“ ไอ้ฝัน! ไอ้บ้าผีเข้าหรือไง! อยู่ดีๆ ก็ะโออกมาได้” ธนเดชพูดพลางหันกลับไปชะเง้อคอมองลูกค้าที่เพิ่งพากันเดินออกจากร้านไปแล้วหันกลับมาส่งค้อนให้เพื่อนตาปะหลับปะเหลือก
“ ก็มันโมโหนี่หว่า! แกลองคิดดูสิว่าอีตาแทนไทนั่นเค็มขนาดไหนเขาไม่ยอมคืนเงินมัดจำให้ฉัน…เขาไม่คืน!”
“ เดี๋ยวๆ อะไรของแกเขาจะไม่คืนได้ยังไง”
“ ก็นี่ไง…” ทอฝันพูดพลางยื่นหนังสือสัญญาเช่าบ้านให้เพื่อนอ่าน
ธนเดชเบิกตาโตๆ ของตัวเองไล่อ่านั้แ่บรรทัดแรกไปยันบรรทัดสุดท้ายแล้วก็ถอนหายใจ
“ มันก็ถูกของเขาแล้วนะแก”
“ อ้าวนังลี่! เมื่อวานแกยังอาสาจะไปเอาเงินมัดจำคืนให้ฉันอยู่เลยแปรพักตร์ซะแล้วเหรอ! ”
“ ก็เมื่อวานฉันไม่รู้นี่หว่าว่ามันมีสัญญาแบบนี้เขียนอยู่ฉันว่าแกทำใจอยู่ๆ ไปเถอะแล้วอีกอย่างบ้านหลังนั้นก็ไม่เห็นจะมีผีเผออย่างที่แกว่าสักหน่อย”
“ แกไม่ได้เจออย่างฉันนี่หว่าไม่รู้แหละเป็ตายร้ายดียังไงฉันก็ไม่อยู่! ”
“ หมายความว่าแกจะตัดใจทิ้งเงินสองหมื่นอย่างนั้นเหรอ”
“ ไม่! แต่เดี๋ยวค่อยคิดว่าจะทำยังไง…ว่าแต่คืนนี้ขอฉันไปนอนค้างที่ห้องแกก่อนนะ”
“ ม่าย…ด้ายยยย…คืนนี้ฉันมีนัดย่ะ! ” ธนเดชร้องปฏิเสธจนเสียงหลงให้ทอฝันทำหน้าเบื่อใส่ในทันทีเพราะลองได้ปฏิเสธจนเสียงหลงผิดคีย์แบบนี้คำว่า ‘ นัด’ ของเพื่อนคงไม่พ้นเื่ ‘ ผู้ชาย’
“ อีกแล้ว! ใครที่ไหนอีกล่ะทีนี้อย่าบอกนะว่าเป็คนที่มันโทรมาตามให้แกไปจ่ายค่าข้าวให้เมื่อวันก่อนถ้าเป็ไอ้หมอนั่นล่ะก็ฉันวีนจริงๆ ด้วย! ”
“ โอ๊ยไม่ใช่! แกอย่าเพิ่งวีน ฉันก็ฉลาดพอไม่โง่ให้มันหลอกซ้ำหรอกย่ะ! คนนี้ฉันเพิ่งเจอมาเมื่อวานบอกเลยหุ่นแซ่บเว่อร์มากกกก…” หางเสียงที่ลาก กอไก่ ซะยาวเหยียดทำเอาทอฝันแอบหมั่นไส้
“ ย่ะ! ลาก กอไก่ ซะล้านแปดขนาดนั้นแสดงว่าคืนนี้กะจะลากเขาไปกินบนห้องด้วยใช่ไหมถึงไม่ให้ฉันค้างด้วย”
“ แหมแกก็เข้าใจฉันหน่อยสิฉันก็เป็ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่แสวงหารักแท้เหมือนกันนะยะ”
“ พอเลยแกฉันจะอ้วกแล้วคงจะใช่หรอกรักแท้ที่แกว่ารู้จักกันครบยี่สิบสี่ชั่วโมงแล้วหรือยังถามหน่อยเดี๋ยวก็โดนหลอกอีก”
“ อ้าว…อีนี่ปาก!”
“ เออๆ รักแท้ก็รักแท้ว่าแต่แกจะให้ฉันไปนอนที่ไหนทั้งเนื้อทั้งตัวมีอยู่ห้าร้อยเนี่ย! ” ทอฝันรีบเออออด้วยทันทีเมื่อสาวน้อยบอบบาง (กว่ารถถัง) เริ่มอยากจะสวมบทเป็นักมวยอย่างบัวขาว
นี่ถ้าเธอไม่ชะล่าใจเอาเงินไปจ่ายค่ามัดจำกับซื้อของเข้าบ้านไปจนหมดั้แ่เมื่อวานเพราะคิดว่าอีกสองวันเงินเดือนก็ออกเธอก็คงไม่ต้องมาง้อธนเดชแบบนี้หรอก
“ ฉันให้แกยืมเงินไปเปิดโรงแรมหรูๆ อยู่ก็ได้ย่ะ” ธนเดชเสนออย่างใจป้ำแต่ทอฝันรีบปฏิเสธทันควัน
“ ไม่เอาถ้าฉันยืมฉันก็ต้องคืนสุดท้ายไอ้ที่จ่ายค่าโรงแรมไปมันก็เป็เงินฉันอยู่ดีแล้วไม่ต้องมาใจดีให้เบิกเงินเดือนล่วงหน้าด้วยเพราะนั่นมันก็เงินฉันอีกเหมือนกันคืนนี้ฉันจะนอนที่ร้านนี่แหละเชิญแกไปตามหารักแท้ของแกตามสบายสำคัญอย่าลืมทิ้งกุญแจร้านไว้ให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”
“ ย่ะแม่คุณ! ไม่รู้จะงกไปถึงไหนว่าแต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วแกก็ออกไปเอาดอกไม้กับพร็อบที่จะใช้ถ่ายรูปพรุ่งนี้มาให้ฉันด้วยก็แล้วกันไอ้แม็กมันกลับมาไม่ทัน”
“ นี่ยังไม่เสร็จงานที่ภูเก็ตอีกเหรอ”
“ เสร็จั้แ่เมื่อวานแล้วแต่มันขออยู่เที่ยวต่ออีกหนึ่งวันยายนุชกับยายจี๊ดก็เหมือนกันสรุปทั้งร้านตอนนี้เหลือแค่แกกับฉันแค่สองคนแล้วเมื่อกี้แกก็เพิ่งไล่ให้ฉันไปลั้ลลาหารักแท้เพราะฉะนั้นแกนั่นแหละต้องเป็คนไปเอาฝากด้วยนะจ้ะเพื่อนรัก” ธนเดชพูดพร้อมกับยัดใบรายการของใส่มือให้ทอฝันได้แต่ทำหน้าเซ็ง
กว่าจะฝ่าฟันกับสภาพการจราจรของกรุงเทพกลับมาถึงร้านได้ก็เล่นเอาทอฝันแทบหมดแรงไม่รู้ว่า่นี้เธอดวงตกหรืออย่างไรเพราะดูเหมือนทำอะไรก็ติดขัดไปหมดขนาดร้านดอกไม้เ้าประจำก็ยังมาปิดร้านกะทันหันเอาวันนี้ทำให้เธอต้องขับรถไปเลือกซื้อของเองไกลถึงปากคลองตลาดแถมขากลับยังเจอเข้ากับขบวนรถที่ติดกันยาวเหยียดเพราะรถบรรทุกดอกไม้เกิดเสียหลักพลิกคว่ำนอนเค้งเก้งอยู่กลางถนนกว่าเ้าหน้าที่จะช่วยกันเคลียร์ออกไปได้ก็ปาไปร่วมชั่วโมง มิหนำซ้ำเมื่อเช้ายังเพิ่งโดนผีหลอกมาสดๆ ร้อนๆ อีกสงสัยเธอคงต้องหาเวลาไปทำบุญถวายสังฆทานบ้างซะแล้ว!
ทอฝันบ่นพลางหอบข้าวของลงจากรถมากองไว้ที่หน้าประตูร้านเตรียมขนเข้าก่อนจะพบกับอีกหนึ่งปัญหาที่ช่วยตอกย้ำว่า...ตอนนี้เธอดวงซวยสุดๆ ! เมื่อกุญแจประตูร้านดอกเล็กที่ห้อยตุ๊กตาคิตตี้หวานแหววตัวโตไว้ได้อันตรธานหายจากกระเป๋าย่ามสะพายข้างของเธอไปอย่างไร้ร่องรอย!
“ ไม่มี! ”…ซวยแล้วไง!
…และแล้วความซวยซ้ำซวยซ้อนก็บังเกิด!!
เมื่อธนเดชจงใจปิดโทรศัพท์เพราะไม่้าให้ใครมารบกวนใน่เวลาที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็มของตัวเอง…
เสียงสัญญาณให้ฝากข้อความทำเอาทอฝันแทบอยากร้องไห้…แล้วคืนนี้เธอจะไปนอนที่ไหน!!!
ภาพบ้านไม้สีขาวที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ตรงหน้าทำเอาทอฝันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ เพราะนอกจากไฟสาธารณะที่ส่องสว่างอยู่ตรงหัวมุมถนนแล้วก็ไม่มีแสงใดส่องเล็ดลอดออกมาจากภายในบริเวณบ้านอีกเลย…มันมืดสนิท!
…ก็ใครจะไปคิดล่ะว่าต้องกลับมา…ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าต้องกลับมาอีกล่ะก็รับรองได้เลยว่าเธอจะไม่ยอมให้ไฟดวงไหนคิดอู้งานเป็อันขาด!
มือบางค่อยๆ หยิบโทรศัพท์ออกมาเลื่อนเปิดโหมดไฟฉายขึ้นใช้งานแล้วรวบรวมกำลังใจทำใจกล้าเปิดประตูรั้วเข้าไปแต่พอเท้าแตะเข้าไปภายในอาณาเขตบริเวณบ้านก็เกิดเปลี่ยนใจถอยหลังกลับมายืนอยู่ที่เดิมอีกเมื่อรู้สึกว่าโหมดไฟฉายในโทรศัพท์มันกลับยิ่งทำให้เธอรู้สึกหลอนๆ แปลกๆ มากกว่าเดิม
หยุดกลืนน้ำลายลงคออยู่อีกอึกใหญ่ก็นึกขึ้นได้ว่าเธอมีเชิงเทียนอันโตสำหรับใช้เป็พร็อบถ่ายรูปในวันพรุ่งนี้อยู่ในรถ…
ไม่นานเชิงเทียนที่มีเทียนหลายเล่มปักอยู่บนนั้นก็ถูกจุดขึ้นส่องแสงสว่างไสว…
ทอฝันรวบรวมกำลังใจให้ตัวเองอีกครั้งแล้วค่อยๆ ฮัมเพลงขึ้นข่มความกลัวพร้อมๆ กับที่สองขาก็ก้าวออกเดินโดยบังคับตัวเองให้มองตรงไปแต่ทางข้างหน้าอย่างเดียว…
…ถ้าเธอหันมามองทางด้านข้างสักนิดจะเห็นเลยว่าที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เธอเพิ่งเดินผ่านมามีใครคนหนึ่งกำลังมองเธออยู่ด้วยความขบขันก่อนจะค่อยๆ ย่องเดินตามหลังหญิงสาวที่กำลังเดินเข้าบ้านไปอย่างเงียบๆ
สวิตซ์ไฟถูกมองหาเป็อันดับแรกที่ทอฝันเปิดประตูก้าวเข้ามาภายในบ้านแล้วไม่นานแสงไฟจากหลอดประหยัดไฟทรงผอมก็ส่องสว่างขึ้นสร้างความอุ่นใจให้กับคนเปิด ทอฝันบรรจงวางเชิงเทียนลงบนชั้นหน้าห้องแล้วรีบวิ่งปรู๊ดเข้าไปในห้องนอนทันทีมิหนำซ้ำยังดึงผ้าห่มมาคลุมปิดตัวเองจนมิดพลางนึกท่องนะโมแล้วสวดมนต์ขอพรอยู่ในใจ
“ ขอให้คืนนี้อย่าเกิดเื่อะไรขึ้นกับลูกช้างอีกเลยสาธุ! ” แล้วทอฝันก็เคลิ้มหลับไปอย่างง่ายดายด้วยความเหนื่อยที่เผชิญมา...
ที่หน้าห้องนอน…
สิ่งที่เรียกความสนใจให้กับคนที่เดินตามมาไม่ใช่หญิงสาวที่กำลังหลับใหลอยู่ภายในห้องแต่กลับเป็เชิงเทียนที่ตั้งเด่นเป็สง่าอยู่ที่ชั้นวางของหน้าห้องต่างหาก
แววกังวลฉายชัดขึ้นในดวงตาของคนที่กำลังยืนพิจารณามองมันอยู่ทันทีเพราะดูเหมือนตำแหน่งที่หญิงสาววางไว้มันช่างล่อแหลมเสียเหลือเกินโดยเฉพาะในตอนที่มันยังมีประกายไฟลุกโชนอยู่บนปลายเทียนนับสิบเล่มแบบนี้…
…แล้วสิ่งที่เขานึกกลัวไว้มันก็เกิดขึ้น! เมื่อเทียนเล่มหนึ่งเกิดหลอมละลายแล้วหล่นลงไปบนผ้าคลุมขนสัตว์ที่ทอฝันบรรจงปูรองกระต่ายเซรามิกตัวน้อยหลายตัวไว้พร้อมกับไส้เทียนที่ยังติดไฟอยู่!
ผ้าขนสัตว์เป็เชื้อเพลิงได้เป็อย่างดีเพราะมันติดไฟขึ้นทันทีที่ไส้เทียนหล่นใส่!
คนที่นั่งเฝ้ามันมาั้แ่ที่ทอฝันวางไว้ผุดลุกขึ้นยืนแล้วตรงเข้าดับไฟทันทีแต่ก็เปล่าประโยชน์…เมื่อร่างกายของเขาเป็เพียงอากาศธาตุที่ทำได้แค่ทะลุผ่านมันไปเท่านั้น! ซึ่งดูเหมือนเ้าตัวเองก็คงจะลืมความจริงข้อนี้ไปเสียสนิทเช่นกัน…พอตั้งสติได้ร่างโปร่งแสงก็ทะลุผ่านประตูห้องนอนเข้าไปหาคนที่ยังมีร่างกายสมบูรณ์พร้อมทันที!
ทอฝันลืมตาโพลงลุกพรวดขึ้นทันทีที่ได้ยินว่า ‘ ไฟไหม้! ’
เธอต้องหนี! ไม่ใช่สิ…ดับไฟก่อน!
“ ที่ไหน ไฟไหม้ที่ไหน! ”
ทอฝันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเธอถึงคิดจะดับไฟแทนที่จะคิดหนีเอาตัวรอดคงจะเป็สำนึกในส่วนดีแน่ๆ ที่ทำให้เธอคิดแบบนั้น!
“ หน้าห้อง! ”
พอรู้สถานที่เกิดเหตุสองขาที่ยังอยู่ในชุดเดิมเพราะเ้าของตัดสินใจนอนทั้งๆ ที่ยังไม่ได้อาบน้ำเพราะความกลัวก็รีบก้าวออกจากห้องทันที
ภาพของเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้พรมผ้าขนสัตว์แล้วกำลังลามเลยไปถึงผนังไม้ที่อยู่ทางด้านหลังทำให้ทอฝันรีบตรงเข้าไปเอาหมอนที่วางอยู่บนโซฟามากระหน่ำตบๆ ลงไปทันทีแต่ดูเหมือนเปลวไฟเ่าั้จะดื้อมากกว่าที่คิดเพราะมันเพียงแค่หรี่แสงลงแล้วก็กลับลุกโชนขึ้นมาอีก!
“ ที่ห้องเก็บของมีถังดับเพลิงอยู่! ”
“ อยู่ทางไหน! ”
“ ตามผมมา! ”
แล้วไม่นานควันเคมีสีขาวจากถังดับเพลิงก็พวยพุ่งออกมายุติเหตุการณ์โกลาหลที่เกิดขึ้น!
พอเปลวไฟดวงสุดท้ายดับลงทอฝันก็ทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดแรงพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ ดับแล้ว”
“ ใช่…ดับแล้ว โชคดีชะมัดที่ถังดับเพลิงยังใช้งานได้ดีอยู่ตอนแรกผมนึกว่ามันพังไปแล้วซะอีกเห็นหมกอยู่ในนั้นมาตั้งหลายปี”
“ ถ้าเป็อย่างนั้นป่านนี้เราสองคนคงดำเป็ตอตะโกไปแล้วล่ะ” ทอฝันพูดแล้วชะงักค้างเมื่อคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
…สองคนอย่างนั้นเหรอ…
หน้าที่แดงก่ำเพราะเพิ่งผ่านการออกแรงมากลับซีดลงสนิทเมื่อคิดได้ว่าเธอไม่ได้อยู่คนเดียว! ใบหน้าที่ตอนนี้เริ่มไม่มีสีเืแล้วค่อยๆ หันมองคนที่นั่งอยู่ข้างกัน
ชัดเลย! คนเดิม!…นี่เธอโดนผีหลอกอีกแล้วเหรอเนี่ย!!!