ยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว]

    ตอนที่ 99 แอบหนีกลับห้อง [เลือนกำหนดการ Ebook]

    หลังจากถูกขังอยู่นานถึงสองชั่วโมง ในที่สุดเหนือโรงจอดรถขึ้นไปก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว ไม่นานเชือกเส้นหนึ่งก็ถูกโยนลงมาจากหน้าต่างบานที่เปิดอยู่ โดยมี หมิงจวงไต่เชือกลงมาข้างในอย่างรวดเร็ว เขาพยักหน้าให้กับเฉินอันหลานเพื่อเป็นการทักทาย จากนั้นก็รีบเดินมาโค้งคำนับต่อหน้าลานเซลอต


    “นายน้อยครับ”


    “นายมาช้านะ” ลานเซลอตลูบไปบนแหวนที่อยู่บนนิ้วมือของตัวเองพร้อมกับเอ่ยเชิงตำหนิ


    “ขอโทษครับนายน้อย พอดีมีอุปสรรคนิดหน่อย”


    “ไปกันเถอะ”


    “ครับ”


    “เดี๋ยวก่อน” เฉินอันหลานเรียกทั้งสองคนไว้ จากนั้นก็เดินไปตรงหน้า หมิงจวงก่อนเอ่ยถาม “นายรู้ได้ยังไงว่าเราอยู่ที่นี่?”


    หมิงจวงก้มหน้าลงแล้วเอ่ยตอบ


    “นายน้อยติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอยตามเอาไว้บนตัวครับ”


    เฉินอันหลานขมวดคิ้วก่อนจะปรายตามองไปทางผู้ชายที่อยู่กับเขาทั้งคืน


    ดวงตาสีดำทมิฬเปล่งประกายวิบวับทันที เพียงชั่วพริบตาลานเซลอตก็กระโดดขึ้นไปบนหลังคารถที่อยู่ใต้หน้าต่างด้านบนบานนั้นอย่างรวดเร็ว เขาอาศัยแรงกระโดดส่งตัวขึ้นไปบนบานหน้าต่าง พลังของอัลฟ่าชั้นสูงช่างน่าทึ่งเป็นอย่างมาก ลานเซลอตแค่กระโดดโดยไม่ได้ใช้เชือกเพื่อปีนขึ้นไปข้างบนแต่อย่างใด เขาใช้มือข้างหนึ่งค้ำอยู่กับหน้าต่างแล้วหันมองเฉินอันหลานก่อนจะหายตัวไปจากตรงนั้นในทันที


    เฉินอันหลานกำหมัดข้างลำตัวเอาไว้แน่น


    “คุณชายเฉิน ผมขอตัวก่อนนะครับ” เมื่อหมิงจวงพูดจบ ก็ใช้วิธีการเดียวกับลานเซลอตเพื่อออกจากโรงจอดรถไป ส่วนเชือกที่ยังห้อยลงมานั้นเดิมทีไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับพวกเขาอยู่แล้ว


    หลังจากจ้องเขม็งไปยังทิศทางที่พวกเขาสองคนหายตัวไปอยู่หลายวินาที เฉินอันหลานก็ละสายตาแล้วมองไปยังหลังคารถที่ถูกใช้เป็นที่รองรับน้ำหนักของอัลฟ่าสองคนเมื่อสักครู่ นั่นเป็นรถคันเก่งที่ถูกเขาดัดแปลงไปเมื่อปีกลาย หลังจากที่การวิจัยโทบี้สำเร็จ เขาก็เปลี่ยนคันและจอดรถคันนั้นทิ้งไว้ในโรงจอดรถแห่งนี้ นึกไม่ถึงว่ามาวันนี้มันจะถูกอัลฟ่าสองคนเหยียบย่ำจนเละเทะแบบนี้ ...เฉินอันหลานข่มความโกรธเอาไว้ในใจ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจร่องรอยที่พวกเขาสองคนหลงเหลือทิ้งเอาไว้บนหลังคารถใกล้ ๆ และได้พบว่าบนหลังคาที่ทำจากวัสดุแข็งแรงและทนทานยุบลึกลงไปเป็นรอยรองเท้ามนุษย์ พลังอัลฟ่าของสองคนนั้นช่างน่าทึ่งอย่างยิ่ง ซึ่งความแข็งแกร่งแบบนี้ เฉินอันหลานเองก็ไม่เคยเห็นมาก่อน


    เมื่อสำรวจร่องรอยความเสียหายบนหลังคารถเสร็จแล้ว เฉินอันหลานก็ ปรายตามองไปทางเชือกที่ถูกโยนลงมาจากหน้าต่างเหนือรถ ลานเซลอตและ หมิงจวงต่างก็ไม่ได้ใช้ นั่นแสดงให้เห็นว่าพวกเขาตั้งใจทิ้งไว้ให้เขา ตั้งแต่ลานเซลอต จงใจแสร้งว่าตัวเองถูกขัง จนกระทั่งหมิงจวงมาเจอเขาที่นี่... ความจริงมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว ‘ลานเซลอตคาดการณ์เอาไว้ล่วงหน้าแต่แรกแล้ว ดังนั้นจึงได้วางแผนเตรียมการกับหมิงจวงไว้แบบนี้’


    ส่วนข้ออ้างที่บอกว่าติดตั้งอุปกรณ์สะกดรอยตามไว้บนร่างกายของตัวเอง นั่น ——


    ‘หึ... เชื่อก็โง่ละ’


    เฉินอันหลานยื่นมือออกไปจับเชือกเส้นยาว เมื่อแน่ใจว่ามันสามารถรับน้ำหนักของเขาได้ เขาจึงได้เอื้อมมือไปจัดเสื้อเชิ้ตของตัวเอง ถึงแม้ว่ามันจะค่อนข้างยับและยังมีกลิ่นแปลก ๆ ก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ยังปกปิดร่องรอยบนตัวของเขาได้ เขาติดกระดุมไปจนถึงคอ จากนั้นจึงเอื้อมมือไปจับเชือกเส้นนั้นก่อนจะออกแรงแล้วไต่เชือกขึ้นไปบนหน้าต่างด้านบนโรงจอดรถอย่างรวดเร็วทันที


    “คุณชายสามตื่นหรือยัง?”


    “ตื่นบ้าอะไรล่ะ เมื่อคืนคุณชายสามไม่ได้กลับบ้าน”


    “เป็นไปไม่ได้ เมื่อคืนฉันยังเห็นรถของคุณชายสามเลี้ยวเข้าไปจอดในโรงจอดรถอยู่เลย”


    “ฉันจะพูดเรื่องนี้กับนายพอดี เมื่อคืนฉันไปเข้าห้องน้ำมา พอกลับมาก็เห็นนายนอนกรนโครกครากละ กะอีแค่เฝ้ายามแปป ๆ นายก็ทนไม่ไหวซะแล้ว ยังมีหน้ามาบอกว่าเห็นรถคุณชายสามขับเข้าไปในโรงจอดรถ ฉันว่านายคงเห็นคุณชายสามในความฝันมากกว่า!”


    “ไม่ ไม่ใช่นะ ฉันเห็นแสงไฟจริง ๆ นะ”


    “นายคงเห็นทูตสวรรค์ล่ะมั้ง?”


    เสียงของลูกน้องทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ในบริเวณนั้นดังออกมาให้ได้ยิน เฉินอันหลานจึงตัดสินใจปีนขึ้นบนระเบียงชั้นสองทันที ในตอนที่กระโดดขึ้นไปนั้น ก็เห็นว่าเหลยจินกำลังพาลูกน้องขึ้นบันไดมาพอดิบพอดี ดังนั้นเขาจึงทำได้แค่กระโดดขึ้นจับขอบประตูกระจกที่กั้นระเบียง มือและเท้าปีนขึ้นไปเหนือขอบประตูอย่างว่องไว จากนั้นก็เหยียดแขนขาออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองนั้นร่วงหล่นลงมา


    “พี่จิน เราโทรศัพท์ไปหาคุณชายรองดีไหม”


    “โทรไปแล้วจะพูดว่าไง?”


    “บอกว่าคุณชายสามหายตัวไป”


    “แล้วถ้าคุณชายรองตอกกลับมาว่า ทำไมนายไม่เอาชีวิตของตัวเองหายไปด้วยบ้างล่ะ…” เหลยจินยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาแล้วเตะไปบนก้นของลูกน้องคนนั้น “รีบออกไปตามหาเดี๋ยวนี้ นายไปหาข้างล่าง ส่วนฉันจะไปหาในห้องคุณชายสาม!”


    ลูกน้องของเหลยจินลูบก้นของตัวเองก่อนจะวิ่งลงไปหาเฉินอันหลานข้างล่าง


    เมื่อเห็นลูกน้องที่ไม่เอาไหนออกไปแล้ว เหลยจินก็เปิดประตูกระจกแล้ว เดินออกมานอกระเบียง ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินอันหลานเก็บมือและพิงร่างแนบชิดกับผนังด้านบนได้ทันล่ะก็ ประตูกระจกนั้นก็คงได้กระแทกมือของเขาจนร่วงหล่นลงมาแล้ว


    “รถก็กลับมาแล้ว แล้วคนไปไหน?”


    เหลยจินยืนพึมพำกับตัวเองอยู่บนระเบียงพักใหญ่ เขาไม่ได้สังเกตเห็นว่า มีคนห้อยโหนอยู่เหนือศีรษะแต่อย่างใด หลังจากที่พึมพำกับตัวเองเสร็จก็เกาหัว จากนั้นก็กลับเข้าไปหาเฉินอันหลานในบ้านต่อไป


    เมื่อเหลยจินไปแล้วเฉินอันหลานก็รีบกระโดดลงมาทันที เขาสะบัดมือและเท้า ที่เกร็งจนแทบจะเป็นตะคริวจากนั้นก็ออกไปจากระเบียง ก่อนจะรีบปีนขึ้นบนหน้าต่างห้องนอนแล้วผลักบานหน้าต่างเข้าไปก่อนที่เหลยจินจะมาถึง


    “คุณ คุณชายสาม?”


    เมื่อเหลยจินผลักประตูเข้ามาก็เห็นเฉินอันหลานยืนอยู่ตรงหน้าต่างพอดี บนเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาเต็มไปด้วยคราบสีดำ ใบหน้าเปรอะเปื้อนมอมแมม แม้แต่เส้นผมก็ยังเต็มไปด้วยหยากไย่และฝุ่น… ปกติแล้วเฉินอันหลานรักความสะอาดเสียยิ่งกว่าอะไรดี เหลยจินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ อึ้งงันไปเมื่อในเวลานี้คุณชายสามของเขาอยู่ในสภาพที่ดูมอมแมมเหมือนลูกหมา


    เฉินอันหลานนึกไม่ถึงว่าเหลยจินจะมาถึงห้องของเขาเร็วขนาดนี้ ในขณะที่เขากำลังจะปิดหน้าต่างทำลายหลักฐาน เหลยจินก็ผลักประตูเข้ามาอย่างพอดิบพอดี อีกทั้งยังมองเขาด้วยความตกใจปนประหลาดใจอย่างหนักอีกด้วย เฉินอันหลานคาดเดาได้ในทันทีว่าสภาพของตัวเองในตอนนี้มันแย่ขนาดไหน นั่นส่งผลให้บรรยากาศภายในห้องเริ่มอึดอัดขึ้นมาทันใด


    “ทำไมนายถึงไม่เคาะประตูก่อนเข้ามา?” เฉินอันหลานเลือกที่จะด่าทอออกไปก่อน  เขาอาศัยอำนาจข่มขวัญคนดูแล


    และก็เป็นอย่างที่คาดคิดไว้จริง ๆ เมื่อเหลยจินถูกเฉินอันหลานตะคอกใส่ แม้แต่โค้งคำนับก็ยังไม่ทันได้ทำ ด้วยความที่คิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง จึงได้ ถอยหลังออกไปเพื่อทำการเคาะประตูขออนุญาตก่อนเดินเข้ามาใหม่อีกครั้ง ทว่าในตอนที่เอื้อมมือไปเคาะประตูนั้น เหลยจินก็เริ่มตระหนักได้เลยรีบผลักประตูเข้าไป อีกหน


    “คุณชายสาม ก่อนหน้านั้นไม่กี่นาทีผมยังไม่เห็นคุณชายอยู่ในห้องเลยนะครับ ทำไมคุณชายสามถึงได้…”


    เมื่อถูกเฉินอันหลานหรี่ตามองด้วยสายตาข่มขวัญ เหลยจินก็รีบหุบปากฉับ


    “ฉันทำไม?” เฉินอันหลานจ้องเขม็งไปยังเหลยจิน “ทำไมถึงไม่พูดล่ะ?”


    เหลยจินไม่กล้าเปิดปาก


    สีหน้าของเฉินอันหลานมืดมนลงทันใด


    “ไสหัวออกไป!”


    “ครับ!”


    เมื่อถูกตวาดใส่แบบนั้น ผู้ดูแลชั่วคราวของเฉินอันหลานจึงรีบหมุนตัวแล้วเดินออกไปจากห้องทันที


    ประตูห้องถูกเฉินอันหลานกดล็อกทันทีที่คนที่ไม่ต้องการออกไปแล้ว จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปส่องกระจกในห้องน้ำ โอเมก้าหนุ่มถึงได้รู้แจ้งว่าทำไมเมื่อสักครู่ เหลยจินจึงจ้องเขาเขม็งแบบนั้น… เฉินอันหลานกัดฟันกรอด มือบางหยิบใยแมงมุมที่อยู่บนศีรษะออก แต่เมื่อจัดการเสร็จเขาก็ยังรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างแห้งกรังอยู่บนผมจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องอาบน้ำ จากนั้นก็เปิดฝักบัวด้วยแรงดันน้ำสูงสุดราดชโลมลงบนศีรษะของตัวเองทันที ทว่าแม้จะเอาฝักบัวรดหัวมาได้สักพักใหญ่ก็ยังไม่รู้สึกว่าตัวเองสะอาดขึ้นอยู่ดี เฉินอันหลานจึงคว้างฝักบัวทิ้งด้วยความโมโห


    “ลานเซลอต!”


    หลังจากที่ตะโกนออกไปเฉินอันหลานก็ทรุดลงไปนั่งกับพื้นทันที ฝักบัวยังคงทำงาน น้ำไหลนองไปตามพื้นและผนังห้องน้ำ ส่งผลให้กางเกงและรองเท้าของเขาเปียกชุ่ม… ไม่นาน โอเมก้าที่นั่งทรุดอยู่กับพื้นก็ดวงตาแดงก่ำ ร่างกายสั่นสะท้าน


    ตั้งแต่จำความได้ เฉินอันหลานก็รับรู้มาตลอดว่าตัวเองนั้นเป็นลูกชายที่ ถูกพ่อลืมมาโดยตลอด... ไม่ได้รับความสนใจ... ถูกด่าทอสารพัด... แต่เขาก็พร่ำบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่าเดี๋ยวก็ชิน... หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พึ่งยาระงับ ปลอมแปลงตัวเองให้กลายเป็นอัลฟ่าเพื่อเข้าเรียนโรงเรียนตำรวจ ทนแบกรับการฝึกฝนสารพัดอย่าง ระหว่างที่รับหน้าที่เป็นสายลับก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอดตั้งหลายครั้ง ทว่าเท่าที่ผ่านมาเฉินอันหลานไม่เคยรู้สึกว่าชีวิตของตัวเองล้มเหลวเหมือนกับที่เป็นอยู่ในเวลานี้มาก่อน ——


    ‘สามครั้ง’


    สามครั้งที่เขาไม่สามารถอดทนต่อความความดิบเถื่อนเบื้องลึกในใจ ไม่อาจทนทานความเย้ายวนที่น่าละอายและน่ารังเกียจ จนกระทั่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนนั้น…


    เฉินอันหลานเริ่มสงสัย ร่างกายของเขาไม่เคยมั่วโลกีย์หรือใคร่ในกามตัณหาแบบนั้นมาก่อน แต่ทำไมเมื่อถูกผู้ชายคนนั้นยั่วยวนอีกครั้งและอีกครั้ง เขากลับ ไม่สามารถควบคุมตัวเองจนถึงกับต้อง... อ้อนวอนเขา?


    ‘ติ๊ด ติ๊ด——’


    เสียงเตือนบนนาฬิกาดังขึ้น


    เฉินอันหลานยังคงนั่งอยู่ในห้องน้ำด้วยร่างที่เปียกชุ่ม จนกระทั่งเสียงเตือนนั้นดังขึ้นเป็นครั้งที่สาม เขาถึงได้เอื้อมมือไปลูบบริเวณกระเป๋ากางเกง เมื่อไม่พบหูฟังที่ใช้ประจำก็เกาะกำแพงประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ชายหนุ่มถอดเสื้อเชิ้ตที่สกปรกทิ้งไปบนพื้น จากนั้นก็กดปุ่มรับสาย ภาพหน้าจอโฮโลแกรมฉายขึ้นมา และใบหน้าของเฉินหยินชิงก็ปรากฏขึ้น


    “พี่รอง”


    (ทำไมถึงได้รับช้านัก?)


    “ผมกำลังอาบน้ำอยู่ครับ”


    เฉินหยินชิงที่อยู่ในหน้าจอมองสำรวจร่างกายท่อนบนที่ถูกน้ำชโลมจนเปียกชุ่มของเฉินอันหลาน จนกระทั่งเห็นรอยฟกช้ำบนไหล่ของอีกฝ่าย ดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก คนเป็นพี่หรี่ตาลงแล้วพูดขึ้นเสียงเย็นชา


    (ฝีมือพ่อใช่ไหม?)


    “ไม่เป็นไรหรอกครับ” เฉินอันหลานเอื้อมมือไปแตะรอยช้ำบนไหล่นั้น “พี่รอง โทรหาผมมีเรื่องอะไรรึเปล่า?”


    (ไม่มีอะไร แค่อยากโทรหานายดู ถ้านายอาบน้ำอยู่ งั้นก็แค่นี้แหละ)


    เมื่อเฉินหยินชิงพูดจบ ภาพวิดีโอก็ถูกตัดไปทันที


    เฉินอันหลานปล่อยมือที่สัมผัสไหล่ลง จากนั้นก็เอี้ยวตัวมองดูรอยฟกช้ำบนไหล่และหลังก่อนจะหยิบฝักบัวขึ้นมาชโลมน้ำไปบนไหล่อยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อนไปไหน


     


    ※※※※※※※※※※


     


    บ้านตรงข้าม


    “นายน้อยครับ ผมรวบรวมหลักฐานกระทำความผิดของหรงอันชิ่งมาให้ทั้งหมดแล้ว ความผิดที่มีหนักหนาพอที่จะทำให้มันติดคุกได้ครับ” หมิงจวงยื่นผ้าขนหนูให้กับลานเซลอตที่เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากชำระล้างร่างกายเสร็จ “แต่นายน้อย ก่อนที่ผมจะไปตรวจสอบ มีคนเข้าไปค้นหาหลักฐานกระทำความผิดของหรงอันชิ่งก่อนแล้วครับ”


    ลานเซลอตรับผ้าขนหนูมาซับเส้นผมที่ชุ่มน้ำ “ใคร?”


    “คุณชายเฉินครับ” หมิงจวงรายงานตามความจริง


    ดวงตาสีดำทมิฬมีแววแห่งความสงสัยพาดผ่าน ลานเซลอตจ้องมองตัวเองในกระจกอยู่นานก่อนจะเอ่ยขึ้นพลางเช็ดผมต่อ


    “ปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อน”


    “ครับ นายน้อย”


    “นายไปหาข้อมูลเกี่ยวกับเฉินเจิ้นถิงมา”


    “พ่อของคุณชายเฉินเหรอครับ?” หมิงจวงแปลกใจไม่น้อย ก่อนจะถามออกไป “นายน้อยสงสัยว่าอาการบาดเจ็บบนร่างกายของคุณชายเฉินเป็นฝีมือของเฉินเจิ้นถิงเหรอครับ?”


    ลานเซลอตหรี่ตาลงเล็กน้อยโดยไม่พูดอะไร


    “ถึงเสือจะร้ายแต่ก็ไม่กินลูกตัวเอง เขาคงไม่ทำหรอกมั้งครับ?” หมิงจวงนึกถึงอาการบาดเจ็บบนหลังคอของเฉินอันหลานที่แอบเห็นโดยไม่ได้ตั้งใจเมื่อเช้าขึ้นมาได้ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย “นายน้อยวางใจได้เลยครับ ผมจะไปตรวจสอบมาให้ครับ”


    “เชียนเฉินล่ะ?”


    “หลังจากไปส่งของให้นายน้อยเมื่อคืนแล้ว ก็ยังไม่เห็นกลับมาเลยครับ บางทีอาจจะมัวเล่นซนที่ไหนอยู่ก็ได้”


    “เรียกตัวมา”


    “ครับ นายน้อย”


    หมิงจวงโค้งตัวคำนับผู้เป็นนาย ก่อนจะหมุนตัวไปจัดการเรื่องต่าง ๆ ตามที่ ลานเซลอตสั่งทันที


    เมื่อหมิงจวงออกไปแล้ว มือที่กำลังเช็ดผมอยู่ก็หยุดชะงักลง ผู้นำตระกูลเอสเต มองดูตัวเองในกระจก ชั่ววูบหนึ่งแววตานั้นหนาวสะท้าน แต่เพียงพริบตาเดียวก็เคร่งขรึมลงอย่างรวดเร็ว


    ขอเลื่อนการจำหน่ายเล่ม 6 ไปเป็นวันที่ 11 มิ.ย. 66 นะคะ ขออภัยนักอ่านทุกท่าน 


     


     

    คล้ายกับเรื่องยอดสายลับโอเมก้า [จบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788