงียบๆ พร้อมภาวนาให้รถเมล์รีบมาถึงเสียที
“ที่ผ่านมาชีวิตหนูไม่ง่ายเลยสินะ หนูเป็คนดี มีความสามารถ กตัญญู ตั้งใจทำงานสุจริต ไม่คดโกงใคร ไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต ช่วยเหลือผู้อื่น บริจาค มีเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์และสัตว์ เนื้อแท้ความเป็คนดีของหนู ยังคงสว่างไสว ค่าความดีชั่วชีวิต หักลบค่าความชั่วออกไป แล้วยังเหลือเยอะมากเชียวล่ะ” ชายชรานับนิ้ว
หลินหลินแสร้งไม่ใส่ใจ แล้วเริ่มถอยห่างออกมาสองสามก้าว
“หนูพยายามใช้ชีวิตได้ดีมากแล้วนะ ไม่เป็ไรนะ ที่ผ่านมาถือว่าเป็ประสบการณ์ชีวิต เอาไว้ใช้ในคราวหน้า” ชายชราจ้องเธอและส่งยิ้มให้
‘ท่าทางก็ดูดี แต่บ้า...คนบ้าชัวร์ๆ อยู่ห่างๆ ไว้ดีกว่า’ ...ขืนอยู่ตรงนี้ไม่รู้ตาลุงนี่จะคลั่งมาทำร้ายเธอหรือเปล่า
หลินหลินขนลุกชันอย่างไม่ทราบสาเหตุ แล้วเริ่มขยับถอยห่างเพิ่มขึ้น ด้วยความระมัดระวัง ในใจยิ่งภาวนาให้รถเมล์รีบมาถึงเร็วๆ
“ขอให้โชคดีนะ” ลุงโบกมือแล้วก้าวเดินไปทันที
“เฮ้ย! ลุง!” หลินหลินใ เมื่อเห็นชายชราคิดจะเดินข้ามถนนโดยไม่ดูรถ
ลึกๆ แล้วจิตใต้สำนึกของเธอไม่ได้เลวร้าย ถึงขนาดทนมองคนโดนรถชนตายต่อหน้าต่อตาได้ ต่อให้เป็คนบ้าก็ยังเป็มนุษย์คนหนึ่ง ไม่ทันได้ตริตรอง หลินหลินจึงรีบวิ่งไปกระชากแขนลุงให้หลบรถตามสัญชาตญาณ
แต่พอเธอััโดนแขนชายชราผู้นั้น ภาพทุกอย่างก็กลับตาลปัตร ตัวเธอคล้ายเคลื่อนย้ายมาอยู่กลางถนนแทนที่ชายชรา
หลินหลินหันไปด้านข้างอ้าปากค้าง เมื่อเห็นแสงไฟจ้าของรถเมล์แยงตาในระยะประชิด พร้อมเสียงแตรรถดังลั่น ส่วนลุงก็ยังคงยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แทนที่เธอในจุดเดิมยืน พร้อมทั้งโบกมือให้
วินาทีนั้น หลินหลินไม่รู้ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น แต่ชัดเจนว่าตัวเองคงหลบไม่พ้น คนขับรถเมล์ร้องออกมา พร้อมพยายามเบรกทันที แต่เบรกไม่ทัน รถเมล์ไม่ชะลอ ส่วนเธอก็ก้าวขาไม่ออก และภาพทุกอย่างก็ตัดดับมืดไป
‘ตายแน่’ เสี้ยวสำนึกเธอร้องบอกแบบนั้น
หลินหลินน้ำตาไหลพราก กับความซวยของตัวเอง ในเื่การทำคุณคน ความจริงประสบการณ์กี่ครั้งแล้ว ที่ช่วยคนแล้วซวย...คราวนี้คิดช่วยคน ไม่ให้ถูกรถชน แต่ตัวเองกลับซวยถึงขั้นตาย!
ทำไมเธอถึงกลายเป็คนถูกรถชน และทำไมลุงถึงสลับจุดที่ยืนกับเธอ แม้เื่ที่เกิดขึ้นจะดูพิสดารแค่ไหน หลินหลินก็ไม่มีโอกาสได้เก็บมันมาคิดอีกแล้ว
‘อีหลินเอ๋ย...จงจดจำเอาไว้ เกิดชาติหน้าจงเห็นแก่ตัวเองให้มากกว่านี้ อย่าคิดช่วยใครพร่ำเพรื่ออีกเลย!’
เสียงโหวกเหวกกรีดร้องของฝูงชนดังขึ้น ผ่านไปไม่นานก็มีเสียงหวูดรถพยาบาล รถร่วมกตัญญูวุ่นวายไปหมด ชายสูงวัยยืนมองภาพสักพัก แล้วตนเองก็เริ่มพร่าเลือนหายไปท่ามกลางฝูงชน
“จิติญญาไม่อาจแบ่งเป็สอง อีหนูเอ๋ยอย่าได้โกรธเคืองข้าเลย แล้วข้าจะชดใช้ให้”