ริมฝีปากหยักได้รูปเผลออ้าค้างไว้อย่างลืมตัว
“บอเตีย ชิงซี"
"ฝ่าา"หยางจื้อสะดุ้งสุดตัวเมื่อมือเย็นเฉียบของฟูหยินฮองเฮา ที่นอนข้างๆ เขย่าที่ตัวเบาๆ เมื่อได้ยินเสียงเขาละเมอในค่ำคืนเหน็บหนาวนี้
...นี่เขาฝันไปหรอกหรือ... พรุ่งนี้จะเป็งานคล้ายวันเกิดนางสมควรมาถวายพระพรฮองเฮา
แต่คงทำใจไม่ได้หากจะเห็นสายตาพึงพอใจหรือสายตาอ่านกินจากเหล่าขุนนางแก่หนุ่มที่มาร่วมงาน หยางจื้อถอนหายใจ
ก่อนหน้านั้น
"ฝ่าา ระวังพ่ะย่ะค่ะ"หยางจื้อควบม้าไปบนทุ่งหญ้าเขียวขจีสุดลูกหูลูกตา ไล่ล่ากระต่ายป่าขนปุกปุยที่วิ่งหนีผ่านหน้าไป
"ย้า ย้า"เสียงหวานใสของสตรีนางหนึ่งที่บังคับม้าพุ่งตรงปาดหน้าเขาไป
หยางจื้อตกตะลึงจ้องมองร่างอ้อนแอ้นพลิ้วไหวบนหลังม้าท่าทียั่วยวนยามโยกขย่มทำเอาเขา อ้าปากค้างจนลืมตัวลืมตายกระนั้น แม้จะไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่ปกปิดไว้ทว่าดวงตามกลมคมเข้มขนตางอนงามยามที่เหลือบตามองเขาเมื่อยามที่ควบม้าวิ่งผ่านเขาไปทำให้หยางจื้อเผลออุทานออกมา
"งดงามยิ่งนัก
ท่วงท่าอ่อนหวานกลายเป็แข็งแกร่งผสมผสานกันอย่างลงตัวเอี้ยวตัวห้อยหัว ใช้มือบางคว้ากระต่ายป่าไว้ในอ้อมแขนหันมามองหยางจื้อด้วยสายตาของผู้ชนะที่เขาไม่อาจลืมมันได้
"โอ๊ะๆๆ ชิงซี"ม้าของใครอีกคนพุ่งตามมาติดๆ พร้อมกับคนบนหลังม้าที่มีท่าทีห่วงใยคนที่ควบม้าข้างหน้าชัดเจน
ร่างบางอ้อนแอ้นน่ากอดกำลังจะหล่นลงจากหลังม้าตกลงสู่พื้นหญ้าเขียวขจีแม้เป็ยามคับขันแต่กลับงดงามเป็ธรรมชาติที่สุด
"ระวัง"เขาเผลอส่งเสียงออกมาเบาๆ แต่ร่างสูงของ อีกคนที่ตามมาคว้าร่างบางไว้ได้ทัน ดึงตัวขึ้นไปนั่งบนหลังม้าตัวเดียวกันได้ เป็เขาที่ขยับตัวเก้อ
"ชิงซีเห็นไหมว่ามันอันตรายแค่ไหน"ริ้วผ้าที่ปิดบังใบหน้ากลับหลุดปลิวหายไปหยางจื้อจ้องมองใบหน้างดงามด้วยใจที่เต้นรัว ใต้หล้านี้ยังมีใครงดงามกว่านี้อีกแม้แต่เทพี์ทั้งเก้าก็คงต้องยอมสยบ ร่างสูงของใครบางคนกอดรัด ร่างอ้อนแอ้นในอ้อมแขน แสดงความเป็เ้าของ ดึงบังเหียนม้าให้หยุดอยู่กับที่ไม่ไกลตา ที่หยางจื้อยืนม้าอยู่นักพอใจได้ยินคำสนทนาจากน้ำเสียงหวานแว่ว
"ไม่เป็ไรเสียหน่อยซินจางท่านก็รู้ว่าข้าไม่มีทางจะตกลงไปด้านล่าง"ช้อนตางอนงามมองใบหน้าหล่อเหลาของอีกคนที่สายตาเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างไม่ปกปิด
หยางจื้อมองมือที่โอบรอบเอวบาง รู้สึกผิดหวังอย่างมาก
"ข้าเป็ห่วง"มือเล็กยังอุ้มกระต่ายแนบอก
"หากข้าไม่ช่วยมัน มันจะต้องโดนธนูของคนผู้นั้น"นั่น มันชิงซี ตัดมาที่วีวี่ใครจะเป็จะตายไม่เกี่ยวกัน???????????? คนผู้หันชักม้าให้หันหลังกลับพร้อมกับหัวใจ ที่จะว่าแหลกสลายก็ไม่ผิดนางมี คนข้างกายแล้วท่าทีหวงแหนห่วงใยมากเสียด้วย
“ฝ่าา ให้ข้าน้อยไปแย่งกระต่ายตัวนั้นมาไหม”องครักษ์ข้างกายนาม เจี้ยนจิวเอ่ยปากถาม ด้วยรู้นิสัยของ หยางจื้อดีว่าอยากได้สิ่งใดในใต้หล้าล้วนต้องได้มาเสมอ
“ไม่ต้อง เพียงแค่สืบ ดูทีว่า...นาง….เป็ใคร”เจี้ยนจิวประสานมือ
“สองเดือนผ่านไป”
“ฝ่าา เื่ที่ให้ไปสืบ”
“ได้ความว่าอย่างไร”
“นางเป็องค์หญิงชนเผ่าชื่อว่าบอเตียชิงซี องค์หญิงสามของเผ่าตงกุ้ย”
“นาง มีคู่ครองหรือยัง”
“นางปีนี้เพิ่งจะสิบเจ็ด อีกทั้งเป็ถึงองคืหญิง จึงยังไร้คู่ครอง”
“ดี ส่งสาสน์ถึงซาถัวอ๋องแสดงเจตจำนงว่าข้า้านาง มารั้งตำแหน่งสนม”หัวใจชื่นบาน รู้สึกเหมือนเป็หนุ่มอีกครั้ง ทำไมเป็เช่นนี้นางยังร้คู่ครอง ไม่ผิดหากเขารับนางเข้ามาที่แคว้นหาน
“ฝ่าา”ความคิดสะดุดลงแค่ตรงนั้น
“อือ”
“ทรงละเมอชื่อคนผู้หนึ่ง”มืออุ่นประคองกอดร่างบางที่นอนข้างกาย
“ไม่สิ เ้าได้ยินผิดไข้าไม่ได้เอ่ยชื่อผู้ใด ฟูหยินวันนี้เป็วันคล้ายวันเกิดของเ้า เช้านี้ นางกำนัลจึงจะนำอาภรณ์ผ้าไหมจาก เผ่าตงกุ้ยที่ตัดเย็บมาหใ้เ้าสวมใส่ ข้าอยากเห็นมันยิ่งนัก”
“ฝ่าาหลงใหลหญิงงามตงกุ้ยแล้วยังหลงใหลผ้าไหมงดงามของตงกุ้ยอีกหรือ”
“ใครบอกเ้ากัน ข้าลืมเลือนนางไปเสียแล้วนางไม่ได้มีความหมายใดกับข้าอีกแล้วั้แ่นางและเผ่าของนางหลอกลวงข้าในตอนนั้น”
“แต่ฝ่าาก็ยัง ขอรับตัวนางครั้งแล้วครั้งเล่า”
“แค่เพียง้า ทำให้นางและตงกุ้ยรู้ว่า พลาดไปเสียแล้วกับการที่หลอกลวงข้าเมื่อก่อนหน้านั้น”
แววตาเจ็บซ้ำแค่เพียงแวบเดียวแปรเปลี่ยนเป็โกรธแค้น
เช้าสดใส วีวี่บิดี้เีไปมา เจียงยี้ยิ้มทัก ยกชามน้ำมา
“องค์หญิงหลับสบายเช้าหน้าตาสดใสยิ่งนัก”
“หิวจังเจียงยี้”เจียงยี้ยิ้ม
“มีข้าวต้ม กับผัดผัก”
“หือ น่ากินจังผัดผักใส่น้ำมันนิดหน่อยจึงจะรสดี อย่าใส่จนเยิ้ม”เจียงยี้ยิ้ม
“เ้าค่ะองค์หญิงจึงจะรูปร่างอ้อนแอ้นเช่นนี้ต่อไป”วีวี่หัวเราะเสียงใส เฮ้อจะว่าไปการไม่เอาแต่ใจนี้ก้ดีเหมือนกันอย่างน้อยก้มีความสุขไม่ต้องหอบเหนื่อยเวลาที่เกิดอาการเอาแต่ใจเหมือนที่เคยทำ
“กินแล้วข้าอยากไปเดินเล่น”
“เ้าค่ะ ตอนนี้เราต้องมาอาศัยที่นี่แล้วคงต้องไปคารวะไทเฮากับ ฮองเฮาแล้วไหนจะเหล่าสนมเก่าๆ กุ้ยเหริน กุ้ยเฟย”เชอะใครกันอยากไป”วีวี่คนเดิมกลับมาอีกแล้ว
“ไม่อยากไปสร้างกระแสดราม่าหรือ”เสียงในหัวดังในหู อมยิ้มจริงสิพลาดไม่ได้เชียว คนอย่างวีวี่ไม่เคยจะยอม
“แต่วันนี้กงกง เพิ่งจะมาบอกเจียงยี้ว่าวันนี้ห้ามพระสนมออกไปไหนเพราะเป็งานวันคล้ายวันเกิดของฮองเฮาฝ่าามีรับสั่งห้าม องค์หญิงออกไปเดินขว้างหูขว้างตาจะพาลให้ ฮองเฮาหมดความสนุก”
“ฝ่าาอะไรนั่นบัญชามาตรงๆ แบบนี้เลยหรือ”
“เปล่าเ้าค่ะกงกงพูดอ้อมค้อมวกวนไปมาแต่พอจะจับใจความได้ประมาณนี้”
“อืม ก็น่าเห็นใจอยู่ วันเกิดเมียใหญ่ห้ามเมียเล็กออกไปขโมยซีน”
“เ้าค่ะ นัยว่าฝ่าารักและเกรงใจฮองเอามาก ครั้งที่สั่งให้องค์หญิงมาที่นี่ก็ออกจะกลัวว่าฮองเฮาจะไม่พอใจวันเกิดของฮองเฮาเลยสั่งให้ องค์หญิงอยู่แต่เพียงในตำหนักม่านน้ำแข็งแห่งนี้”
“ดีเลย ข้าก็ไม่อยากพบเขา”
“องค์หญิงเ้าขา โธ่ อย่าได้น้อยใจไปเลยองค์หญิงของเจียงยี้งดงามอ่อนหวานเพียงนี้หากฝ่าาได้พบแม้สักครั้งก็คงจะไม่พูดเช่นนี้ ครั้งนั้นหากองค์หญิงใหญ่ชิงซวนไม่อาสา มาที่นี่แทนองค์หญิงป่านนี้ทุกอย่างคงเรียบร้อยไปแล้วองค์หญิงก็คงเป็ที่โปรดปรานมีความสุขไปนานแล้ว” วีวี่ขมวดคิ้ว ก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น
“ชิงซวน”
“เพค่ะ องค์หญิงร้องไห้สามวันห้าคืนเมื่อองค์หญิงใหญ่สิ้นไป ที่นี่ ที่แคว้นหานแห่งนี้”
“ดราม่าจัดเต็มมีเงื่อนงำได้อีก”
“แล้วนางเป็อะไรตาย”
“องค์หญิง...นี่องค์หญิงจำไม่ได้หรือไร องค์หญิงตอนนั้นโกรธแค้นฮ่องเต้แคว้นหานอย่างที่สุด เพราะองค์หญิงใหญ่ตายไร้คำกล่าวลาจนป่านี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเปลวไฟที่ลุกไหม้ตำหนักขององค์หญิงใหญ่ในตอนนั้นเป็ฝีมือของใคร ฝ่าาแคว้นหานเองก็ไม่มีมับัญชาให้ไต่สวนเื่ราวทั้งหมดปล่อยให้หายไปตามสายลม”วีวี่พยักหน้าหงึกหงัก