หลิวจื้อิที่ได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างเ้าเล่ห์ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นว่า
“ทางด้านผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องฉันจัดการหมดแล้ว ส่วนเ้าเด็กเวรตงหยางเสิ่นนั้น ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะยังไงดี”
เมื่อทุกคนเห็นท่าทางกับน้ำเสียงของหลิวจื้อิแล้วก็รู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับว่าเขากำลังรอคอยอะไรบางอย่างอยู่?
จินหงเหว่ยที่ไม่อยากสนใจก็พูดออกมาอย่างเรียบ ๆ ว่า
“ในส่วนของคลิปวิดีโอที่เอาไปตัดต่อ คนที่ตัดต่อบอกว่าอย่างเร็วสุดก็ต้องใช้เวลาสามวัน เพราะตัวคลิปมีรายละเอียดมาก ต้องใช้เวลาทำให้ออกมาดีที่สุด ยังไงถ้าทำเสร็จแล้วผมจะเอามาให้ทุกคนตัดสินใจดูอีกที ว่าจะให้แก้ไขอะไรเพิ่มเติมไหม”
ทุกคนพยักหน้า ถึงจะยังคงกังวลเกี่ยวกับเื่ช่อง แต่ก็ยังอยากเห็นคลิปที่พวกเขาทุ่มเททำออกมาจนเสร็จ
จินหงเหว่ยเห็นทุกคนพยักหน้า จึงพูดต่อว่า “นอกจากนี้ เรายังต้องเซ็นเอกสารยินยอมการออกอากาศจากคู่แม่กับลูกชายคู่นี้ ถ้าพวกเขาไม่ยอมเซ็น เราก็มีปัญหาแน่นอนถ้าคิดจะลงคลิปออกไปให้คนดู”
นอกจากหลิวจื้อิแล้ว ทุกคนที่ได้ยินก็ทำสีหน้าลำบากใจเกี่ยวกับปัญหานี้
หลิวจื้อิหัวเราะเสียงดังแล้วพูดว่า “ฮ่าฮ่าฮ่า ทุกคนเื่นี้ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวฉันจัดการให้เอง อีกอย่างพวกนายทุกคนรอกลับออกจากมหาลัย่ค่ำ ๆ พร้อมกับฉันก็แล้วกันนะ ถือว่าฉันขอนะ” เขาพูดพร้อมกับรอยยิ้มเ้าเล่ห์และดวงตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
ทุกคนที่ได้ฟังก็ขมวดคิ้ว การที่หลิวจื้อิพูดแบบนี้แสดงว่ามันต้องมีเื่อะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า ด้วยความสงสัยพวกเขาจึงถามออกไป แต่หลิวจื้อิก็แค่บอกว่า “รอดูเอาเองดีกว่า แต่ความจริงอาจจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็ได้นะ”
หลังจากนั้นใครที่มีเรียนก็ไปเรียน ส่วนคนที่ไม่มีก็นั่งรอคุยกันอยู่แถวนั้น เมื่อเรียนเสร็จทุกคนก็กลับมารวมกลุ่มนั่งพูดคุยกันต่อจนเกือบหนึ่งทุ่ม หลิวจื้อิที่ขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ก็กลับมาพร้อมบอกว่า “พวกเราเตรียมตัวออกจากมหาลัยกันได้แล้ว”
ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของหลิวจื้อิก็รู้สึกถึงความตึงเครียดในอากาศอย่างชัดเจน บรรยากาศที่ดูเหมือนจะไม่ดีเท่าไหร่ พวกเขามีลางสังหรณ์ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น แต่นั่นก็เป็แค่ความรู้สึกในใจของพวกเขาเอง ก็ขอให้เป็แค่การคิดไปเองเท่านั้น
หลิวจื้อิเดินนำทางไปข้างหน้า พร้อมกับพาเพื่อน ๆ ออกจากมหาลัย พวกเขามุ่งหน้าไปยังพื้นที่เปลี่ยวที่ห่างไกลจากผู้คน เมื่อเดินไปได้สักพัก ก็ได้ยินเสียงเรียกะโดังมาจากด้านหลัง
"หยุด!" เสียงะโดังขึ้น ก่อนที่ทุกคนจะหันไปดูต้นเสียง ก็พบว่าเป็ตงหยางเสิ่นพร้อมกับกลุ่มเพื่อนของเขา ที่มีจำนวนไม่น้อย กว่า 20 คน ที่แต่ละคนต่างก็ถืออาวุธติดตัว ทั้งไม้ กระบองเหล็ก หรือแม้กระทั่งมีดพกสั้น
เกาอิ้งที่เห็นสถานการณ์แบบนี้ก็ร้องเสียงดังใ ก่อนที่จะตัวสั่นและนั่งลงกับพื้นเพราะความกลัว ส่วนคนอื่น ๆ ก็เริ่มเตรียมตัวมองหาทางหนี หรือเตรียมตัวสู้หากจำเป็ต้องสู้
ตงหยางเสิ่นยิ้มกว้างด้วยความสะใจ พร้อมหัวเราะเสียงดังก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์สะใจว่า
"เป็ยังไงบ้างพวกแกทุกคน ไม่ได้เจอกันหลายวัน ดูสีหน้าพวกแกแล้วสบายดีมากเลยนี่หว่า ดีมาก ดีมาก ข้าเองก็อยากจะเห็นสีหน้าของพวกแกหลังจากโดนพวกข้าจัดการสั่งสอนซะหน่อย ฮี่ฮี่ฮี่"
"เฮ้ย ตงหยาง ผู้หญิงที่อยู่ตรงนั้นพวกข้าขอจัดการหลังจากเสร็จเื่นี้นะโว้ย ฮ่าฮ่าฮ่า!" ทุกคนในกลุ่มของตงหยางเสิ่นหัวเราะเสียงดังตามกัน
เกาอิ้งได้ยินดังนั้นก็ยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น ร่างกายของเธอสั่นจนไม่สามารถยืนขึ้นได้
เฉินโจวที่ได้ยินคำพูดพวกนั้นก็รู้สึกโมโหจนแทบจะควบคุมอารมณ์ไม่ไหว เขาแสดงสีหน้าโกรธเกลียดเต็มไปด้วยความเคียดแค้นต่อพวกมัน ไอ้พวกเดรัจฉานพวกนี้! ถ้าวันนี้เขาต้องตาย เขาก็จะหาทางให้เกาอิ้งหนีไปจากกลุ่มพวกนี้ให้ได้
ตงหยางเสิ่นเมื่อเห็นท่าทางของพวกเฉินโจวก็ยิ่งรู้สึกสะใจขึ้นไปอีก เขารีบสั่งให้เพื่อน ๆ เข้าไปเล่นงานพวกเฉินโจว แต่ในขณะที่สถานการณ์กำลังจะลุกลาม
หลิวจื้อิที่เงียบมาตลอดก็ส่ายหัวไปมา แล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง ก่อนจะยิ้มออกมาเป็รอยยิ้มแปลก ๆ ที่ดูน่ากลัว จากนั้นเขาก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่มีความมั่นใจ
“เฮ้อ...พวกแกมากันก็ดีแล้ว ถ้าไม่มาฉันคงจะแอบเซ็งแย่เลย ว่าแต่มีคนมาแค่นี้เองเหรอ?”
ตงหยางเสิ่นและกลุ่มของเขาเมื่อได้ยินคำพูดของหลิวจื้อิก็ถึงกับงงตาแตก พวกเขาไม่เข้าใจว่าหลิวจื้อิพูดอะไรออกมานั้นหมายถึงอะไร หรือว่าหลิวจื้อิจะเสียสติไปแล้ว จนพูดอะไรเพี้ยน ๆ ออกมา แต่ถึงจะงงก็ไม่ได้หยุดกลุ่มของพวกมันจากการจะเข้าไปจัดการเฉินโจวและเพื่อน ๆ
ขณะที่พวกเขากำลังจะเข้าไปถึงตัวกลุ่มของเฉินโจว เสียงะโของเ้าหน้าที่ตำรวจดังขึ้นมาแทรกและทำให้ทุกคนต้องหยุดชะงัก
“ทุกคนหยุดเดี๋ยวนี้! นี่คือเ้าหน้าที่ตำรวจ! กลุ่มคนที่ถืออาวุธวางอาวุธลงและหมอบลงกับพื้นเพื่อรับการเข้าจับกุมตัวด้วย ใครที่ขัดขืนการจับกุมก็ระวังไว้ให้ดี ฉันไม่ขอรับประกันนะว่าพวกแกจะยังอยู่ดีจนไปถึงโรงพักได้!”
ในขณะนั้นก็ปรากฏตัวเ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนไม่น้อย กว่า 30 นายที่มาพร้อมกับอาวุธปืนพร้อมเล็งไปที่กลุ่มของตงหยางเสิ่น ทำให้กลุ่มของตงหยางเสิ่นไม่มีทางเลือกและไม่สามารถต่อสู้ได้ พวกมันรีบทิ้งอาวุธลงและหมอบลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว
ตงหยางเสิ่นที่เห็นเหตุการณ์นี้ก็ยืนงงไปหมด ทำอะไรไม่ถูก ก่อนที่นายตำรวจคนหนึ่งจะผลักเขาลงไปกับพื้น และสุดท้ายก็เข้ามาควบคุมตัวเขาและพรรคพวกไปยังสถานีตำรวจ
หลังจากการจับกุม ตำรวจได้เข้าควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยในข้อหาพยายามฆ่า เพราะพวกเขามีอาวุธจำนวนมาก และมีการเตรียมพร้อมที่จะลงมือทำร้ายผู้อื่น แม้ว่าพวกเขาจะพยายามปฏิเสธข้อกล่าวหาก็ตาม แต่ในที่สุดก็ไม่มีทางหนีพ้นได้ เพราะเ้าหน้าที่ตำรวจ 30 กว่าคนสามารถเป็พยานได้
หลังจากเสร็จสิ้นการดำเนินคดี พวกกลุ่มเฉินโจวก็ต้องไปที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทึกประจำวันในฐานะผู้เสียหาย
เมื่อออกจากสถานีตำรวจ ทุกคนก็รู้สึกประหลาดใจและไม่คิดว่าจากสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะเลวร้ายในตอนแรก กลับกลายเป็เื่ที่พลิกกลับไปในทางที่ดีได้อย่างไม่น่าเชื่อ
เฉินโจวที่ยังสงสัยจึงถามหลิวจื้อิไป “หลิวจื้อิ เื่นี้คือนายรู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าเ้าพวกนี้มันจะมากันในวันนี้?”
หลิวจื้อิที่ทำหน้าตาสบาย ๆ และหัวเราะก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นใจว่า
“เฉินโจว เื่นี้มันมาจากเส้นสายของฉัน ได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของพวกมัน พอพวกเขามีแผนจะลงมือในวันนี้ ก็แจ้งมาที่ฉันแต่ต้องบอกตามตรงนะ ฉันก็ไม่คิดเลยว่าพวกมันจะกล้าลงมือกันจริง ๆ ”
เกาอิ้งที่ตอนนี้กลับมามีสติและเรี่ยวแรงก็ถามด้วยความกังวลว่า
“หลิวจื้อิ ดีมากที่นายเตรียมตัวไว้ก่อน ไม่งั้นพวกเราคงแย่แน่ ว่าแต่พวกนี้ถ้าได้รับการปล่อยตัวออกมา พวกมันจะไม่กลับมาล้างแค้นพวกเราใช่ไหม?”
หลิวจื้อิหันหลังให้กับกลุ่มเพื่อนก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เรียบและมั่นคงว่า
“ไม่ต้องห่วงเื่นี้นะทุกคน ฉันจะจัดการให้เื่นี้ไม่เป็ปัญหาสำหรับพวกนายแน่ ไอ้เ้าพวกนี้และทุกคนที่เกี่ยวข้องจะไม่มีโอกาสมารบกวนพวกเราอีกแล้ว”
ทุกคนที่ได้ฟังก็ได้แต่โล่งใจนอกจากจินหงเหว่ยที่ทำหน้าเครียดมองไปที่หลังของหลิวจื้อิแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
หลังจากพูดคุยกันอีกสักพัก หลิวจื้อิก็อาสาพาทุกคนไปเลี้ยงข้าว
หลังกินกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัวแต่ละคน เฉินโจวกับจินหงเหว่ยที่กลับในทางเดียวกันก็เลยเดินกลับไปด้วยกัน
“จินหงเหว่ย ยังไงก็ขอบใจนายมากนะ ตัวคลิปครั้งนี้นายมีส่วนช่วยไว้เยอะมากจริง ๆ ไม่ได้นายคลิปนี้อาจจะออกมาไม่ได้หรือถึงจะออกมาได้ก็คงช้าและไม่ดีได้ขนาดนี้แน่” เฉินโจวก้มหัวลงเล็กน้อยกล่าวออกไปด้วยความรู้สึกขอบคุณจริง ๆ
จินหงเหว่ยที่ได้ฟังก็ส่ายหน้าพร้อมกับพูดว่า
“เฉินโจวนายไม่ต้องมาขอบใจอะไรผมหรอก ที่ผมทำก็เพราะรู้สึกว่ามันสนุกและท้าทายความสามารถดีที่จะได้ทำ อีกอย่างที่ผมทำแบบนี้ก็เพราะในอนาคตไม่แน่ว่าตัวของผมเอง หรือรายชื่อเครดิต จะไปปรากฏในคลิปแล้วมีโอกาสที่จะให้พี่สาวของผมเธอได้เห็น หลังจากที่เธอได้เห็นแล้วทำให้เธอรู้สึกคิดถึงจนติดต่อกลับมาได้ก็คงจะดีไม่น้อย”
เฉินโจวที่ได้ยินเื่พี่สาวของจินหงเหว่ยก็อดสงสัยขึ้นมาไม่ได้ จึงมองไปที่ตาของจินหงเหว่ย แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรล้วงลึกลงไป ยังไงก็เป็เื่ส่วนตัวของเพื่อน
จินหงเหว่ยที่เห็นท่าทางของเฉินโจวก็ได้แต่ยิ้มอ่อน บอกไปว่า “เื่นี้ถึงจะบอกนายไปก็คงไม่เป็ไร ผมมีพี่สาวแท้ ๆ อยู่คนหนึ่งที่อายุมากกว่าสามปี เมื่อหนึ่งปีก่อนเพราะมีเื่ทะเลาะกับทางบ้านอย่างรุนแรง
สุดท้ายพี่สาวก็หนีออกจากบ้านไปโดยไม่ได้บอกกล่าวกับใครในครอบครัว จนถึงตอนนี้ก็ยังติดต่อไปหาเ้าตัวไม่ได้เลย ทางผมกับครอบครัวพยายามตามหาทุกอย่างแล้วแต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เจอตัวเลย”