มิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 68 ผู้มีชื่อเสียงในอนาคต

            “เคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตา?” มีคนถามอย่างสงสัย

           สายลับผู้นั้นที่อยู่ในเงื้อมมือของชายชรามีใบหน้าซีด เขาหวาดกลัวทันที “ปล่อยข้าปล่อยข้า!!!” ขณะที่พูดเขาเพ่งสายตาไปยังจุดหนึ่งด้วยความหวาดผวา เด็กหนุ่มในอาภรณ์สีดำเดินออกมาจากหมอกหนาทึบในป่าที่มืดมิดสีผิวขาว ใบหน้าหล่อเหลา ร่างสูงโปร่ง ริมฝีปากยิ้มน้อยๆ อย่างอ่อนโยน ราวกับเด็กหนุ่มข้างบ้านที่สนิทสนมกันก็ไม่ปาน

           สายลับเบิกดวงตากว้าง พึมพำสามคำอย่างสิ้นหวัง “ฉิงชางจวิน...”

           กลุ่มคนจากสำนักจงหลีซานดวงตาเบิกกว้าง ต่างรีบเพ่งสายตาไปบนร่างของเด็กหนุ่มคนั้นชั่วขณะหนึ่งพวกเขาเงียบงันไร้สุ้มเสียง เป็นเวลานานเจียงเฉิงเยว่จึงกอดอกอย่างใจเย็นพลางมองชายชราผู้นั้นที่เป็นผู้นำเขาเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“นักพรตหนี ไม่เจอกันนาน ไม่ทราบว่าทุกท่านทุ่มเทแรงใจตามหาข้าเช่นนี้ มีธุระสำคัญอันใด?”

           ผู้เฒ่าหนีกล่าว “ฉิงชางจวิน?”

           ทันใดนั้นสายลับกลับร้องคร่ำครวญ “ฉิงชางจวิน! ฉิงชางจวินละเว้นชีวิตด้วย ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย...ข้าไม่ได้พูดอะไรเลยจริงๆฉิงชางจวินโปรดตรวจสอบให้กระจ่าง!”

           เจียงเฉิงเยว่ชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเย็นชา “ใช่หรือ? เจ้าพูดมากเกินไปต่างหาก”

           สีหน้าของสายลับผู้นั้นยิ่งซีดลง ทั้งร่างสั่นเทาจนแทบอ่อนแรง “ฉิงชางจวินละเว้นชีวิตด้วย!ละเว้นชีวิตข้าด้วยเถิด!”

           เจียงเฉิงเยว่มองอย่างหงุดหงิด จากนั้นขมวดคิ้ว “หนวกหู” สายลับเงียบเสียงโดยพลันไม่กล้าหายใจดัง เจียงเฉิงเยว่มองพื้นที่ว่างด้านข้างของตนเองแล้วกล่าว “ข้าไม่ได้มาหาเจ้า”

           สายลับพลันรู้สึกยินดี ราวกับมีชีวิตรอดจากสถานการณ์อันตรายที่น่าสิ้นหวัง “ขอรับ”

           เจียงเฉิงเยว่ “ไสหัวไป”

           ทันใดนั้น สายลับคลานไปอย่างเชื่อฟัง ออกจากเขตอาคมของเจียงเฉิงเยว่ไปอย่างไร้ร่องรอย

           สำนักจงหลีซานที่เหลือรีบหยิบดาบเซียนออกมาจากแขนเสื้อ ชี้มาที่เจียงเฉิงเยว่ด้วยความสับสนและสั่นสะท้านเล็กน้อย

           ผู้เฒ่าหนีกล่าว “คาดไม่ถึงว่า ใต้เท้าถึงกับเป็นฉิงชางจวิน หนึ่งในสองราชาผีผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลกเพียงแต่ไม่ทราบว่าเหตุใดฉิงชางจวินจึงปลอมตัวเป็นคนไม่มีชื่อเสียงผู้หนึ่ง ไปหลอกลวงเด็กสาวที่โลกมนุษย์หรือ? หรือว่าฉิงชางจวินจำเป็นต้อง...ขยายขอบเขตการล่าสตรีไปถึงสามโลก?”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะ “พรืด” ออกมา “ปรมาจารย์ แม้แต่เรื่องนี้ยังต้องสนใจด้วยหรือ?”

           ผู้เฒ่าหนีขมวดคิ้ว

           เจียงเฉิงเยว่กล่าว “แล้วอย่างไรเล่า? เพราะขอบเขตการล่าสตรีของข้านั้นกว้างเกินไป ทุกท่านจึงต้องการกำจัดข้าออกไปเพื่อผดุงความยุติธรรมแทนสวรรค์อย่างนั้นหรือ?”

           ทุกคนของสำนักจงหลีซานนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ผู้ที่ค่อนข้างหวาดกลัวอยู่เบื้องหลังกลับเปิดปาก“ฉิงชางจวิน พวกเราไม่ได้มีเจตนาเช่นนี้”

           ผู้เฒ่าหนีหันศีรษะไปจ้องอีกฝ่ายแวบหนึ่ง “เจ้าคิดว่า...ได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของราชาผีแล้วเขาจะปล่อยพวกเราไปหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่พูดด้วยรอยยิ้ม “นักพรตหนีช่างเป็นคนเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง”

           ผู้เฒ่าหนีเริ่มกระตุ้นกลุ่มศิษย์ร่วมสำนักที่อยู่ด้านหลังด้วยเสียงดัง “ในเมื่อวันนี้คงหลีกเลี่ยงการต่อสู้ไม่ได้พูดคุยไปก็ไร้ประโยชน์! เป็นราชาผีแล้วอย่างไร? ท้ายที่สุดแล้วก็เป็นเพียงภูตผีร้าย! เพียงใช้ความสามารถในการปราบภูตผีร้ายของพวกเจ้าตามปกติอย่างเต็มที่ก็พอ!”

           เหล่าศิษย์ที่อยู่ด้านหลังเอ่ยพร้อมกัน “ขอรับ!”

           หลังเวลาผ่านไปธูปหนึ่งดอก คนในสำนักจงหลีซานกลับนอนลงบนพื้นร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด

           ‘ฟิ้ว’ โม่หลงกลับไปที่ตำแหน่งเดิม เจียงเฉิงเยว่จึงลูบดาบเหล็กสีนิลที่เอวอย่างชื่นชมหลังจากเห็นผู้ฝึกฝนธรรมดาที่นอนเรียงรายอยู่บนพื้น เขาถอนหายใจด้วยความพึงพอใจ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม“ไม่ได้ต่อสู้อย่างสนุกสนานเช่นนี้มานานแล้ว” เขายืดเอวอย่างเกียจคร้าน “นับว่าได้ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสายสักครู่ขอบคุณก็แล้วกัน”

           สำนักจงหลีซาน “...”

           เจียงเฉิงเยว่นั่งยองลง ชาวจงหลีซานถอยหลังไปครั้งแล้วครั้งเล่า เจียงเฉิงเยว่ยังคงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉินจินฮุย ลูกน้องของข้าเป็นพวกท่านบังคับอัญเชิญไปใช่หรือไม่?”

           ชาวสำนักจงหลีซานตกตะลึงไปชั่วครู่ ชายชราผู้นั้นมองเขา “ใช่แล้วอย่างไร?”

           เจียงเฉิงเยว่ยื่นมือออกมา “มอบวิญญาณของเขามาเสีย”

           ผู้เฒ่าหนีขมวดคิ้ว ดวงตาเป็นประกาย “เช่นนี้ ฉิงชางจวินจะปล่อยพวกเราไปอย่างนั้นหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะอย่างเย็นชา “ท่านนักพรตกำลังเจรจาเงื่อนไขกับข้าหรือ?”

           ชายชราหยุดนิ่งไปชั่วคราว ลังเลครั้งแล้วครั้งเล่า จากนั้นหยิบถุงกักวิญญาณออกมาจากเอวเจียงเฉิงเยว่เปิดมันก่อนเคลื่อนไหวด้วยเคล็ดวิชาเพื่อปล่อยฉินจินฮุยออกมา เงาร่างของชายหนุ่มสว่างวาบในทันทีพร้อมมองไปยังเบื้องหน้าหลังจากนั้นก้มลงคำนับอยู่ข้างกายของเจียงเฉิงเยว่พลางกล่าวอย่างตื่นเต้น “คุณชาย!ข้าน้อยไร้ความสามารถ”

           เจียงเฉิงเยว่ชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ไม่เกี่ยวกับเจ้า เจ้าไปก่อนเถิด”

           ฉินจินฮุยพูดพลางคำนับ “ขอบคุณคุณชาย!” พูดจบเงาร่างพลันหายไปอย่างไร้ร่องรอย

           เจียงเฉิงเยว่มองไปยังชาวจงหลีซานอีกครั้ง “ในเมื่อนักพรตหนีเป็นผู้ที่เมื่อได้รับความไว้วางใจแล้วก็ต้องทำให้ดีที่สุดดังนั้นตัวตนของข้าเป็นอย่างไร กลับไปบอกคนผู้นั้นที่อยู่เบื้องหลังดีๆ ด้วยล่ะ”

           ผู้เฒ่าหนีตกตะลึงเล็กน้อย “ท่านยอมปล่อยพวกเราหรือ?”

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ยด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ “มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว”

           “เงื่อนไขอะไร?” ทันใดนั้น สีหน้าของชาวจงหลีซานเผยความคาดหวังราวกับกำลังจะมีชีวิตรอดจากสถานการณ์ที่อันตรายและสิ้นหวังนี้

           เจียงเฉิงเยว่เอ่ย “ข้าเคยผนึกวิญญาณของจินฮุยเองกับมือเพื่อไม่ให้ถูกบังคับอัญเชิญคนผู้นั้นที่ทำลายผนึกของข้าก็อยู่ในหมู่พวกเขาหรือไม่? ข้ารู้สึกสนใจศิษย์คนนี้อยู่เล็กน้อย”

           ทุกคนตกตะลึง ล้วนเพ่งสายตาไปที่เด็กหนุ่มซึ่งอายุไม่เกินสิบห้าหรือสิบหกปีอย่างพร้อมเพรียงใบหน้าไร้เดียงสาของเด็กหนุ่มกลับหน้าถอดสีในทันที เจียงเฉิงเยว่จึงเพ่งสายตาไปบนหน้าของเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้ม“โอ้ เป็นเจ้าหรือ?”

           เมื่อเด็กหนุ่มสบตาก็อดไม่ได้ที่จะเผยความตื่นตระหนกเล็กน้อย เขาตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นกวาดสายตาไปที่กลุ่มคนร่วมสำนักกับชายชราที่เป็นผู้นำราวกับจะขอความช่วยเหลือเอ่ยเรียกเสียงแผ่วเบา “อาจารย์...ศิษย์พี่...”

           ผู้เฒ่าหนีจ้องเขาด้วยสีหน้าซับซ้อนเป็นเวลานาน จากนั้นหันไปมองเจียงเฉิงเยว่“ฉิงชางจวิน”

           เจียงเฉิงเยว่เลิกคิ้วเล็กน้อย “หืม?”

           ผู้เฒ่าหนีหนีดึงเด็กหนุ่มผู้นั้นออกมาจากในหมู่ชาวสำนักจงหลีซานอย่างไม่รีรอก่อนผลักไปตรงหน้าของเจียงเฉิงเยว่ “ศิษย์คนนี้เป็นศิษย์สายตรงในสำนักจงหลีซานของเราผนึกของเซียนจวินก็เป็นเขาที่ทำลาย”

           เด็กหนุ่มผู้นั้นถูกเขาผลักไปข้างหน้าสองสามก้าวอย่างโซซัดโซเซจนมาถึงตรงหน้าของเจียงเฉิงเยว่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกลัวและสิ้นหวัง เจียงเฉิงเยว่มองจากด้านข้างด้วยสายตาเย็นชา จากนั้นยกริมฝีปากหัวเราะเล็กน้อยเป็นเวลานานจึงกล่าวกับทุกคนที่เหลือ “ข้าพูดคำไหนคำนั้น พวกท่านออกไปกันเองได้แล้ว”

           ด้วยเหตุนี้ เด็กหนุ่มผู้นั้นจึงเห็นด้วยตาของตนเองว่าอาจารย์และศิษย์พี่น้องร่วมสำนักของตนทิ้งเขาไว้ที่เดิมต่างทยอยจากไปอย่างลุกลี้ลุกลนด้วยความแน่วแน่

           ภายในป่าจึงเหลือเพียงฉิงชางจวินกับเด็กหนุ่มที่ทั้งร่างสั่นสะท้าน เด็กหนุ่มเห็นว่ารูปลักษณ์ภายนอกของอีกฝ่ายท่าทางอายุไล่เลี่ยกันกับตนเองทว่าความแข็งแกร่งที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อครู่นี้ ตนที่เป็นผู้ฝึกฝนธรรมดาตัวน้อยกลับไม่อาจต่อต้านได้แต่ด้วยสัญชาตญาณทำให้เขายังคงถือดาบเซียนไว้ในมือ ออกแรงจนปลายนิ้วเป็นสีขาว เหงื่อเย็นไหลอาบ

           เจียงเฉิงเยว่เดินวนรอบเด็กหนุ่มผู้นั้นรอบหนึ่ง เด็กหนุ่มเคร่งเครียดจนแทบยืนอย่างมั่นคงไม่ได้เป็นเวลานานเขาจึงถามด้วยรอยยิ้มขบขัน “เจ้าชื่ออะไร?”

           เด็กหนุ่มตกตะลึง ผ่านไปครู่หนึ่งจึงตอบกลับ “หนีเสวียนเฮ่อ” สำนักจงหลีซานนั้นแซ่ของสำนักคือหนี ศิษย์สายตรงทุกคนล้วนใช้แซ่นี้ ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แซ่เดิมของครอบครัวยามตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ เด็กคนนี้ยังคงภูมิใจกับตัวตนของตนเองในสำนักจงหลีซาน

           เจียงเฉิงเยว่ไม่ได้สืบถามอย่างลึกซึ้ง เขาถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้าทำลายผนึกของข้าได้อย่างไร?” เขาไม่เชื่อว่าผู้ฝึกฝนธรรมดาตัวน้อยจะมีระดับการบ่มเพาะเช่นนี้ได้

           หนีเสวียนเฮ่อนิ่งค้างอยู่ครู่หนึ่ง หลังครุ่นคิดแล้วยังคงบอกไปตามความจริง“ตราประทับของเซียนจวินต่อต้านพลังวิญญาณขั้นสูงสุด แม้ว่าจะมั่นคงแต่กลับอยู่อย่างสันโดษผ่านไปครู่หนึ่งจึงแตกหักอย่างง่ายดาย เพียงต้องเสริมด้วยพลังหยินชั่วร้ายเป็นเวลานานเพื่อแทรกซึม...ย่อมสามารถพบช่องโหว่ได้”

           เมื่อเจียงเฉิงเยว่ได้ฟังกลับส่งเสียงหัวเราะ “ใช้ได้ๆ กลับเป็นข้าเองที่ข้าประมาทเลินเล่อหายากนักที่ผู้ฝึกฝนธรรมดาในโลกมนุษย์จะสร้างความแตกต่างอย่างเจ้าที่รู้จักยืดหยุ่นไม่โอ้อวดอย่างโง่เขลาเช่นนี้”

           เด็กหนุ่มพลันมีใบหน้าสับสน

           เจียงเฉิงเยว่เห็นว่าท่าทางของเขาดูแปลกไปจึงถาม “ทำไม?”

           เด็กชายตกตะลึงเป็นเวลานานจึงบอก “พวกอาจารย์กับศิษย์พี่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการของข้า”

           เจียงเฉิงเยว่หัวเราะ “ก็เป็นภูตผีปีศาจนี่นา...เมื่อจับคู่กับคำที่เป็นบาปดั้งเดิมเหล่านี้ก็ไม่น่าแปลกใจ”

           หนีเสวียนเฮ่อสีใบหน้าซีดขาวไปชั่วขณะ

           เจียงเฉิงเยว่กล่าวต่อ “เจ้าอายุยังน้อยก็ประสบความสำเร็จเช่นนี้ คิดว่าในอนาคตในหมู่ผู้ฝึกฝนธรรมดาที่มีชื่อเสียงในโลกมนุษย์ต้องมีนามของเจ้าเป็นแน่” หนีเสวียนเฮ่อรู้สึกประหลาดใจ เขาหันมามองอย่างเหลือเชื่อกลับเห็นราชาผีผู้นั้นกล่าวอย่างสบายๆ “กลับไปเถอะ”

           เขายังไม่ทันฟื้นคืนสติ ตนเองกลับปรากฏตัวบนถนนของเมืองปี่อั้นเมื่อยามที่มาผู้คนสัญจรโดยรอบต่าง ตกใจมองมาที่เขา หลังคิดว่าอาจเป็นเคล็ดวิชาเคลื่อนย้ายชั่วพริบตาพวกเขาเคยเห็นมานักต่อนักแล้วจึงเข้าใจแยกย้ายกันไปทำอะไรที่ควรทำ

           หนีเสวียนเฮ่อมองไปรอบด้านกลับไม่เห็นเงาร่างของราชาผีผู้นั้นอีก

           แน่นอนว่าเจียงเฉิงเยว่ตั้งใจ เขาชื่นชมเด็กคนนี้มาก จึงส่งกลับไปยังสถานที่ที่จับตัวมาเป็นอย่างดีแต่ศิษย์พี่และอาจารย์เหล่านั้นที่ขายสหายร่วมสำนักเพื่อเอาชีวิตรอดล้วนออกมาจากเขตอาคมของเจียงเฉิงเยว่ที่อยู่ในส่วนลึกของปรโลกพลังความอาฆาตแค้นเดิมทีก็เป็นสิ่งที่นักพรตธรรมดาไม่อาจต้านทานได้ พวกเขาต้องคิดหาทางไปเมืองปี่อั้นเพื่อกลับไปยังโลกมนุษย์อย่างราบรื่นด้วยตนเองหากการบ่มเพาะเอาชนะไม่ได้ เกรงว่าอาจไม่รอดออกไป เจียงเฉินเยว่คร้านที่จะสนใจจึงปล่อยให้รอดหรือตายด้วยตัวพวกเขาเองเพื่อเป็นการลงโทษ

           เวลาต่อมา เด็กหนุ่มผู้มีนามว่าหนีเสวียนเฮ่อ ไม่เพียงกลายเป็นผู้มีชื่อเสียงในโลกมนุษย์ตามที่เขาเคยทำนายไว้เท่านั้นอีกฝ่ายเกินว่าที่เจียงเฉิงเยว่คาดการณ์เสียด้วยซ้ำ ถึงกับขึ้นสู่ตำแหน่งของไป๋เจ๋อจวินแม้ว่าตัวจะอยู่ที่สำนักจงหลีซาน ทว่าสุดท้ายกลับไม่มีความรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งกับสำนักของตนเองหลายปีหลังจากที่เขาอัญเชิญเศษเสี้ยวดวงวิญญาณของฉิงชางจวินไปแทนที่หลี่อวิ๋นเฉิน ราวกับผู้ที่ละทางโลกก็ไม่ปานอีกฝ่ายออกท่องเที่ยวอย่างสันโดษ ไม่มีผู้ใดพบร่องรอยอีก

           ความจริงแล้ว เจียงเฉิงเยว่เองเคยครุ่นคิด แม้ว่าผู้ที่ทำลายคำสาปร้อยผีกลืนใจและรักษาชีวิตของหลี่อวิ๋นเฉินจะเป็นตนเองทว่า...สุดท้ายแล้วยามนั้น เด็กคนนี้มีความคิดที่จะช่วยตนเองอยู่ในใจบ้างหรือไม่ ฉิงชางจวินเองก็ไม่อาจรู้ได้

           ถึงอย่างนั้น สิ่งที่เจียงเฉิงเยว่รู้สึกซาบซึ้งต่ออีกฝ่ายมากที่สุดคือ เพราะอีกฝ่ายเขาจึงได้พบกับหลี่อวิ๋นหัง

           .............................

           ผ่านไปนาน วันนี้เจียงเฉิงเยว่นอนหลับอยู่ที่จวนของตนเองในเมืองอี้หลี ฉับพลันกลับมีคนบุกเข้ามาอย่างรีบร้อน

           ต้องกล่าวก่อนว่าฉิงชางจวินซึ่งเป็นสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งปรโลก พลังและความแข็งแกร่งช่วงนี้ล้วนราวกับพระอาทิตย์ที่อยู่กลางนภามีแนวโน้มจางๆ ว่าในปรโลกนอกจากตี้จวินที่มาพบเขาแล้ว ปกติหากกวาดสายตาคมกริบออกไปล้วนทำให้เหล่าภูตผีตัวเล็กตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อและสิ่งที่เป็นการกระทำต้องห้ามสำหรับราชาผีผู้นี้ อาจทำให้รำคาญและโดนโกรธอย่างยิ่งคือการถูกรบกวนตอนหลับดังนั้น ทั่วทั้งปรโลกจึงทราบดีว่าเมื่อราชาผีผู้นี้หลับใหล วิธีที่จะรักษาชีวิตให้ดีที่สุดคือการหลบหนีไปให้ไกลหากเป็นเช่นนี้จะมีใครกล้ามารบกวนเขาได้กันเล่า?!

           ช่วยไม่ได้ที่กลับมีจริงเชียว และคนผู้นั้นคือเสวียนชิง

           “เฉิงเยว่! ลุกขึ้น!” เมื่อทุกคนถอยออกไป เหลือเพียงเขาสองคนในห้องนอนจึงตะโกนเรียก

           เจียงเฉิงเยว่หรี่ตา โม่หลงที่อยู่บนหัวเตียงแทบจะถูกเขาขับเคลื่อนด้วยปราณดาบแสงแห่งการทำลายล้างเพื่อฟาดฟันผู้ที่บังอาจรบกวนการนอนของเขาแยกเป็นครึ่งซีกและคนผู้นั้นก็มองมาตรงหน้าเขาพลางยกผ้าห่มขึ้น

           เมื่อเห็นอย่างชัดเจนว่าใครมา ฉิงชางจวินลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก พูดอย่างโกรธเคือง“เจ้าทำอะไร! เข้าใจกฎบ้างได้หรือไม่?”

           เสวียนชิงไม่สนใจแล้วดึงเขาออกมา “ตามข้ามาเร็วเข้า!”

           เจียงเฉิงเยว่ขยี้ตาจากนั้นท่องคาถา เสื้อผ้ากับโม่หลงจึงพันรอบกายของเขาด้วยตัวมันเองเสวียนชิงเปิดอาวุธวิเศษที่ผู้คุมวิญญาณใช้ยามเข้าออกโลกมนุษย์กับปรโลกทั้งสองภพ เมื่อเจียงเฉิงเยว่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าอย่างชัดเจนกลับเบิกตากว้างในทันทีความง่วงงุนหายเป็นปลิดทิ้ง

           สถานที่ที่พวกเขาปรากฏตัวคือสวนดอกไม้ของจวนสกุลสวี มีเสียงร้องไห้ที่กลั้นเอาไว้ของสตรีและเสียงที่ลุกลี้ลุกลนของคนรับใช้ดังแว่วมาจากห้องส่วนตัวของสวีอี่ซินจางๆท่ามกลางเสียงฝีเท้าวุ่นวาย มีเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยและงุนงงเหมือนกับพวกเขาล่องลอยอยู่ในสวนดอกไม้กำลังมองไปทางห้องของสวีอี่ซินอย่างเหม่อลอย

           ซึ่งเงาร่างนั้นคือสวีอี่ซิน

           “เกิดอะไรขึ้น?” เจียงเฉิงเยว่เอ่ยออกมา

           ------------------------

    คล้ายกับเรื่องมิปรารถนาเป็นเซียน ไยเป็นเซียนแล้วต้องขี้หึงทุกวันเล่า (BL) (จบ) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473