บทที่9
ภาพน่าสะพรึงกลัวตรงหน้าทำให้เหล่าโจรสลัดถึงกับตกตะลึงพวกเขาไปล่วงเกินอะไรเข้าถึงได้นำพาภัยร้ายที่น่ากลัวเช่นนี้มา
“เอาไงดีครับหัวหน้า” เสียงรองฯอิโตะดังรอดมาทางลำโพงเล็กๆ เขาคงรอคำสั่งอยู่บนเรือพิฆาตลำใดลำหนึ่ง
“ส่งคนออกไปเผาเรือทุกลำ”ในที่สุดอับดุลการิบที่ยืนสงบอยู่เป็เวลานานก็ออกคำสั่ง
กลุ่มเรือน้อยใหญ่ของรองฯอิโตะรายล้อมเรือลึกลับเป็บริเวณกว้างพวกเขาจัดการเผาทำลายเรือทั้งหมด กลุ่มควันดำลอยล่องสู่ท้องฟ้าเบื้องบน เปลวไฟร้อนแรงเริ่มเผาไหม้กลุ่มเรือลึกลับตรงหน้ากลิ่นเนื้อไหม้ผสมกับกลิ่นประหลาดระคายจมูกฟุ้งกระจายทั่วบริเวณ
ทรงกลดบนยอดเกาะตะปูลูกหนึ่งยืนมองภาพเบื้องหน้ายามสลัดสองนายนอนหมดสติอยู่แทบเท้า ชายหนุ่มยืนนิ่งสงบเปรียบประดุจขงเบ้งยืนรอลมตะวันออก
เมื่อกระแสลมเปลี่ยนทิศหางตาพลันกระตุกหรี่ลง เขาค่อยๆจับชายผ้าที่พันรอบลำคอขึ้นปิดปากและจมูกของตัวเอง
เบื้องล่างเรือรบนานาชนิดกว่ายี่สิบลำ กลับปราศจากสุ้มเสียง คงเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นสักอย่าง
เรือรบโบราณลอยลำสงบอยู่ห่างจากจุดเพลิงไหม้ราวสองร้องเมตรอับดุลการิบและสมุนคู่ใจยืนสงบมองกลุ่มเรือของรองฯอิโตะปฏิบัติการ
พวกเขาไม่รู้ว่าได้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับเหล่าลูกสมุนที่อยู่ส่วนหน้าใกล้กองเพลิง
เปลวไฟลามเลียมอดไหม้ซากเรือลึกลับเศษละอองสะเก็ดไฟปลิวว่อนลั่นเปรี๊ยะปร๊ะความร้อนได้ละลายทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนจะเผาทำลายความชั่วร้ายมืดมิดให้หมดไป
กลุ่มเรือรบของรองฯอิโตะลอยลำสงบนิ่งไร้เสียงโห่ร้องยินดีมันผิดปกติเกินไป อับดุลการิบรู้สึกได้เขาสั่งให้กองเรือคุ้มกันของเขาออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กองไฟยังคงลุกไหม้โชติ่กินเวลาร่วมสามชั่วโมงมันได้เผาทำลายทุกสิ่ง ซากเรือ ซากศพ อีกาหลายตัวร่วงหล่นเพราะทนความร้อนไม่ไหวฝูงใหญ่ยังคงบินวนอยู่บนฟ้าสูง พวกมันมีท่าทีไม่พอใจที่อาหารอันโอชะได้ถูกทำลาย
หากตั้งใจสังเกตุจะเห็นว่ากาหลายตัวที่บินในบริเวณใกล้กองเรือของรองอิโตะพากันร่วงหล่นลงพื้นพวกมันทั้งหมดตายไปโดยไม่มีสาเหตุ
และเช่นกันกองเรือที่อับดุลการิบส่งไปค้นหาความจริงไม่มีลำใดได้กลับมาอีกเลยพวกมันหายไปในกลุ่มเรือเบื้องหน้า
ไม่มีวี่แววศัตรูไม่มีร่องรอยการต่อสู้ เกิดอะไรขึ้นกับพวกมันกันแน่
“หัวหน้าผมว่าไม่ดีแล้ว”ที่ปรึกษาคนสนิทกล่าวเสียงสั่น เขารู้สึกถึงภัยลึกลับที่กำลังเผชิญ
‘เ้าบาฮิมไปพาอะไรมากันแน่’อับดุลการิบคิดในใจหัวไหล่สั่นสะท้าน
“เอ๋กลิ่นนี้”ที่ปรึกษาซ่งย่นจมูกเมื่อกระแสลมบางๆพัดมาปะทะใบหน้า
“มีอะไรเหรอท่านซ่ง”
“หัวหน้าสั่งทุกคนรีบหาอะไรปิดจมูกอย่าหายใจเอาอากาศเข้าไป”ชายร่างผอมโปร่งะโเสียงละล่ำละลัก
แต่ยังคงช้าไปมีสลัดบางคนทรุดลงไปกองกับพื้นหมดสติไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ
“ผมได้กลิ่นบางๆของเกสรหมอกอัคนี”ที่ปรึกษาซ่งกล่าวเสียงตระหนก
“ถอยกลับไปห้าร้อยเมตร”อับดุลการิบะโสั่งลูกเรือ
กองเรือใหญ่ทั้งหมดต่างรีบถอนสมอแล่นออกห่างจากจุดเดิมถอยร่นออกมาให้พ้นรัศมีแพร่กระจาย ตลอดรายทางที่ถอยเรือพวกเขาพบกับยามที่เฝ้าตามเกาะน้อยใหญ่นอนหมดสติจำนวนมากเพราะอยู่บนที่สูงการรับลมจึงมากกว่าที่ต่ำพวกยามเ่าั้จึงสูดเอาอากาศพิษเข้าไปเต็มๆ
“หัวหน้าบังเกอร์เรา”ลูกน้องคนหนึ่งชี้ไปยังยอดเกาะลูกหนึ่งไม่ใกลนักทุกคนบนเรือหันไปมองตามทิศทางที่สมุนคนนั้นชี้
ชายหนุ่มคนหนึ่ง ยืนเด่นเป็สง่าท้าสายลมที่ตีชายเสื้อดัง พับ พับเขาคือ ทรงกลด นั่นเอง
ภาพที่เห็นทำให้เหล่าโจรสลัดถึงกับตกตะลึงยามสามในสี่คนที่ประจำการต่างหมดสติไม่รู้ว่าเป็หรือตายส่วนคนที่ยังมีชีวิตอยู่กระชับปืนกลหนักก้มหน้าเล็งปืนตรงมายังเรือหลักลำนี้เหมือนจะโดนบีบบังคับให้ทำ
อะไรทำให้เขาแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายเด็กหนุ่มข้างๆไม่น่าจะโดนบีบบังคับเพราะสภาพยามคนนั้นยังดูดีหน้าตาสดใส
“ไอหนูทั้งหมดฝีมือเ้าใช่มั๊ย”อับดุลการิบแหงนหน้ามองะโถาม
“ปล่อยเพื่อนผมแล้วผมจะวางมือจากทั้งหมด” คำตอบเหมือนยอมรับในที ช่างเป็วาจาที่อหังการเย่อหยิ่งยิ่งนัก
จอมโจรสลัดผู้ยิ่งใหญ่ถึงกับหายใจสั่นสะท้านด้วยความโกรธเขามองชายหนุ่มด้วยสายตาอาฆาตปานจะกลืนกิน
เขาส่งสายตามายังที่ปรึกษาซ่งเป็เชิงให้หาทางถ่วงเวลาเพราะบรรดาเหล่าลูกสมุนที่รู้ใจเริ่มขยับตัวกันแล้วพวกมันกำลังวางแผนจะจัดการเด็กหนุ่มตรงหน้า
“ไอเด็กน้อยฉันขอถามอะไรหน่อยได้มั๊ย”ซ่ง ขยับออกมาจากกลุ่ม เขายังแคลงใจกับเื่หนึ่ง
ทรงกลดหรี่ตามองชายแก่แม้จะห่างกันร่วมร้อยเมตรเขาก็ยังเห็นสีหน้าที่สงบนิ่งคนนี้น่าจะเป็กุนซือคนสำคัญ พวกมันจะมาไม้ไหนเขาก็จะเล่นด้วย“ระหว่างที่ผมรอเพื่อนผมมีอะไรลุงก็ถามมา ผมให้เวลาแค่สามสิบนาทีถ้าถึงเวลาผมยังไม่เห็นเพื่อนผม ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต้องตายทั้งหมด”
เงียบกริบผิดคาด ตามความเป็จริง ระหว่างเด็กชายคนหนึ่ง กับกองเรือรบที่ทรงอานุภาพและเหล่าสมุนนับพันที่อาวุธหนักเบาครบมือ และพวกมันเริ่มตีวงรายล้อมมาช้าๆคิดว่าตัวเองเป็ะเินิวเคลียหรือไง ถึงกล้าพูดเช่นนี้
แต่ทุกคนได้ประจักษ์ในสิ่งที่เห็นผองเพื่อนสลัดที่หายไปในป่าอาถรรพ์ กลุ่มเรือลึกลับหน้าค่ายเวรยามส่วนหน้านับร้อยเกาะ เป็ฝีมือชายตรงหน้าเพียงคนเดียวจริงหรือ? ถึงยังไงพวกโจรสลัดก็ยังมีมากกว่าอยู่ดีพวกมันพร้อมที่จะเดิมพันชีวิตในครั้งนี้
“ไปนำตัวประกันมา”อับดุลการิบออกคำสั่งไป
ทรงกลดมีสีหน้าพอใจที่จริงแล้ว เขาสามารถไปช่วยทุกคนได้ด้วยตนเอง แต่มันไม่เท่ห์ให้พวกมันรู้แบบนี้ดีกว่า เมื่อพวกมันเป็ฝ่ายเอาตัวไป ก็สมควรจะส่งมอบกลับมาด้วยตัวเอง
“ไอหนูเอ็งทำยังไงพวกฉันถึงกลายเป็แบบนี้”ที่ปรึกษาซ่งเริ่มถามในสิ่งที่ตนเองคาใจ
“ฮ่าฮ่า ฮ่า ต่อไปก็ขยันเรียน อ่านหนังสือมากๆหน่อย ลุงรู้จักเกสรละอองอัคนีมั๊ย”
“อืมไม่ไช่ หมอกอัคนี หรอกหรือ”คำโบราณออกเชียวนะลุงซ่ง
“ฮ่าฮ่า ก็บอกให้อ่านหนังสือมากๆไงลุง มันเรียกว่าละอองอัคนี”ชายหนุ่มส่งสายตาเย้ยหยันเขากำลังสนุกกับการหยอกล้อปั่นหัวเหล่าโจรสลัด “เกสรละอองอัคนีมันมีพิษร้ายไม่มียาแก้สูดเข้าไปมีแต่ตายสถานเดียว”
ที่ปรึกษาซ่งถึงกับใหน้าซีดเผือดดูจากสภาพความเสียหายที่เป็บริเวณกว้างเช่นนี้ ต้องใช้ปริมาณละอองอัคนีมากแค่ไหนสุดที่สมองกุนซือใหญ่จะคาดเดาได้ มันต้องไม่ไช่แค่นี้แน่
“ลุงคงแปลกใจว่าแค่ละอองเล็กๆจะทำอะไรได้มากมายขนาดนี้ลุงรู้จักละอองจากขาของผีเสื้อพิรุณราตรีไหม”ทรงกลดกล่าวต่อช้าๆ“ผมเฉลยให้ก็แล้วกัน ผีเสื้อพิรุณราตรีผมบังเอิญไปพบแหล่งของมันก่อนจะเดินทางมาที่นี่สัตว์พวกนี้จะนอนหลับจำศีลเป็เวลาห้าสิบปีถึงจะตื่นมาสักครั้งแล้วก็ละอองจากขาของพวกมันคือยานอนหลับที่ดีที่สุดในโลก ใครที่สูดเข้าไปจำนวนมากๆเมื่อหลับไปแล้วก็ห้าสิบปีโน่นแหล่ะลุง จะตื่นลุงคิดว่าอายุลุงจะอยู่ถึงตอนนั้นมั๊ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
เพียงคำพูดแค่นี้โจรสลัดทั้งค่ายถึงกับตื่นตระหนก หลายคนหน้าซีดเผือด ไม่เว้นแม้กระทั่งอับดุลบาฮิมห้าสิบปี นับว่าไม่นาน แต่สภาพที่หลับไปห้าสิบปีเมื่อตื่นฟื้นขึ้นมาไม่กลายเป็ง่อยกันไปหมดแล้วหรือ
ทรงกลดยังคงข่มขู่ต่อไป“แล้วถ้าสูดละอองอัคนีที่ผสมกับละอองผีเสื้อพิรุณราตรีเข้าไปพร้อมกันหล่ะคงไม่ต้องบอกนะว่าจะเป็ยังไง ตัวอย่างมีให้เห็นแล้ว กองเรือข้างหน้าโน่นไง ฮ่าฮ่า ฮ่า”
ทุกคนกำลังตะลึงยังหรอกยังไม่จบแค่นั้น “ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านด้วยความชั่วที่พวกท่านได้สะสมมามากมาย รวมทั้งที่กล้ามาแตะเพื่อนของผมผมได้มอบของขวัญเล็กๆให้กับทุกคนเรียบร้อยแล้ว”
“ของ....ของขวัญอะไร”หลายเสียงกล่าวงึมงำเสียงระส่ำ
“ก็อากาศที่ทุกคนได้หายใจกันเข้าไปตอนนี้ไงแม้จะเจือจาง แต่มันก็เต็มไปด้วยพิษ หากทุกคนยังอยากมีชีวิตอยู่ก็จงอย่าหลับเพราะถ้าขืนหลับไปเมื่อใด ก็รออีกห้าสิบปีแล้วกันค่อยตื่นขึ้นมา”
เท่านั้นแหล่ะความวุ่นวายโกลาหลก็บังเกิดขึ้นกับทุกคน
“จงอยู่อย่างสงบแค่บนเกาะนี้ให้ลูกเมียดูแล อย่าออกไปทำชั่วที่ไหนอีกนี่เป็การลงโทษพวกเ้าทุกคน”น้ำเสียงชายหนุ่มเปลี่ยนเป็เหี้ยมเกรียม“หากใครคิดจะล้างแค้นหรือลงมือกับเพื่อนผมก็จงคิดให้ดี ว่าไม่มีใครอยู่ข้างหลังไม่มีลูกเมีย เพื่อน หรือญาติพี่น้อง แม้กระทั่งคนรู้จัก เพราะหากคิดแก้แค้นค่าตอบแทนมันสูงเป็พันเท่า”
เป็คำขู่ที่สุดแสนจะคลาสสิคและน่ากลัวมากเหล่าโจรได้แต่นิ่งเงียบยอมรับชะตากรรม
“แล้วก็ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมารุกรานรังแกพวกเ้าได้เกาะนี้จะรายล้อมไปด้วยหมอกพิษอีกห้าสิบปี”
“ไอหนูเอ๋ยแล้วเ้าไม่ได้โดนพิษด้วยเหรอ”
“ย่อมมีบ้างแต่ไม่ต้องห่วงผม ห่วงตัวเองเหอะลุง”ประโยคสั้นๆ
ในความเงียบทุกคนยอมรับและเข้าใจในทุกเื่แล้ว ปรากฏเรือสำเภาลำหนึ่ง แล่นช้าๆออกมาอรุณเบิก โบอา ซิตง รวมทั้งอลิสายืนมองจากกราบเรือ พวกเขาประหลาดใจที่เหล่าโจรสลัดเปลี่ยนท่าทีทำดีกับพวกเขา
ทรงกลดมองเห็นเรือแล่นมาแต่ไกลเขารีบพุ่งตัวเข้าหาเรือทันที
“ปีศาจชัดๆพวกเราล่วงเกินปีศาจ” เหล่าสมุนโจรที่เห็นเหตุการณ์ถึงกับเข่าอ่อนทรุดตัวลงกับพื้น ก้มหมอบศิโรราบ
ไม่ทันได้ยินเสียงทักทายจากใครทันทีที่ทรงกลดเท้าแตะพื้นเรือเขาก็รีบนั่งสมาธิปรากฎเป็พลังงานไร้สภาพแหวกอากาศบนหัวเรือเป็ช่อง เขาได้ทำการไล่อากาศพิษรอบๆให้พ้นจากลำเรือเรือยังคงแล่นไปข้างหน้าช้าๆ ท่ามกลางสายตาทุกคนที่มองมาด้วยความตกตะลึงไม่เว้นแม้กระทั่งสามองครักษ์เงาและอลิสา
“อีกยี่สิบปียี่สิบปี ถ้าพวกท่านทำความดีชดเชย ผมจะกลับมาแก้ปัญหาทั้งหมดนี้”
เสียงทรงกลดดังก้องอยู่ในอากาศเหล่าโจรสลัดพร้อมใจกันคุกเข่าก้มหน้าค้อมศีรษะลงเคารพ โดยไม่ส่งเสียงใดๆ
เรือสำเภาลำใหญ่ที่สง่าน่าเกรงขามแล่นผ่านเหล่าโจรสลัดที่แหวกทางให้หายลับเข้าไปในม่านหมอก ทิ้งปัญหาทั้งหมดไว้เื้ัพวกมันคงต้องรอไปอีกยี่สิบปีที่ยาวนาน กับการลงโทษที่สุดแสนจะทรมาน