“ใต้เท้ากุ่ยให้คนไปติดต่อซื้อกำยานปลุกกำหนัดที่หอหลบจันทร์อีกแล้วขอรับ” เสี่ยวไป๋รายงานหลัวเผิงเผิง
หญิงสาวยกยิ้มมุมปาก “ดี! แสดงว่าเขาคิดจะใช้กำยานนั่นกับฮัวจิงอวี๋ น่าจะลงมือในงานเลี้ยงสมาคมพ่อค้าคราวนี้แน่”
อู๋เหอตี้ยังเดินไม่พ้นมุมอาคาร ได้ยินประโยคนั้นก็ชะงักเท้า ชื่อของหมอใหญ่ฮัวทำให้เด็กหนุ่มหยุดนิ่งและระวังไม่ให้คนทั้งสามมองเห็นตน
“คุณหนูคิดเช่นไรขอรับ”
“เราก็ต้องช่วยเปิดทางให้กุ่ยอี๋จือทำให้สำเร็จ พอฮัว จิงอวี๋ตกอยู่ในมือของคนผู้นั้นแล้ว ก็หมดหน้าที่ของเรา”
“ใต้เท้ากุ่ยก็มีคนในมือ เหตุใดพวกเราต้องช่วยด้วยเล่าขอรับ” เสี่ยวไป๋คลางแคลงใจ
“คืนนั้น สกุลฮัวต้องไปด้วยหลายคน ข้ากลัวกุ่ยอี๋จือจะทำไม่สำเร็จ เ้าต้องคอยดูให้ดี หากว่ามีเื่ติดขัดก็ต้องช่วยคนของเขาแก้ไข”
“ขอรับ”
“ไปกันเถอะ ข้ายังต้องไปแวะร้านสาขาฉงชิ่งสักหน่อย เห็นว่าระยะนี้มีลูกค้าจากนอกเมืองเข้ามาสั่งสมุนไพรมากขึ้น เผื่อจะมีพ่อค้ามารับซื้อเพิ่ม” หลัวเผิงเผิงพูดแล้วเดินนำหน้าคนรับใช้ทั้งสองของตนไป
ถนนฉงชิ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล หลัวเผิงเผิงจึงไม่ได้ขึ้นรถม้า นางใช้วิธีเดินลัดเลาะไปทางตรอกด้านข้าง
อู๋เหอตี้ตกตะลึง เมื่อครู่เขาได้รู้แผนการชั่วของขุนนางแซ่กุ่ยจากใต้เท้าหลัวโดยบังเอิญ แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือ ใต้เท้าหลัวให้คนรับใช้ไปคอยช่วยอำนวยความสะดวกกับคนเลวผู้นั้นเพื่อให้มอมยาหมอฮัวใหญ่ได้สำเร็จ
‘น่าผิดหวังเสียจริง ขุนนางหญิงที่เหล่าบัณฑิตในใต้หล้าล้วนชื่นชม กลับทำเื่เลวร้ายเช่นนี้’
เด็กหนุ่มถึงกับกำหมัดแน่น เขาพอจะรู้ว่าสกุลหลัวเป็คู่แข่งทางการค้ากับสกุลฮัว
‘ใต้เท้าหลัว เพื่อรักษาชื่อเสียงของท่าน ข้าไม่มีทางให้เื่เลวร้ายนี้ ทำได้สำเร็จแน่’
พอฮัวจิงอวี๋ตรวจคนไข้ของวันนี้เสร็จก็พาอู๋เหอตี้ไปนั่งรับลมเย็นๆ ที่ภัตตาคารริมน้ำใกล้สะพานไท่หยาง เขาเลี้ยงอาหารเด็กหนุ่มอย่างอิ่มหนำสำราญ
อู๋เหอตี้เล่าเื่ในครอบครัวและเส้นทางความรักของพี่เขยกับพี่สาวของตนให้ฮัวจิงอวี๋ฟัง
“ทีแรกข้าเองก็ใที่พี่เขยมาชอบพี่สาวของข้า และก็ไม่คิดว่าพี่จือจือจะยอมแต่งงานขอรับ ฐานะพวกเราแตกต่างกันมากเกินไป แต่ดีที่สกุลฮัวดีกับพวกเรามาก โดยเฉพาะพี่เขยดีกับพวกเราที่สุดเลยขอรับ”
ฮัวจิงอวี๋ยิ้มน้อยๆ “ข้าเองก็ดีใจที่ครอบครัวของเสี่ยว หยางไม่รังเกียจพี่สาวเ้า”
“ท่านหมอฮัวยอมลงจากเขามาครั้งนี้ก็เพราะตั้งใจจะมาสร้างโรงหมอช่วยเหลือชาวบ้านหรือขอรับ”
ฮัวจิงอวี๋ส่ายศีรษะ “ก็ไม่เชิงหรอก อันที่จริงข้ามาเพื่อตามหาคนผู้หนึ่งด้วย แต่ก็เหมือนจะตามหาตัวนางเจอแล้ว”
ดวงตาของอู๋เหอตี้เบิกกว้าง “จริงหรือขอรับ นางเป็ผู้ใดกัน”
“เ้าอย่าเพิ่งรู้เลย ให้ข้าได้มีโอกาสพบกับนางอีกสักครั้งก่อน พอทำความเข้าใจกับนางแล้ว ก็จะให้เ้าได้มีโอกาสพบกับนาง”
“ขอรับ ข้าจะรอ” เด็กหนุ่มยิ้มอย่างดีใจ เขาอยากเห็นเหลือเกินว่าสตรีในดวงใจของท่านหมอฮัวใหญ่เป็หญิงเช่นไร จากรูปร่างหน้าตาและความสามารถ ท่านหมอฮัวผู้นี้นับว่าได้ว่าทัดเทียมกับพี่เขยของเขา
“จริงด้วยขอรับ เมื่อตอนเย็นๆ ข้าบังเอิญได้ยินเื่สำคัญมาเื่หนึ่ง คิดจะเตือนท่านหมอเสียหน่อย”
“เื่อันใดหรือ”
“ใต้เท้ากุ่ยส่งคนไปซื้อกำยานปลุกกำหนัดมา มีคนคาดว่าเขาคิดจะนำมาใช้กับท่านขอรับ”
ฮัวจิงอวี๋ตะลึง ปากของเขาเผยอขึ้นเล็กน้อย สิ่งที่คาดไว้ ไม่น่าเชื่อว่าเป็จริง “เ้าไปได้ยินมาจากผู้ใด”
สีหน้าของอู๋เหอตี้คล้ายคับข้องใจใหญ่หลวง เขาไม่อยากเอ่ยนามของขุนนางหญิงที่ตนชื่นชมออกมา แต่วิญญูชนย่อมไม่ควรโกหก “ข้า...ข้าได้ยินใต้เท้าหลัวกับคนรับใช้ของพวกเขาคุยกันขอรับ”
ฮัวจิงอวี๋ได้ยินชื่อของหลัวเผิงเผิงก็นิ่งอึ้ง นางรู้เื่เลวร้ายที่จะเกิดขึ้นกับเขา
“พวกเขาคุยกันว่าอย่างไร เล่ามาให้ละเอียดสิ”
อู๋เหอตี้เล่าทุกสิ่งที่ตนได้ยินให้กับฮัวจิงอวี๋ พอชายหนุ่มฟังจบก็กำหมัดแน่น เขาโมโหกุ่ยอี๋จือและขณะเดียวกันก็เคืองหลัวเผิงเผิงด้วย
นางจำเขาไม่ได้ เขาก็รู้สึกย่ำแย่มากพอแล้ว แต่นี่นางยังคิดจะร่วมมือกับผู้อื่นเพื่อรังแกเขาอีก
‘หลัวเผิงเผิง เ้าหนีจากข้ามา แต่งงานกับผู้อื่น แล้วยังกล้าคิดทำร้ายข้า...อย่าหาว่าข้าไม่ปราณีก็แล้วกัน’
ในขณะที่ฮัวจิงอวี๋กำลังซักไซ้อู๋เหอตี้ พร้อมทั้งคิดแผนตลบหลังขุนนางตัวแสบสองคนอยู่นั้น คนของหลัวเผิงเผิงก็ไปแจ้งให้นางทราบ
หลัวเผิงเผิงตามมาดูฮัวจิงอวี๋กับอู๋เหอตี้ด้วยความสนใจ ครั้นเห็นท่าทางสนิทสนมระหว่างคนทั้งสองก็พลันนึกถึงอดีตสามีของตน นางโกรธที่บุรุษพวกนี้ไม่รู้จักรักหยกถนอมบุปผาแต่กลับรักเพศเดียวกัน
‘ไม่ว่าจะเป็ใบหน้าหรือเรือนร่าง ฮัวจิงอวี๋ก็ดูงดงามบอบบาง น่าจะเป็สตรีเสียยิ่งกว่าข้าอีก’
หากว่าฮัวจิงอวี๋รักชอบบุรุษขึ้นมาจริงๆ เช่นนั้น...เช่นนั้นนางก็หมดหวัง พลันหลัวเผิงเผิงพันใกับความคิดนี้ นางจะไปหวังสิ่งใดในตัวเขากัน
หญิงสาวในชุดบุรุษสลัดแขนเสื้อ ลุกจากโต๊ะที่ลอบซุ่มดูบุรุษสองคนในระยะค่อนข้างห่าง
“คุณหนูขอรับ จะกลับแล้วหรือ” เสี่ยวไป๋ประหลาดใจที่คุณหนูของตน จู่ๆ ก็ลุกพรวดพราด
“อืม...ข้าทนดูไม่ได้แล้ว นึกโมโหจนอยากจะให้ถึงวันงานสมาคมพ่อค้าเร็วๆ จะได้ส่งเ้าหมอผู้นี้ให้กุ่ยอี๋จือไปเสีย”
“คุณหนูคิดว่าพวกเขาเป็คู่รักกันหรือขอรับ ”
“หรือเ้าเห็นว่าไม่ใช่” หลัวเผิงเผิงปรายตามอง นางเห็นฮัวจิงอวี๋ยกมือขึ้นโอบไหล่หนุ่มน้อยน่ารักผู้นั้นเข้าพอดี
“ไม่น่าจะใช่นะขอรับ ดูเหมือนพี่ชายกับน้องชายมากกว่า”
หลัวเผิงเผิง มองไปอีกครั้ง ฮัวจิงอวี๋กำลังคีบอาหารเอาใจเด็กหนุ่มพอดี นางยิ่งใจเต้นแรงใบหน้าครึ้มลง นึกอยากจะไปปัดอาหารบนโต๊ะนั้นลงให้หมด
“พวกเขาจะมีสัมพันธ์ใดก็ช่างเถิด ไม่เกี่ยวกับข้าเลยสักนิด ข้าอยากจะกลับแล้ว”
นางไม่อยากเห็นฮัวจิงอวี๋มีท่าทีสบายใจยามอยู่กับผู้อื่น นางพยายามเตือนตนเอง
‘แม้เ้าจะหล่อเหลางดงาม แต่ข้ากลับรู้สึกชังเ้าอย่างบอกไม่ถูก’
วันงานสมาคมพ่อค้าที่หลายคนรอคอยก็มาถึง คหบดีฮัวกับภรรยามิได้มาร่วมงาน ท่านผู้เฒ่าอ้างว่ามีอาการปวดศีรษะ ตัวแทนจากคฤหาสน์สกุลฮัวคือสามพี่น้อง ฮัวหยาง ฮัวซุ่นซี และฮัวจิงอวี๋
ส่วนอู๋จือซึ่งเป็ภรรยาของฮัวหยางมาพร้อมกับหัวหน้าจาง ในนามมือปราบหน่วยที่สาม
“ดูนั่น คหบดีหลัวกับใต้เท้าหลัวมาโน่นแล้ว” ฮัวหยางบุ้ยบ้ายให้ญาติผู้พี่กับน้องชายดู
“หลัวเผิงเผิงรอดพ้นจากคดีฆาตกรรมสามีแล้วหรือ” ฮัวซุ่นซีทำหน้าประหลาดใจ
“ไม่รอดได้อย่างไร สำนักมือปราบไร้หลักฐานจะเอาผิด ต่อให้เชื่อแต่ก็ทำอันใดนางมิได้” ฮัวหยางยืนยัน
ฮัวจิงอวี๋มองหลัวเผิงเผิง แล้วหน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความรักและความแค้นที่สุมแน่นอก
‘ที่แท้ก็เป็นาง เผิงเผิง เ้าจำข้าไม่ได้จริงๆ หรือว่าเ้าแกล้งจำข้าไม่ได้กันแน่’
ฮัวหยางเห็นญาติผู้พี่จู่ๆ ก็ลุกขึ้น จึงหันไปมอง
“พี่จิงอวี๋ท่านจะไปที่ใดหรือ”
“ข้าขอตัวไปสุขาสักครู่” เขากวาดตามองไปรอบๆ “ยามนี้กุ่ยอี๋จือยังไม่มา คงไม่มีอันใดกระมัง ไม่ต้องให้คนตามข้าไปหรอก”
ฮัวจิงอวี๋เดินไปดักรอที่ทางเดิน กระทั่งหลัวเผิงเผิงเดินผ่านมา เขาจึงเอ่ยทัก “ใต้เท้าหลัว”
หลัวเผิงเผิงเห็นหมอฮัวใหญ่ก็ชะงัก “ท่านรู้จักข้าได้อย่างไร”
“เป็ข้าต่างหากที่ต้องถามท่านว่าท่านไปดักข้าที่หน้าร้านยาเฉี่ยนซือด้วยเหตุใด”
******************
