"พวกเ้าคิดว่าหวนอี่กล้ารายงานผลงานรบเท็จหรือ?"
อิ๋งเจิ้งมองไปยังหวังเจี่ยนและเิอู่ แล้วเอ่ยถามเรียบ ๆ
ทั้งสองคนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มคิดตาม ผลงานรบมากมายเช่นนี้ หากเป็เื่โกหกย่อมไม่อาจทนต่อการตรวจสอบได้ การที่หวนอี่กล้าส่งเื่มายังเมืองเสียนหยาง และกล้าส่งมาถึงเบื้องหน้าท่านอ๋อง ย่อมมีความเป็ไปได้สูงว่าเื่นี้เป็ความจริง!
ยิ่งกว่านั้น ในรายงานยังระบุชัดเจนว่าหวังหลีเป็พยานได้ ซึ่งหวังหลีย่อมไม่ถึงขั้นหักหลังหวังเจี่ยนผู้เป็ปู่ของตน และต่อให้หวนอี่จะไม่รอบคอบเพียงใด ก็ควรจะรู้ว่ากฎหมายของแคว้นฉินนั้นเข้มงวดเพียงไหน
"บางที... อาจจะเป็เื่จริงพ่ะย่ะค่ะ!"
เิอู่คิดมาถึงจุดนี้ ก็หาเหตุผลใดมาปฏิเสธไม่ได้อีก
หวังเจี่ยนได้สติกลับมา เขาพิจารณาเนื้อหาในรายงานอีกครั้งแล้วจึงกล่าวว่า "หากคนผู้นี้กล้าหาญชาญชัยถึงเพียงนั้น แคว้นฉินก็ได้ขุนพลผู้กล้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน ไม่แน่อาจจะเป็อู่อันจวินคนที่สองของแคว้นฉินเราก็ได้!"
อู่อันจวินไป๋ฉี่นั้นเก่งกาจเพียงใด? ตลอดชีวิตไม่เคยพ่ายแพ้ ดำรงตำแหน่งแม่ทัพผู้สั่งการหลักของแคว้นฉินมานานกว่าสามสิบปี ตีเมืองได้กว่าเจ็ดสิบแห่ง ผลงานรบโดดเด่นยิ่งนัก
"กระหม่อมเห็นว่าในตอนท้ายของรายงาน แม่ทัพหวนยังเขียนไว้ว่าไป๋จงมาจากหมู่บ้านตระกูลไป๋ เมืองเหมยอี้ ซึ่งเป็ถิ่นเดียวกับที่อู่อันจวินจากมา"
หวังเจี่ยนกล่าวถึงตรงนี้แล้วก็หยุดลง
ไป๋ฉี่มีผลงานสูงล้ำจนข่มรัศมีเ้าเหนือหัว สุดท้ายจึงถูกสั่งปะาที่ตู้โหยว หากเทียบเคียงความสัมพันธ์ระหว่างไป๋จงกับไป๋ฉี่แล้ว การพูดต่อไปคงไม่เหมาะสมนัก
อิ๋งเจิ้งไม่ได้แสดงท่าทีไม่พอใจ ตรงกันข้ามกลับยิ่งชื่นชมในตัวไป๋จงมากขึ้น เขายิ้มแล้วกล่าวว่า "ไป๋จงอาจจะเป็อู่อันจวินของข้าก็ได้!"
"ขอถวายความยินดีแด่ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ!" หวังเจี่ยนและเิอู่กล่าวขึ้นพร้อมกัน
ทั้งสองมองออกว่าอิ๋งเจิ้งพึงพอใจในตัวไป๋จงมาก หากตรวจสอบแล้วว่าผลงานรบไม่มีปัญหา เด็กหนุ่มผู้นี้จะต้องได้รับการผลักดันให้ดำรงตำแหน่งสำคัญอย่างแน่นอน
"หวนอี่จะยึดเมืองชื่อลี่ได้นั้น เป็เพียงเื่ของเวลาเท่านั้น ทว่าหลี่มู่แห่งชายแดนเหนืออาจยกทัพลงใต้มาช่วยได้ทุกเมื่อ เมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อันเป็สองเมืองที่แคว้นจ้าวต้องรักษาไว้ด้วยชีวิต สถานการณ์ของหวนอี่หลังจากนี้คงไม่สู้ดีนัก"
อิ๋งเจิ้งหยุดชั่วครู่ มองไปที่หวังเจี่ยนแล้วถามว่า "หวังเปินอยู่ในค่ายใหญ่ที่มณฑลซ่างหรือไม่?"
"พ่ะย่ะค่ะ! หวังเปินนำทัพหนึ่งแสนนายประจำการอยู่ที่มณฑลซ่าง พร้อมรับพระบัญชาท่านอ๋องทุกเมื่อพ่ะย่ะค่ะ"
หวังเจี่ยนกล่าวเสียงดัง ราวกับมองออกแล้วว่าท่านอ๋องคิดจะทำสิ่งใด
อิ๋งเจิ้งกล่าวว่า "สั่งให้หวังเปินนำกำลังทหารจากมณฑลซ่างเข้ายึดเมืองหลางเมิ่งก่อน จากนั้นมุ่งหน้าไปทางตะวันออกสู่เมืองฝานอู๋ เพื่อกดดันเมืองหานตัน ในขณะเดียวกัน..."
เขาหันไปมองเิอู่
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋องมีพระบัญชาใด ขอเพียงสั่งมาเถิดพ่ะย่ะค่ะ!" เิอู่ค้อมตัวคำนับ
"ในขณะเดียวกัน ให้ท่านเินำกำลังทหารจากค่ายใหญ่มณฑลเหอตง ข้ามแม่น้ำจางสุ่ยเข้ายึดเมืองเยี่ยเฉิง แล้วมุ่งหน้ากดดันเมืองหานตันเป็ลำดับสุดท้าย"
"แบ่งทัพเป็สามสายบุกแคว้นจ้าว เมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อันจะเปิดประตูทิศเหนือของเมืองหานตัน จากนั้นรุกลึกเข้าสู่ใจกลางแคว้นจ้าวผ่านเมืองฝานอู๋ และบุกโจมตีเมืองหานตันจากแนวใต้ทางแม่น้ำจางสุ่ย ข้าจะทำให้จ้าวอ๋องเชียนตั้งตัวไม่ทัน!"
อิ๋งเจิ้งลุกขึ้นยืน มองไปยังกระบะทรายจำลองข้างกาย ความทะเยอทะยานที่จะรวมหกแคว้นให้เป็หนึ่งถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง
"พวกกระหม่อมรับพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ!" เิอู่และหวังเจี่ยนกล่าวพร้อมกัน
——
ภายในพระราชวังแคว้นจ้าวเต็มไปด้วยเสียงเจื้อยแจ้วของเหล่าสนม สนมแคว้นจ้าวนับสิบคนในชุดหลุดลุ่ยกำลังหยอกล้อกันอยู่กลางท้องพระโรง
จ้าวอ๋องเชียนถูกปิดตาเล่นซ่อนหา เขาชูมือขึ้นแล้วค่อย ๆ เดินตรงไปยังสนมคนหนึ่ง พลางเอ่ยว่า "โฉมงาม พวกเ้าอยู่ที่ใดกัน?"
สนมผู้นั้นหัวเราะคิกคักแล้วกำลังจะหลบหนี แต่กลับถูกสนมอีกคนผลักเบา ๆ จนชนเข้ากับจ้าวอ๋องเชียนอย่างจัง
"คนงาม ข้าจับเ้าได้แล้ว!"
จ้าวอ๋องเชียนกอดสนมผู้นั้นไว้ ดึงผ้าปิดตาออก แล้วเริ่มลูบไล้ จูบและกอดอย่างรุ่มร้อน สนมคนอื่น ๆ เห็นดังนั้นก็ส่งยิ้มยั่วยวนแล้วขยับเข้าไปใกล้
ท้องพระโรงอบอวลไปด้วยบรรยากาศอันมัวเมา
"ท่านอ๋อง!"
ในตอนนั้นเอง ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินมาถึงหน้าท้องพระโรง แต่ไม่กล้าเข้าไป
"กัวไค? มีเื่อันใดหรือ?"
จ้าวอ๋องเชียนถูกขัดจังหวะความสำราญ เขามองออกไปด้านนอกแล้วโบกมืออย่างรำคาญให้เหล่าโฉมงามถอยออกไป
กัวไคจึงกล้าเดินเข้ามา แล้วกล่าวอย่างเร่งรีบว่า "ท่านอ๋อง มีรายงานด่วนทางทหาร ทัพฉินข้ามเทือกเขาไท่หางบุกโจมตีเมืองชื่อลี่อย่างหนัก สังหารทหารรักษาการณ์ของเมืองชื่อลี่ไปกว่าครึ่งแล้ว แม่ทัพรักษาเมืองจ้าวหยวนใกล้จะต้านทานไม่ไหว
หากเมืองชื่อลี่แตก เมืองอี๋อันก็จะสูญเสียตามไปในไม่ช้า ประตูทิศเหนือของเมืองหานตันจะถูกเปิดออกต่อหน้าทัพฉินโดยตรง ถึงตอนนั้นพวกเราคงจบสิ้นกันหมด"
เขายกจู๋เจี่ยนฉบับหนึ่งขึ้นส่งให้จ้าวอ๋องเชียน
'ปัง!' จ้าวอ๋องเชียนเพิ่งอ่านจบก็สะบัดมือขว้างจู๋เจี่ยนลงบนพื้น ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"แคว้นฉิน อีกแล้วหรือ... แคว้นฉิน! อิ๋งเจิ้ง... เ้ากล้าดีอย่างไร! เมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อันจะเสียไปไม่ได้เด็ดขาด ตอนนี้ควรทำอย่างไรดี?"
จ้าวอ๋องเชียนลุกขึ้นยืน มองกัวไคด้วยความร้อนรนแล้วถามว่า "เ้าคิดว่าควรทำอย่างไร?"
"กระหม่อม... กระหม่อมก็ไม่มีวิธีพ่ะย่ะค่ะ" กัวไคตัวสั่นเทา
ทัพฉินเป็กองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาทั้งเจ็ดแคว้น แคว้นจ้าวเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย แต่หลังจากพยายามคิดอยู่ครู่หนึ่ง กัวไคก็นึกอะไรบางอย่างออก จึงรีบกล่าวว่า "นึกออกแล้วพ่ะย่ะค่ะ ให้หลี่มู่กลับมาจากด่านเยี่ยนเหมินกวนเพื่อรักษาเมืองอี๋อันไว้ก่อน แล้วจึงชิงเมืองชื่อลี่คืนมา"
"ไม่ได้!" จ้าวอ๋องเชียนปฏิเสธทันที
หลี่มู่มีผลงานสูงล้ำจนข่มรัศมีเ้าเหนือหัว ชื่อเสียงในแคว้นจ้าวสูงยิ่งกว่าตัวเขาผู้เป็ท่านอ๋องเสียอีก จ้าวอ๋องเชียนจึงระแวงเป็อย่างมาก เมื่อครั้งที่หลี่มู่ยังอยู่ที่เมืองหานตัน เขาถือดีในผลงานของตน ขัดคำสั่งครั้งแล้วครั้งเล่า จนจ้าวอ๋องเชียนแทบอยากจะสั่งปะาเสียให้สิ้น
แต่เนื่องจากแคว้นจ้าวไม่มีแม่ทัพผู้เก่งกาจ หลี่มู่จึงเป็ขุนพลเพียงคนเดียวที่ค้ำจุนแคว้นจ้าวได้ต่อจากเหลียนพัว
จ้าวอ๋องเชียนไม่กล้าล่วงเกินหลี่มู่จนถึงขั้นแตกหัก และไม่กล้าสั่งปะา จึงส่งเขาไปประจำการที่ชายแดนเพื่อปราบปรามพวกซยงหนู ให้พ้นหูพ้นตาไป
หากหลี่มู่รักษาเมืองอี๋อันและเมืองชื่อลี่ไว้ได้ ขับไล่ทัพฉินออกไป และสร้างผลงานใหญ่ขึ้นมาอีก จ้าวอ๋องเชียนเกรงว่าตนเองจะกดหลี่มู่ไว้ไม่ได้อีกต่อไป
"หากไม่ทำเช่นนี้ ประตูทิศเหนือของเมืองหานตันจะรักษาไว้ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ!"
กัวไคนึกอุบายหนึ่งออก จึงกล่าวต่อว่า "เมื่อหลี่มู่ขับไล่ทัพฉินไปได้แล้ว ท่านอ๋องก็อย่าให้เขากลับมาที่เมืองหานตัน ให้เขาประจำการอยู่ที่ด่านเยี่ยนเหมินกวนต่อไป เช่นนี้เขาก็จะไม่อาจมาขัดคำสั่งท่านอ๋องได้ และผลงานครั้งนี้ก็จะไม่เป็คุณแก่เขาแต่อย่างใด"
จ้าวอ๋องเชียนได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าวิธีนี้ไม่เลว
หากประตูทิศเหนือสูญเสียไป เมืองหานตันย่อมตกอยู่ในอันตราย ซึ่งอันตรายยิ่งกว่าการปล่อยให้ผลงานของหลี่มู่เพิ่มพูนขึ้นเสียอีก
"ส่งคำสั่งเรียกหลี่มู่กลับมารักษาเมืองอี๋อันไว้ก่อน แล้วจึงชิงเมืองชื่อลี่คืนมา หากเมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อันต้องสูญเสียไป ข้าจะสั่งปะาเขาแน่นอน!" จ้าวอ๋องเชียนกล่าวด้วยน้ำเสียงดุร้าย
——
ในวันเดียวกันนั้น ม้าเร็วตัวหนึ่งควบออกจากเมืองหานตันอย่างรวดเร็ว อ้อมผ่านเมืองชื่อลี่และเมืองอี๋อัน มุ่งหน้าสู่ด่านเยี่ยนเหมินกวนด้วยความเร็วขั้นเร่งด่วนแปดร้อยลี้
เมื่อคำสั่งเรียกตัวส่งถึงมือหลี่มู่ ม้าเร็วของทหารสื่อสารก็ล้มลงกับพื้นพร้อมฟองฟูมปาก
"ท่านแม่ทัพ เป็รายงานการรบจากเมืองชื่อลี่หรือขอรับ?" รองแม่ทัพที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยถาม
พวกเขาทราบเื่วิกฤตของเมืองชื่อลี่มานานแล้ว และรู้ดีว่าทัพฉิน้ายึดประตูทิศเหนือของเมืองหานตัน แต่หลี่มู่ยังไม่เคลื่อนทัพกลับจากด่านเยี่ยนเหมินกวน เหตุผลนั้นง่ายมาก คือการรอคำสั่งเรียกตัวจากจ้าวอ๋องเชียน
ต่อให้หลี่มู่จะมีชื่อเสียงสูงเพียงใด เขาก็ยังเป็ข้ารับใช้ และไม่ว่าจ้าวอ๋องเชียนจะโง่เขลาเพียงใด ใจของเขาก็ยังคงจงรักภักดีต่อแคว้นจ้าว ทั้งยังรู้ดีถึงสาเหตุที่ตนถูกส่งมาประจำการที่ชายแดนเหนือ
หากไม่มีคำสั่งเรียกตัวแล้วละทิ้งจุดยุทธศาสตร์ชายแดนเหนือไปตามใจชอบ ต่อให้จ้าวอ๋องเชียนจะสั่งปะาเขา หลี่มู่ก็ไม่มีทางโต้แย้งได้
หลี่มู่เดาได้อยู่แล้วว่าจ้าวอ๋องเชียนจะต้องเรียกตัวเขากลับไปรับมือกับหวนอี่อย่างแน่นอน
"ถูกต้อง!"
หลี่มู่อ่านคำสั่งจบก็หยิบจู๋เจี่ยนฉบับหนึ่งออกมาจากตัว แล้วส่งให้รองแม่ทัพผู้นั้น
"เ้าหาคนช่วยข้านำสิ่งนี้ส่งไปให้ท่านแม่ทัพซือหม่าซ่าง ในเมื่อทัพฉินอยากได้ดินแดนเหนือของแคว้นจ้าวนัก เช่นนั้นข้าก็จะฝังทหารฉินแสนนายนี้ไว้ที่นี่ตลอดกาล"
เกี่ยวกับวิกฤตของเมืองอี๋อันและเมืองชื่อลี่ เขาคิดวิธีรับมือไว้เรียบร้อยแล้วทั้งหมด