ตอนที่ 10 ช่วยเหลือคชสารพงไพรน้อย (2)
สิบนาทีผ่านไป…….
“ข้าได้มาแล้ว นี่เถาวัลย์! ข้าจะโยนมันลงไปเอ็งเตรียมรับมันเอาไว้ให้ดีๆ แล้วข้าจะดึงเอ็งขึ้นมาด้วยเถาวัลย์นี้”หลังจากที่ผ่านไปสิบนาที กล้วยก็กลับมาพร้อมกับเถาวัลย์ในมือ…….
แปร้น แปร้น แปร้น!
ตู้มมมมมมมมมม!
ซ่า ซ่า!
“เร็วเข้าจับเถาวัลย์เอาไว้”
หมับ!
อึด อืดดดดดดด!
แปร้น แปร้น แปร้น!
พรึบ! พรึบ!
อ๊า!!
ทว่าในตอนที่คชสารพงไพรน้อยเริ่มออกแรงดึงร่างของกล้วยก็ถูกดึงกลับเขามาเกือบที่จะตกบ่อโคลนไปด้วยเพราะว่าพละกำลังของคชสารพงไพรน้อยมีมากกว่าของกล้วยจึงทำให้กล้วยไม่อาจต้านแรงดึงของเ้าช้างน้อยได้…….
แปร้น แปร้น แปร้น!
เมื่อเ้าคชสารพงไพรน้อยเห็นกล้วยเสียหลักล้มลงมันก็พลันส่งเสียงร้องออกมาอย่างตื่นตระหนกและเป็ห่วง………
“ข้ามิได้เป็อันใดดอกข้าแค่กินข้าวน้อยไปหน่อยจึงหมดแรง แต่ดูเหมือนว่าวิธีแรกนี้จักมิได้ผลที่ดีเสียเท่าไรคงต้องใช้วิธีใหม่ที่ดีกว่านี้”กล้วยรีบลุกขึ้นมาแล้วรีบปัดฝุ่นและดินออกจากใบหน้าและตัวของเขาก่อนจะบอกกล่าวต่อคชสารพงไพรน้อยไปว่าตนไม่เป็อะไร…….
ซึ่งกล้วยคิดว่าเขาควรที่จะหาวิธีใหม่ที่ดีกว่านี้ และในตอนนี้เขาก็คิดออกแล้วว่าจะทำอย่างไรซึ่งวิธีการที่ว่านั้นก็คือ การนำเถาวัลย์ไปมัดกับต้นไม้ใหญ่เอาไว้เพราะต้นไม่ใหญ่เหล่านี้มีรากที่ฝังลึกลงไปในดินจนทำให้พวกมันสามารถต้านแรงดึงจากเ้าคชสารพงไพรน้อยได้……..
พรึบ พรึบ อึบ พรึบ
“เ้าช้างน้อย ข้ามัดเสร็จแล้วออกแรงดึงได้!” หลังจากที่กล้วยมัดเถาวัลย์กับต้นไม้ใหญ่เสร็จแล้วเขาก็ะโบอกให้คชสารพงไพรน้อยได้รับรู้พร้อมกับบอกให้มันออกแรงดึง…….
แปร้น แปร้น แปร้น!
ครืด ครืด ครืด!
หือ?
ทว่าทุกอย่างกลับไม่เป็อย่างที่กล้วยคิดเพราะถึงจะตัดปัญหาเื่พละกำลังและแรงต้านในการดึงคชสารพงไพรน้อยขึ้นมาได้แล้วแต่บ่อโคลนที่คชสารพงไพรน้อยตกลงไปนั้นมันชันเกินไปบวกกับโคลนที่มีมากจึงทำให้คชสารพงไพรน้อยไม่สามารถขึ้นมาได้…….
“ขืนปล่อยให้เป็แบบนี้ต่อไปมีหวังเ้าช้างน้อยได้หมดกำลังก่อนที่จะขึ้นมาได้ ถ้าเช่นนั้นคงมีแต่จะต้องช่วยมันเปิดหน้าดินเพื่อทำให้ทางชันมันต่ำลงเท่านั้น”กล้วยคิดว่าเขาจะต้องลงมือช่วยเปิดหน้าดินปรับทางชันให้ต่ำลงเพื่อให้ดินแก่นจากหน้าดิน้าไหลตกลงไปผสมกับโคลนที่เบื้องล่างจนมันมีความแข็งตัวมากขึ้นและเพื่อทำให้ทางที่ลาดชันมันต่ำลงด้วย……
อึบ! อึบ! อึบ!
เมื่อกล้วยได้ตัดสินใจแล้ว เขาจึงะโลงไปในบ่อโคลนทันทีก่อนที่จะท่อนไม้ขนาดพอดีมือของเขาทำการตะกุยดินที่ขอบบ่อโคลนทันที……
ครืด ครืด ครืด!
ตุบ ตุบ ตุบ!
แปร้น แปร้น แปร้น!
หือ?!
“อะไรกัน เอ็งก็อยากจะช่วยข้าด้วยเช่นนั้นรึ?”
แปร้น แปร้น แปร้น!
ฟู่ ฟู่ ฟู่!
แป๊ะ!
อ๊า!
ทว่าทันใดนั้นจู่ๆเ้าช้างน้อยก็สะบัดงวงของมันจนทำให้โคลนกระเด็นไปถูกกล้วยอย่างจังก่อนที่มันจะแสดงท่าทางยิ้มเยาะอย่างมีความสุข……..
“เ้าช้างน้อย นี่เ้าจะเอาอย่างนี้ใช้ไหม! ได้!”
พึบ! พึบ! แป๊ะ!
แปร้น แปร้น แปร้น!
แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ!
ในขณะที่กล้วยกำลังใช้ท่อนไม้ตะกุยดินจากขอบบ่อเพื่อทำทางขึ้นแบบขั้นบันไดอยู่นั้นเ้าช้างน้อยก็เอาโคลนตมที่กล้วยขุดออกมาพ้นใส่กล้วยจนเลอะเต็มตัวไปหมดซึ่งกล้วยเองก็ไม่ยอมถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เขาจึงหยิบโคลนขึ้นมาขว้างกลับไป……….
พึบ! พึบ! แป๊ะ!
แปร้น แปร้น แปร้น!
แป๊ะ แป๊ะ แป๊ะ!
ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า!
สิบห้านาทีผ่านไป……..
“เอาละเ้าช้างน้อย เลิกเล่นกันก่อนแล้วลองเดินขึ้นไปตรงทางที่ทำไว้ดูซิ!” กล้วยได้บอกให้คชสารพงไพรน้อยหยุดเล่นก่อนก่อนจะบอกให้มันเดินขึ้นไปตรงทางที่ได้ขุดเอาไว้…….
แปร้น แปร้น แปร้น!
ตึง ตึง ตึง
สำเร็จ!
“เย่! ไชโย!ในที่สุดเอ็งก็ทำสำเร็จแล้วนะเ้าช้างน้อย” กล้วยส่งเสียงดีใจออกมาเมื่อเขาได้เห็นคชสารพงไพรน้อยขึ้นจากบ่อโคลนจนสำเร็จ…….
แปร้น แปร้น แปร้น!
ตึง ตึง ตึง ตึง!
หือ?
“เห้ย เห้ย เ้าช้างน้อย นั่นเอ็งจะรีบวิ่งไปไหนกันว่ะรอข้าด้วย!”
ทันใดนั้นคชสารพงไพรน้อยก็ส่งเสียงร้องออกมาก่อนจะวิ่งตรงเข้าไปในป่าเหมือนกับว่ามันได้กลิ่นหรือได้ยินเสียงอะไรบางอย่างซึ่งกล้วยที่เห็นอย่างนั้นเขาได้ะโบอกให้คชสารพงไพรน้อยรอเขาด้วยและรีบวิ่งตามมันไป……
ตึง ตึง ตึง ตึง!
แฮะ! แฮะ! แฮะ!
แปร้น แปร้น แปร้น!
โฮกกกกกกกกกกกกก!
หือ?
ทันใดนั้นเสียงร้องคำรามต่ำอย่างน่าเกรงขามก็ดังขึ้นซึ่งมันดังมาจากทิศทางเดียวกันกับที่เ้าคชสารพงไพรน้อยได้วิ่งไป…….
เ้าช้างน้อย!
กล้วยพลันตื่นตระหนกขึ้นมาทันที เมื่อเขาได้ยินเสียงคำรามต่ำจากทิศทางที่เ้าช้างน้อยวิ่งหายลับเข้าไปและด้วยความเป็กังวลและเป็ห่วง กล้วยจึงไม่รอช้าที่จะวิ่งตามเข้าไป…….
ตุบ ตุบ ตุบ
เ้าช้างน้อยข้ามาช่วยแล้ว!
แปร้น แปร้น แปร้น!
โฮกกกกกกกกกกก!
อ๊า
ทว่าในตอนที่กล้วยพุ่งตัวผ่านพุ่มหญ้าออกไปนั้นสิ่งที่เขาเห็นมันกลับไม่ใช่สิ่งเดียวกับที่เขาคิดเลยที่ว่าเ้าช้างน้อยจะพบเจอกับสัตว์ร้ายมันกลับเป็ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือมีโขลงคชสารพงไพรจำนวนมากกำลังยืนล้อมเ้าช้างน้อยอยู่ซึ่งดูเหมือนว่าพวกมันจะรู้จักกันด้วย เพราะว่าเ้าช้างน้อยดูจะมีความสุขมากเมื่ออยู่กับคชสารพงไพรร่างใหญ่ที่มีสี่งา……
“นั้นคงจักเป็พ่อของเอ็งสินะ เ้าช้างน้อย!” กล้วยอุทานขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูสบายใจเมื่อเห็นภาพที่อยู่เบื่องหน้าของเขา……
โฮกกกกกกกก!
ทันใดนั้นคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงได้คำรามเบาๆก่อนจะเดินตรงเข้ามาทางที่กล้วยอยู่พร้อมกับจ้องมองกล้วยด้วยแววตาที่จริงจังและกดดัน…….
อ๊ะ!
“นั่นมันกำลังเดินมาหาเราใช่ไหม? ไม่ใช่ว่ามันจะมาทำร้ายเราเพราะคิดว่าเราเป็คนทำร้ายลูกของมันดอกนะ”กล้วยอุทานออกมา พร้อมกับแสดงสีหน้าที่เป็กังวล เมื่อเห็นคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงเดินตรงเข้ามาที่เขา…….
ตึง ตึง ตึง!
“เป็เอ็งกระนั้นรึไอ้หนู ที่ช่วยลูกของข้าเอาไว้!”ทันใดนั้นเสียงพูดที่ดูน่าเกรงขามได้ดังขึ้นภายในหัวของกล้วย…….
นั่นเสียงใครพูด?!
กล้วยหันหน้าหันหลัง มองหาเสียงพูดที่ตนเองได้ยิน แต่ก็ไม่เห็นมีใครสักคนที่อยู่แถวนี้นอกจากตัวเขาและคชสารพงไพรตัวใหญ่ที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาเท่านั้นกล้วยจึงได้รู้ว่าเสียงที่ถามเขาเมื่อครู่นั้นก็คือคชสารพงไพรที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขานี้เอง………
“ชะ ชะ ใช่ขอรับ ท่านช้างใหญ่!” กล้วยตอบคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงไปด้วยความตื่นตระหนกและเป็กังวลซึ่งเขาไม่เคยได้คุยกับสัตว์ตนใดมาก่อนเลยั้แ่เขาเกิดมานี้เป็ครั้งแรกที่เขาได้คุยกับสัตว์ด้วยภาษามนุษย์เช่นนี้……..
โฮกกกกกกกก!
“เช่นนั้นข้าก็ขอขอบน้ำใจเอ็งยิ่งนักไอ้หนูว่าแต่เหตุใดเด็กตัวเล็กๆ เช่นเอ็ง ถึงได้มาเดินอยู่ในป่าทึบที่อันตรายอยู่คนเดียวได้ละ!?”คชสารพงไพรจ่าฝูงกล่าวขอบคุณกล้วยจากใจก่อนจะถามกล้วยด้วยความสงสัยว่าทำไมเด็กตัวเล็กๆ อย่างเขาถึงมาเดินอยู่ในป่าทึบแห่งนี้……..
“ข้ามาเพื่อออกตามหาพ่อของข้าซึ่งพวกเขาออกมาล่าสัตว์กันที่ดงพญาหมูป่า แต่ว่าตอนนี้ข้าหลงทางแล้ว เพราะว่าข้ามาช่วยลูกของท่านเสียก่อนจึงทำให้ข้าคาดกับเส้นทางที่พ่อของข้าใช้เดินทางว่าแต่ท่านเห็นกลุ่มพ่อของข้าบ้างหรือไม่!?” กล้วยได้ตอบกลับคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงว่าตนเองกำลังตามออกหาพ่อของเขาอยู่และถามว่าได้เห็นพ่อของเขาบ้างหรือไม่…….
“พ่อของเอ็งใช่กลุ่มล่าสัตว์จากหมู่บ้านท่าเสด็จหรือไม่!?”คชสารพงไพรได้สอบถามกล้วยไปอีกครั้งว่ากลุ่มล่าสัตว์ที่เขากำลังตามหาอยู่นั้นใช่คนของหมู่บ้านท่าเสด็จหรือไม่…….
“ใช้ขอรับท่านช้างใหญ่ว่าแต่ท่านได้เห็นพ่อของข้าอยู่ตรงไหนกระนั้นรึขอรับ!?” กล้วยรีบพยักหน้าตอบรับคชสารพงไพรด้วยความดีอกดีใจที่ได้ยินช้างพูดถึงชาวบ้านท่าเสด็จก่อนจะถามถึงสถานที่ที่พ่อของเขาอยู่…….
โฮกกกกกกกกกก
“ใช้ข้าเห็นพวกนั้นอยู่ตรงธารน้ำระหว่างกึ่งกลางของสุดปลายูเาลูกนี้กับูเาลูกที่สองแต่ตอนนี้พวกนั้นคงเดินหน้าต่อไปที่ดงพญาหมูป่าแล้วกระมัง” คชสารพงไพรตอบกล้วยไปว่าตนได้เห็นชาวบ้านท่าเสด็จจริง แต่ตอนนี้คงไม่ได้อยู่ที่เดิมแล้วเพราะตอนที่พบเจอและแยกจากกันมันก็นานมากโขแล้ว……..
“ข้าขอขอบน้ำใจท่านช้างใหญ่เป็อย่างยิ่งที่บอกกล่าวแก่ข้าเช่นนั้นข้าขอตัวลาไปตามหาพ่อและทุกๆ คนก่อน!” กล้วยกล่าวขอบใจคชสารพงไพรทันทีก่อนจะกล่าวคำลาไปตามหาพ่อของเขาต่อ เพราะเวลาตอนนี้ก็เริ่มมือแล้ว…….
“ว่าแต่เ้ารู้ทางกระนั้นรึเ้าหนูไหนว่าเอ็งบอกว่าหลงทางอย่างไรเล่า?” ก่อนที่กล้วยจะเดินจากไปคชสารพงไพรก็ได้กล่าวถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูหยอกล้อเล็กน้อย…….
อ๊ะ!
“จริงด้วย นี่เรากำลังหลงทางอยู่นี่”เมื่อกล้วยได้ยินเสียงของคชสารพงไพรที่กล่าวถามขึ้นเขาจึงรู้ตัวว่าตนเองนั้นหลงทางอยู่ ก่อนจะหันกลับไปเพื่อที่จะถามคชสารพงไพร“ไม่ทราบว่าท่านช้างใหญ่พอจะรู้เส้น……”
“เอาละด้วยความดีของเ้าที่ช่วยลูกชายของข้าให้รอดตายในครานี้ข้าจักช่วยนำทางเ้าไปหาพ่อของเ้าเอง ถือว่าเป็การตอบแทนความดีของเ้าก็แล้วกันเด็กน้อย!” ก่อนที่กล้วยจะได้ถามจบประโยคของเขาคชสารพงไพรก็ได้พูดแทรกขึ้นมาก่อน ว่าเขาจะเป็คนนำทางพากล้วยไปหาพ่อของเขาเองเพื่อเป็รางวัลที่ช่วยลูกของมันไว้…….
“ท่านช้างใหญ่จะไปส่งข้าเช่นนั้นหรือขอรับ?”
“เอาละเดินตามข้ามา เ้าเด็กน้อย! ถ้าชักช้าข้าอาจจะเปลี่ยนใจเอาได้นะอีกอย่างลูกชายของข้าก็ขอร้องให้ไปส่งเ้าด้วย” คชสารพงไพรไม่ได้ตอบอะไรมากเพียงแค่บอกกล้วยให้เดินตามเขามาอย่าชักช้า…….
แปร้น แปร้น แปร้น
โฮกกกกกก!
ตึง ตึง ตึง
โครม โครม
เมื่อคชสารพงไพรตัวจ่าฝูงส่งสัญญาณเสียงดังออกมาและเดินนำหน้าพร้อมกับมีกล้วยและลูกช้างของมันเดินตามทั้งโขลงก็ออกเดินตามจ่าฝูงของตนเองทันที……….
กลับมาที่กลุ่มล่าสัตว์ของชาวบ้านท่าเสด็จ ณ ดงพญาหมูป่า………
หลังจาก่เช้าที่กลุ่มล่าสัตว์ของชาวบ้านท่าเสด็จตื่นขึ้นพวกเขาก็ใช้เวลาออกเดินทางไม่กี่ชั่วโมงก็มาถึงป่าดงพญาหมูป่าซึ่งพื้นที่รอบนอกของดงพญาหมูป่านั้น มันทั้งเงียบและน่าวังเวงเป็ที่สุดซึ่งมันดูแตกต่างไปจากปกติที่มันควรเป็………
แกรบ แกรบ แกรบ
หือ?
“นั่น! นั่นมันกวางตัวใหญ่!”ทันใดนั้นไอ้ทิตได้หันหน้าส่งเสียงบอกทุกคนหลังจากที่เขาได้เห็นกวางป่าขนาดใหญ่ตัวหนึ่งที่กำลังเดินออกหากินอยู่บริเวณด้านหน้าห่างออกไปไม่ไกลนัก…..
“ทุกคนรีบหมอบลงเร็วเข้า ก่อนที่กวางจะมองเห็นพวกเราแล้วเตรียมอาวุธของพวกมึงให้พร้อม เราจะล่ากวางป่าตัวนี้กัน” ซึ่งในตอนนั้นผู้ใหญ่บ้านได้ส่งเสียงบอกทุกๆ คนให้หมอบลงเพื่อไม่ให้กวางตื่นตระหนกวิ่งหนีไปเมื่อเห็นพวกตนพร้อมกับสั่งให้เตรียมอาวุธเพื่อล่า……..
“พวกมึงอย่าพึ่งทำอันใด รอจนกว่ากูจักสั่งพวกมึงค่อยลงมือ” ผู้ใหญ่บ้านสั่งให้ทุกคนรอจนกว่ากวางจะเดินเข้ามาในระยะที่หวังผลก่อนจึงค่อยลงมือ…….
แกรก แกรก แกรก
อูก อูก อูก
แกรก!
ยิง!
ฟิ่ว ฟิ่ว ฟิ่ว!
หลังจากที่กวางป่าตัวใหญ่ ได้เดินมาถึงในระยะที่กำหนดเสียงสั่งการให้ยิงของผู้ใหญ่บ้านก็ดังขึ้น ก่อนที่ลูกธนูสิบลูกจะถูกปล่อยออกไปจากคันธนูและหน้าไม้ของทั้งสิบคนซึ่งในพริบตาที่ลูกธนูพุ่งออกไปนั้นกวางตัวใหญ่ก็ชะตาขาดตายตกล้มลงไปนอนกับพื้นในทันที……..
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
อุก!
ตุบ!