ณ ห้องแห่งหนึ่ง ในที่นี้มีบุรุษอยู่สามคนกำลังยืนอยู่ข้างกายร่างที่นอนหลับไหล
"...ท่านต้องรับผิดชอบ!! เ้าชาย!!"
พลันเสียงะโกร้าวดังก้องห้องกว้างที่มีหญิงสาวผู้มีเรือนผมสีดำราวรัตติกาลนอนแน่นิ่งอยู่ ซึ่งเ้าของเสียงที่กล้าตะคอกใส่เ้าชายลำดับที่สองแห่งอาณาจักรนั้นไม่ใช่ใคร คือเสียงของ ดยุคเฟรทาร์เซียส ที่1 แฮมสัน เค.ดี. เอลโลชาแตล ชายผู้เป็พ่อแท้ๆของ เลดี้ฟีร์มัวเนียร์ เค.ดี. เอลโลชาแตล ซึ่งนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียงข้างๆนี้นี่เอง
ที่แห่งนี้คือห้องแห่งหนึ่งในปราสาทขององค์าา โดยภายในห้องประกอบด้วยชายหนุ่มผมสีดำั์ตาสีเงิน ที่ก้มหน้าหลบสายตาของชายมีอายุหน้าตาคมเข้มคนหนึ่ง ชายผู้ซึ่งมีั์ตาสีม่วงอเมทิสต์และผมสีดำราวรัตติกาลเฉกเช่นเดียวกับฟีร์มัว ส่วนอีกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็คือชายรุ่นราวคราวเดียวกับดยุคแฮมสัน เวลานี้..คิ้วคมที่กำลังขมวดเป็ปมบนใบหน้าบึ้งตึงแดงก่ำด้วยความไม่พอใจของ องค์าาเคลเซียร์มาเอล คิง เพลโลวีทาเรียส บ่งบอกชัดเจนว่าพระองค์ทรงกริ้วโกรธบุตรชายคนที่สองของตัวเองเป็อย่างมาก!
เื่นั้นมีอยู่ว่า หลังเหตุวุ่นวายในงานเลี้ยงจบไปและงานเลี้ยงถูกดำเนินต่อกระทั่งเลิกรา เหล่าแเื่ทั้งหลายต่างทยอยกล่าวลาเ้าชายซาร์จินเพื่อกลับไปยังเคหสถาน
แต่ทุกอย่างกลับต้องคืนสู่ความปั่นป่วนวุ่นวายอีกครั้ง เมื่อแขกเ่าั้ลงบันไดมาพบกับหญิงสาวร่างเล็กที่มีเืไหลจากศีรษะเจิ่งนองพื้นนอนแน่นิ่งอยู่ตีนบันได โดยไม่ต้องกล่าวหาใคร ทุกสายตาก็จับจ้องไปยังเ้าชายซาร์จินซึ่งวิ่งตามลงมาหลังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือให้วุ่นวายทันที
แน่นอน ร่างนี้คือลูกสาวของดยุคแฮมสันผู้มากอำนาจ..พวกเขาจะทำเป็ไม่เห็นเธอได้อย่างไร?
..และนั่นก็เป็เื่เมื่อ2วันก่อน ก่อนที่ดยุคแฮมสันซึ่งเดินทางไปทำธุรกิจที่ต่างเมืองจะรีบกลับมายังเมืองหลวงพิวเลียร์แห่งนี้โดยทันที
"ผมขอโทษท่านดยุค ผมเลินเล่อเองที่ไม่สังเกตว่าตรงนั้นเป็บันไดจึงได้เผลอผลักเธอไป--"
ผั่วะ!!
"ผลัก!! แก! ไอเด็กเวรเอ้ย!! แกบอกว่าผลักลูกสาวข้าลงมา!! ทำให้เธอนอนนิ่งไม่ได้สติอยู่ตรงนี้!!"
ดยุคแฮมสันไม่ไว้มารยาทอย่างที่สมควรมีให้เ้าชายซาร์จินอีกต่อไป เขาด่าทอกล่าวว่าด้วยความเดือดดาลถึงขีดสุดหลังต่อยเข้าที่ใบหน้าของเ้าชายจนอีกฝ่ายถึงกับเกิดแผลช้ำและเืกำเดาไหลออกจมูก ไม่บอกก็รู้ว่าหมัดเมื่อครู่เสริมเวทย์ธาตุดินลงไปเพิ่มความหนักหน่วงของการโจมตี! เห็นได้ชัดจากมือที่ยังคงทอแสงสีน้ำตาลเรืองๆอยู่ของดยุคแฮมสันในตอนนี้!
"เ้าต้องรับผิดชอบ!! ไอเด็กชั่ว!! ทีนี้บอกมาว่าแกจะรับผิดชอบลูกสาวข้าอย่างไร!!"ดยุคแฮมสันกล่าวพลางกระชากคอเสื้อของเ้าชายซาร์จินเข้ามา
"ใจเย็นลงก่อนแฮมสัน อย่าลืมว่าในมือเ้าคือลูกชายข้า"าาเคลเซียร์กล่าว แม้แววตาของเขาจะจ้องมองบุตรของตัวเองไม่ต่างจากดยุคแฮมสันเลยก็ตาม
"แล้วจะให้ข้าบอกว่า.. โอ้~ เ้าชายซาร์จิน! กระหม่อมช่างยินดีแทนเสียเหลือเกินที่ในที่สุดท่านก็ทรงสารภาพรักกับหญิงที่ชื่นชอบ! กลางงานเลี้ยง! ท่ามกลางประจักษ์พยานมากมาย! หลังจากท่านทำให้ลูกสาวหระหม่อมปางตายพะยะค่ะ!! ...อย่างนั้นรึที่เ้า้าให้ข้าพูด!? เคลเซียร์!! ถ้าไอเด็กเวรนี่ตอบไม่ได้อย่างนั้นเ้าก็จงตอบแทนมันสิว่าจะรับผิดชอบอาการของลูกสาวข้าอย่างไร!!!"
ดยุคแฮมสันกล่าวประชดประชันด้วยใบหน้าแดงก่ำโกรธเกรี้ยว ถลึงตามองผู้ได้ชื่อว่าเป็าาผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโพโลเวียร์อย่างไม่ไว้หน้าหวั่นเกรง
"..มันผลักลูกสาวข้าลงจากบันไดในราชวังของเ้า! หลังลูกสาวข้าได้รับการกระแทกจนท่อนล่างของเธอกลายเป็อัมพาตพิกลพิการ!! มันทำลูกสาวข้ากลายเป็คนพิการ!! เ้าเข้าใจรึเปล่า!!!"
"ไม่! แฮมสัน! หนูฟีร์มัวไม่ได้พิการตลอดไปเสียหน่อย! หากได้รับการรักษาอย่างดี ..3ปี อย่างต่ำเธอก็จะพิการเพียง3ปีก่อนกลับมาเดินได้อีกครั้ง!!"าาเคลเซียร์พยายามแก้ต่างโดยไม่สนความไม่เคารพของอีกฝ่าย อย่างไรเสียพวกเขาก็เคยเป็เพื่อนสนิทมิตรสหายกันมานาน...แต่คราวนี้ดูท่าข้อพิพาทนี้คงสงบลงยากยิ่งเป็แน่
แน่นอน จะพูดอย่างไรก็คงไม่อาจลดความร้อนของเปลวเพลิงที่สุมอกของคนเป็พ่อที่ลูกสาวถูกทำร้ายลงได้
"ข้าไม่สน!! ความจริงที่แก้ไม่ได้คือไอเด็กชั่วลูกชายเ้าทำให้ลูกสาวข้ากลายเป็แบบนี้! เ้าและลูกของเ้าจะรับผิดชอบอย่างไร!!? ไม่เช่นนั้น.. วันที่ข้าและตระกูลเอลโลชาแตลต้องขอส่งคืนชื่อกลางแล้วตัดขาดจากอาณาจักรโพโลเวียร์ก็คงเป็วันนี้นี่แหละ!!"
"เ้า--!!"
ทั้งาาเคลเซียร์และเ้าชายซาร์จินผู้ถูกลืมเลือนพลันหน้าซีดเผือดลงทันใด
หากเสียตระกูลเอลโลชาแตลไปย่อมส่งผลกระทบต่ออาณาจักรเป็อย่างมาก ดีไม่ดีอาจทำให้เศรษฐกิจของอาณาจักรถึงขั้นตกต่ำลงในชั่วข้ามคืนเลยก็เป็ได้!
อย่างไรก็ตาม ตามเนื้อเื่ที่ถูกต้องซึ่งมีให้ดูในMVเพลงจบของเกมนั้น...
หลังจากนี้ เ้าชายซาร์จินและเมย์รินจะร่วมมือฟันฝ่าอุปสรรค์ต่อไปด้วยกัน แม้ไม่มีตระกูลเอลโลชาแตลค่อยหนุนหลังอาณาจักรโพโลเวียร์อีกต่อไปแต่เหล่าขุนนางอื่นๆรวมถึงเพื่อนพ้องของทั้งคู่ก็จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มกำลัง เปลี่ยนแปลงพัฒนาอาณาจักรให้กลับมารุ่งเรืองได้ดังเก่าในเวลาไม่นาน ครั้นเมื่อาาเคลเซียร์เห็นถึงความพยายามและความรักของเ้าชายซาร์จินกับเมย์รินก็ทรงเอ่ยปากประทานงานอภิเษกให้...
...สุดท้ายเื่ราวก็จบอย่างเป็สุข...
แต่ตามMVในเพลงจบของเกม นางร้ายหรือฟีร์มัวนั้นสมควรตายไปแล้ว! หาใช่เพียงแค่พิการไม่!!
ทั้งยังไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆทั้งสิ้นในห้องแห่งนี้! ตระกูลเอลโลชาแตลที่เกรี้ยวโกรธตัดขาดจากอาณาจักรโพโลเวียร์ทันทีที่ทราบข่าวการตายของคุณหนูคนเดียวของตระกูลด้วยน้ำมือของเ้าชายซาร์จิน เกิดาเล็กๆขึ้นระหว่างทหารของอาณาจักรกับทหารใต้ปกครองของดยุคแฮมสัน แต่สุดท้ายตระกูลเอลโลชาแตลก็ออกจากอาณาจักรโพโลเวียร์ไปด้วยความเคียดแค้น
ทุกอย่าง...จะไม่เป็ไปตามเกมอีกต่อไป
"อ..อือ...."
เสียงครางด้วยความมึนงงงัวเงียพลันดังขึ้นขัดบรรยากาศที่แทบจะลุกเป็ไฟในห้องแห่งนี้
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังหญิงสาวร่างเล็กวัย16ปีบนเตียงอย่างพร้อมเพรียง ร่างเล็กน่าทะนุถนอมซึ่งมีผ้าพันอยู่รอบศีรษะนั้นดิ้นขยับไปมาเล็กน้อยด้วยท่าทีอึดอัดไม่สบายตัว ก่อนที่เธอจะปรือตาขึ้นมาอย่างช้าๆราวกับหวาดกลัวแสงที่ส่องกระทบเข้าั์ตาสีอเมทิสต์เป็ประกาย
"ล..ลูกพ่อ!!"ดยุคแฮมสันลืมความโกรธไปทันใด
ร่างสูงรีบถลาเข้าหาฟีร์มัวอย่างรวดเร็วพลางประคองร่างของเธอให้ลุกขึ้นนั่งอย่างเบามือ ส่วนฟีร์มัวเมื่อนั่งได้อย่างมั่นคงก็ขมวดคิ้วเบาๆด้วยปวดระบมที่ศีรษะจนแทบอาเจียน ก่อนดวงตาพร่าเลือนจะเหลือบมองคนที่ประคองเธอขึ้นนั่งแล้วเอ่ยเรียกขานออกไปอย่างไม่มั่นใจนัก
"ท่าน..พ่อ?"
"แน่นอน! แน่นอน!! นี่พ่อเองฟีร์มัว! นี่พ่อเองนะ!!"สิ้นคราบดยุคที่ะโอย่างเกรี้ยวกราดเมื่อครู่ ดยุคแฮมสันกล่าวพลางกุมมือของฟีร์มัวแน่นทั้งน้ำตาแห่งความปิติและความเป็ห่วงสุดหัวใจ
ฟีร์มัวเพียงผงกหัวเบาๆเป็การตอบรับ เธอค่อนข้างมึนงงสับสนจึงมองนิ่งที่ใบหน้าของท่านพ่อพร้อมเรียบเรียงสิ่งที่เกิดขึ้น ความทรงจำก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นมา ทั้งหมด..ั้แ่ถูกผลักลงมาและหมดสติไป รวมถึงเื่ราวเมื่อชาติที่แล้วซึ่งตอนนี้ฝังรากลึกอยู่ในความทรงจำของเธอ ร่างบางหลับตาพริ้มลงเบาๆคล้ายพยายามสงบจิตใจที่พรุ่งพร่านและหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบกระอัก ความรู้สึกปวดระบมที่หัวทำให้เธอเผลอยกมือที่อ่อนแรงขึ้นแตะไปที่ผ้าพันแผล ก่อนที่จะกวาดสายตามองสำรวจรอบๆอย่างมึนงงสงสัย
...ก่อนสายตาจะสบเข้ากับเ้าชายซาร์จินที่จ้องมองมายังเธอด้วยท่าทีนิ่งงัน
ดยุคแฮมสันที่อยู่ข้างๆย่อมเห็นว่าสายตาของลูกสาวมองไปที่ใด ใบหน้าเปื้อนน้ำตานั้นกลับมาเดือดดาลอีกครั้งก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย
"ลูกสาวข้าฟื้นแล้ว!! ดี!! ทีนี้จงตอบมาว่าเ้าจะชดใช้อย่างไรไอเด็กชั่ว!!"เสียงเกรี้ยวกราดนั้นะโก้องเรียกสติทุกคนในห้องให้ออกจากภวังค์ ร่างบางของฟีร์มัวสะดุ้งเล็กน้อยด้วยความตื่นใพลางกุมหัวที่ปวดจี๊ดขึ้นมายามที่เสียงะโลั่นของท่านพ่อแล่นเข้าหู
แม้จะสับสนอยู่บ้างแต่เธอก็พอเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบัน แต่ไม่ทันที่จะพูดอะไราาเคลเซียร์พลันกล่าวขึ้นเสียก่อน
"เบาเสียงของเ้าลงหน่อยแฮมสัน เ้ากำลังทำให้หนูฟีร์มัวปวดหัวเพราะเสียงของเ้า"าาเคลเซียร์กล่าวปรามขึ้นทันทีที่ได้สติและสังเกตเห็น ซึ่งสิ่งที่เขาได้คือแววตาที่อ่อนลงของดยุคแฮมสันพร้อมกับั์ตาสีม่วงอเมทิสต์ที่จ้องมองมาอย่างคาดคั้น
าาเคลเซียร์หันมองบุตรชายของตัวเองด้วยใบหน้าบึ้งตึง แล้วจึงค่อยหันไปหาดยุคแฮมสันกับฟีร์มัวอีกครั้ง
"..ข้าจำได้ว่าหนูฟีร์มัวรักซาร์จินมาก และเคยกล่าวขอให้ข้าพระราชทานงานหมั้นระหว่างกัน..."
"เสด็จพ่อ!!"เ้าชายซาร์จินรีบกล่าวขัดนึกค้านทันทีราวกับรู้ล่วงหน้าว่าเสด็จพ่อของตนจะกล่าวอะไร
"เงียบปากของเ้าเสียซาจิเนล! เ้าไม่มีสิทธิพูดอะไรทั้งนั้นนับจากนี้เ้าลูกไม่รักดี!"าาเคลเซียร์หันไปตวาดเสียงต่ำใส่เ้าชายซาร์จินทันทีที่ถูกขัด ทำเอาเ้าชายหนุ่มถึงกับผงะถอยไปด้วยความตระหนกและยืนกำหมัดข่มกลั้นอารมณ์ของตัวเองอยู่เงียบๆโดยไม่อาจค้านใดๆ
ทันใดนั้นชายหนุ่มก็จ้องมองร่างบางบนเตียงเขม็งราวกับจะกินเืกินเนื้อ
'ถ้าเพียงเธอไม่ฟื้นขึ้นมาล่ะก็...'
"หนูฟีร์มัว ข้าจะให้ลูกไม่ได้เื่ของข้าอภิเษกกับเ้า ให้ซาร์จินเป็คนดูแลเ้านับจากนี้ในฐานะสวามีตลอดไปถือเป็การชดใช้ ..พอใจรึไม่?"าาเคลเซียร์หันกลับมากล่าวกับฟีร์มัวอย่างนุ่มนวล
หากแต่ดยุคแฮมสันกลับขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อยด้วยความไม่พอใจเมื่อได้ฟังข้อเสนอเช่นนั้น แม้ในใจจะด่าทอกลับไปมากมายนัก กระนั้นเขาก็เลือกที่จะรอรับฟังการตัดสินใจของลูกสาวตัวเอง เช่นเดียวกับเ้าชายซาร์จินที่ขบกรามแน่นจนเืแทบจะไหลซิบออกมาเพราะความอดกลั้น
...เขาอุตส่าห์สารภาพรักกับเมย์รินได้สำเร็จ อุตส่าห์อดทนและพยายามมามากมายไม่ว่าในทางสะอาดหรือสกปรก อีกไม่นานคงหมั้นหมายและได้แต่งงานกัน...
'ถ้าไม่ใช่เพราะฟีร์มัวยังมีชีวิตอยู่ล่ะก็!! ทำไมกัน!!'เ้าชายซาร์จินเผลอคิดขึ้นมาอย่างลืมตัว
แต่แล้วตอนนั้นเอง แทนที่คำตอบรับน้ำเสียงกระดี้กระด๊าด้วยความยินดียิ่งจะออกจากปากของหญิงสาวเช่นที่ควร กลับกลายเป็เสียงหัวเราะซึ่งฟังดูทั้งขบขันและเย้ยหยันอยู่ในทีที่ดังมาจากร่างอันสั่นเทิ้มของฟีร์มัว
"พระองค์กล่าวว่าจะให้หม่อมฉันอภิเษกกับเ้าชายซาร์จินหรือเพคะ..?"ฟีร์มัวป้องปากหัวเราะคิกคักแล้วเหยียดยิ้มออกมาพลางจ้องไปยังใบหน้าของเ้าชายซาร์จิน"..ชายที่ตอนนี้กำลังจ้องมองหม่อมฉันอย่างกับอยากจะฆ่าให้ตายน่ะหรือเพคะ?"
สายตาทั้งสองคู่ของาาเคลเซียร์และดยุคแฮมสันพลันตวัดไปหาเ้าชายซาร์จินทันที! ขณะเดียวกันชายหนุ่มได้แต่ยืนอึ้งมองท่าทีแปลกๆของฟีร์มัวอย่างไม่เข้าใจ...
"ขอปฏิเสธเพคะ"พลันนั้นฟีร์มัวก็กล่าวคำขาดขึ้นมาอย่างไร้เยื่อไย
หญิงสาวจับจ้องชายหนุ่มตรงหน้าที่ตนเคยรักหมดหัวใจด้วยั์ตาสีอเมทิสต์ส่อแววรังเกียจเดียดฉันท์รุนแรง ชั่วเวลานั้น ภาพของเ้าชายซาร์จินที่เธอเห็นตอนนี้กำลังซ้อนทับกับภาพของชายอีกคนที่เธอเคยรักเมื่อชาติที่แล้วราวกับทั้งคู่เป็คนคนเดียวกัน...เพียงเท่านั้นหัวใจที่ชอกช้ำแหลกร้าวก็บีบรัดแน่นอย่างสุดแสนทรมาน!
"ถ้าต้องให้หม่อมฉันแต่งงานกับผู้ชายไร้หัวคิดที่ผลักหม่อมฉันตกบันไดไปโดยไม่สนใจไยดีว่าจะเป็จะตาย ซ้ำยังหน้าด้านหน้าทนกลับเข้างานไปสารภาพรักกับคนอื่นหน้าตาเฉย ..เหอะ! หม่อมฉันคงเป็ผู้หญิงที่โง่เง่าสมองฝ่อเกินทนแล้วเพคะ!"
คำพูดส่อเสียดอย่างไม่เคยเป็มาก่อนพลันหลุดจากปากของร่างบางจนทำให้ทุกคนในห้องถึงกับผงะหนีห่างอย่างลืมตัว ร่างสูงทั้งสามสั่นสะท้านหลั่งรินเหงื่อเย็นชะโลมแผ่นหลังด้วยความหวาดกลัว ชั่วขณะนั้นแรงกดดันอันน่าหวั่นเกรงบางอย่างพลันแผ่ออกมา จากร่างบางที่กำลังใช้แววตาเย็นเยียบเฉยชาจ้องมองเ้าชายหนุ่มพร้อมส่ออาการรังเกียจเดียดฉันท์อย่างชัดเจน
คนที่ตระหนกสับสนที่สุดไม่พ้นเ้าชายซาร์จิน เขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองว่านั่นคือประโยคที่ฟีร์มัวกล่าวกับเขา!
"แต่..อย่างไรเสียหนูฟีร์มัวก็สมควรได้รับการชดใช้?"าาเคลเซียร์กล่าวขึ้นเสียงแ่ทันทีที่ได้สติเป็คนแรก
"ถูกขององค์าานะลูก ถ้า้าการชดใช้แบบไหนถึงจะสาแก่ใจก็พูดออกมาเถอะ"ดยุคแฮมสันกล่าวกับลูกสาวอย่างนุ่มนวลเอาใจ นึกละอายที่เมื่อครู่เขาถึงกับผงะเผลอกลัวลูกสาวตัวน้อยของตัวเองขึ้นมาอย่างน่าขำ
"....."
วินาทีนี้ทั่วทั้งห้องพลันเงียบเสียงเพื่อรอการตัดสินใจของร่างบอบบางบนเตียงนอนเท่านั้น
ฟีร์มัวหลับตาลงครุ่นคิดอยู่เล็กน้อย ทันทีที่ตื่นขึ้นมาโดยยังไม่ทันพักผ่อนสมองก็ต้องใช้มันอีกแล้ว เธอถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อยล้าและสับสน ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเกินกว่าที่ผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธอจะรับไหวได้โดยเร็ว อย่างไรก็ตาม..ฟีร์มัวตระหนักว่านี่ไม่ใช่ตัวเธออย่างเมื่อ2วันก่อนอีกต่อไปแล้ว เพราะหากเป็เมื่อก่อนเธอคงดีใจจนเนื้อเต้นที่จะได้แต่งงานกับชายที่รัก ...กระนั้นเวลานี้กลับมีแต่ความรังเกียจอัดแน่นในหัวใจ!
หญิงสาวสูงศักดิ์เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ของตัวเองก่อนที่ใบหน้าหนึ่งจะปรากฏขึ้นมาในความคิด
และนั่น ทำให้เธอเผยรอยยิ้มออกมาอย่างร้ายกาจ!
"ยังมีอีกคนที่ต้องชดใช้ให้หม่อมฉัน และขอเพียงเธอคนนั้นชดใช้แทน..หม่อมฉันก็คงไม่ติดใจเอาความใดๆอีกต่อไปเพคะ"ฟีร์มัวกล่าวพลางแย้มยิ้มกว้างสู้แววตาสงสัยของาาเคลเซียร์กับท่านพ่อของเธอ
แต่รอยยิ้มและคำพูดอันแสนร้ายกาจนั้นกลับทำให้เ้าชายซาร์จินหน้าซีดเผือดหลั่งเหงื่อเย็นออกมาอย่างไม่อาจกลั้น ทันใดนั้นหัวใจราวกับถูกมือปริศนากุมแน่นจนอึดอัดคับอก ใจของเขาตอนนี้เฝ้าภาวนาขอให้คำพูดต่อจากนี้ของฟีร์มัวที่พลันตื่นขึ้นมาพร้อมกับท่าทีที่เปลี่ยนไปนั้น...ไม่ใช่สิ่งที่เขากำลังคิด!
แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่ามันเป็ไปไม่ได้ก็ตาม.. .
"..เมย์ริน เมลโล่ หญิงสามัญชนที่ทำให้เ้าชายซาร์จินลุ่มหลงในตัวเธออย่างหน้ามืดตามัว จนทำให้หม่อมฉันอยู่ในสภาพนี้อย่างไรเล่าเพคะ"