บทที่ 16 ฉันไม่ไป
หลังจากดื่มน้ำเสร็จ จู่ ๆ เสี่ยวเย่ปิงก็เริ่มคลุ้มคลั่ง เขาขว้าถ้วยชาลงพื้นทันที แล้วแยกเขี้ยวใส่ซูหลี
“ถึงแม่จะให้ผมดื่มน้ำ แต่แม่ก็ยังเป็แม่ที่ไม่ดี เป็ผู้หญิงที่เลว!”
“ดีมาก ร้องต่อไปสิ”
ซูหลีจงใจพูดยั่วยุเสี่ยวเย่ปิง “รีบร้องไห้ต่อเร็วเข้า”
“คุณบอกให้ฉันร้องไห้ ฉันก็จะร้องไห้งั้นเหรอ ฉันไม่ทำแน่”
เสี่ยวเย่ปิงอายุยังน้อย ทว่าอารมณ์ร้าย ตอนนี้รู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม
ปกติแม่ใจร้ายคนนี้มักไม่กล้ายุ่งกับเขา แต่วันนี้กลับกล้าทำแบบนี้กับเขา บนหัวของเขายังมีแผลอยู่ ตอนนี้ดูเหมือนจะเจ็บมากขึ้น
เขาช่างเป็เด็กน้อยที่น่าสงสารจริง ๆ วันนี้แม้แต่ย่าก็ไม่สนใจเขาแล้ว
“ในเมื่อหยุดร้องไห้แล้ว งั้นแม่ขอถามหน่อย ลูกรู้ตัวหรือยังว่าทำผิด?”
คำพูดของซูหลีทำให้เสี่ยวเย่ปิงโมโหจนกลอกตาขึ้นบน “ฉันไม่ได้ทำผิด!”
“เอาหัวโขกท้องแม่ นี่ยังไม่เรียกว่าผิดอีกเหรอ? ใครกล้าให้ท้ายลูกขนาดนี้ ทำผิดแล้วยังมีหน้ามาเถียงอีก?”
ปกติแม่คนนี้ไม่กล้าพูดเสียงดังต่อหน้าเขา ยิ่งต่อหน้าย่ายิ่งทำท่าเกรงอกเกรงใจ แต่วันนี้เสี่ยวเย่ปิงรู้สึกกลัวขึ้นมาจริง ๆ เพราะแม่ดุมาก!
เมื่อครู่ตอนที่แม่ลากเขาเข้ามาในห้อง แล้วแม่ทำหน้าเคร่งเครียด เขากลัวจริง ๆ ว่าแม่จะทุบตีเขา
แต่ก็ไม่เกิดขึ้น!
แม้ว่าเขาจะเห็นชัดว่าแม่โกรธมาก แต่แม่ก็อดทนไม่ทุบตีเขา
“แม่ขอบอกไว้อย่างนะ ย่าของลูกตามใจลูก แต่แม่จะไม่ตามใจลูก ต่อไปถ้าลูกทำผิดอีกแม่จะจัดการลูกแน่นอน ถ้าลูกคิดว่าแม่ไม่ตีคนก็คิดผิดแล้ว แม่ตีคนแรงไม่น้อยไปกว่าพ่อของลูกแน่”
เสี่ยวเย่ปิงไม่เชื่อคำพูดนี้ แม่ดูผอมบางอ่อนแอแบบนี้เป็ไปได้ยังไงที่จะตีแรงกว่าพ่อ? เมื่อเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเด็กน้อย ซูหลีถามเสียงเบาว่า “งั้นลูกจะลองดูตอนนี้เลยไหม?”
เสี่ยวเย่ปิงได้ยินแล้วรู้สึกขนลุกซู่ เขาพูดเสียงสั่นว่า “กล้าเหรอ?”
“แม่เป็แม่แท้ ๆ ของลูกนะ มีอะไรที่จะไม่กล้าทำล่ะ? ถ้าลูกไม่เชื่อฟัง โดนตียังเบาไปด้วยซ้ำ!”
นี่เป็เหตุผลที่ซูหลีพยายามอดทนกับเด็กน้อยจอมป่วนคนนี้... เดิมทีเธอไม่ชอบเด็กเป็ทุนเดิมอยู่แล้ว เด็กที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ก็ไม่มีใครซนเท่านี้ แต่คราวนี้เธอรับปากคนอื่นไว้แล้ว จำเป็ต้องดูแลเด็กดื้อคนนี้ให้ได้ ถึงแม้ในใจจะโมโหแค่ไหนก็ต้องอดทนเอาไว้
เมื่อเสี่ยวเย่ปิงได้ยินคำพูดนั้น เขาก็ทำหน้าบึ้งตึงอย่างไม่พอใจ แม้จะไม่กล้าดื้อดึงเหมือนเมื่อครู่ แต่ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความไม่เต็มใจอย่างชัดเจน
ซูหลีเห็นท่าทางแบบนี้ของเขาแล้วก็อดขำไม่ได้ ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะไม่ได้สั่งสอนยากอย่างที่คิดไว้
แต่เมื่อย้อนกลับไป เด็กก็เหมือนกับกระดาษสีขาว ไม่ว่าผู้ใหญ่จะสอนเขาแบบไหน เขาก็จะกลายเป็แบบนั้น
หากผู้ใหญ่สอนได้ดี ผลลัพธ์ที่ออกมาก็จะเป็สีสันสดใส งดงามตระการตา และเป็ที่น่าชื่นชอบของผู้คน
แต่ถ้าสอนไม่ดี ก็จะมีแค่สีขาวดำสุดโต่ง เท่ากับว่าได้สอนให้เด็กเสียคนไปแล้ว
“ตอนนี้รู้ตัวหรือยังว่าทำผิด?” ซูหลีถามติดตามอีกประโยค
เสี่ยวเย่ปิงกำหมัดอย่างไม่ยอมแพ้ ไม่เต็มใจที่จะยอมรับ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธเช่นกัน
ซูหลีเห็นว่าในแววตาของเขามีความรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง เธอก็ไม่อยากกดดันเขามากเกินไป จึงชี้ไปที่ถ้วยชาเคลือบที่อยู่บนพื้น “เก็บถ้วยชาขึ้นมาก่อน”
“ผมไม่...”
เสี่ยวเย่ปิงตั้งท่าจะปฏิเสธโดยไม่รู้ตัว แต่เมื่อเห็นสายตาซูหลีที่จ้องมา เขารู้สึกเหมือนมีหนามทิ่มแทงตามหลัง จนไม่กล้าดื้อดึงต่อไป จึงก้มลงเก็บถ้วยชาขึ้นมา
ถูกต้องแล้ว!
แสดงว่าเด็กคนนี้ยังไม่ถึงกับหมดหวัง ขอเพียงแต่เริ่มสั่งสอนอย่างดีั้แ่ตอนนี้ ก็ยังพอมีโอกาสแก้ไขได้ ทว่า การอยู่กับแม่สามีตลอดเวลาแบบนี้คงไม่เป็ผลดี อาจจะต้องหาวิธีอยู่ให้ห่างจากเธอหน่อย!