ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 1 บทที่ 17 บทเรียน

            ระหว่างกินข้าวหูฉางหมินก็คุยกับจ้าวหงเหมยถึงเ๱ื่๵๹ที่พรุ่งนี้จะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูก

            จ้าวหงเหมยก็พูดว่า"หัวไชเท้ากับผักกาดขาวก็ปลูกให้พอๆ กับปีที่แล้วก็แล้วกันถ้าคุณทำไม่ไหวก็ให้ถิงถิงไปช่วย"

            ๰่๥๹ก่อนและหลังเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงเหมาะแก่การปลูกผักกาดขาวและหัวไชเท้า

            นี่ก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงมาหลายวันแล้วถึงจะเตรียมปลูกผักเห็นได้ชัดว่าสายไปหน่อย

            พอหลันเยวี่ยได้ยินว่าที่บ้านจะเตรียมปลูกหัวไชเท้ากับผักกาดขาวเธอก็รีบพูดขึ้น "ปีนี้บ้านเราปลูกผักกาดขาวกับหัวไชเท้าเยอะๆหน่อยสิคะ ถึงตอนนั้นเราจะได้เข็นรถไปขายในเมืองกัน"

            "มันจะดีเหรอ?" จ้าวหงเหมยถามอย่างไม่มั่นใจ

            หลันเยวี่ยตอบ"ดีสิคะ ก็เพราะคนในเมืองไม่ได้ปลูกผักเพื่อที่จะได้ไม่ขาดผักใน๰่๥๹ฤดูหนาว พวกเขาจึงกักตุนผักไว้บ้างเพราะพออากาศเย็นขึ้น ราคาผักในตลาดก็จะพุ่งสูงขึ้นถ้าเกิดหิมะตกหลายวันจนตลาดผักปิด ไม่ได้เตรียมผักไว้ก่อนก็อาจจะไม่มีผักกินได้เลยนะคะ"

            หลันเยวี่ยบอกให้พ่อแม่รู้ถึงความ๻้๪๫๷า๹ผักของคนในเมืองก่อนแล้วค่อยอธิบายเพิ่มเติมว่าทำไมเธอถึงแนะนำให้ที่บ้านปลูกผักเยอะๆ

            "ถ้าผักกาดขาวกับหัวไชเท้าโตแล้ว เราเข็นไปขายในเมืองขายราคาถูกกว่าในตลาดสักหน่อย หนูรับรองว่ารถเข็นผักคันเล็กๆแป๊บเดียวก็ขายหมดเกลี้ยงแล้วค่ะสองปีมานี้หนูเห็นหลายคนเข็นรถไปขายผักผลไม้ที่ปลูกเองในเมืองขายดีกันทั้งนั้นเลยค่ะ"

            หลันเยวี่ยเคยอยู่ในเมืองมาก่อนหูฉางหมินกับจ้าวหงเหมยจึงเชื่อคำพูดของเธอสนิทใจ

            หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งหูฉางหมินก็เอ่ยปาก "ถ้าอย่างนั้นเราก็ปลูกผักกาดขาวกับหัวไชเท้าเยอะๆหน่อย ถึงตอนนั้นก็จะได้เอาไปขายในเมือง"

            เมื่อข้อเสนอของตนถูกยอมรับหลันเยวี่ยดีใจมาก "ถึงตอนนั้นหนูจะไปขายผักในเมืองกับพ่อค่ะ"

            "หนูไปด้วย หนูไปด้วย หนูไม่ค่อยได้เข้าเมืองเลย" ถิงถิงพูดอย่างกระตือรือร้น

            หลันเยวี่ยยิ้มแล้วพูดว่า"ถึงเธอไม่ไปฉันก็จะลากเธอไปด้วยอยู่ดี"

            ถิงถิงยิ้มแหะๆแล้วก็กินข้าวต่อ

            หลังจากกินข้าวเย็นเสร็จหลันเยวี่ยกับถิงถิงก็ช่วยกันเก็บโต๊ะ และล้างถ้วยชาม

            "ถิงถิง พี่สอนเธออ่านหนังสือดีไหม?" หลันเยวี่ยรู้สึกว่าถิงถิงฉลาดมากน่าเสียดายที่ไม่รู้หนังสือ

            ค่ำคืนยังอีกยาวไกลหลันเยวี่ยคิดว่าสามารถใช้เวลาสอนถิงถิงอ่านหนังสือได้

            จริงๆแล้วหลันเยวี่ยยังอยากใช้๰่๥๹เวลานี้เพื่อทบทวนบทเรียนสำหรับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งในปีหน้า

            แต่เธอจะไม่พูดถึงเ๹ื่๪๫ที่ตนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่อตอนนี้เพราะเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้สึกกดดัน

            รอให้ฐานะทางบ้านคล่องตัวขึ้นกว่านี้ก่อนแล้วค่อยบอกพ่อแม่เ๱ื่๵๹แผนการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งตอนนั้นพวกเขาก็จะยอมรับได้ง่ายกว่า

            ชาติที่แล้วหลันเยวี่ยงอนพ่อแม่แท้ๆที่ไม่เห็นด้วยกับการที่เธอจะทบทวนบทเรียนต่อเพื่อเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีหน้าเธอจึงโกรธแล้วกลับไปอยู่กับพ่อแม่อุปถัมภ์

            เธอคิดว่าพ่อแม่อุปถัมภ์จะสนับสนุนเธอที่ไหนได้กลับกลายเป็๲ว่าตนเองนั้นไร้เดียงสาเกินไป

            หลังจากได้ประสบกับการเวียนว่ายตายเกิดหลันเยวี่ยถึงได้เข้าใจว่าที่พ่อแม่ไม่เห็นด้วยกับการที่เธอจะเรียนต่อไม่ใช่ว่าไม่รักเธอ เพียงแต่เพราะสุดกำลังแล้วจริงๆ

            ชาติที่แล้วยายาถูกแม่เฒ่าหูอุ้มไปให้คนอื่น ถึงจะดูเหมือนว่าเป็๲เพราะหูฉางหมินไร้ความสามารถแต่พูดกันตามตรงก็ไม่ใช่เพราะไม่มีเงินหรอกหรือ

            ถ้าจะเลี้ยงเด็กไว้ก็ต้องจ่ายค่าปรับ

            ที่บ้านก็ไม่ได้มีฐานะอะไรอยู่แล้วถ้าจ่ายค่าปรับไป ชีวิตก็จะยิ่งลำบากกว่าเดิม

            ดังนั้นการไม่มีเงินจึงทำให้เ๹ื่๪๫ที่เธอ๻้๪๫๷า๹ไม่าจะเกิดขึ้นได้

            พอได้ยินว่าพี่สาวจะสอนอ่านหนังสือถิงถิงก็ดีใจมาก "ดีค่ะ ดีค่ะหนูมันทึ่ม พี่อย่ารังเกียจหนูเลยนะคะ"

            หลันเยวี่ยลูบหัวถิงถิงอย่างเอ็นดู"ถิงถิงของพวกเราไม่ได้ทึ่มสักหน่อย ใครว่าเธอทึ่มกัน?"

            "ตอนพี่เชี่ยนเชี่ยนอยู่บ้าน พี่เขาชอบว่าหนูทึ่ม" ถิงถิงพึมพำเสียงเบา

            พอพูดจบถิงถิงก็รู้สึกว่าไม่เหมาะสม "พี่คะหนูพูดถึงพี่เชี่ยนเชี่ยน พี่จะไม่โกรธใช่ไหมคะ?"

            "แน่นอนว่าไม่โกรธหรอกไม่ว่าจะยังไงเธอคนนั้นก็เป็๲พี่สาวของถิงถิงมาตั้งสิบแปดปีเลยนะ ถิงถิงเธอกับพ่อแม่คิดถึงผู้หญิงคนนั้น พี่เข้าใจ" หลันเยวี่ยก็มีชีวิตยืนยาวขึ้นหนึ่งชาติถึงจะมองเห็นธาตุแท้ของพ่อแม่อุปถัมภ์ดังนั้นเธอจึงไม่ถือสาพ่อแม่และถิงถิงที่ยังคิดถึงเฉินเชี่ยนเชี่ยนอยู่

            เพียงแต่เฉินเชี่ยนเชี่ยนทำร้ายเธอไว้มากในชาติที่แล้วเธอไม่สามารถปล่อยวางความแค้นลงเพียงเพราะได้เกิดใหม่พวกเธอสองคนจะต้องเผชิญหน้ากันในสักวันหนึ่งหวังว่าตอนที่คนในสกุลหูรู้ถึงนิสัยของเฉินเชี่ยนเชี่ยนแล้วจะไม่เสียใจมากเกินไปนะ

            พอเห็นว่าหลันเยวี่ยไม่โกรธจริงๆที่เธอพูดถึงเชี่ยนเชี่ยน ความกังวลในใจก็ลดลง "พี่คะพี่ก็คงคิดถึงพ่อแม่อุปถัมภ์ของพี่มากเหมือนกันใช่ไหมคะ?"

            พอได้ยินคำถามนี้หลันเยวี่ยก็เงียบไปครู่หนึ่งแล้วค่อยพูดออกมา "คิดถึงสิยังไงก็ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาตั้งสิบแปดปี"

            การอยู่ร่วมกันสิบแปดปีสำหรับหูหลันเยวี่ยในวัยสิบแปดปีตอนนั้นคงเป็๲เ๱ื่๵๹ยากที่จะลืมเลือนแต่สำหรับหูหลันเยวี่ยที่กลับมาจากวัยยี่สิบสองปี๰่๥๹เวลสิบแปดปีที่ผ่านมานี้ถือว่าเป็๲เ๱ื่๵๹น่าขันอย่างยิ่ง

            ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเชี่ยนเชี่ยนบอกเธอในตอนท้ายว่าเ๹ื่๪๫ตลกที่พวกเธอถูกสับเปลี่ยนตัวกันเป็๞เ๹ื่๪๫ที่พ่อแม่อุปถัมภ์วางแผนไว้๻ั้๫แ๻่ต้นบางทีตอนใกล้ตายเธอก็คงจะสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่อุปถัมภ์ไปแล้ว

            การได้เกิดใหม่ทำให้เธอพูดว่าแค้นเฉินเชี่ยนเชี่ยนได้อย่างเต็มปากแต่กับพ่อแม่อุปถัมภ์เธอเพียงแค่อยากจะทำตัวไม่คิดถึงและไม่คิดแค้น

            สองพี่น้องคุยเล่นกันอีกสองสามคำหลันเยวี่ยก็เริ่มสอนถิงถิงอ่านหนังสือ

            ถิงถิงไม่เคยเรียนหนังสือมาก่อนตอนนี้เธอแค่เขียนชื่อตัวเองเป็๲เท่านั้น การบวกลบเลขไม่เกิน 20ก็พอจะทำได้ แต่บางครั้งก็ต้องใช้นิ้วช่วยนับเพิ่ม

            หลันเยวี่ยสอนให้ถิงถิงจำตัวอักษรที่มีขีดน้อยๆก่อน ไม่ใช่แค่เพื่อให้จำได้เท่านั้น แต่ยังสอนให้เธอเขียนด้วยมือตนเองด้วย

            หลันเยวี่ยสอนอย่างตั้งใจถิงถิงก็เรียนอย่างตั้งใจมากเช่นกัน

            ในชั่วข้ามคืนถิงถิงก็เรียนรู้ตัวอักษรจีนได้หลายตัว เขียนเส้นได้ตรงและเป็๞ระเบียบเรียบร้อย

            พริบตาเดียวก็เช้าวันใหม่หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ หลันเยวี่ยก็ขึ้นเขาไปหาของป่ากับถิงถิงต่อ

            วันนี้เป็๞วันตลาดนัดของหมู่บ้านพอดีหูฉางหมินจึงไปตลาดนัดเพื่อซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวและหัวไชเท้า

            ตอนที่เขาจะออกจากบ้านจ้าวหงเหมยก็กำชับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "อย่าลืมซื้อปาท่องโก๋กับขนมเถาซู[1] กลับมาด้วยนะ พวกเราลำบากหน่อยไม่เป็๲ไรแต่อย่าให้เยวี่ยเยวี่ยต้องลำบาก"

            หูฉางหมินรีบตอบรับแล้วเตรียมตัวออกจากบ้านไป

            หูฉางหมินเพิ่งจะออกจากบ้านได้ไม่ทันไรสะใภ้สามก็มาอีกแล้ว

            "พี่สะใภ้ เ๹ื่๪๫ที่ฉันพูดกับพี่เมื่อวาน พี่ได้บอกกับพี่เขยหรือยังคะ?"สะใภ้สามลากเก้าอี้มานั่งเองโดยไม่รอให้ใครเชิญ

            "เมื่อวานเธอคุยอะไรกับฉันด้วยเหรอ?" จ้าวหงเหมยถามอย่างเฉยเมย

            สะใภ้สามไม่ได้สังเกตเลยว่าจ้าวหงเหมยไม่ชอบขี้หน้าเธอ"ก็เ๹ื่๪๫จับคู่หลันเยวี่ยให้หลานชายของทางบ้านฉันน่ะค่ะหรือไม่ก็วันหลังฉันจะพาหลานชายมาให้พี่สะใภ้กับพี่เขยดูตัวฉันรับรองว่าพอพี่เห็นหน้าเขา พี่จะต้องถูกใจแน่นอนค่ะ"

            จ้าวหงเหมยอยากจะตบปากอีกฝ่ายสักที"สะใภ้สามพี่เขยเธอกับฉันคิดเหมือนกันคือต่อให้ลูกสาวจะขึ้นคานอยู่ที่บ้านพวกเราก็จะไม่ยกให้ใครเด็ดขาดลูกสาวฉันไม่ว่าจะแย่แค่ไหน พวกเราก็จะไม่ยอมให้ใครมาดูถูกเธอแบบนี้"

            จ้าวหงเหมยโกรธจริงจังเธอคิดว่าเมื่อวานตนพูดไปชัดเจนแล้ว ที่ไหนได้สะใภ้สามกลับไม่รู้จักบุญคุณ

            จ้าวหงเหมยอดไม่ได้ที่จะนึกถึงจักรเย็บผ้าที่สะใภ้สามใช้อยู่ในตอนนี้ซึ่งเป็๲จักรเย็บผ้าที่เธอและสามีหยิบยืมเงินจากทุกที่เพื่อมาช่วยซื้อ

            ตัวเองแต่งงานมาหลายปีแล้วยังไม่มีโอกาสได้ใช้จักรเย็บผ้าเลยเพื่อช่วยสะใภ้สามซื้อจักรเย็บผ้า สองสามีภรรยาไม่เพียงแต่เป็๞หนี้เท่านั้นยังทำให้ถิงถิงพลาดโอกาสในการเรียนหนังสือไปด้วย

            ยิ่งคิดถึงเ๱ื่๵๹พวกนี้จ้าวหงเหมยก็ยิ่งรู้สึกน้อยใจ พอรู้สึกน้อยใจแล้วก็กลายเป็๲ความโกรธ

            จ้าวหงเหมยมองสะใภ้สามด้วยสายตาเ๶็๞๰า

            พอเห็นว่าจ้าวหงเหมยโกรธมากสะใภ้สามไม่เพียงแต่จะไม่สำรวม กลับโกรธตามไปด้วย

            "พี่สะใภ้ คำพูดของพี่หมายความว่ายังไงคะ? ฉันหวังดีช่วยแนะนำคู่ให้ลูกสาวพี่ทำไมกลายเป็๞ว่าฉันดูถูกลูกสาวพี่ไปได้ล่ะคะ? พี่ทำแบบนี้ก็ไม่ถูกต่อไปใครจะกล้าแนะนำคู่แต่งงานให้ลูกสาวบ้านพี่อีก?"

            จ้าวหงเหมยเป็๲คนที่ไม่ค่อยจะทะเลาะกับใครตอนที่กำลังคิดว่าต้องโต้ตอบสะใภ้สามอย่างไรถึงจะดีก็มีเสียงของหูฉางหมินแว่วมาจากข้างนอก

            "น้องสะใภ้สาม ถ้าเธอใจดี อยากเป็๞แม่สื่อมากในหมู่บ้านเรายังมีชายหญิงที่ยังไม่มีคู่ครองอีกเยอะแยะทำไมเธอถึงต้องมาเป็๞แม่สื่อให้หลันเยวี่ยบ้านฉันด้วยล่ะ? ฉันกับภรรยารักกันแบบไม่มีข้อจำกัดดังนั้นฉันจึงหวังว่าลูกๆ ของฉันก็จะรักกันโดยไม่มีข้อจำกัดเหมือนกัน"

            หูฉางหมินเดินมาได้ครึ่งทางแล้วถึงนึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบรองเท้าหนังเก่าๆที่จะเอาไปซ่อมที่ตลาดนัด เขาจึงวกกลับมาเอาตอนนั้นเองก็ได้ยินบทสนทนาของน้องสะใภ้กับภรรยาเข้าพอดี

            ถึงแม้ว่าสะใภ้สามจะเป็๞คนใจกว้างมากแค่ไหนเธอก็ไม่อยากทะเลาะกับพี่ชายสามี

            ดังนั้นพอหูฉางหมินวนกลับมาสะใภ้สามก็ได้แต่หน้าแดงจากนั้นก็ขอตัวกลับไป

            เชิงอรรถ

            [1]ขนมเถาซู (桃酥) ขนมอบกรอบของจีนรูปร่างเหมือนคุกกี้ อร่อย เก็บไว้ได้นาน สะดวกพกพาและชูรสชาติให้กับการกินแกล้มน้ำชา