“คุณชาย”เสียงของหลู่เสี่ยวไป๋ที่ส่งมานั้นดูร้อนรนเล็กน้อยเหมือนว่าจะมีเื่รีบร้อนอะไรบางอย่าง
“มีเื่อะไร” ทันทีที่หลู่เส่าโหย่วพึ่งกล่าวจบหลู่เสี่ยวไป๋ก็รีบเข้ามาในห้องของเขาจนหอบหายใจ
หลู่เส่าโหย่วที่เห็นท่าทางของหลู่เสี่ยวไป๋ก็ประหลาดใจไม่น้อยชุดคลุมเก่าขาดๆ ที่เคยสวมใส่บนร่างนั้นได้หายไปแล้ว แต่กลับถูกแทนที่ด้วยชุดคลุมสีน้ำเงินใหม่เอี่ยมบนหัวไหล่ของหลู่เสี่ยวไป๋ยังมีตราสัญลักษณ์บางอย่าง เป็สัญลักษณ์ที่แสดงตนว่าเป็ผู้ดูแลของตระกูลหลู่
“คุณชาย ข้าถูกพบแล้ว ทำอย่างไรดี”หลู่เสี่ยวไป๋ที่เข้าห้องมากล่าวขึ้นอย่างร้อนรน
“ถูกพบอะไร?” หลู่เส่าโหย่วถาม
“เมื่อคืนข้าได้ใช้ทักษะหมาป่าอัคคีบ่มเพาะและทะลวงระดับสาวกแต่มันดันไปดึงดูดความสนใจของนายท่านเข้า นายท่านจึงมาสอบถามข้าทั้งคืน”หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
หลู่เส่าโหย่วรู้ว่านายท่านที่หลู่เสี่ยวไป๋พูดถึงคือลุงใหญ่ในโลกนี้ของเขาหรือก็คือพ่อบุญธรรมของหลู่หวู๋ซวง ลุงใหญ่นั้นถือว่าเป็คนดี เมื่อเขายังเด็ก ลุงใหญ่ก็ยังมาดูแลเขาบ้างเล็กน้อย
“สอบถามอะไรบ้าง...” หลู่เส่าโหย่วรีบถามออกไปเขากังวลว่าตัวตนของเขาจะถูกเปิดเผย หากเป็เช่นนั้นมันคงจะมีปัญหาไม่น้อย
หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว“นายท่านใหญ่ถามว่าข้าเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้อย่างไร ใครเป็คนสอนข้าในการบ่มเพาะแต่ว่าข้าไม่ได้บอก ข้าไม่ทรยศคุณชายแน่ข้าบอกไปว่าข้าได้พบผู้สูงศักดิ์คนหนึ่งโดยบังเอิญ และเขาก็เป็คนสอนข้าบ่มเพาะแต่เขาได้บอกกับข้าเอาไว้ว่าต้องไม่บอกกล่าวกับผู้ใด”
หลังเล่าจบหลู่เสี่ยวไป๋ก็ยิ้มเล็กน้อยดูเหมือนว่าจะพอใจกับการตอบคำถามของตัวเองมาก
หลู่เส่าโหย่วถอนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งอกนี่ยังไม่ถึงเวลาที่เขาจะเปิดเผยตัวตน หากเขาเปิดเผยตัวตนในตอนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาใดบ้าง
“แล้วจากนั้นล่ะ” หลู่เส่าโหย่วถามต่อจู่ๆ คนรับใช้ระดับต่ำคนหนึ่งที่ไม่สามารถกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ได้ วันหนึ่งดันกลับกลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ขึ้นมาคนของตระกูลหลู่จะต้องถามคำถามมากมายอย่างแน่นอน ไม่มีทางที่จะไม่สงสัย
“หลังจากนั้นหัวหน้าตระกูลกับนายท่านสองและนายท่านสี่ก็มากันหมดทุกคนถามข้าว่าผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นคือใคร สุดท้ายข้าก็ไม่มีทางเลือก จึงบอกไปว่าเขาไปๆมาๆ โดยที่ไม่ทิ้งร่องรอยใดๆ ไว้ ทุกครั้งก็เป็เขาที่มาหาข้า แล้วนายท่านใหญ่กับหัวหน้าตระกูลก็ไม่ได้ถามอะไรมากมายอีกสุดท้ายก็เลื่อนยศข้าขึ้นมาเป็ผู้ดูแล และยังจะให้ข้าย้ายไปอยู่ลานด้านหน้าแต่ว่าข้าบอกว่าไม่้าย้ายไป อยู่ลานด้านหลังก็ดีอยู่แล้ว” หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
“ไปอยู่ลานด้านหน้าก็ดีแล้วไม่ใช่หรือเสี่ยวฉุยก็อยู่ลานด้านหน้าไม่ใช่หรืออย่างไร?” หลู่เส่าโหย่วยิ้มเบาๆ ในเมื่อหลู่เสี่ยวไป๋กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วแน่นอนว่าตระกูลหลู่ย่อมให้คุณค่า จะเลื่อนขั้นให้หลู่เสี่ยวไป๋เป็ผู้ดูแลนั้นก็ไม่แปลกแต่ดูเหมือนว่าเขาจะต้องระมัดระวังมากกว่านี้ในอนาคต เพราะในตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่ควรจะให้คนในตระกูลหลู่รู้ตัวตนของเขา
“คุณชาย ท่านพักอยู่ที่ลานด้านหลังข้าจะไปอยู่ที่ลานด้านหน้าได้อย่างไร นอกจากเราจะย้ายไปด้วยกัน ส่วนเสี่ยวฉุยเมื่อครู่ข้าได้เจอนางแล้ว นางยังเป็ฝ่ายมาทักทายข้าก่อนด้วย” หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว
เมื่อได้ยินสิ่งที่หลู่เสี่ยวไป๋เอ่ยหลู่เส่าโหย่วจึงกล่าวว่า “ในภายภาคหน้าเ้าก็ระมัดระวังหน่อยนี่คือโอสถเสริมพลังสองเม็ด หลังจากเ้ากินเข้าไปแล้วปรับแต่งมัน มันจะช่วยในเื่การบ่มเพาะของเ้าไม่น้อยหากถูกใครพบโอสถเสริมพลังเม็ดนี้ก็ไม่ต้องบอกกล่าวกับผู้ใดว่าข้าเป็คนให้เ้า บอกไปว่าผู้สูงศักดิ์ผู้นั้นเป็คนให้เ้ามา”
หลู่เส่าโหย่วลอบยิ้มในใจ เหตุผลที่เขาให้โอสถเสริมพลังเม็ดนี้แก่หลู่เสี่ยวไป๋ประการแรกคือเขา้าให้พลังบ่มเพาะของหลู่เสี่ยวไป๋ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วประการที่สอง ใน่นี้ตระกูลหลู่คงให้ความสนใจหลู่เสี่ยวไป๋มากขึ้นแน่และหากพบว่าหลู่เสี่ยวไป๋มีโอสถสริมพลังอีก เขาเชื่อว่าตระกูลหลู่จะยิ่งให้ความสนใจหลู่เสี่ยวไป๋มากขึ้นไปอีกแน่นอนเมื่อถึงตอนนั้นก็คงมีคนในตระกูลไม่มากแล้วที่จะมาสนใจเขา แล้วตัวตนของเขาก็จะปลอดภัยมากขึ้นอีกสักหน่อย
“คุณชาย โอสถเม็ดนี้แพงมากหรือ?” หลู่เสี่ยวไป๋รับโอสถมาแล้วถามขึ้น
“ห้าสิบเหรียญทอง มีคน้าแต่ไม่มีของเ้าคิดว่าแพงหรือไม่” หลู่เส่าโหย่วกลอกตาใส่หลู่เสี่ยวไป๋แล้วตอบ ตัวเขาได้รู้จากเทียนเป่าเหมินมาว่าด้านนอกนั้นขายโอสถเสริมพลังที่เขาหลอมกันถึงหกสิบเจ็ดสิบเหรียญทองต่อเม็ดแล้วเขายังคิดอยู่ว่าจะให้เทียนเป่าเหมินขึ้นราคา
“แพงขนาดนี้เลย”ห้าสิบเหรียญทองสำหรับหลู่เสี่ยวไป๋นั้นถือได้ว่าเป็ตัวเลขที่มหาศาล
“เ้าก็ฝึกฝนบ่มเพาะให้ดีอย่าี้เีล่ะ” หลู่เส่าโหย่วกล่าว
“ใช่แล้วคุณชายหัวหน้าตระกูลให้ข้าไปห้องเก็บวิชายุทธ์เพื่อเลือกวิชาหนึ่งชุดอย่างนั้นข้าไปก่อนแล้ว” หลู่เสี่ยวไป๋กล่าว ถึงแม้จะเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วแต่ถ้าไม่มีวิชายุทธ์เห็นทีคงจะไม่ได้
“ไปเถอะ” หลู่เส่าโหย่วรู้ว่าหัวหน้าตระกูลหลู่เป็บิดาของเ้าของร่างนี้แต่ในความทรงจำของเขากลับมีความทรงจำเกี่ยวกับชายคนนี้ไม่มากนักหลู่เส่าโหย่วจึงรู้สึกสงสัยเล็กน้อยเป็ไปได้ไหมว่าจะมีคนที่เมินเฉยไม่สนใจเืเนื้อเชื้อไขของตัวเองจริงๆ
เมื่อหลู่เสี่ยวไป๋จากไปหลู่เส่าโหย่วก็ยืนเหม่ออยู่พักหนึ่ง หลังจากเก็บกวาดเสร็จเขาที่พึ่งเดินออกมาจากลานบ้านและกำลังจะไปที่เทียนเป่าเหมินก็เห็นหลู่หวู๋ซวงที่กำลังเดินมาทางลานบ้านพอดี
“พี่หวู๋ซวง ท่านมาได้อย่างไร”หลู่เส่าโหย่วตกตะลึงไปครู่หนึ่ง หากย้อนนึกถึงความอึดอัดครั้งก่อน เขาก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดแล้วในฐานะที่เขาเป็ลูกผู้ชาย ถูกผู้หญิงเห็นร่างกายแล้วจะอย่างไรเขาไม่ได้เสียอะไรอยู่แล้ว
แต่หลู่หวู๋ซวงนั้นไม่เหมือนกันดูเหมือนว่าเมื่อนางเห็นหลู่เส่าโหย่วนางก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเื่ในวันนั้นทันใดนั้นใบหน้าของนางก็แดงก่ำ แล้วนางก็ก้มศีรษะลงไป
“เส่าโหย่ว อีกเจ็ดวันก็จะปีใหม่แล้วหากเ้ามีเวลาว่าง ไปซื้อของเป็เพื่อนข้าหน่อยได้หรือไม่?” หลู่หวู๋ซวงกล่าวด้วยเสียงที่บางเบา
“ข้าว่าง พวกเราไปกันเถอะ”หลู่เส่าโหย่วพึ่งนึกขึ้นได้ว่าใกล้จะปีใหม่แล้ว เขาควรซื้อของใช้และเสื้อผ้าใหม่ให้ท่านแม่เสียหน่อยส่วนเื่เงินทอง ตัวเขาในตอนนี้ไม่ได้ขาดแคลนอะไร ในเดือนนี้นอกจากค่าสมุนไพรของเทียนเป่าเหมินแล้ว ตัวเขาก็ได้กำไรมาไม่น้อย
“อืม” หลู่หวู๋ซวงตอบรับเบาๆหลังจากนั้นทั้งสองก็เดินไปยังทางออกของคฤหาสน์ตระกูลหลู่ ในครั้งนี้หลู่หวู๋ซวงพาหลู่เส่าโหย่วมาทางประตูหลักเมื่อมีหลู่หวู๋ซวงอยู่ด้านหน้า คนรับใช้หน้าประตูก็ไม่กล้าพูดอะไร
ในใจของหลู่เส่าโหย่วนั้นจะอย่างไรก็ได้ไม่ว่าประตูหน้าหรือประตูหลังของตระกูลหลู่ สำหรับเขาแล้วมันไม่มีอะไรแตกต่างกันตัวเขาไม่ได้สนใจสายตาของคนรับใช้เหล่านี้เลยแม้แต่น้อย รอสักวันหนึ่งที่พวกมันรู้ว่าเขาได้กลายเป็ผู้ฝึกยุทธ์แล้วจะเข้ามาประจบสอพลอก็เป็เื่ปกติคนพวกนี้ที่คิดว่าตัวเองแน่และเอาแต่ดูถูกผู้อื่นนั้น ในชาติก่อนของเขามีคนประเภทนี้เต็มไปหมดไม่มีอะไรให้น่าตื่นใเลย
หลังจากออกจากตระกูลหลู่ ทั้งสองก็ได้มาถึงถนนภายในเมืองฝูงชนที่พลุกพล่านและบรรยากาศที่ดูมีชีวิตชีวาทำให้หลู่หวู๋ซวงลืมความอึดอัดไปชั่วครู่และดูเหมือนว่าจะทำให้นางอารมณ์ดีด้วย เมื่อเดินผ่านเข้าไปท่ามกลางทะเลฝูงชนภายใต้ชุดกระโปงยาวที่เผยให้เห็นส่วนโค้งเว้าอันละเอียดอ่อน บวกกับใบหน้าที่วิจิตรและกลิ่นอายที่โดดเด่นทำให้มีผู้ชายในฝูงชนไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะน้ำลายไหลออกมา
หลู่เส่าโหย่วที่มองหลู่หวู๋ซวงอยู่ก็ได้แต่รู้สึกตกตะลึงในใจทุกครั้งที่เขาเห็นหลู่หวู๋ซวงนางจะแตกต่างออกไปหากผู้หญิงคนนี้อยู่ในโลกเก่าของเขา มิสฮ่องกงอะไรนั่นก็ยังต้องยืนชิดซ้าย
“เส่าโหย่วเ้าคิดว่ารองเท้าคู่นี้เป็อย่างไรบ้าง?” เมื่อเดินเข้าไปภายในร้านแห่งหนึ่ง หลู่หวู๋ซวงก็หยิบรองเท้าสีดำมาหนึ่งคู่และกล่าวถามเขา
หลู่เส่าโหย่วพยักหน้าเบาๆแต่ว่ารองเท้าคู่นี้ ดูหมือนว่าจะเป็รองเท้าของผู้ชาย
“เ้าชอบหรือไม่ ถ้าเ้าใส่มันน่าจะดูดี”หลู่หวู๋ซวงสังเกตรองเท้าในมือก่อนจะกล่าวกับเ้าของร้าน “เ้าของร้าน ช่วยห่อให้ข้าแล้วส่งไปที่ตระกูลหลู่ที”
“ขอรับ คุณหนูตระกูลหลู่” เหมือนว่าหลู่หวู๋ซวงจะเป็แขกประจำของที่นี่ทันใดนั้นก็มีชายวัยกลางคนที่ดูค่อนข้างอวบอ้วนเดินเข้ามา เ้าอ้วนคนนี้เอาแต่จ้องหลู่เส่าโหย่วอยู่ตลอดเมื่อเห็นว่าหลู่หวู๋ซวงซื้อรองเท้าให้เขา สายตาที่มองมาก็แฝงไปด้วยความอิจฉาไว้หลายส่วน
หลู่เส่าโหย่วอยากกล่าวบางอย่างแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกไป เพราะดูเหมือนว่าเขาจำเป็จะต้องซื้อรองเท้าสักคู่จริงๆ
“พวกเราไปกันเถอะ”หลู่หวู๋ซวงกล่าวกับหลู่เส่าโหย่ว หลังจากทั้งสองคนออกไปจากร้านนี้ พวกเขาก็เดินซื้อของกันอีกหลายร้านและยังซื้อเสื้อผ้าให้ลั่วหลานซืออีกหลายชุด ทุกครั้งที่หลู่เส่าโหย่วอยากจ่ายเงินเขาก็จะถูกหลู่หวู๋ซวงแย่งจ่ายก่อน จนทำให้หลู่เส่าโหย่วทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
“เทียนเป่าเหมิน เส่าโหย่วข้ากำลังอยากซื้ออาวุธอยู่พอดี เ้าเข้าไปดูเป็เพื่อนข้าหน่อย” โดยไม่ทันรู้ตัวทั้งสองก็ได้เดินมาถึงเทียนเป่าเหมินแล้ว
“พี่หวู๋ซวงร้านค้าตระกูลหลู่ก็มีอาวุธขายไม่ใช่หรือ?” หลู่เส่าโหย่วกล่าว
“เื่อาวุธนั้น ร้านค้าตระกูลหลู่สู้เทียนเป่าเหมินไม่ได้พวกเราเข้าไปดูได้ไม่มีปัญหาหรอก”หลู่หวู๋ซวงกล่าวและจากนั้นก็เดินเข้าไปในเทียนเป่าเหมิน
“ทั้งสองท่าน้าจะซื้ออะไร”เมื่อชายร่างใหญ่ทั้งสองที่อยู่หน้าประตูเห็นหลู่เส่าโหย่วกับหลู่หวู๋ซวงก็พยักหน้าและกล่าวทักทายเมื่อตอนที่หลู่เส่าโหย่วมาคนเดียวนั้น สองคนนี้จะเรียกและทักทายเขาอย่างเคารพว่านายน้อยหลู่แต่ในวันนี้กลับแกล้งทำเป็ไม่รู้จักกัน
หลู่เส่าโหย่วคาดเดาในใจ คนของเทียนเป่าเหมินคงจะได้รับคำสั่งมานานแล้วว่าไม่สามารถเปิดเผยเื่ที่ตัวเขามาเทียนเป่าเหมินเป็ประจำได้ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือนนี้ มันทำให้หลู่เส่าโหย่วรู้ว่าเทียนเป่าเหมินมีความคิดที่จะดึงตัวเขาไปทุกครั้งที่นี่จะแอบทดสอบเขาว่าเป็ผู้ฝึกิญญาหรือไม่ บ้างก็แอบถามว่าเื้ัของเขามีผู้ฝึกิญญาหรือไม่
หลู่เส่าโหย่วรู้สึกคุ้นเคยกับเทียนเป่าเหมินมากแล้วเมื่อทั้งสองเดินมายังสถานที่สำหรับซื้อขายอาวุธโดยเฉพาะหลู่หวู๋ซวงก็หยิบดาบยาวสีเขียวอ่อนขึ้นมา
“ติง” เมื่อดาบถูกดึงออกจากฝักก็เกิดเสียงที่ไพเราะออกมาทันใดนั้น บนใบดาบยาวสามฟุตก็มีลักษณะประกายแสงอันเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบดาบมีแสงสะท้อนระยิบระยับส่องลงไปที่ปลายดาบ “ไม่เลว”ถึงอย่างไรหลู่เส่าโหย่วกับลุงหนานก็ได้พูดคุยถึงความรู้มากมายที่เกี่ยวข้องกับอาวุธถึงแม้เขาจะยังไม่เคยปรับแต่งอาวุธด้วยตนเองแต่เขาก็มองออกว่าดาบสีเขียวเล่มนี้ไม่เลวเลย
“ดาบเล่มนี้ข้าเอาแล้ว” ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา และหลังจากนั้น ร่างร่างหนึ่งก็ได้ปรากฏขึ้นด้านหน้าของหลู่เส่าโหย่วและหลู่หวู๋ซวงเมื่อเห็นเ้าของร่างนั้น สีหน้าของหลู่หวู๋ซวงก็ได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย