ตอนที่ 4 ขัดสีฉวีวรรณ
เช้าวันใหม่ที่ไก่โห่ อาทิตย์เพิ่งจะทอแสง เื่วุ่นๆก็เกิดขึ้นที่จวนหลิว
"ถ้าไม่ติดว่า ข้ารับปากแบบขอไปทีเพื่อให้รอดจากการลงโทษ ข้าคงไม่ยอมให้พวกนางทำเช่นนี้" เสี่ยงชูนั่งหลังค่อมหน้าหงิก บ่นพึมพำในใจ แขนสองข้างถูกง้างดึงจนตึง สาวใช้ห้าคนคล้ายว่ากำลังรุมพอกบางอย่างลงบนเนื้อตัวของนาง
"เสี่ยงชู หากเ้าไม่อยากถูกขังลืมในห้องเก็บฟืน ก็ช่วยให้ความร่วมมือหน่อย"สาวใช้รุ่นพี่งุ่นง่วนอยู่กับการขัดสีฉวีวรรณว่าที่ชายาคนใหม่
หมดไปเป็วันๆกับการฝึกมารยาทและประดับตัวให้งาม เห็นท่าว่าสามวันให้เตรียมการคงไม่เพียงพอ
ในที่สุดผ้าขี้ริ้วผืนเก่า กลายเป็หยกงามในกองเถ้าที่ถูกเจียระไน ชนิดที่ว่า หญิงงามล้มเมืองคนใหม่ที่โค่นล้มหลิวจิ่นอีได้ ก็คงจะมีเพียงหลีเสี่ยงชูคนเดียวเท่านั้น
"คืบหน้าไปถึงไหนแล้วบ้าง"เดิมทีฮูหยินหลิวไม่คิดจะแยแส ขอแค่เื่วุ่นๆในจวนจบลงก็เป็พอ แต่ต้องสืบถามให้พอเป็พิธี
"ไม่คิดเลยว่า... แค่สาวใช้ก้นครัว จะงามได้ถึงขนาดนี้ ผิวพรรณละเอียดดั่งทรายขาว เนื้อหนังไม่มีตำหนิแม้แต่จุดเดียว... ฮูหยิน... เ้าแน่ใจหรือ ว่าได้นางมาจากตลาดทาส" ทันทีที่ช้วนเหลียงได้เห็นนางที่ผ่านการเนรมิตโฉม เขาไม่เปิดโอกาสให้สาวใช้ได้พูดแทรก ชิงกล่าวชมเชย แววตาสองคู่ส่องเป็มัน เหมือนจระเข้เฒ่าเห็นปลาน้อย
"นั่นมันสีหน้าอะไรของท่าน ตาแก่เช่นท่านสมควรเช็ดน้ำหมากได้แล้ว " ฮูหยินใหญ่ไม่พอใจที่สามีจ้องนางไม่ลดละ ััได้ถึงความใคร่ที่จ้องจะหาอนุเข้าเรือน เพราะเช่นนี้ฮูหยินหลิวจึงสั่งขังนางในห้องเก็บฟืน ไม่ให้ออกมาเพ่นพ่านต่อสายตาผู้ใดจนกว่าจะถึงวันส่งเ้าสาวขึ้นเกี้ยว
ณ ห้องเก็บฟืน
พื้นล่างกลั้วไปด้วยคราบฉี่หนู ความชื้นอังแผ่นไม้จนมีกลิ่นสาบตีคลุ้ง เสี่ยงชูลากอาภรณ์สีเหลืองครามคล้องแขนอย่างทุลักทุเล เครื่องหัวปิ่นเงินง่อนแง่นหนักหัวไม่คุ้นชิน นางนั่งเท้าเกยคางบนกองไม้ ฉุกคิดไตร่ตรองเงียบๆตามประสา...
"อ๋องเหวินงั้นเหรอ... แม้ข้าจะไม่เคยยลโฉมนั่นไม่สำคัญ หลายปีที่เตร็ดเตร่ในเมืองหลวง ชื่อเสียงของเขาใช่ว่าจะดี"
"เป็ทาสจวนหลิวหวังมีชีวิตใหม่ที่ดีกว่าเร่ร่อนอยู่ข้างนอกนั่น อยู่ได้ไม่กี่วันไหนเลยจะคิดว่า เสี่ยงชูผู้อาภัพต้องมาทนรับชะตาแทนผู้ใด ความยุติธรรมอยู่ที่ไหนกัน!!" เสี่ยงชูทบทวนดูถ่องแท้ เหตุใดต้องยอมจำนนต่อโชคชะตา สตรีที่ไม่เคยถอยร่นคิดหาทางเอาตัวรอด ด้วยการหนีตายเอาดาบหน้า ในเมื่อได้มีวาสนาเข้าจวนหลิวแล้วไม่เป็ดั่งคิด ก็จงหาทางใหม่
"แค่เกิดเป็ชนชั้นทาสก็ลำบากมากโข ชาตินี้พวกท่านจะซ้ำเติมข้าไปถึงไหน โชคร้ายที่์มอบให้ข้าไม่ขอรับไว้" แม่สาวน้อยหาทางออกจนได้ ระหว่างที่หนีออกมาได้ นางย่องเบาไปตามทาง พลางบ่นหนักด้วยสีหน้าเด็ดเดี่ยว บรรยากาศที่เงียบสงัดในวันนี้เหมาะสมแก่การจากลา ไม่คิดว่าจะมีใครล่วงรู้ได้เท่าทัน
ทันใดนั้นก้อนหินกลมมนถูกดีดด้วยแรงนิ้ว กระทบท้ายทอยสตรีเกิดเป็รอยจ้ำแดงเด่น เสี่ยงชูคนงามที่ตั้งใจกับการหลบหนี แผนการนี้ล่มไม่เป็ท่า นางหมดสติกะทันหันเพราะน้ำมือของบุคคลปริศนาที่เฝ้ามองจากด้านหลัง
"หึ ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเ้าต้องไม่ยินดีแต่งกับข้า เป็อย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด แต่จะให้ทำอย่างไรได้ หากไม่ใช่เพราะเ้ามีประโยชน์ต่อแผนการบางอย่างและอำนาจของข้า ข้าเองก็ไม่ได้ยินดีจะแต่งกับสตรีเช่นเ้าเหมือนกัน"
"หลิวจิ่นอี ยอมรับการเป็ชายาอ๋องซะเถอะ!!"บนต้นไม้สูงข้างจวน หากมองจาก้า ไม่แปลกเลยที่จะเห็นได้อย่างชัดเจน ว่ามีสตรีหนึ่งนางที่ทรวดทรงอรชรสวมอาภรณ์ประณีต เพียงได้เห็นแค่แผ่นหลังก็เดาได้ไม่ยากว่าคงเป็คุณหนูหนึ่งเดียวแห่งจวนหลิว
หลิวจิ่นอี เตรียมหลบหนีจากจวน ไม่ว่าด้วยสาเหตุใดก็ตาม หวงเหวินเกอจะปล่อยให้งานสมรสล่มมิได้ เขาแอบลัดเลาะสอดส่องเพียงครู่เดียวก็เป็ไปดั่งใจคิด
"ทุกคน เร็วเข้า!!" ไม่นานนัก เพียงเสี้ยวนาที สาวใช้นางอื่นๆพบนางนอนหมดสติปลายทางเดิน กุลีกุจอเรียกคนเข้าประคองนางไป และรายงานต่อฮูหยินใหญ่ เหวินเกอวางใจจึงยอมจากไปแต่โดยดี
"นางจะหนีไปงั้นเหรอ ปล่อยให้นางหนีไปไม่ได้ รุ่งสางหากไม่มีเ้าสาวส่งขึ้นเกี้ยว จวนหลิวของข้าไม่ใช่ว่าจะต้องถึงคราวดับสลายหรอกเหรอ จะให้นังทาสชั้นต่ำนำความเดือดร้อนให้สกุลหลิวไม่ได้"
"ลากนางมาไว้ที่เรือนข้า อย่าให้ท่านพี่รู้เด็ดขาด ข้าจะเฝ้าจับตาดูนางไม่ให้ละสายตา ดูซิว่าหนนี้นางจะหนีอย่างไร" ฮูหยินใหญ่ไม่อยากให้ความแตก จึงซ้ำย้ำด้วยการกรอกน้ำชาที่ผสมยานอนหลับให้นางดื่มทุกๆสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง)
จากเหตุการณ์นี้คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่้า จีนโบราณนั้นย่อมมีด้านมืดอยู่ทุกสมัย...
รุ่งสางวันใหม่ เข้าสู่วันมงคล เดือนสี่ รัชศกหม่าซือไท่จู่
เกี้ยวเ้าสาวสีแดงทองถูกประดับด้วยแพรพรรณงามยิ่ง จอดเทียบรอรับั้แ่ไก่ยังไม่ขัน ต้าตง-ราชองครักษ์ผู้เคร่งขรึมควบคุมบังเหงียนม้าขาวด้วยตนเอง ที่ต้องทำเช่นนี้ก็เพื่อการไกลที่รัดกุมของเหวินเกอ กลัวยิ่งว่าจะมีการชิงตัวเ้าสาวระหว่างทาง หรือหลบหนีหนสองให้วุ่น
"ข้ารอมาหลายเค่อ ป่านนี้ยังไร้วี่แวว มิใช่ว่าตาเฒ่าหลิวจะไม่ยอมมอบตัวชายาหรอกนะ " เท้ายาวเรียวเหมือนลำไผ่ เกยบั้นท้ายอาชาขาวที่ทุยงอน มือซ้ายค้ำยันแผ่นไม้รองนั่งพร้อมกุมแส้ที่มีไว้ใช้หวดม้า นิ้วเรียวขวามือจิกปลายหมวกเถาที่สานด้วยหญ้าคาดึงลงให้ต่ำเตี้ย เผยให้เห็นเพียงมุมปากที่บ่นมุบมิบไปมา
"เร็วเข้า แบกหามนางไป ก่อนที่นางจะตื่น จับนางยัดเข้าไป " ฮูหยินหลิวควบคุมบ่าวในเรือน ส่งนางขึ้นเกี้ยวด้วยตัวเอง โดยไม่มีความเอะใจแม้แต่น้อยว่าผู้รับตัวเ้าสาวเป็ใคร
"เ้าคนถ่อย ออกม้าเร็ว!! " ฝ่ามือของนางฟาดแผ่นหลังชายหนุ่มอย่างแรงเพราะความเคยชิน ไม่สนถูกผิดหรือธรรมเนียมใดให้ยุ่งยาก
"การส่งบุตรสาวออกเรือนของจวนหลิวเรียบง่ายเพียงนี้เชียวเหรอ!!" ต้าตงเกิดสงสัยมิยอมกระตุกเชือกม้า ขึงตาขวางผ่านหมวกสาน กอด-อกจ้องแม่นราวกับว่าจะหาเื่เอาความกับธรรมเนียมพิลึกนี่
"เสียมารยาท!! เป็แค่คนถ่อยคุมม้า อาศัยอำนาจใดทำทีขึงขังแข็งกระด้างกับข้า "
"นายท่านของแกชื่อเสียงเลวทรามเห็นสตรีเป็ของเล่น กริยาถ่อยไม่สมยศอ๋อง ดูท่าว่าจะไม่ใช่แค่ข่าวลือ แม้กระทั่งคนคุมม้ายังขนาดนี้ แล้วนายของเ้าจะขนาดไหน "
"เหอะ! ไม่อยากจะนึก"
สตรีปากร้ายเหมารวมผู้อื่น ทับถมคนเป็นิสัย ไม่คิดจะแก้ไขแม้ใครตักเตือน
"ข้าผู้น้อยคงเสียมารยาทไปจริงๆ แต่คงทำใจเฉยชาปล่อยผ่านมิได้ ที่จะไม่ถามไถ่ มีหรือที่ผู้เป็มารดาจะส่งบุตรสาวออกเรือนด้วยทีท่าเช่นนี้... หรือว่านางจะไม่ใช่บุตรสาวตัวจริงของท่าน..." ต้าตงยักคิ้วถามลองเชิง แววตาเปี่ยมเลศนัย หวังจับพิรุธคนลวง
อื้อ! หลิวช้วนเหลียงหมาดคอ กระแอมเสียงรับหน้ากู้สถานการณ์ไว้ทัน เกือบความแตกเพราะมีฮูหยินโง่เขลาเบาปัญญา
"ราชองครักษ์ต้าตงมารับบุตรสาวข้าถึงจวน นับว่าเป็เกียรตินัก ฮูหยินหลิวมีตาหามีแววไม่ ทำให้ท่านมิพอใจ ขออย่าได้เคืองขุ่นและตั้งข้อสงสัยเลย"
"ข้านั้นแก่เฒ่า... ไม่คิด-คดงอต่อราชสำนัก จิ่นอีนางแสนดื้อรั้น มิใช่เื่ง่ายที่จะควบคุม ครั้นได้เป็ชายาอ๋องน้อย คงต้องฝากพวกท่านสอนสั่งนางอีกแรง" ได้ยินเช่นนี้จึงค่อยเบาใจ ต้าตงคำนับเอวอ่อนก่อนเฆี่ยนแส้หวดท้ายม้าให้มุ่งหน้าไปให้ทันฤกษ์ยาม