“พวกเ้าจะขนสำรับไปที่ใด!”
ฉีกงกงที่ได้ยินเสียงลู่ฮองเฮาดังมาจากท้ายขบวนก็หยุดเดิน ทำให้เขาวนขบวนกลับมาทางต้นเสียงที่ดังขึ้น
“ถวายพระพรฮองเฮาพะย่ะค่ะ” ฉีกงกงรีบทำความเคารพและเอ่ยตอบ “ทูลฮองเฮากระหม่อมจะยกไปตั้งเครื่องเสวยให้กับจ้าวกุ้ยเฟยพะย่ะค่ะ”
“ข้าพึ่งจะทราบนเดี๋ยวนี่เองว่าจ้าวกุ้ยเฟยทานเยอะขนาดนี้” น้ำเสียงที่เอ่ยอย่างอ่อนหวานแต่แฝงไว้ด้วยคำเหน็บ
มีหรือฉีกงกงคนสนิทของจ้าวกุ้ยเฟยจะไม่รับรู้กับคำเหน็บแนมเช่นนี้
“หามิได้พะย่ะค่ะ พระสนมเพียงแค่เตรียมสำรับไว้รอฝ่าาพะย่ะคะ”
“เช่นนั้นเองรึ นี่มันก็พึ่งจะยามอุ้ย (เวลา13.00น.จนถึง14.59น.) ฝ่าาคงยังไม่เสด็จเพลานี้กระมัง??” ข้ายังไม่ยอมแพ้ที่จะตอบโต้
ถ้าไม่ใช่เพราะข้าได้กลิ่นเหมือนเป็ดอบน้ำผึ้ง มีหรือที่จะโต้ตอบเช่นนี้!!
ข้าพูดเสร็จแล้วเดินไปยังนางกำนัลที่อยู่หลังฉีกงกงที่ทำหน้าที่ยกสำรับ ซึ่งมีกลิ่นเป็ดอบน้ำผึ้งอบอวลออกมา ข้าเอื้อมมือไปเปิดสำรับก็เจอเป็ดตัวใหญ่ที่กำลังนอนแช่น้ำผึ้งพร้อมส่งกลิ่นอันยั่วเหล่าพยาธิในท้องไม่น้อย ข้ามองดูสำรับจานนี้อยู่สักพัก ฉีกงกงก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นอย่างไม่เกรงกลัวข้าผู้ซึ่งเป็มารดาของแผ่นดิน!!
“ขออภัยพะย่ะค่ะฮองเฮา ถ้าหากไม่มีการอันใดแล้ว พวกกระหม่อมขอทูลลาพะย่ะค่ะ” ฉีกงกงกล่าวเสร็จก็ให้สัณญาณขบวนนางกำนัลแล้วรีบก้าวเดินอย่างเร็วจนพ้นประตูไป
ลู่ฮองเฮาที่ยืนเหม่อลอยในความคิดของพระนางนั้นมีแต่ภาพของเป็ดตัวใหญ่ลอยวนในอยู่ในหัวของนาง
~~ จ๊อกกกก ~~!!!!
เสียงขับขานที่ดังสนั่นจนทำให้เหล่าผู้รับใช้ที่ยืนอยู่ด้านหลังต่างรีบก้มหน้าลงต่ำทันที พร้อมกับภาพเป็ดตัวอวบสลายกลายเป็ไอระเหยออกไปจากความคิดของสตรีผู้เป็ใหญ่
“พวกเ้าทุกคน จงรีบกลับไปทำอาหารซะ! ถ้าหากว่าเรากลับมาแล้วยังไม่เห็นสำรับที่พร้อมกิน เราจักลงโทษพวกเ้าทุกคน!” ข้าสั่งเหล่านางกำนัลที่ยืนรอรับคำสั่งข้าที่ข้างหลังเสร็จก็รีบก้าวเดินออกไป
แม้ว่ากงเหนียงกับกงฟางอยากจะถาม ข้าก็หาอยู่รอไม่ ข้าก็ตั้งหน้าตั้งตารีบวิ่งตามถนนหนทางที่เหล่าขันทีเกรียนไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยความที่ข้ามีดีกรีวิ่งเร็วเป็ถึงแชมป์วิ่งไม้ แย่งผู้กับเพื่อนสาวหน้าเวทีหมอลำปัฐวิกรณ์ มันทำให้ข้าใช้เวลาไม่นานนักก็ตามมาทัน
บริเวณรอบๆมีต้นไม้ใหญ่อยู่ค่อนข้างเยอะ มีแม้กระทั่งแต่หินก้อนเล็กใหญ่ที่วางกระจัดกระจายเป็หย่อมๆ ที่จัดเป็ระเบียบ ดูท่าที่นี่คงจะเป็อุทยานหลวงสักแห่งในวังหลังแห่งนี้
‘สถานที่ช่างเหมาะและเป็ใจให้ข้าจริงๆ หึ หึ’
ข้าคิดอย่างหย่ามใจก่อนจะเดินไปหลบหลังโขกหินที่มีต้นไทรเตี้ย(ต้นไทรเกาหลี) เรียงเป็สันกำแพงพอให้สังเกตการณ์เห็นกลุ่มขันทีเกรียนได้อย่างเหมาะ ข้ารีบมองหาอาวุธที่สามารถพิพากษาเหล่าเกรียนอย่างไว ทว่าบริเวณที่ยืนอยู่นี้ก็ไม่มีก้อนหินเล็กๆเลย ให้ตายสิ!
ข้างหน้าข้าเป็แอ่งน้ำเล็กทีมีโคลนมากกว่าน้ำ เหตุเพราะบริเวณนั้นน้ำเริ่มเหือดแห้ง จนเริ่มมีโคลนแห้ง
"ข้าคิดว่าข้าได้อาวุธสังหารพวกหล่อนละ...หึหึ"
แค่นี้คงจะได้.....ข้าศึกอยู่ห่างจากเราแค่ 10 เมตร ถือว่าไม่ไกลนักที่ข้าจะลอบสังหารพวกนาง ข้าเริ่มคำนวณระยะวิถีโค้งของปืนใหญ่ป้อมพระสุเมธุตามที่ได้ฝึกตอนเข้าค่าย ร.ด. เอาล่ะมึง.....
“พลังะุขี้ซีก!”(1) แฮ่!!....ข้าคิดว่าข้าไม่ได้บ้านะแค่ตัวเอกในหนังจีนที่ไหนเขาก็มีชื่อท่าทั้งนั้น ไหนๆก็ไหนๆแล้วที่นี่ก็ดูจะคล้ายคลึงเหมือนหนังจีนโบราณอยู่แล้ว ขอข้าทดลองสักครั้งเถอะ!!!
เฟี๊ยวววววววว~~ เฟี๊ยวววววววว~~
~~โผล๊ะ!!!
“กรี้ดดดด!” ข้ามองฉีกงกงและเหล่านางกำนัลที่กรี้ด เสียงกรี้ดดังกระหึ่มทั่วบริเวณ เมื่อจู่ๆก็มีก้อนโคลนสองลูกร่วงลงใส่กลางหัวฉีกงกงและอีกลูกหล่นใส่นางกำนัลที่ถือถาดเป็ดพอเหมาะพอดี!!
ก้อนโคลนเริ่มละลายไหลย้อยลงมาตามใบหน้าช่างดูน่าขันยิ่งนัก ไหนจะกลิ่นขี้โคลนที่คละคลุ้งจนฉุนขึ้นจมูกจนแทบอยากจะอ้วก ขนาดมือข้าที่ปั้นโคลนพวกนี้ ข้ายังล้างกลิ่นมันไม่ออกเลย
ข้าพยายามกลั้นเสียงหัวเราะไว้และรีบลุกขึ้นวิ่งกลับไปยังครัวหลวงโดยไม่ให้ใครเห็น แม้จะรู้สึกเสียดายที่ข้านั้นโยนไปตั้งห้าก้อนโดนพวกนั้นแค่สองก้อน อีกสองหล่นบนพื้น ส่วนลูกสุดท้ายข้าปาแรงหน่อย จนมันข้ามกำแพงไปหน่อยอาจจะโดนหัวใครไปบ้างก็...ช่างหัวมันสิ!! ถือว่ามันผู้นั้นแต้มบุญหมด หึ...หึ...
ตกใส่หัวสอง ตกพื้นสอง เลยกำแพงหนึ่งถือว่าคุ้มล่ะ
‘ได้แค่ 2 ก็สะใจอีช้อยยิ่งนัก!!’
อีกฟากฝั่งของกำแพงที่ลูกะุขี้ซีกได้ข้ามฟากมา ในขณะนั้นมีสองบุรุษกำลังนั่งหัวเราะเฮฮาอย่างมีความสุขกันอยู่ บุรุษชายชุดดำลวดลายัทอง ซึ่งนั่งหันหลังให้กำแพงได้ยินเสียงกรี้ดดังมาจากข้างหลังตนจึงได้หันหน้าไปทางต้นเสียง
ประจวบเหมาะกับะุขี้ซีกของลู่ฮองเฮาได้บินลงจอดอย่างสวยงามบนใบหน้าของบุรุษผู้นี้อย่างจัง ซึ่งคนผู้นี้ได้ขึ้นชื่อว่ามีใบหน้างดงามดั่งสตรีมีนามว่า ‘เหวินหยางอี้’ หรือที่ทั้งแคว้นรู้จักคือ ‘จวิ้นอ๋อง’
ส่วนบุรุษอีกคนที่ใส่ชุดเหลืองลวดลายัทองใบหน้าคล้ายคลึงกัน มีนามว่า ‘เหวินหยางหลิว’ หรือที่ทั้งแคว้นรู้จักคือ “หยางหลิวฮ่องเต้”
หยางหลิวฮ่องเต้มองไปยังน้องชายผู้งดงามยิ่งกว่าสตรี ตอนนี้ใบหน้าอาบไปด้วยโคลนที่ไหลย้อยลงมาสู่ฉลองพระองค์ ก่อนจะหัวเราะดังกว่าเดิม
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า~~” เสียงหัวเราะดังจนทำให้ผู้เป็น้องอย่างจวิ้นอ๋องรีบหันหน้ามาทางพี่ชายของตนทันที
“ท่านพี่ หยุดหัวเราะข้าเดี๋ยวนี้เลยนะ” จวิ้นอ๋องเอ่ยพร้อมกับทั้งส่งสายตาตัดพ้อมาทางพระองค์
“ก็ได้ๆ ข้าจะไม่....อุ๊ป.....อุ๊...ก๊ากกกกก” หยางหลิวฮ่องเต้เอ่ยรับปากน้องชายไป แต่สายตายังจับจ้องใบหน้าน้องชายและก็หลุดหัวเราะอีกรอบ ครั้งนี้พระองค์หัวเราะดังกว่าเดิม
ผ่านไปสักพักหยางหลิวฮ่องเต้พระองค์เริ่มเรียกสติที่หลุดลอยไป พร้อมบอกให้จวิ้นอ๋องไปล้างหน้าอาบน้ำก่อน จวิ้นอ๋องก็พยักหน้าเป็เชิงตอบรับ
ซานกงกงขันทีคนสนิทของจวิ้นอ๋องยื่นผ้าเช็ดหน้าให้พระองค์ แต่ต้องเผชิญกับกลิ่นที่เหม็นฉุนซึ่งทำให้คนแก่อย่างเขาหน้ามืดวิงเวียนศีรษะคล้ายจะเป็ลมลงตรงนี้เสียให้ได้ เหตุเพราะตัวเขานั้นไม่ถูกกับกลิ่นโคลนเท่าใดนัก แต่ก็ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ก่อน
พระพักตร์ที่เคยงดงามของจวิ้นอ๋องบัดนี้มีแต่ดินโคลนที่ไหลเลอะไปครึ่งซีก กลิ่นโคลนนี้ก็ช่างแสนจะเหม็นฉุนยิ่งนัก ยิ่งลมพัดกลิ่นนี้มาทางซานกงกงด้วยแล้ว ทว่าจวิ้นอ๋องก้มมาหยิบผ้าเช็ดหน้าจากมือซานกงกงที่กำลังถวายผ้าเช็ดหน้า ทำให้ตัวขันทีคนสนิทของตนยิ่งได้สูดดมกลิ่น มันช่างรุนแรงยิ่งนัก
'ข้าว่าข้าไม่ไหวแล้ว ข้าจะไม่ขอไม่ทนอีกแล้ว' ซานกงกงได้แต่รำพึงอยู่ในใจพร้อมสติที่ดับวูบลงทันที
พรึ่บ!!!
ซานกงกงเป็ลมหมดสติลงทันที เดือดร้อนจวิ้นอ๋องอีกคราที่ต้องรีบยื่นแขนมารับร่างคนสนิททึ่คอยดูแลเขาั้แ่เยาว์วัย ขณะที่รับร่างซานกงกงอยู่นั้น โคลนที่เหลือบนพระพักตร์ของจวิ้นอ๋องก็ไหลย้อยลงมาที่หน้าซานกงกง คราวนี้ทำให้ซานกงกงถึงกับได้หยุดลาป่วยนานนับสัปดาห์
ทางด้านหยางหลิวฮ่องเต้ที่ได้เห็นเหตุการณ์ั้แ่เริ่ม จนถึงตอนนี้ก็ไม่เก็บกิริยาอันน่าเกรงขามองค์จักรพรรดิ์ทรงสรวลออกมาเสียงดังกว่าทุกครั้ง
ฮ่า....ก๊ากกกก... ฮ่า... ฮ่า...ฮ่า....ก๊ากกกก... ฮ่า...
เกากงกงคนสนิทของหยางหลิวฮ่องเต้ได้แต่ส่ายหน้าให้กับนิสัยของพระองค์ นับั้แ่พระองค์ทรงพระเยาว์นิสัยพระองค์เป็เยี่ยงไร มีรึเขานั้นจะไม่รู้ ดีหน่อยที่งานราชการแผ่นดิน งานบริหาร หรือแม้แต่รบทัพจับศึกนั้นพระองค์ไม่เคยบกพร่องแถมยังทำให้แคว้นยิ่งใหญ่กว่าทุกรัชสมัย จึงทำให้เหล่าขุนนางทั้งหลายหาทางโจมตีไม่ได้
---------------------------------------
(1) ขี้ซีก หมายถึง โคลนเหม็น มีสีดำ เป็คำพูดของคนอีสาน
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ