เสียงปืนด้านแนวซ้ายดังขึ้นถี่เหมือนพยายามกลบเสียงสั่นที่มาจากใต้พื้น แต่กลบไม่ได้ แรงสั่นนั้นไม่ได้รุนแรงพอจะทำให้คนล้ม ไม่ได้ดังพอจะทำให้เครื่องมือกระเด็นจากโต๊ะบัญชาการ แต่มันมีจังหวะที่ทำให้ทุกคนรู้สึกได้ผ่านฝ่าเท้า ผ่านเข่า ผ่านกระดูกสันหลัง เหมือนมีสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมากำลังหายใจอยู่ใต้ค่าย และตอนนี้มันไม่ได้หลับอีกต่อไป คาเอลยืนอยู่ท่ามกลางควัน กลิ่นดินชื้นจากใต้ดินยังติดอยู่บนเสื้อผ้า ติดอยู่ในเส้นผม ติดอยู่ในลำคอทุกครั้งที่เขาหายใจเข้า ข้างบนเต็มไปด้วยกลิ่นควันปืน กลิ่นเืสด กลิ่นยาฆ่าเชื้อจากเต็นท์แพทย์ และกลิ่นผ้าใบไหม้จากจุดที่สะเก็ดไฟลามขึ้นข้างแนว แต่กลิ่นของโพรงยังไม่หาย มันเหมือนหลักฐานที่ยืนยันว่าพวกเขาไม่ได้ฝันไป ใต้ค่ายมีเครือข่าย รากฐาน สิ่งมีชีวิตอยู่และพวกเขาเพิ่งทำให้มันาเ็
แนวซ้ายที่เคยถูกกดจนเกือบแตกชะงักลงจริงหลังจุดศูนย์กลางใหญ่ถูกทำลายบางส่วน ฝูงด้านนั้นถอยไปไม่กี่เมตรเหมือนการไหลของน้ำถูกตัดเส้นทาง ทหารบางคนเผลอร้องออกมาด้วยความโล่งใจสั้น ๆ แต่คาเอลไม่ได้โล่งใจ เขามองการถอยนั้นแล้วเห็นความไม่ถูกต้อง มันไม่ใช่การถอยเพราะกลัว ไม่ใช่การแตกพ่าย แต่เป็การหยุดเพื่อเปลี่ยนจังหวะ ตัวที่อยู่ด้านหน้าไม่พุ่งเข้ามาอีก มันถอยต่ำลง ลำตัวเกร็ง คล้ายรอฟังคำสั่งจากที่ใดที่หนึ่งลึกกว่าการได้ยินของมนุษย์ เสียงกรงเล็บบนพื้นด้านนอกแนวหยุดพร้อมกันเป็่สั้น ๆ และความพร้อมกันนั้นน่ากลัวกว่าเสียงบุกเสียอีก เพราะมันแปลว่ามีบางอย่างกำลังทำให้ฝูงจำนวนมากทำตามคำสั่งเหมือนกัน
โรแวนที่แนวหน้าไม่ได้ถูกหลอกด้วยความเงียบนั้น เขายืนอยู่หลังแผงเหล็กที่บุบเสียรูป มือหนึ่งจับปืน อีกมือกดไหล่ทหารคนหนึ่งให้หมอบต่ำลง
“อย่าเพิ่งวางใจ!” เขาะโ เสียงแหบจนเกือบแตก
“พวกมันหยุดเพราะจะเปลี่ยนรูปแบบโจมตี ไม่ใช่เพราะมันกลัว!”
คำพูดนั้นทำให้ทหารหลายคนยกปืนขึ้นใหม่ทันที บางคนมือยังสั่น บางคนเืซึมจากาแที่ไม่มีเวลาพันเพิ่ม แต่ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าความเงียบในคืนนี้ไม่เคยมาเพื่อช่วยพวกเขา
เรนาร์ยืนข้างโต๊ะบัญชาการ ดวงตาเขากวาดผ่านแนวอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้ถามคาเอลซ้ำว่าทำลายได้แค่ไหน เพราะคำตอบอยู่ตรงหน้าแล้ว ด้านหนึ่งของฝูงชะงัก แต่อีกสองด้านเริ่มขยับหนักกว่าเดิม เหมือนเครือข่ายใต้เมืองไม่ได้หยุดเพราะเสียรากหนึ่งเส้น มันเพียงโยกแรงไปยังเส้นที่ยังเหลือ ะุในกล่องข้างโต๊ะเหลือน้อยจนเห็นก้นลัง มิเลียกำลังรับรายงานจากวิทยุสองเครื่องพร้อมกัน มือหนึ่งจดตำแหน่งลงบนแผนที่ มืออีกข้างกดหมุดสีแดงที่ใกล้แนวกลางจนปลายนิ้วซีด ดวงตาเธอไม่สั่น แต่คาเอลเห็นว่าเธออ่านจำนวนะุและจำนวนคนเจ็บเร็วกว่าก่อนหน้า เหมือนเธอไม่ยอมให้ความกลัวเสียเวลาแทนข้อมูล
“แนวตะวันออกขอถอนกำลังเข้าชั้นใน” เสียงวิทยุแตกพร่าดังขึ้น
“ะุเหลือหนึ่งในสี่…ย้ำ หนึ่งในสี่…”
อีกเสียงแทรกเข้ามา
“เต็นท์แพทย์ต้องย้ายคนเจ็บอีกสิบสองคน พื้นกลางค่ายเริ่มมีหลุมเกิดขึ้นเพิ่ม…”
อลิน่าะโจากเต็นท์แพทย์ก่อนเรนาร์จะสั่งเสียอีก
“ย้ายคนที่เดินได้ก่อน! คนที่ขยับไม่ได้ยกทั้งแผ่น ไม่ดึงแขน! แจ็กซ์ เอาแผ่นไม้เพิ่มมา!”
“ได้!” แจ็กซ์ะโกลับ เสียงเขาสั่นแต่ดังขึ้นกว่าเดิม เขาไม่ได้ทำตัวเป็คนกล้าหาญในแบบที่นิยายชอบเล่า เขายังกลัว ดวงตาเขายังหันไปทุกครั้งที่เสียงกรงเล็บดังขึ้น แต่สองมือของเขาไม่หยุด เขากับทหารอาสาอีกสองคนช่วยกันยกแผ่นไม้สอดใต้เปลของผู้าเ็ น้ำหนักของคนเจ็บทำให้เขาหน้าแดงและแขนสั่น แต่เขากัดฟันยกต่อ ลินายืนอยู่ข้างมาร่า ถือไฟฉายเล็กให้นิ่งที่สุด แสงสีขาวตกบนใบหน้าซีดของมาร่าและมือของอลิน่าที่ขยับเร็วเกินกว่าความเหนื่อยควรอนุญาต
คาเอลมองภาพนั้นเพียงครึ่งวินาที ก่อนหันกลับไปแนวกลาง เพราะพื้นตรงนั้นสั่นผิดจังหวะ เส้นรอยแตกเล็ก ๆ ที่เขาเห็นก่อนลงใต้ดินเริ่มยาวขึ้นทีละนิด ฝุ่นขาวพุ่งออกจากรอยเหมือนลมหายใจเล็ก ๆ เขายกมือขึ้นโดยไม่คิด
“แนวกลาง ถอยจากรอยแตกเดี๋ยวนี้!” เขาะโ
ทหารบางคนหันมา ไม่แน่ใจว่าจะเชื่อใคร แต่เรนาร์ตอบสนองเร็วกว่าความลังเลนั้น
“แนวกลาง ทำตาม!”
เสียงคำสั่งของเรนาร์ทำให้คนขยับพร้อมกัน แค่ครึ่งก้าวเท่านั้น แต่ครึ่งก้าวนั้นช่วยชีวิตพวกเขาไว้ในวินาทีถัดมา พื้นตรงรอยแตกยุบลงอย่างเงียบก่อนพุ่งเปิดขึ้น กรงเล็บสีดำแทงขึ้นมาจากใต้พื้นในตำแหน่งที่เมื่อครู่มีเท้าทหารสองคนยืนอยู่ เสียงสบถและเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกัน คาเอลยิงลงต่ำทันที ะุเจาะกรงเล็บที่โผล่ขึ้นมา ทำให้สิ่งข้างล่างชะงัก
โวร่าซึ่งเพิ่งกดแผลแขนตัวเองไว้ครึ่งหนึ่งพุ่งเข้าไปหาโดยไม่รอให้ใครสั่ง เธอไม่ได้วิ่งตรง แต่ตัดเฉียงเข้าจากมุมที่กรงเล็บอีกข้างฟาดไม่ถึง ร่างเธอลื่นต่ำลง เส้นผมที่เปียกเหงื่อสะบัดผ่านแก้ม ใบมีดในมือแทงลงไปในช่องระหว่างพื้นกับเปลือกของสิ่งที่กำลังปีนขึ้นมา เธอไม่ออกแรงฟันยาว เธอแทง บิด แล้วถอยครึ่งก้าวทันที ก่อนที่แรงดิ้นจากใต้พื้นจะกระแทกขึ้นมาในตำแหน่งที่เธอเพิ่งยืนอยู่
คีรอนตามมาช่วยยิงต่ำ มือเขายังสั่นเล็กน้อยจากแผลไหล่ แต่จังหวะยิงดีขึ้นกว่าเมื่อคืนต้น ๆ มาก เขาไม่ได้ยิงรัว เขายิงเป็ชุดสั้นตามช่องที่โวร่าเปิดไว้ เสียงปืนสะท้อนแผงเหล็กและพื้นคอนกรีตจนหูอื้อ แต่ไม่มีใครบ่นเื่เสียงอีกแล้ว ทุกคนมีเสียงที่น่ากลัวกว่าอยู่ใต้เท้า
“มันบุกเข้ากลางค่ายแล้ว!” ทหารคนหนึ่งะโ
“ไม่ใช่กำลังหลัก!” คาเอลตอบทันที
“พวกมันแค่ส่งมาล่อให้พวกเราสับสน!”
โรแวนที่อยู่ด้านซ้ายหันมาเพียงเสี้ยวเดียวก่อนะโต่อ
“ได้ยินแล้วใช่ไหม! อย่าเทกำลังมาที่กลางหมด! คุมแนวเดิม!”
คาเอลรู้สึกขอบคุณโรแวนในใจโดยไม่มีเวลาพูด เพราะนี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ ฝูงอยากให้พวกเขาหัน ฝูงอยากให้แนวหลักว่าง ฝูงอยากให้ความกลัวใต้เท้าดึงสายตาทุกคู่ลงจากด้านหน้า หากแนวหน้าเปิดเพียงหนึ่งจังหวะ สิ่งที่รออยู่ในควันจะพุ่งเข้ามา
และมันพุ่งจริง
ฝูงด้านตะวันออกที่นิ่งอยู่เมื่อครู่เคลื่อนพร้อมกันในจังหวะเดียว ร่างต่ำสีดำหลายสิบตัวพุ่งผ่านควันมาอย่างเป็ระเบียบผิดธรรมชาติ ไม่ใช่กระจาย ไม่ใช่แข่งกันถึงแนว แต่แบ่งเป็กลุ่ม กลุ่มแรกพุ่งสูงเพื่อดึงปืน กลุ่มที่สองต่ำเกือบชิดพื้น กลุ่มที่สามอยู่ด้านหลังและไม่เข้ามา พวกมันรอ คาเอลเห็นตัวที่รอเ่าั้และรู้ทันทีว่ามันคืออันตรายจริง
“อย่ายิงหมด!” เขาะโ
“กลุ่มหลังรอบรรจุะุ!”
เรนาร์รับคำทันที
“แนวตะวันออก ยิงสลับชุด! ห้ามบรรจุะุ พร้อมกัน!”
คำสั่งวิ่งผ่านแนวเร็วกว่าเดิมเพราะตอนนี้คนเริ่มเชื่อคาเอลมากขึ้น ไม่ใช่เพราะเขาเป็ผู้นำ แต่เพราะคนที่ไม่เชื่อหลายครั้งก่อนหน้านี้เกือบตายไปแล้ว เสียงปืนดังเป็ระลอกแทนที่จะเป็กำแพงเสียงเดียว กลุ่มแรกถูกกวาดล้ม กลุ่มที่สองเสียจังหวะ และเมื่อกลุ่มหลังพุ่งเข้ามาตามแผนของมัน ยังมีปืนชุดที่สามรออยู่พอดี ะุฉีกผ่านอากาศร้อนควัน ร่างเซิร์กลิงหลายตัวล้มกลิ้ง แต่บางตัวยังมาถึงแนว กระแทกแผงเหล็กจนโซ่ลั่น
โวร่าหันจากรอยแตกกลางค่ายกลับไปแนวตะวันออกเร็วเกินกว่าคนเจ็บควรทำได้ เธอไม่ได้พุ่งมั่วเข้าใส่ทุกตัว เธอมองช่องที่แผงเหล็กเอียงเพียงเล็กน้อยและเลือกยืนตรงนั้นก่อนที่ศัตรูจะใช้มัน เงาหนึ่งมุดเข้ามาจากช่องต่ำ เธอไม่ก้มตามมัน แต่ก้าวเท้าไปปิดทิศพุ่ง บังคับให้มันต้องหมุนตัวขึ้น จากนั้นแทงเข้าจุดอ่อนใต้ขากรรไกรในมุมที่คาเอลแทบตามไม่ทัน เธอถอนมีดออกก่อนเืจะสาดเต็มหน้า ร่างนั้นตกลงขวางช่องพอดีเหมือนเธอเลือกให้มันกลายเป็สิ่งกีดขวางด้วย
คาเอลรู้สึกว่าถ้าไม่มีโวร่า แนวนี้คงแตกไปแล้วหลายครั้ง ไม่ใช่เพราะเธอฆ่าได้มากที่สุด แต่เพราะเธอหยุด “ช่อง” ที่คนอื่นยังมองไม่เห็น เธอไม่ใช่พลยิง แต่เธอคือสลักที่ย้ายไปอยู่ตรงจุดที่กำแพงกำลังจะหลุดออก
เสียงต่ำลึกดังขึ้นจากด้านนอกแนว
ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงกรงเล็บ
ไม่ใช่เสียงขูด
มันเป็เสียงกระแทกที่มาพร้อมจังหวะของฝูง ราวกับมีอะไรบางอย่างเดินอยู่หลังควันทีละก้าว ช้า หนัก และไม่รีบ แผงเหล็กด้านตะวันออกสั่นก่อนที่สิ่งนั้นจะโผล่ให้เห็น ทุกคนที่อยู่ใกล้แนวนั้นรู้สึกได้พร้อมกัน แม้ยังมองไม่เห็นตัว
นิกซ์ที่อยู่ข้างคาเอลสะดุ้งแรง มือขวากระตุกขึ้นมา เขากดมันไว้ทันแต่สีหน้าเปลี่ยนทันที
“มีบางอย่าง…คุมมันอยู่”
คาเอลหันไปมองเขา
“จากใต้ดิน?”
นิกซ์ส่ายหน้าอย่างยากลำบาก
“ไม่…บนพื้นแล้ว”
คาเอลมองผ่านควันด้านตะวันออก แสงไฟฉุกเฉินกับแสงไฟจากปืนสาดผ่านม่านฝุ่นและควัน เงาหนึ่งเริ่มแยกตัวออกมาจากด้านหลังฝูง มันสูงกว่าเซิร์กลิงมาก ลำตัวหนา เปลือกด้านหน้าเป็แผ่นแข็งเหมือนเกราะที่เกิดจากกระดูกและโลหะเปียกปนกัน ขาหน้าของมันยาวและหนัก ไม่ได้คล่องเหมือนตัวเล็ก แต่ทุกก้าวทำให้พื้นด้านนอกสั่นเล็กน้อย ที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ขนาดของมัน แต่คือฝูงรอบตัวมัน ทันทีที่มันก้าวมาหยุดหลังแนวศัตรู เซิร์กลิงรอบนั้นเคลื่อนพร้อมกันกว่าเดิม รอพร้อมกัน พุ่งพร้อมกัน และถอยพร้อมกัน เหมือนมีจังหวะเดียวกันไหลผ่านพวกมัน
“นั่นตัวหัวหน้าสั่งการพวกมัน” คาเอลพูด
เรนาร์ซึ่งมายืนข้างเขาแล้วมองตามทันที
“ตัวใหญ่กว่าปกติ?”
“ไม่ใช่แค่ใหญ่กว่า” คาเอลตอบ
“ดูฝูงรอบมัน พวกนั้นไม่พุ่งโจมตีจนกว่ามันสั่ง”
เงาดำใหญ่ ตัวซึ่งเป็เหมือนหัวหน้าพวกมันหยุดลง
เหล่าฝูงรอบมันพุ่งโจมตีค่ายทันที
แนวตะวันออกถูกกระแทกพร้อมกันเหมือนคลื่นหนึ่งก้อน ไม่ใช่ตัวเล็กหลายสิบตัว แต่เป็แรงเดียว แผงเหล็กกระแทกถอยเข้ามาครึ่ง่แขน ทหารสองคนล้มลงทันที อีกคนถูกกรงเล็บเกี่ยวแขนและดึงเข้าไปที่ช่องว่าง เสียงร้องของเขาถูกเสียงปืนและเสียงโลหะกลบไปครึ่งหนึ่ง แต่ทุกคนที่อยู่ใกล้ได้ยินพอ โวร่าพุ่งเข้าไปช่วย แต่เงาตัวเล็กอีกสองตัวพุ่งตัดหน้าพร้อมกัน คาเอลยิงตัวหนึ่ง โรแวนยิงอีกตัวจากมุมไกล แต่ทหารคนนั้นถูกดึงออกไปครึ่งร่างก่อนพวกเขาจะถึง เสียงร้องขาดหายไปหลังแผง
คีรอนเห็นและหน้าซีดมากกว่าเดิม เขาก้าวจะเข้าไป แต่คาเอลคว้าไหล่เขาไว้
“สายไปแล้ว”
คีรอนหันมามองเขา ดวงตาแดงขึ้นทันที
“แต่—”
“ถ้านายพุ่งเข้าไปช่วยตอนนี้ ได้ตายอีกคนแน่”
คำพูดนั้นโหดร้าย แต่ความจริงที่อยู่หลังแผงโหดร้ายกว่า คีรอนกัดฟันจนกรามขึ้นสัน น้ำตาคลอแต่ไม่ไหล เขายกปืนกลับขึ้นมาและยิงใส่ช่องที่ทหารคนนั้นถูกดึงออกไป ะุเจาะผ่านเงาที่กำลังขยับด้านนอก เสียงอะไรบางอย่างล้มลง แต่ไม่รู้ว่าเป็ตัวไหน
คาเอลรู้สึกความเย็นในอกอีกครั้ง เขาเกลียดตัวเองที่ห้ามคีรอน เขาเกลียดที่พูดคำว่า “สายไปแล้ว” ได้เร็วขึ้นกว่าเมื่อก่อน แต่ถ้าเขาช้า คีรอนอาจตายตาม ความเป็มนุษย์บางครั้งไม่ใช่การพุ่งไปช่วยทุกคน มันอาจเป็การยอมรับว่าช่วยไม่ได้ แล้วช่วยคนถัดไปให้ทัน ความคิดนั้นเจ็บ และเขากลัวว่าสักวันมันจะไม่มีความรู้สึกเจ็บอีก
ตัวคุมฝูงด้านนอกแนวขยับอีกก้าว ทุกครั้งที่มันขยับ ร่างเล็กหลายตัวรอบมันจะเปลี่ยนตำแหน่งเหมือนคลื่นน้ำรอบหิน มันไม่ได้เข้ามาชนเอง มันไม่จำเป็ต้องทำ ฝูงของมันทำแทน ขนาดใหญ่ของมันเป็เพียงแกนกลาง เป็จังหวะ เป็สัญญาณ คาเอลเล็งไปที่มัน แต่ระยะไกลมีควันมากเกินไป และทุกครั้งที่เขาหามุมยิง ตัวเล็กจะเคลื่อนเข้ามาบังเหมือนมันรู้ว่าปืนของเขากำลังมองหาอะไร
บัลธาซาร์ยืนอยู่ใกล้โต๊ะบัญชาการ เขามองตัวคุมฝูงนิ่งมาก นิ่งจนผิดปกติ นิ้วของเขาขยับเพียงเล็กน้อยเหมือนกำลังชั่งว่าจะทำอะไรหรือไม่ มิเลียหันไปมองเขาแวบหนึ่ง เธอเห็นเหมือนกันว่าชายคนนี้ไม่ใ เขาเหมือนกำลังจำแนกสิ่งตรงหน้า ไม่ใช่เพิ่งเห็นครั้งแรก
“คุณรู้จักพวกมันไหม” มิเลียถามเบา ๆ
บัลธาซาร์ไม่ตอบทันที
“รู้จักสิ่งที่มันทำ” เขาพูดในที่สุด
“แต่ไม่จำเป็ต้องรู้จักชื่อของมัน”
เขายกปืนขึ้นช้า ๆ และยิงเพียงหนึ่งนัด ะุไม่ได้ยิงตัวคุมฝูง เขายิงเซิร์กลิงตัวหนึ่งที่อยู่ด้านข้างของมัน ตัวที่ดูไม่สำคัญที่สุด ตัวที่ไม่ได้พุ่ง ไม่ได้ขวาง ไม่ได้อยู่หน้าแนว แต่ทันทีที่ตัวนั้นล้ม จังหวะของฝูงรอบตัวคุมสะดุดไปครึ่งวินาที คาเอลเห็นทันที ตัวนั้นเป็ตัวส่งสัญญาณรอง หรืออย่างน้อยเป็ส่วนหนึ่งของรูปแบบที่ช่วยกระจายคำสั่ง บัลธาซาร์ลดปืนลงเหมือนยิงเป้าฝึกธรรมดา
“เ้านั่นมันไม่ได้คุมเองทั้งหมด” เขาพูด
“มันใช้ตัวกลางที่อยู๋ในกลุ่มอีกที”
คาเอลหันมามองเขา
“เดี๋ยวนะ คุณรู้ได้ยังไง”
บัลธาซาร์สบตาเขาครู่หนึ่ง
“คนที่เคยเจอศัตรูที่สู้แบบมีระบบ จะมองออกว่ามันกำลังจะทำอะไรต่อไป”
คาเอลอยากถามว่า “เคยสู้กับมันเมื่อไหร่” แต่เสียงะโจากแนวตะวันออกกลืนคำถามไปหมด
“แผงป้องกันจะหลุดแล้ว!” โรแวนคำราม
“ดัน! ดันเข้าไป!”
ค่ายเริ่มถอยเข้าชั้นในทีละน้อย ไม่ใช่ถอยแบบแตกหนี แต่เป็การยอมเสียพื้นที่อย่างมีคำสั่ง เรนาร์สั่งให้คนเจ็บถูกย้ายออกจากเต็นท์แนวหน้าไปยังจุดรวมด้านหลัง ะุถูกแจกเป็แม็กสุดท้ายให้แนวที่ยังยิงได้ แจ็กซ์ช่วยลากแผ่นไม้รองเปลไปพร้อมกับลินาที่ถือไฟให้เขา มาร่ายังไม่ฟื้น แต่ยังหายใจ อลิน่าดูเหมือนเธอกำลังจะล้มได้ทุกเมื่อ แต่ทุกครั้งที่มีคนเรียก เธอกลับขยับเร็วกว่าเดิม เหมือนร่างกายของเธอเลิกถามแล้วว่าทนไหวหรือไม่
ฝูงด้านตะวันออกกดหนักขึ้น ตัวคุมฝูงหยุดอยู่หลังควันและส่งจังหวะผ่านตัวกลางหลายตัว คาเอลกับเรนาร์พยายามสั่งยิงตัวกลางตามที่บัลธาซาร์ชี้ แต่มันเปลี่ยนเร็วเกินไปและควันบดบังเกินไป ทุกครั้งที่ยิงถูกหนึ่งตัว อีกตัวเหมือนเข้ามาแทน ฝูงไม่ได้ฉลาดแค่ตัวต่อตัวอีกแล้ว แต่มันเป็การประสานงานในระดับภาคสนาม
นิกซ์ทรุดลงข้างหนึ่ง กุมหัวด้วยมือซ้ายและมือขวาพร้อมกัน เสียงเขาหอบหนัก
“เสียงมัน…มันดังมาก…”
คาเอลย่อตัวลงข้างเขา
“นิกซ์ นายเป็ไงบ้าง”
ดวงตานิกซ์สั่น เหมือนเขาได้ยินเสียงหลายชั้นซ้อนกันจนหาเสียงของคาเอลไม่เจอ
“มันเรียกจากข้างล่าง…แล้วข้างบนตอบ…มันเหมือน…เหมือนทั้งหมดพูดพร้อมกัน…”
คาเอลจับไหล่เขาแน่นพอให้รู้สึก แต่ไม่แรงจนเหมือนบังคับ
“ฟังฉัน นายไม่จำเป็ต้องฟังทั้งหมด แค่ฟังเสียงฉันพอ”
นิกซ์หายใจแรง พยายามดึงสายตากลับมา
“แต่ผมกลัว… กลัวว่าถ้าผมไม่ฟังมัน… พวกเราจะตาย”
“ถ้านายฟังมันทั้งหมด นายก็อาจหายไปก่อนเราตาย”
คำพูดนั้นทำให้นิกซ์นิ่งไป น้ำตาเล็ก ๆ ขึ้นที่ขอบตา ไม่ใช่เพราะอ่อนแอ แต่เพราะเขารู้ว่าคาเอลพูดถูก เขากัดฟันแล้วพยักหน้าอย่างยากลำบาก
“พี่ต้องบอกผมทีละอย่าง” นิกซ์พูด
“ถามทีละอย่าง อย่าให้ผมฟังพวกมันพูดทั้งหมด”
คาเอลพยักหน้า
“ตัวคุมฝูง มันส่งสัญญาณผ่านอะไร”
นิกซ์หลับตา หายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง มือขวายังสั่น แต่เขาไม่กดมันไว้จนขาวเหมือนก่อน เขาปล่อยให้มันสั่นอยู่ตรงนั้นโดยไม่ยอมให้มันขยับต่อ
“…มันมีตัวกลาง” เขาพูด
“ไม่ใช่ตัวที่อยู่ใกล้มันที่สุด มันคือตัวที่เงียบ นิ่งที่สุด และไม่พุ่งโจมตี”
คาเอลหันกลับไปมองฝูงผ่านควัน ภาพทั้งหมดเปลี่ยนทันที ตัวที่ไม่พุ่ง ตัวที่รอ ตัวที่เหมือนแค่ยืนอยู่ผิดตำแหน่ง พวกนั้นคือเส้นประสาทของสนาม
“ท่านเรนาร์!” คาเอละโ
“บอกพวกเรา อย่ายิงตัวที่มา ยิงตัวที่มันไม่ขยับ!”
เรนาร์ไม่ถาม เขาะโต่อทันที
“ทุกแนว เลือกตัวนิ่ง! ตัวที่ไม่พุ่งโจมตีคือเป้าหมายหลัก!”
คำสั่งนั้นเสี่ยงมาก เพราะสัญชาตญาณของคนอยากยิงตัวที่พุ่งเข้าหา แต่หลังจากทั้งคืน คนจำนวนมากเริ่มเชื่อคำสั่งที่ฟังผิดธรรมชาติเหล่านี้ เสียงปืนเปลี่ยนเป้า ะุหลายนัดพลาดเพราะตัวที่นิ่งอยู่ไกลกว่าและถูกควันบัง แต่บางนัดโดน เมื่อหนึ่งในตัวกลางล้ม ฝูงด้านนั้นสะดุดจริง ตัวที่กำลังพุ่งมุดต่ำชนกันเองหนึ่งจังหวะ โวร่าใช้จังหวะนั้นพุ่งเข้าไปปิดช่องที่กำลังเปิด เธอตัดตัวแรกด้วยการแทงสั้น กระแทกตัวที่สองด้วยด้ามอาวุธ และปล่อยให้คีรอนยิงตัวที่สามตาม เธอไม่ได้หันไปชมเขา แต่เอ่ยคำหนึ่งทั้งที่ยังมองแนว
“เยี่ยม”
คีรอนเหมือนเกือบยิ้ม แต่เสียงกระแทกใหม่ทำให้เขากลับมายกปืนทันที
ตัวคุมฝูงด้านนอกเหมือนรับรู้ว่ารูปแบบของมันถูกอ่าน มันก้มต่ำลง เปลือกด้านหน้าขยับเปิดเล็กน้อย มีเสียงต่ำจากลำตัวมันดังผ่านควัน ไม่ใช่คำราม แต่มันเหมือนแรงสั่นในอากาศ ฝูงรอบมันหยุดชะงัก แล้วเปลี่ยนทิศพร้อมกัน ไม่กดดันเข้าตีแนวตะวันออก แต่เลือกเบี่ยงเบนเข้าโจมตีหาจุดที่คนเจ็บกำลังถูกย้าย
คาเอลรู้สึกเืเย็นวาบ
“มันเปลี่ยนเป้าหมายไปที่คนเจ็บ!”
เขาออกวิ่งก่อนจะคิดจบ โวร่าหันเห็นและตามทันทีแม้ยังมีแผล คีรอนกับนิกซ์ตามหลังมา เรนาร์ะโสั่งแนวกลางให้หมุนปืน แต่ไม่ทัน ฝูงกลุ่มหนึ่งหลุดผ่านช่องระหว่างแผงที่ยังซ่อมไม่เสร็จ พุ่งเข้าหาทางเดินระหว่างเต็นท์แพทย์กับจุดรวมคนเจ็บ แจ็กซ์หันมาเห็นก่อนคนอื่น เขาดันลินาไปข้างหลังโดยอัตโนมัติ ยกท่อนเหล็กขึ้นทั้งที่มือสั่นจนเห็นได้ชัด
“ไม่ ๆ ๆ อย่ามาทางนี้สิวะ… ไอ้เวรเอ้ย” เขาพึมพำ แต่ไม่ถอย
เซิร์กลิงตัวแรกพุ่งเข้าหาเขา แจ็กซ์เหวี่ยงท่อนเหล็กสุดแรง มันไม่ใช่การโจมตีที่สวย ไม่แม่นเหมือนโวร่า ไม่คมเหมือนคาเอล แต่มันโดน มันกระแทกด้านข้างหัวของตัวแรกจนทิศพุ่งเบี่ยงไปชนลังยา ลินาร้องออกมาครั้งแรกในคืนนี้ คาเอลยิงตัวที่สองที่ตามมา ะุเจาะอกแต่มันยังไถลต่อ โวร่าถึงจังหวะพอดี เธอพุ่งผ่านคาเอลไปเหมือนเงาที่ตัดแสงไฟฉุกเฉิน ใบมีดแทงเข้าใต้คอแล้วถอนในจังหวะเดียว ร่างมันร่วงลงห่างจากแจ็กซ์ไม่ถึง่แขน
แจ็กซ์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ หันมามองโวร่า
“ขอบคุณ…ฉันเกือบทำเท่ได้แล้ว”
โวร่าไม่หันมามอง
“ยังไม่ตาย ก็ถือว่าพอไหว”
“มาตรฐานต่ำดี ฉันชอบน่ะ”
คาเอลไม่มีเวลาฟังต่อ ฝูงอีกสามตัวพุ่งตามมา นิกซ์ยืนขวางทางเดินโดยไม่รู้ตัว มือขวาเริ่มเปลี่ยน สีดำขึ้นตามเส้นเืเร็วกว่าทุกครั้ง เขาหายใจแรง ดวงตาเบิกกว้างเหมือนกำลังตัดสินใจว่าจะกลัวตัวเองหรือใช้สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นให้เป็ประโยชน์
“นิกซ์!” คาเอละโ
“ผมรู้!” นิกซ์ะโกลับ ทั้งน้ำเสียงมีความกลัวและความโกรธ
“ผมรู้!”
แขนขวาของเขาพุ่งออกไป คว้าตัวแรกที่เข้ามาใกล้ที่สุดแล้วกระแทกมันลงกับพื้น แต่ครั้งนี้เขาไม่หยุดที่แรงกระแทก เขาใช้มันเป็โล่ ผลักร่างที่ยังดิ้นอยู่เข้าขวางตัวที่สอง คาเอลยิงตัวที่สองผ่านช่องระหว่างเกราะ ส่วนโวร่าตัดตัวที่สามจากด้านข้าง การประสานนั้นเกิดขึ้นโดยไม่มีใครวางแผนล่วงหน้า แต่หลังจากผ่านใต้ดินมาด้วยกัน พวกเขาเริ่มรู้จังหวะกันและกันมากขึ้น คาเอลยิงจุดสำคัญ โวร่าปิดช่อง นิกซ์หยุดแรงปะทะ คีรอนยิงเสริมจากด้านหลัง
ลินากอดหุ่นแน่นอยู่ข้างแจ็กซ์ ดวงตาเธอมองนิกซ์ด้วยความหวาดกลัวและความเป็ห่วงผสมกัน นิกซ์เห็นสายตานั้นแวบหนึ่ง แล้วรีบหันหนีเหมือนมันเจ็บกว่าแผลบนแขนเข้าอีก
ตัวหัวหน้าที่คุมฝูงด้านนอกแนวขยับอีกครั้ง คราวนี้มันไม่หยุดหลังควัน มันก้าวเข้ามาใกล้แผงเหล็กด้วยตัวเอง แผ่นเกราะด้านหน้าของมันรับะุที่ยิงเข้าใส่หลายชุด เสียงะุกระแทกเหมือนเคาะหินเปียก ๆ มันไม่ได้เร็ว แต่ทุกก้าวทำให้คนต้องถอย บางอย่างในสนามเปลี่ยนทันทีเมื่อมันเข้ามาใกล้ ฝูงรอบตัวมันเหมือนได้แรงเพิ่ม พุ่งเร็วขึ้น กล้าชนตรงขึ้น และรอจังหวะดีขึ้นกว่าเดิม
“ถ้าไม่หยุดมัน แนวป้องกันแตกแน่” เรนาร์พูดเสียงต่ำ
คาเอลรู้ แต่การหยุดมันด้วยปืนธรรมดาแทบเป็ไปไม่ได้ บัลธาซาร์ยิงตัวกลางได้ แต่ตัวคุมเองมีเกราะหนาและมีฝูงบัง โวร่าคงเข้าไปถึงไม่ได้โดยไม่ถูกฉีกก่อน นิกซ์อาจหยุดมันได้ครู่เดียว แต่ราคาคืออะไรไม่มีใครรู้
ทางฝั่งด้านตะวันตก ฝูงพวกมันถูกทำลาย
ไม่ใช่การถูกปืนกลกวาดล้าง หรือะเิ ไม่มีเสียงดังเกิดขึ้น มีเพียงแนวการเคลื่อนของฝูงที่ถูกตัดออกเป็เส้นยาวราวกับมีดที่มองไม่เห็นลากผ่านควัน ร่างเซิร์กลิงหลายตัวล้มพร้อมกันในทิศทางเดียว เืสีเข้มสาดเป็แนวต่ำเหนือพื้น ทหารแนวตะวันตกบางคนหยุดยิงไปครึ่งจังหวะเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
คาเอลหันไปทันที
ในควันสีเทาและแสงไฟฉุกเฉินที่กะพริบอยู่ไกลออกไป มีเงาคนคนหนึ่งยืนอยู่เพียงลำพัง เงานั้นไม่ใหญ่ ไม่สวมเกราะหนัก ไม่ยืนเหมือนทหารประจำแนว แต่พื้นที่รอบตัวเขาว่างผิดธรรมชาติ ฝูงไม่เข้าหาเขาตรง ๆ มันเหมือนถูกบังคับให้แยกออกเป็เส้น ๆ และทุกครั้งที่เขาขยับเพียงเล็กน้อย ร่างหนึ่งหรือสองร่างก็ล้มลงโดยไม่มีเสียงปืนหนักประกอบ
ซีนอส
คาเอลรู้ก่อนเห็นหน้า
เงานั้นเคลื่อนผ่านควันอย่างเงียบเกินไปสำหรับสนามรบ เขาไม่ได้วิ่ง เขาเพียงเปลี่ยนตำแหน่งในจังหวะที่คนทั่วไปมองไม่ทัน มือหนึ่งยกขึ้น เหมือนเล็งบางอย่างที่ไม่มีแสงสะท้อน แล้วตัวกลางของฝูงด้านตะวันตกตัวหนึ่งก็ล้มลงทันที จังหวะของฝูงด้านนั้นสะดุดเหมือนเส้นประสาทถูกตัด
ตัวหัวหน้าคุมฝูงหันหน้าไปด้านตะวันตกทางนั้นเป็ครั้งแรก
แค่เสี้ยวเดียว
แต่เพียงพอ
คาเอละโ
“ตอนนี้! ยิงตัวกลางที่อยู่รอบมัน!”
บัลธาซาร์ยิงก่อนคนอื่น ะุของเขาเจาะตัวนิ่งด้านซ้ายของตัวคุม โรแวนสั่งยิงตาม เสียงปืนหลายชุดกระแทกเข้าใส่ตัวกลางที่เหลือ ฝูงรอบตัวคุมสะดุดอีกครั้ง โวร่าพุ่งเข้าไปในช่องที่เกิดขึ้น เธอไม่ได้ไปหาตัวคุม เธอไปตัดเซิร์กลิงสองตัวที่กำลังจะเติมช่องบังให้มัน คาเอลยิงตามจุดที่เธอเปิด คีรอนยิงซ้ำ นิกซ์ใช้แขนขวากระแทกตัวหนึ่งที่เกือบหลุดเข้าแนวให้ล้มลง
ตัวคุมฝูงเสียจังหวะไปหนึ่งวินาทีเต็ม
และหนึ่งวินาทีนั้นทำให้มันถูกถอยกลับด้วยแรงยิงพร้อมกันทั้งแนว ะุธรรมดาไม่ได้ฆ่ามัน แต่กดมันให้ถอย มันก้มต่ำลง เปลือกด้านหน้าแตกเป็รอยบางจุด ของเหลวสีเข้มไหลออกจากร่องเกราะ ฝูงรอบตัวมันเริ่มถอยตามอย่างไม่เป็ระเบียบเท่าเดิม
คาเอลหันกลับไปทางตะวันตกอีกครั้ง
ซีนอสยังอยู่ตรงนั้น ไกลพอให้เห็นเพียงเงา แต่ใกล้พอให้รู้ว่าเขามองมาทางนี้ เสี้ยวหนึ่งท่ามกลางเสียงปืน ควัน และไฟฉุกเฉิน คาเอลรู้สึกเหมือนสนามรบทั้งสนามหดเหลือเพียงสายตาสองคู่ที่มองกันจากคนละฟากของค่าย
ซีนอสยกมือขึ้นเล็กน้อย ไม่ใช่โบก ไม่ใช่ทัก เหมือนแค่ชี้ให้เห็นว่าช่องตรงนั้นมีอยู่เสมอถ้าคาเอลอ่านทัน จากนั้นเสียงของเขาก็ดังผ่านความวุ่นวายโดยไม่รู้ว่ามาจากที่ใด อาจเป็เครื่องสื่อสาร อาจเป็ระบบ หรืออาจเป็สิ่งที่คาเอลไม่อยากยอมรับว่าเขาได้ยินในหัว
“นายช้าไปหนึ่งก้าว”
คาเอลกัดฟัน
“แล้วทำไมนายไม่เข้ามาช่วยพวกเราเลยล่ะ”
ไม่มีคำตอบกลับมาในทันที เงาของซีนอสหันไปอีกทาง ฝูงกลุ่มหนึ่งที่พยายามอ้อมแนวตะวันตกถูกตัดลงอีกครั้งเป็เส้นยาว ก่อนเสียงนั้นจะกลับมาเบา ๆ
“ถ้าช่วยทุกก้าว นายจะไม่มีวันเดินเอง”
แล้วเขาก็หายเข้าไปในควันเหมือนไม่เคยอยู่ตรงนั้น เหลือไว้เพียงฝูงด้านตะวันตกที่เสียจังหวะ และคาเอลที่กำมือแน่นจนแผลฝ่ามือเปิดอีกครั้ง
เรนาร์ไม่ได้เห็นบทสนทนานั้นทั้งหมด แต่เขาเห็นผล เขาไม่ถามว่าใคร เขาไม่เสียเวลา
“กดแนวกลับ! ทุกหน่วย ผลักมันออกจากชั้นใน!”
คำสั่งวิ่งผ่านค่าย เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงยิงอย่างสิ้นหวัง แต่เป็เสียงของคนที่ได้กำลังใจกลับมาครึ่งหนึ่ง ทหารที่เกือบถอยแตกเริ่มดันแผงกลับเข้า โวร่าเข้าไปปิดช่องป้องกันหนึ่งที่หลุดออก นิกซ์ยืนหอบอยู่แต่ยังไม่ล้มลง คีรอนยิงจนแม็กหมดแล้วเปลี่ยนใหม่ด้วยมือที่สั่นน้อยกว่าเดิม แจ็กซ์พาคนเจ็บชุดสุดท้ายขยับออกจากทางเดินหลักได้สำเร็จ อลิน่ายังคงทำงานราวกับถ้าหยุดแม้หนึ่งวินาที ความตายจะวิ่งแซงเธอทันที
ตัวคุมฝูงถอยไปหลังควัน มันยังไม่ตาย คาเอลรู้จากจังหวะของฝูงที่ยังหลงเหลืออยู่ แต่คืนนี้มันถูกผลักกลับชั่วคราว เสียงใต้พื้นยังคงสั่น แต่ไม่ดันขึ้นกลางค่ายทันทีเหมือนก่อนหน้า โหนดที่ถูกทำลายบางส่วนกับการเสียตัวกลางหลายจุดทำให้ระบบชะงักมากพอให้ค่ายยังไม่แตกในตอนนี้
แต่คำว่า “ตอนนี้” เบาบางเหลือเกิน
เมื่อเสียงปืนเริ่มลดลงอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะศัตรูหมด แต่เพราะทั้งสองฝั่งพักรบชั่วคราว
คนในค่ายค่อย ๆ มองไปรอบตัวและเห็นร่องรอยการต่อสู่เพื่อความอยู่รอด แผงเหล็กบุบงอหลายจุด ร่างทหารสองคนไม่ขยับอยู่ใกล้แนวตะวันออก อีกคนถูกลากออกมาไม่ทัน เต็นท์แพทย์เต็มไปด้วยคนที่ไม่มีเตียงพอ ะุในลังเหลือเพียงไม่กี่แถว และคนที่ยังยืนอยู่ไม่มีใครยืนตรงเหมือนเดิม
คีรอนทรุดนั่งหลังแผง หายใจแรง ปืนยังอยู่บนตัก โวร่ายืนใกล้เขา ใช้ผ้าพันแผลกดแขนตัวเองชั่วคราว เธอไม่ได้พูดอะไร แต่ยืนในระยะที่ถ้ามีอะไรพุ่งเข้ามา เธอยังเข้าถึงเขาได้ทัน นิกซ์นั่งพิงลังไม้ หัวก้มต่ำ มือขวาถูกมือซ้ายกดไว้แน่น ลินามองเขาจากระยะไกลแต่ไม่กล้าเข้าใกล้ แจ็กซ์เห็นแล้วเดินไปยืนบังสายตาระหว่างเด็กหญิงกับนิกซ์อย่างเนียน ๆ เหมือนกลัวว่านิกซ์จะเจ็บจากการถูกมองมากกว่าจากแผล
คาเอลยืนอยู่กลางค่ายเหมือนเดิม แต่เขารู้สึกว่าพื้นที่ใต้เท้าไม่ใช่พื้นเดิมอีกต่อไป ทุกจุดในพื้นที่นี้อาจเปิดทุกเมื่อ ทุกเสียงที่เกิดอาจเป็สัญญาณ ทุกเงาอาจซ่อนตัวกลางของฝูง เขามองไปทางที่ซีนอสหายไป ควันยังลอยต่ำ ไม่มีเงาคน ไม่มีคำอธิบาย มีเพียงช่องว่างที่ทำให้แนวตะวันตกรอด
บัลธาซาร์เดินเข้ามาใกล้เขาโดยไม่มีเสียงฝีเท้า
“เขาช่วยพวกเรา” คาเอลพูดโดยไม่หันไป
“ใช่ ทางอ้อม” บัลธาซาร์ตอบ
“ทำไมเขาต้องทำแบบนั้นด้วย”
“คนบางประเภทไม่้าช่วยใคร” เขาพูด
“เขาแค่ทำให้สนามรบเป็แบบที่ตัวเอง้า”
คาเอลหันไปมองเขา
“คุณรู้จักเขาหรอ?”
บัลธาซาร์เงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาของเขามองไปทางควันที่ซีนอสหายไป
“แค่รู้จัก คนแบบเดียวกับเขา”
คำตอบนั้นไม่ใช่คำตอบ คาเอลรู้ แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยเกินกว่าจะลากความจริงออกจากคนที่ไม่อยากพูด
เสียงวิทยุดังขึ้นจากโต๊ะบัญชาการ เป็สัญญาณแตกพร่าที่มาพร้อมเสียงลมรุนแรงด้านหลัง
“ค่ายศูนย์…ย้ำ ค่ายศูนย์…นี่ฝูงบินลำเลียงที่หนึ่ง…กำลังเข้าเขตเมือง…ขอพิกัดจุดลงจอดและสถานะพื้นที่…”
ทั้งค่ายเหมือนหยุดหายใจพร้อมกัน
เรนาร์คว้าวิทยุขึ้นทันที
“นี่ค่ายศูนย์ พื้นที่ลงจอดไม่ปลอดภัย แต่เราจะทำให้ปลอดภัยให้ได้ คนเจ็บจำนวนมาก ะุต่ำ ้ายิงสนับสนุนและลำเลียงออกทันที”
เสียงจากวิทยุตอบกลับพร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่เริ่มดังแทรกจริง ๆ จากท้องฟ้าด้านไกล
“รับทราบ เตรียมสัญญาณนำทาง อีกห้านาทีถึงเขตลงจอด”
ห้านาที
คำเดียวทำให้ความหวังกลับเข้ามาในค่ายเหมือนอากาศเย็นหลังไฟไหม้ แต่คาเอลไม่ได้ยิ้ม สิบห้านาทีในคืนนี้ยาวพอให้คนตายได้ทั้งแนว และสิ่งใต้เมืองก็ยังไม่เงียบ มันเพียงถอยไปตั้งจังหวะใหม่
เรนาร์หันมาทันที
“ทุกคนได้ยินแล้ว! ยื้ออีกห้านาที เปิดทางลงจอดให้ได้!”
เสียงตอบรับดังขึ้นจากแนวที่แตกหัก เหนื่อย แหบ แต่ยังอยู่ คาเอลยกปืนขึ้นอีกครั้ง ฝ่ามือเจ็บจากแผลเปิด เืเหนียวติดด้ามปืน แต่เขายังจับมันแน่น
นิกซ์เงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“พวกมันได้ยินเหมือนกัน”
คาเอลมองพื้น
แรงสั่นใต้ค่ายกลับมาอีกครั้ง เบา ต่ำ และยาว เหมือนสิ่งที่อยู่ข้างล่างกำลังสูดลมหายใจลึกก่อนคำรามครั้งต่อไป
เขามองไปยังท้องฟ้ามืดที่เริ่มมีเสียงเครื่องยนต์ใกล้เข้ามา มองแนวป้องกันที่เหลือเพียงเศษเหล็กและคนที่ยังไม่ยอมล้ม มองควันด้านตะวันตกที่ซีนอสหายไป มองบัลธาซาร์ที่ยืนเงียบเหมือนคนรอสิ่งที่รู้ว่าจะเกิด และมองพื้นใต้เท้าที่มีรากของศัตรูยังขยับอยู่
คืนนี้พวกเขายังไม่ชนะ
แต่เป็ครั้งแรกที่คาเอลรู้สึกว่า ค่ายนี้อาจรอดไปถึงนาทีถัดไปได้
และในาที่ทุกนาทีต้องแลกด้วยเื
นั่นก็มากพอให้เขายกปืนขึ้นอีกครั้ง.